Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
21 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
O สายธาร .. กาลเวลา ภาค ๕ .. O









เพลง .. พญาโศก - ไวโอลิน



๔๕๐. รอเถิดรอแสงเย็น .. ของเพ็ญค่ำ
พายจะจ้ำเรือคล้อยล่องลอยไหล
เพื่อว่าช่วงปรารถนา .. แรงอาลัย
จะอาจไขแทนแข .. ให้แม่รู้ ..


บ้านริมคลองอัมพวา ..
พศ. ๒๓๓๐


๔๕๑. ค่ำนี้ลมเย็นเยียบ .. คนเงียบเหงา
คำนึงเงาภาพฝัน .. เงียบงันอยู่
แสนวุ่นวายอ่อนไหวหัวใจตรู
จึงย่างสู่ห้องพระ .. ชำระใจ

๔๕๒. กรอบประตูก้าวข้าม .. ทำตามสอน
ทรุดกราบที่ตั่งหมอน .. ทั้งอ่อนไหว
ขอคุณพระคุ้มครองต้านผองภัย
ป้องลูกไว้ให้พ้น .. ม่านมนตรา

๔๕๓. แม่ดารา .. มองอยู่ไม่รู้เหตุ
เกิดอาเพศใดเล่าจึงเข้าหา-
ความรำงับ .. ให้ธรรมได้ย้ำยา
ไตร่ตรองอาการเห็น .. ด้วยเอ็นดู

๔๕๔. เติบโตเต็มวัยสาว .. อะคร้าวลักษณ์
รูปขนง-วงพักตร์ .. ประจักษ์อยู่
ดั่งบุปผาช้อยช่อ .. ขึ้นรอชู
ให้โลกรู้รสประทิ่นด้วยยินดี

๔๕๕. งามเกินใครจะหาญฝ่า .. เข้ามาเทียบ
หมายปองเปรียบวาสนา .. รูปราศี
บรรดาศักดิ์เทือกเถา .. กุลเจ้ามี
ก็สุดที่สุดทาง .. จักพรางไว้

๔๕๖. ทุกนิทราหลับ "ฝัน" .. แสนบรรเจิด
จนก่อเกิดผูกพัน .. ความฝันใฝ่
ด้วยรูปภาพเลือนราง .. รอยร่างใคร?
ที่สร้างความหวั่นไหวแก่ใจนี้

๔๕๗. เก็บเงียบแต่ลำพัง .. ไม่พลั้งเผย
จะเอื้อนเอ่ยบอกไปก็ใช่ที่
จึงตั้งใจซ่อนเร้นความเป็น-มี
สืบท่วงทีต่อเนื่อง .. ภาพเบื้องไกล

๔๕๘. รูปพระพุทธ .. งามสงบ-มองสบนิ่ง
ช่วยอกหญิงผ่อนคลายวุ่นวายได้
ทองเหลืองเหลื่อมแสงรอง .. ดั่งห้องใจ-
เรื่อรองความแจ่มใส .. ผ่านนัยน์ตา

๔๕๙. วางวงหน้าหมอบซ่อนซบท่อนแขน
ให้ทิพแหนห้อมเห่..สู่เวหา
เพื่อปรุงปรนเชื่อมสุบิน-ห้วงจินตนา
หมายเหนี่ยวรอบมรคาบรรจบวง

๔๖๐. ล่องลอยเอย .. ผ่านทิพสู่ลิบไกล
เผยห้องใจทุกหลืบ .. ร่วมสืบส่ง
เพื่อหล่อเลี้ยงภาพภวังค์ .. ให้ยังคง
ร่วมดำรงคำมั่น .. คำสัญญา



มจ.หญิง นฎาประไพ ธรรมาธิเบศ
บ้านสาทร ริมน้ำเจ้าพระยา
พศ. ๒๕๓๗





๔๖๑. ขันข้าวช่อดอกไม้ - - - ถือรอ
เอื้อมใส่บาตรผู้ขอ - - - อ่อนน้อม
สำรวมจิตก้มคอ - - - ค้อมต่ำ
รูปหนึ่ง, โสตหนึ่งพร้อม - - - ผ่านถ้อย, สดับธรรม ฯ

๔๖๒. เสียงพากย์ธรรมพจน์เอื้อน - - - ออกสอน
โปรดสัตว์ขัดอาวรณ์ - - - ข่มไว้
โกรธเกลียดลุ่มหลงถอน - - - ถอดจาก จิตนา
ตัดเหตุสู่ผลได้ - - - ดับสิ้นสงสาร ฯ

๔๖๓. สิ้นสอน-เสียงแซ่ซ้อง - - - สาธุคุณ
ธรรมสัจจ์บรรสารบุญ - - - บ่มเกล้า
ดวงจิตละเมียดละมุน - - - เต็มเมต ตาแฮ
สงฆ์ลับ-คนสืบเท้า - - - ตรึกถ้อยธรรมกถา ฯ

