Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
26 พฤศจิกายน 2560
 
All Blogs
 

O หนาวแรก .. O








O หนาวลมร่ำโลมริ้วผ่านผิวเนื้อ
เหมือนร่วมเชื้อเชิญอรุณให้หมุนหา
สูรย์ลอยช่วงโอภาสขึ้นสาดทา
พร้อมดวงตาพรับพริ้ม, เหมือนยิ้ม .. รอ
O นับคาบความคำนึง .. ส่งถึงอยู่
ก็ถึงรู้ .. บริบท-ความจดจ่อ
และถึงรู้ .. รุมเร้าพะเน้าพะนอ-
ของรูปผู้เพ็ญลออเฝ้ารอเคียง
O พร้อมลมหนาวแผ่ผ่าน .. อยู่นานนับ
ละห้อยหาค่อยผ่านศัพท์ขึ้นขับเสียง
ในเจตจินต์ถวิลเห็นเหมือนเต้นเรียง-
รายรอบมาเกินเลี่ยงหรือเบี่ยงพ้น
O กระซิบคำคำนั้นเสียงสั่นแว่ว
ยังเจื้อยแจ้วในจิตเกินปลิดป่น
แววในตาหวานซึ้งยังอึงอล-
กับความนัยหวามล้นที่ล้นใจ
O กระซิบคำคำนั้นยังสั่นอยู่
เหมือนสั่นให้รับรู้ .. ว่ารู้ไหม-
ที่ทำให้สั่นอยู่คือผู้ใด ?
และต้องคอยสั่นไว้ .. อย่าได้ลืม
O รู้หรือไม่ความคำที่ย้ำสู่
เพื่อรับรู้รับทราบแรงปลาบปลื้ม
แววสะท้อนวามระยิบขอหยิบยืม-
แกล้มฝันดื่มด่ำหาทั้งราตรี
O หอมอาวรณ์เยี่ยงกุสุมเร้ารุมกลิ่น
ยามร่ำโรยรสประทิ่นล้อมถิ่นที่
หวานเกสรภุมรินย่อมบินลี-
ลาศ .. หาทั้งกลิ่นสีในที่นั้น
O จักต่างฤาหอมเจ้ารูปเยาว์เอ๋ย
แต่รูปเผยสบนัยน์ .. ที่ไหวสั่น-
ใช่ภมรเร่งรุดดอมบุษบัน
แต่เป็นขวัญแห่งชายผู้หมายชม
O กระนั้นแล้วลมหนาวแห่งเช้านี้
พึงวาดวีหวานหอมเข้าล้อมห่ม-
ใจผู้ซึ่งละห้อยหา .. เฝ้าปรารมภ์-
หวานที่ถมทับทรวงอย่าล่วงเลือน
O เสียงกระซิบแผ่วค่อย .. เถิดคอยสดับ
ฝากลมแผ่วแทรกศัพท์เข้าขับเคลื่อน-
ความในอกห่วงละห้อยเพื่อคอยเตือน-
ห่วงที่เหมือนรอกระหวัดโอบรัดใจ
O แผ่วกระซิบพากย์พจีจักมีสู่