๔๖๔. บ้านริมน้ำสาทร .. ลมว่อนไหว
วารีไหลระลอกเคลื่อน .. ปริ่มเขื่อน-ท่า
คนสวนและสาวใช้เดินไปมา
เตรียมโต๊ะตั่งปูผ้าที่ท่าน้ำ

๔๖๕. ร่มกางบังร้อนแรงไอแสงสูรย์
ที่เพิ่มพูนฤทธิ์ข่ม .. เย้ยลมร่ำ
รูปหนึ่งเนตรแจ่มใสด้วยใฝ่ธรรม
ค่อยย่างย่ำหญ้าเขียวเลาะเลี้ยวมา

๔๖๖. ราชนิกูลวัยกลาง .. งามร่างเหลือ
โดยชาติเชื้อจะชื่นชมก็สมหน้า
บุคลิกสัมพันธ์จำนรรจา
ก็บอกท่าบอกทีว่ามีวงศ์

๔๖๗. "สูงเกินศักดิ์" .. มักสดับยินรับรู้
จึงไร้คู่เคียงข้างด้วยร่างหงส์
สืบชีวาตม์ด้วยธรรม .. มุ่งจำนง
หมายเสริมส่งสัมมาพุทธ .. โดยดุษฎี

๔๖๘. มีน้องชาย .. หลานชายที่คล้ายว่า-
นับนานจึงเห็นหน้า .. ด้วยหน้าที่-
ต้องช่วยชาติสร้างสัมพันธไมตรี
แทนองค์เจ้าบดี .. ทุกวี่วัน

๔๖๙. งดงามโดยรูปกาย .. สมชายชาติ
กลับบำราศรูปถนอมจะกล่อมขวัญ
ร้างไร้ผู้ปักปลูกความผูกพัน
เพียรมุ่งมั่นให้สัมฤทธิ์ในกิจจา

๔๗๐. ละเลียดรสบรรดาภักษาหาร
จนยามผ่านร้อนแดดเริ่มแผดจ้า
ก็กลับขึ้นตำหนัก .. จะพักตา
ผ่านห้องพระใกล้มา .. ก็เปลี่ยนใจ

๔๗๑. ข้ามประตูห้องพระ .. ยินสะท้อน
ลมหายใจแผ่วผ่อน .. เสียงอ่อนไหว
ร่างหนึ่งซบตั่งหมอน .. หนุนนอน-ใคร?
อาภรณ์ใส่ .. พิศแรกก็แปลกตา

๔๗๒. กรเอื้อมไปสัมผัส .. จำรัสรูป
ค่อยแตะลูบรั้งเหนี่ยว .. จนเสี้ยวหน้า-
ได้ผันเผยรูปสะคราญ .. หันด้านมา-
เจ้าเอยงามหนักหนา .. รูปหน้านี้

๔๗๓. พินิจมองรูปเห็น .. ด้วยเอ็นดู
เจ้างามอยู่ด้วยสง่าและราศี
แปลกใจนัก .. แปลกหน้า-กลับว่ามี-
แต่ความเอื้ออารีในอารมณ์

๔๗๔. ค่อยค่อยเผยเนตรพรับจากหลับใหล
แล้ว - นี่ใคร ? มองตา .. ใบหน้าก้ม
หน้าคือแม่ .. แต่อาภรณ์เมื่อย้อนชม-
ทั้งทรงผมแปลกอยู่ .. ก็รู้เกรง

๔๗๕. เหลียวมองรอบกายตัว .. ใจรัวสั่น
ที่ไหนกัน .. ตรองคิดแล้วพิศเพ่ง-
ไปรอบด้านหม่นมัว .. รอบตัวเอง
ใจเจ้าเอยวังเวง .. กริ่งเกรงนัก



บ้านอัมพวา ..
พศ. ๒๓๓๐





๔๗๖. แม่ดารา .. เห็นลำดับลูกหลับผล็อย
ใจก็คล้อยเป็นห่วงอยู่หน่วงหนัก
บอกพ่ออุ้มไปนอน .. ให้ผ่อนพัก
แม่ .. ปู่ .. ย่า .. ค่อยเยื้องยักไปพักนอน

๔๗๗. ค่อยค่อยเผยเนตรพรับจากหลับลึก
เมื่อรู้สึกแวดล้อม .. กลิ่นหอมอ่อน
จึงเห็นแม่ดารา .. ผู้อาทร
มองอยู่ก่อนด้วยรักและห่วงใย

๔๗๘. มองแม่..พินิจหน้า .. ก็ว่าเหมือน-
กับอีกหน้ารางเลือน .. เมื่อเบือนใกล้
แววตานั้นอบอุ่นละมุนละไม
งามสง่าเช่นใคร .. รูปในนิมิต

๔๗๙. โอบเอวแม่ .. ออดอ้อนคำอ่อนหวาน
เมื่อเบิกบานซ่านล่วงทั้งดวงจิต
ครั้งอยู่ห่างแต่ละห้อยเฝ้าคอยคิด
อยากใกล้ชิดแม่ .. พ่อ .. เฝ้ารอคืน

๔๘๐. ในฝันเห็นจะจะ .. รูปพระ-เจ้า
ที่คอยเฝ้ากราบไหว้เพื่อใจรื่น
พิมพ์รูปพักตร์นั้นสงบ .. ช่วยกลบกลืน-
ความขมขื่นหมองหมาง .. ให้บางเบา

๔๘๑. พิมพ์เดียวกับรูปทองในห้องพระ
เพื่อวาระ .. ปลิดปลดกำสรดเศร้า
ได้กราบกรานกล่อมขวัญให้บันเทา-
ความร้อนเร่าเผาผลาญ .. ด้วยมารยา

๔๘๑. กรอบประตูเตียงตั่ง .. ที่ตั้งอยู่
ทั้งโต๊ะหมู่เรียงรายก็คล้ายว่า-
จะเป็นชุดเดียวกันสืบกันมา
ในสกุลวงศาบรรดามี

๔๘๒. ในนิทราหลับฝัน .. ผูกพันอยู่
กับภาพผู้ .. ใบหน้ากอปรราศี
ค่อยพ้นผ่านเลือนลาง .. ในบางที
ให้หน้า-ที่คมคาย .. สู่สายตา

๔๘๓. ท่วงทีท่า .. เช่นแกล้วในแถวทัพ
แต่จะทับทอดรอยให้คอยหา
ขวัญเอยเมื่อแผ่วผ่านด้วยมารยา
ปรารถนาลอบเร้นก็เค้นทรวง

๔๘๔. แต่เติบกายเต็มสาว .. ก็คราวนี้
ดวงฤดีรูปเยาว์ .. เหมือนเฝ้าห่วง-
ว่ายามฝันรอยภาพจะทาบทวง
คอยเหนี่ยวหน่วงล่วงล้ำอยู่ค่ำเช้า

๔๘๕. หวาดหวั่นเวียนวิตก .. ก็อกหญิง
ราวปลดทิ้งส่วนเสี้ยวความเปลี่ยวเปล่า-
จนทอนแรงแฝงเร้นไม่เห็นเงา
หากรุมเร้าคอยคะนึง .. ใครหนึ่งนั้น





๔๘๖. ภาพเรือน้อยลอยลำ .. พายจ้ำจ้วง
ริ้วโคมสรวงน้ำส่าย .. ก็พรายสั่น
เมื่อรูปพระเนื้อทอง – มือผ่องพรรณ-
สัมผัส-พลันชาติภพ .. ก็ลบเลือน

๔๘๗. สัญญาเก่าวาบผุดไม่สุดสิ้น
แทรกสู่จินตนาการ .. พาผ่านเคลื่อน
ดวงใจเอย .. สุดคิดสุดบิดเบือน
บ่วงกรรมเหมือนรอวาง .. ให้ย่างเท้า

๔๘๘. อีกค่ำคืนหลับลึกกลางดึกดื่น
ท่ามเสียงความโอดอื้น .. ในคืนเก่า
คืนนั้นจันทร์หลบเร้นไม่เห็นเงา
และเปลี่ยวเปล่าเคล้าคลอให้ทรมา

๔๘๙. โอ้ .. ธิดามนตรีผู้มีศักดิ์
เมื่อร้างรักเฝ้าแต่คอยละห้อยหา
คะนึงคิดแนบขวัญ .. ถ้อยบรรดา-
ที่พรรณนาโอบกล่อมกลาง .. อ้อมใจ

๔๙๐. บุหลันโรจน์อำไพที่ในฟ้า
คะนึงนึกถึงหน้าเคยปราศรัย
ค่ำคืนจะนิทราเคียงหน้าใคร
ที่จะใสผ่องล่วงถึงดวงมน

๔๙๑. แต่ละภาพทาบทอด .. สุดถอดถอน
แรงอาวรณ์ย้อนย้ำ .. ซ้ำซ้ำหน
คะนึงถึงเงาร่างของบางคน
ใจเอยทนทรมานนับนานมา

๔๙๒. เหนี่ยวร่างน้อยทอดทับอยู่กับอก
แขนป้อง-ปกด้วยรัก .. อยู่หนักหนา
อธิษฐาน .. ร้อยถวิลสองวิญญาณ์
ร่วมดินฟ้า .. เกิด-ดับทุกกัปกัลป์





๔๙๓. ภาพใครนั้น .. พร่ำพลอดการออดอ้อน
ค่อยค่อยซ้อนแทรกใส่ .. ห้วงใจฝัน
เรือนริมน้ำ .. วารี .. มณีจันทร์
ก็วาบขึ้นครบครัน .. ในสัญญา

๔๙๔. ดึกสงัดค่อยค่อยย่อง .. เข้าห้องพระ
เมื่อพันธะ .. อดีตชาติเริ่มพาดหา
ก้มกราบที่ตั่งหมอน .. เว้าวอนพา-
ให้ผ่านพ้นทรมา .. แต่ครานั้น