พร้อมห่วงหาเอ็นดู .. จนรู้ได้
ว่า .. อีกหนาวลมร่ำแสนร่ำไร
ด้วยว่าอีกอกใจเคยได้อิง
O กระนั้นแล้วลมหนาวแห่งหนาวแรก
อกเมื่อเหน็บหนาวแทรกกลับแปลกยิ่ง
อกที่เนื้ออุ่นอ่อนเคยผ่อนพิง-
ต้องเกลือกกลิ้งหนาวล้ำ .. เพียงลำพัง
O ถวิลความอาวรณ์ออดอ้อนเจ้า
จักแทรกโสตรุมเร้าให้เฝ้าหวัง
ด้วยอาวรณ์ลึกล้ำเป็นกำลัง
เข้าหลอมหลั่งลงจิตจนติดตรึง
O หวังถึงลมหนาวแรกจักแทรกอก
แล้วยอยกดวงจิตเฝ้าคิดถึง-
ละห้อยเห็นความคำพี่รำพึง
สัมผัสหอมหวานซึ้งที่ตรึงใจ
O กระซิบความอาวรณ์ออดอ้อนอยู่
ด้วยอารมณ์แรงชู้ร่วมสู่สมัย
ผ่านศัพท์เสียงเสน่หาแสนอาลัย
กระซิบให้พี่สดับคอยรับรอง
O แผ่วแผ่วสายวาโยเมื่อโผผ่าน
คันธารสหอมหวานพึงผ่านต้อง-
โลมนิ่มเนื้อละม่อมน้อยให้คอยตรอง-
ความกลั่นกรองเพรียกคะนึงทุกกึ่งยาม
O แทนอกแขนอ้อมกอด, ความพลอดพร่ำ
หวังโน้มนำจินตภาพให้วาบหวาม
กระทั่งแววเนตรระยับนั้นวับวาม
ร่วมหลอมรวมรูปนามเนื้อความเดียว !
O ฝาก .. ลมร่ำหวีดหวิวผ่านริ้วแก้ม
ให้เรื่อแต้มนวลเนื้อ .. ก็เพื่อเหลียว-
สบสัมผัสเปล่งปลั่งแล้วดั่งเคียว-
โน้มเข้าเหนี่ยวจิตใจ .. เฝ้าไขว่คว้า
O นับคาบคิดคำนึง .. ส่งถึงอยู่
ก็ถึงรู้ .. ผูกพันให้ฟันฝ่า
และถึงรู้ .. รูปธรรมที่ค้ำคา-
อกใจผู้เสน่หา แสนอาวรณ์
O อุ่นรูปกายจะแทรกหนาวจนร้าวร้าง
พร้อมความอ้างว้างโลกถูกโยกถอน
พาอกใจผ่านล่วงทุกช่วงตอน-
ด้วยเสียงอ้อนออดชู้ .. เกินรู้-กัน !
O กระนั้นแล้วคลื่นหนาวย่อมผ่าวร้อน
ด้วยอาวรณ์เพียบพร้อมรอกล่อมขวัญ
ลมหนาวร่ำผ่านอยู่ย่อมรู้ทัน-
ว่าหนาวนั่น - จะไกลลิบชั่วพริบตา !
.
.
ลมหนาวร่ำผ่านสู่ .. ย่อมรู้พลัน-
ว่าหนาวนั่น - จะย่อยยับอยู่กับทรวง !