บ้าน .. ท่านหญิงนฎาประไพ
พศ. ๒๕๓๗





๔๙๕. ใบหน้าที่คล้อยหลับ .. คล้ายกับยิ้ม
วงหน้าอิ่ม .. มองไปยิ่งใจสั่น
เท้าก้าวเคลื่อนตาจ้อง .. รูปผ่องพรรณ
ช่างเหมือนกันกับแม่ .. ทุกแง่มุม

๔๙๖. ดูภูมิฐานสง่างามไปตามวัย
มีจิตใจอาทรไม่ร้อนรุ่ม
ความผูกพันคลี่คลายเข้าก่ายกุม
พาฤทธิ์สุมนัสวาบ .. ให้ทราบ-รู้

๔๙๗. หนึ่งร่างในวาระแห่งภวังค์
หนึ่งซบนั่งขอบเตียงเฝ้าเคียงอยู่
จนผล็อยหลับกับพื้นพรมผืน .. ดู-
ขดร่างงอคุดคู้ .. น่าดูนัก

๔๙๘. จนเข้าสาย .. ตาตื่นค่อยขืนร่าง
เมื่อใครย่างมาสู่ให้รู้จัก
หนึ่ง .. กรประนมก้มคอ .. ลออลักษณ์
หนึ่ง .. สบพักตร์ยิ้มให้ .. ผู้วัยเยาว์

๔๙๙. จับแขนเนียนเนื้อเยาว์ .. แล้วเฝ้าพิศ
งามละมุนเกินคิด .. จริตเจ้า
ก่อนรั้งรูปคราญแก้วเพียงแผ่วเบา
ลงนั่งสนทนา-เล่า .. ความเป็นมา ..

๕๐๐. แล้วสาวใช้ .. ก็เห็นงามเดินตามท่าน
ยิ้มอ่อนหวานผ่านเคลื่อนสู่เขื่อน-ท่า
ผ้านุ่งห่มน้ำตาลทอง .. ดูผ่องตา
หากรูปหน้าเนียนเนื้อ .. งามเหลือใจ

๕๐๑. สำรับวางบนตั่งคนนั่งพื้น
ท่ามกลางคลื่นน้ำระลอกกระฉอกไหล
ยินแว่วเสียงอ่อนทุ้ม .. ผ่านพุ่มใบ-
ก่อนร่างหนึ่งสูงใหญ่ .. ผ่านใกล้มา



พบหน้า ..





๕๐๒. พักตร์งามนั้นเหม่อมองที่ฟองคลื่น
อีกใจตื่นรูปองค์ที่ตรงหน้า
จนพักตร์งามค่อยชม้ายเลื่อนสายตา
สบ .. เนิ่นช้านิ่งขึงตะลึงงัน .. !

๕๐๓. ผู้-ล่องเรือ .. ฝ่าคลื่นในคืนเพ็ญ
ที่แอบเร้นแฝงภาพลงทาบขวัญ
ใจเอยที่รออยู่ไม่รู้วัน
คือรูปฝัน .. รูปใคร .. ที่ใจรอ

๕๐๔. กราบท่านป้าใจคิด .. ตาพิศจ้อง
แก้มเปล่งแม่เนื้อทองในห้องหอ
ที่บัดนี้ .. เริ่มอุทธัจระบัดลออ
อกชายหนอ .. ก็สุดพรับให้ลับตา

๕๐๕. จนท่านป้ารับไหว้ .. ช่วยไขความ-
บอกรูปงามคือลูกเพื่อนมาเยือนป้า
คบหามีสัมพันธ์ร่วมกันมา
นับนานไม่เห็นหน้า .. จึงมาเยือน

๕๐๖. รูปเอยรูปอำไพ .. ที่ใกล้ตา
แต่สบหน้าก็สุดปล่อยให้คล้อยเคลื่อน
งามสงบละเมียดละมุนแม่อุ่นเรือน
จะตามเตือนอกใจ .. คอยไขว่คว้า



เงาในดวงตา ..





๕๐๗. แต่พบเจอเผลอจิตเฝ้าคิดถึง
เริ่มซาบซึ้งรอคอยละห้อยหา
จนอ่อนหวานวาบไหวที่นัยน์ตา
ก็เหมือนว่าเกินซ่อน...อาวรณ์นั้น

๕๐๘. ค่อยค่อยเพิ่มผูกพัน .. ความหวั่นไหว
ห้วงดวงใจหวังอ้อมอกกล่อมขวัญ
ใจที่เคยหม่นแกม .. ดั่งแรมจันทร์
ก็ค่อยผันรูปเช่น .. เดือนเพ็ญดวง

๕๐๙. ค่อยเอ่อหวาน .. ซ่านสู่ให้รู้สึก
จนล้ำลึกเกินขับให้ลับล่วง
จะรู้ไหมที่ทาบทับอยู่กับทรวง
เป็นหนึ่งผู้สร้างบ่วง .. กลางห้วงใจ

๕๑๐. งดงามเอยภาพฝัน .. ในวันนี้
กับปลาบปลื้ม-ดวงฤดี .. แอบมีให้
ที่แอบแฝงเร้นอยู่ .. จิตผู้ใด
หมายมอบให้เก็บรับ .. แนบกับทรวง

๕๑๑. ถวิลถึงแต่วิตกสะทกสะท้อน
จนอาวรณ์โลดแล่น, ความแหนหวง-
ก็ค่อยค่อยโหมประดังใจทั้งดวง
ค่อยค่อยหน่วงเหนี่ยวจิตให้ติดตรึง

๕๑๒. เหมือน .. สุดที่จะเอื้อนจะเอ่ยออก
สุดเผยบอกห้วงใจ .. ว่าใฝ่ถึง
หากอบอุ่นลึกล้ำช่วงคำนึง
คอยเหนี่ยวดึงอารมณ์ให้สมยอม

๕๑๓. สุดที่ใจจะหลบจะลี้หาย
สุดจะบ่ายเบี่ยงต้านความหวานหอม
สุดคิดจะสอดแทรกความแปลกปลอม
เมื่อใจนั้นพรั่งพร้อม .. หล่อหลอมใจ

๕๑๔. แม้นตัวห่างใจเอย .. ฤๅเคยคิด
เมื่อแรงฤทธิ์เสน่หาเริ่มบ่าไหล
มีถวิล .. ปรารถนา .. มีอาลัย-
นั้นวุ่นวายสั่นไหวอยู่ในตน

๕๑๕. รอคอยละห้อยเห็น .. ฤๅเว้นว่าง
ครั้นเหินห่างเลือนลับก็สับสน
เยื่อใยทอดม้วนปลาย, ใจว่ายวน
คือใจคนวนว่าย .. พันสายใย

๕๑๖. จะรู้ฤๅ..ว่าใจของใครคิด
รุมอยู่ด้วยแรงฤทธิ์รอบพิสมัย
จะรู้ฤๅ..รูปนิมิตกลางจิตใคร
ย่อมมีไว้มอบคะนึงเพียงหนึ่งเดียว

๕๑๗. จะรู้ฤๅ .. ว่าจิตที่คิดอยู่
หวังรับรู้ .. เผื่อแผ่การแลเหลียว
จะรู้ฤๅ .. ปรารมภ์ .. รอกลมเกลียว
เต็มส่วนเสี้ยวใจนี้ .. เกินลี้ลา

๕๑๘. จากพบเจอ .. เหม่อลอยละห้อยเห็น
จนลอบเร้นเฝ้าคอยละห้อยหา
บัดนี้หวานวาบแล้วที่แววตา
เผยทีท่าออกรู้ .. คือ .. ผู้ใด


คุณชายหนึ่ง ..


๕๑๙. หลานท่านหญิง .. หลานชาย-คุณชายหนึ่ง
จมคำนึง .. ด้วยคำสั่งแต่งตั้งใหม่
จำต้องจากแดนดินไปถิ่นไกล
เป็นตัวแทนคนไทย .. เชื่อมไมตรี

๕๒๐. ใกล้ยามต้องเดินทางไปร่างกุ้ง
เพื่อบำรุงภาพลักษณ์และศักดิ์ศรี
สานสัมพันธ์เสริมส่งแทนองค์บดี
ร่วมภาคีสมาคม .. ตามสมควร

๕๒๑. แก้มหนึ่งเลือดแดงซ่านที่บ้านป้า
เหมือนลอยฝ่าค่ำดึกให้นึกหวน
บุญบาปฤๅพาพบบรรจบจวน
จนปั่นป่วนวุ่นวายอยู่ฝ่ายเดียว

๕๒๒. รุ่มร้อนเอย .. ครันครบอยากพบหน้า
สืบแต่เมื่อร่ำลา .. ละล้าเหลียว
ใจก็ราวปลิดปลิว .. เมื่อนิ้วเรียว-
คล้ายเอื้อมเหนี่ยวเด็ดวางไว้กลางมือ

๕๒๓. สบเนตร .. แววอุทธัจก็ชัดแจ้ง
คอยวกแว้งอ่อนหวานบรรสาร-สื่อ
ต้องเก็บงำคำกล่าว .. เกรงบ่าวลือ
จะหมองชื่อหมองนวลไม่ควรการ

๕๒๔. ไม่เคยนึกเคยฝันจะพลันพบ
มาบรรจบดวงขวัญเมื่อวันผ่าน
รูปเอยเหมือนสำทับอยู่นับนาน
ในจักขุวิญญาณ .. แต่นานนม

๕๒๕. เมื่อบรรจบตัวรู้ก็ชูช่อ
ความหมายทอทอดทับเกินขับข่ม
โอ้ละหนอ .. ปรารถนาแห่งอารมณ์
เมื่อสุดล่มเลือนลับ .. ย่อมกลับย้อน

๕๒๖. มีกิจจาแห่งชาติให้มาดหมาย
อยู่ท้าทายรุมเร้า..ฝันเก่าก่อน
และแล้วท่วงทีท่าความอาวรณ์-
กลับโหมตอนเติบตั้งเกินรั้งลง

๕๒๗. เกรงใจท่านป้า .. ไม่กล้าถาม
หวั่นไม่งามเหมาะควร .. ให้ชวนสง-
สัย-ในเลศเงื่อนงำซ่อนจำนง-
จะเผยบ่งออกหน้า .. บอกท่าที

๕๒๘. ผู้ช่วยทูตการค้า - การพานิชย์
ช่วยชาติให้สัมฤทธิ์ในกิจที่-
เปิดตลาดคู่ค้าบรรดามี
ให้เสรีแลกเปลี่ยนหมุนเวียนกัน

๕๒๙. วัยสามสิบยังโสด .. อุโฆษชื่อ
หลักยึดถือล้วนบำรุงความมุ่งมั่น
ราชนิกูลหนุ่มโสด สาวโจษจรรย์
สังคมชั้นสูงเล่า .. ก็เฝ้ามอง

๕๓๐. น้องชายวัยอ่อนกว่าอยู่ห้าปี
อารมณ์ดีมากมาย – คุณชายสอง
เป็นทหารผึ่งผาย .. สาวหมายปอง
ทั้งพี่น้องกำพร้าแม่มาแต่เยาว์


บ้านอัมพวา .. พศ. ๒๓๓๐





๕๓๑. ลูกสาวหายตัวไป .. หัวใจแม่-
ก็เฝ้าแต่เหม่อลอย .. จมสร้อยเศร้า
ห้องพระ .. ตู้ .. ตั่ง .. เตียง .. ไร้เสียง-เงา
ทั้งบ้านเหงาเงียบงันด้วยหวั่นใจ

๕๓๒. เคยออดอ้อนเคลียคลอด้วยพ่อแม่
มาลับแลรูปรอยจนพลอยให้-
สังหรณ์จิต .. เกรงจะร้างจนห่างไกล
อกแม่จะหมกไหม้ .. อยู่ในวัน

๕๓๓. พ่อเจ้าก็ออกทัพ .. ไปรับศึก
หัวอกในส่วนลึกก็นึกหวั่น
อยู่เรือนกับปู่ย่า .. เฝ้าจาบัลย์
อาวรณ์ลูกผัวนั้น .. ก็ครันครบ

๕๓๔. หรือบาปกรรมเคยสร้างแต่ปางหลัง
จึงโถมถั่งโทษทัณฑ์เข้าบรรจบ
ทิพเอยจิตนี้พร้อมจะน้อมนบ
ชาตินี้วอนเกลี่ยกลบ .. ช่วยลบล้าง

๕๓๕. จวบพระลบคลี่คลุมเข้าหุ้มห้อม
ความเปล่าเปลี่ยวพรั่งพร้อม .. เข้าล้อมร่าง
จึงรูปนวลลออนั้น .. เผยสรรพางค์-
ให้แม่สร่างเศร้าสร้อยจากคอย-คืน

๕๓๖. โอบกอดแม่ .. ด้วยรักอยู่หนักหนา
หลังย้อนช่วงกาลมา .. แววตารื่น
เมื่อรูปรอยปฏิพัทธ์ .. เริ่มหยัดยืน
จนแตะตื่นสดใส .. ที่ใจคราญ


โศกาสมัย ..


๕๓๗. เช้าหนึ่งเมื่อ .. แถวพระค่อยละที่
หมู่แกล้วก็จรลี .. ถึงที่บ้าน
หมวก .. ดาบ .. เปื้อนเลือดคน .. อยู่บนพาน
แจ้งข่าวพ่อวายปราณ .. ชีพลาญลบ

๕๓๘. มีโองการปรากฎ .. อวยยศพ่อ
เมื่อน้ำหล่อตารื้น .. เกินฝืนกลบ
ใจแม่ราวจะขาดซึ่งชาติภพ
ร่างก็กองทรุดซบ .. ลงจบพื้น

๕๓๙. ย่าเรไร .. ปู่พะนายก็คล้ายว่า-
ชีพชีวาจะลับล่มด้วยขมขื่น
ความอาดูรเจ็บช้ำ .. ที่กล้ำกลืน
ย่อมสุดฝืนถอดถอน .. ให้ผ่อนคลาย

๕๔๐. ราวโลกจะแหลกลงที่ตรงหน้า
ทรมาท่วมอยู่ไม่รู้หาย
อกแม่ลูกจะเปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
จนตราบวายชีวาตม์ .. แห่งชาตินี้

๕๔๑. ศักดิ์ศรี .. เลือด-ชายไทย .. ก็ได้หลั่ง
และกายฝังฝากดิน .. ในถิ่นที่-
ได้ปกป้องด้วยชาติ .. เป็นราชพลี
เพื่อแผ่นพื้นปฐพี ..อยู่จีรัง

๕๔๒. เลือดไทย .. พร้อมศักดิ์ศรีอย่างที่เห็น-
ย่อมแฝงเร้นเค้าเรื่องอยู่เบื้องหลัง
เพียงเพื่อชีพไพรินทร์ .. จักภินท์พัง
แม้นดินฝังกลบหน้า .. ฤๅอาลัย

๕๔๓. เศร้าเสียงพญาโศก - - - ยามกล่อมโลกย่อมบีบใจ
เรื่องหลังก็หลั่งไหล - - - ละภาพไหวภาพใคร-จำ

๕๔๔. หมื่นพันจำนรรจ์เปรียบ - - - ฤๅอาจเทียบที่เคยทำ
หยอกหัวเย้ายั่วคำ - - - จักย้อนย้ำซ้ำซ้ำหน

๕๔๕. โดยภาพทุกภาพนั้น - - - ย่อมบีบคั้นหัวใจคน
ละภาพละภาพพ้น - - - ย่อมมืดมนในหนทาง

๕๔๖. แท้เทียวคือทอดทิ้ง - - - ทำใจหญิงแทบวายวาง
แท้เทียวคือทิ้งขว้าง - - - ให้อ้างว้างอยู่เอกา

๕๔๗. ท่ามเสียงพญาโศก - - - ย่อมชุ่มโชกด้วยน้ำตา
เสียงโศกย่อมโศกสา- - - - หัสะว่าจะพร่าเผา

๕๔๘. นกร้องคนพร้องพร่ำ - - - ด้วยชอกช้ำกระหน่ำเอา
ลมลูบเหมือนรูปเงา - - - คอยหยอกเย้ารุมเร้าทรวง

๕๔๙. เมื่อรักไยมารุก - - - ด้วยทัณฑ์ทุกข์ที่ทาบทวง
เมื่อห่างไยต้องหวง - - - จิตเหนี่ยวหน่วงด้วยห่วงใย

๕๕๐. กี่ภพจึงหลบพ้น - - - กี่ชีพป่นวัฏฏ์วนไป
กี่วงรอบหลงใหล - - - จึงหยุดไหวหยุดรอบวง

๕๕๑. มีคู่ย่อมรู้ค่า - - - รู้ปรารนารู้จำนง
กี่คู่เล่าอยู่คง - - - ตราบชีพปลงชาติวายปราณ

๕๕๒. สิ้นเสียงสำนึกสั่ง - - - ก็ภินท์พังกำลังพาล
มากมายความทรมาน - - - ก็บรรสารให้เสพสม

๕๕๓. ทึกทึกสะท้อนจิต - - - กระอุฤทธิอารมณ์
ราวชีพจะลีบจม - - - ด้วยสุดข่มความอาดูร

๕๕๔. ชาติหน้าหรือชาติไหน - - - ขอรักได้แจ่มจำรูญ
สืบสายอย่าสิ้นสูญ - - - คอยเกื้อกูลอยู่ด้วยกัน

๕๕๕. สิ้นถ้อยอธิษฐาน - - - ก็ถึงกาละชีวัน
วูบดับลงฉับพลัน - - - ให้โศกศัลย์คร่ำครวญเสียง

๕๕๖. ย่าหลานเข้าช่วยอุ้ม - - - แม่ผู้ทุมนัสเพียง-
วิญญาณจะลาญเคียง - - - มโนภาพต่อคราบมรณ์

๕๕๗. อกใจนั้นไหวแผ่ว - - - แทบขาดแล้วอยู่รอนรอน
อาลัยทั้งอาวรณ์ - - - นั้นสุดถอนให้ขาดหาย

๕๕๘. อวยสุขโอนทุกข์ยาก - - - ยอมลำบากทั้งใจกาย
เพื่อเมียไม่เสียดาย - - - ยอมกรากกรำอยู่ซ้ำหน

๕๕๙. สิ้นแล้วดวงแก้วน้อง - - - ให้ร่ำร้องทุรนทน
สิ้นชาติอำนาจคน - - - ผู้จำนนต่อเวรกรรม

๕๖๐. สิ้นร่มจะบังร้อน - - - เพื่อทาน-ทอนแรงแดด-ทำ
สิ้นบุญจะหนุนนำ - - - พาชอกช้ำระกำ-สูญ

๕๖๑. ตรมตรอมพรั่งพร้อมหน้า - - - เพื่อเหว่ว้าทั้งอาดูร
โถมถั่งเข้าดั่งกูณฑ์ - - - คอยเพิ่มพูนฤทธิ์เผาผลาญ

๕๖๒. โอ่หนอ .. คณาอา - - - วุธะกล้าคงนับนาน-
เปื้อนฝุ่นอยู่บนพาน - - - รอรอบกาล-ลบด้านคม



จบภาค ๕




Create Date : 21 มีนาคม 2553
Last Update : 16 มีนาคม 2561 7:53:31 น. 10 comments
Counter : 2217 Pageviews.

 
มอร์นิ่งจ้า^^


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:11:36:14 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะพี่
น้องตอบหลังไมค์แล้วค่ะ
..ยิ้ม..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:14:30:26 น.  

 
อ่านแล้วราวกับไปนั่งอยู่ริมคลองอัมพวาทีเดียวเชียวค่ะ

ติดตามอยู่เสมอค่ะ



โดย: เม็ดขนุน IP: 118.172.65.97 วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:16:22:59 น.  

 
หาแฟนฯ...
สวัสดีครับ...มาแต่เช้าอีกแล้ว




อัล...
ค่ะ..."บางสิ่ง"มีคุณค่าเสมอในความรับรู้...
และจะช่วยให้โลกนี้น่าอยู่น่าอาศัยไปตลอดกาล

หวังว่าพี่เองจะไม่"เห็นแก่ตัว"ขึ้นมาอีก....
มาช่วยกันภาวนาค่ะ...

ยิ้ม...





เม็ดขนุน...
เรื่องนี้มันแยกกันอยู่ทำให้คนอ่านบางคนอาจหายาก...
เลยจับมารวมไว้ที่เดียวกัน...จะได้อ่านกันได้ต่อเนื่อง
พี่ชอบที่สุดเรื่องนี้


โดย: สดายุ... วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:17:30:08 น.  

 
ภาคเก่ายังอ่านไม่จบเลยค่ะ มีภาคใหม่มาอีกแล้ว อ่านครึ่งๆกลางๆไม่ได้เด็ดขาด

คนอ่านต้องใช้สมาธิขนาดนี้ แล้วคนเขียนจะใช้สมาธิขนาดไหน ?

คนอ่านยังใช้เวลาแค่นี้ แล้วคนเขียนจะต้องใช้เวลาแค่ไหน ?

ต้องขอบคุณโลกใช่มั้ยคะที่จัดสรรมุมงดงามไว้ให้เราค้นหาคุณค่า

ขอบคุณโลกที่น่าอยู่น่าอาศัย..



โดย: Peakroong วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:19:13:33 น.  

 
สวัสดีครับคุณปีกรุ้ง...

ครับ เรื่องนี้ยาวที่สุดในบรรดาเรื่องยาวทั้งหมด
มีถึง 10 ภาค ตั้งแต่ยุคเจ้าสามพระยาของ
กรุงศรีอยุธยาตอนต้นในภาค 1 จนถึงยุคปัจจุบัน
ในภาคสุดท้าย...

ผมเขียนเป็นสองช่วงเวลา
ภาค 1-3 เขียนตอนกลางปี 2549
ส่วน 4-10 เขียนตอนกลางปี 2551

pageview ครบ 100 เมื่อไรค่อยลงตอนต่อไปครับ

ยินดีมากครับหากว่าช่วยทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น...อิๆๆ



โดย: สดายุ... วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:21:19:14 น.  

 
มา..ลา..ค่ะพี่ ไม่อยากหายไปเฉย ๆ
วันไหนที่เข้มแข็งขี้นคงได้พบกันอีกค่ะ

กว่าจะถึงวันนั้น พี่คงจะลืมน้องคนนี้ไปแล้ว

โชคดีค่ะ


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:9:44:28 น.  

 
ลา ?

น้องจะไปไหนคะ..?
ไม่ค่อยสบายใจเลยนะคะแบบนี้...

น้องเป็นอะไรหรือเปล่า ?




โดย: สดายุ... วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:10:12:08 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ
จากนางครวญ-สายธารกาลเวลา๕ ทุกภาคช่างงดงามด้วยคำประพันธ์ร้อยกรองที่อ่านอย่างไรก็หาที่ติไม่ได้ รวมทั้งเนื้อเรื่องจินตนาการณ์ แต่ที่น่าแปลกมากขึ้นไปอีกคือความคิดเห็นของผู้มาเยือน และคำอำลา ที่ฝากไว้

ทำให้สายธารกาลเวลาสมบูรณ์ทั้งในด้านการจินตนาการย้อนยุกต์ และ การพบพาน-พลัดพราก ที่ได้เห็นในเวลาปัจจุบัน

ขอบคุณสำหรับผลงานอันทรงคุณค่าค่ะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 เวลา:10:39:49 น.  

 
สวัสดีครับคุณวลี ฯ

ครับ .. จิตนาการผ่านทฤษฎีเอกภพคู่ขนาน และความถี่แสงที่สายตารับได้ .. จึงเป็นที่มาของเรื่องราว

พอมาย้อนอ่านใหม่ .. ยังรู้สึกแปลใจว่าทำไมเขียนอะไรได้ยืดยาวขนาดนี้ใน พศ.นั้น ..

ผมเองยังเสียดายความเห็นต่างๆเหล่านั้นอยู่จึงไม่ได้โพสต์ใหม่ .. เพียงแต่ save draft ไว้เพื่อปรับปรุงรูปภาพและเพลง .. แล้วปลด draft ออก ..

ภาคแรก เขียนก่อน ปฏิวัติ 2549 แป๊บเดียว ..
ตอนนั้นยังไม่มีกีฬาสี .. มีแต่ม๊อบสวนลุมของชนชั้นกลางที่กำลังขย่มรัฐบาลประชานิยมสมัยที่ 2 อย่างเอาเป็นเอาตาย ..

ค่ำๆจะเปิดบทต่อไปเลยครับ .. revise เสร็จแล้ว .. อิๆๆ




โดย: สดายุ... วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:16:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.