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2560
17 comments
Last Update : 10 กันยายน 2561 9:19:18 น.
Counter : 1378 Pageviews.

 


เปิ้นบอกว่าจะมาขอ ข้าเจ้าก่อรอมาแล้วเป๋นปี๋
ป้อแม่ ถ้าปู๋ สะรี อ้ายบ่าวตั๋วดี หายแซ็บหายสอย

ข้าเจ้าบ่อเจื้อแฮมแล้ว จะแต่งกับแม้ว ไปอยู่ป๋ายดอย ขายผ้า ขายเพชร ขายพลอย ขายแหวนขายสร้อย อยุ่บนดอยปุย https://www.youtube.com/watch?v=EOwkQiUvCSE 555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 212.47.252.101 29 พฤศจิกายน 2560 17:48:21 น.  

 

คุณสดายุ
คงมีเรื่องรบกวนช่วยตรวจสอบกลอนแม่เอื้อยสองบทนี้ด้วยว่า ผิดถูกผังกลอนแปดประการใด ช่วยชี้แนะด้วย หมู่นี้ไม่มีเวลาว่าง อ่อนซ้อมค่ะ ๕๕๕

..ผีสาเร่..
โผล่จากหลุมเร่อร่ามาไงเนี่ย
หรือว่าเหี้ยคุ้ยหาซากบนปากหลุม
ทั้งฉีกฟัดกัดแกะแทะรุกรุม
จึงกลัดกลุ้มร่อนเร่พเนจร

หรือว่าคง..หวงก้าง ค้างคอหอย
กลัวหลุดลอยแนบชิดติดสมร
โถคุณยายหนังไม่ตึงพึงสังวรณ์
ควรไปนอนท่องพุทโธอย่าโลเล

 

โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 1 ธันวาคม 2560 11:12:27 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่เอื้อย

โกรธใครมาคะ อารมณ์กลอนพี่ช่างแรงไม่มีลิมิต ตัวจริงคงดุแน่ๆ ทิพย์เดาถูกหรือเปล่าค่ะ

กลอนคุณสดายุหนาวแรกนี้คงไม่หลงเหลือความหนาวแล้วค่ะ ทิพย์อ่านเม้นท์พี่เอื้อยแล้วรู้สึกร้อนๆหน้าอย่างบอกไม่ถูก

พี่เอื้อยอย่าดุน้องทิพย์คนนี้นะคะ ทิพย์เป็นคนขี้กลัวค่ะ ทิพย์ยังรออ่านกลอนหวานๆจากพี่สาวอยู่นะคะ (ยิ้มหวานๆให้ค่ะ)

สวัสดีค่ะคุณสดายุ

กลอนยังคงความไพเราะเหมือนเดิมค่ะ ทิพย์ชอบกลอนหวานนะคะ

แต่หากจะคุยเรื่องลูกสาวด้วย จะรำคาญทิพย์หรือเปล่าค่ะ
ตอนนี้กำลังภูมิใจในตัวนางที่หัดขับรถยนต์จนคล่องเก่งแล้ว สามารถพาหม่ามี้ไปเที่ยวไหนๆได้ เมื่อวานเราไปเที่ยวเมืองลิงกันมาตามประสาแม่ลูกค่ะ อิๆๆ

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.244.165 4 ธันวาคม 2560 7:11:59 น.  

 

น้องทิพย์..

พี่เอื้อยโกรธใครไม่เป็นหรอก แต่มีนิสัยโผงผางคล้ายผู้ชาย อาจจะเป็นเพราะอยู่กับลูกน้องผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ นิสัยจึงติดห้าวเช่นนี้
เจ้าของบ้านก็ช่างรู้ใจพี่..ที่ถามมิได้หวังคำตอบ ขอบคุณจริงๆ

อีกสักบท
จะโกรธเกลียดทำไมให้ใจเฉา
แค่เห็บเหาคืบคลานผ่านมาเห็น
ช่างไร้ค่าโยนสลัดสัตว์เหลือเดน
กระทืบเล่นตบตวัดก็จัดไป ๕๕๕

กลอนหวานของพี่ รอเวลากลั่นน้ำตาลอีกหน่อย แล้วจะจัดให้นะคะน้องสาวคนดี

 

โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 4 ธันวาคม 2560 16:57:43 น.  

 




แม่เอื้อย ..
ครับ .. ผมรอให้มาต่อเรื่องเอาเอง 55

ตรงไปตรงมาดีแล้วครับ .. ไม่ต้องมาทำ
โวหารภาพพจน์กันให้เสียเวลา ..

แม่เอื้อยนี่สมัยสาวๆ คงยังไม่มีอินเตอร์เนต
ให้เล่นสะดวกเหมือนตอนนี้นะครับ ..
รวมทั้งเวปกลอนให้วางงานกันอะไรแบบนั้น ..
(หรือผมจะเดาผิด .. ?)

สมัยนี้สร้างกลุ่มกันบน facebook เลยครับ ..
สารพัดกลุ่ม .. เขียนแลกเปลี่ยนความเห็นกัน
สนุกสนาน ..

แอบส่อง facebook ลูกๆกันไหมนะ ? 555







คุณทิพย์ ...
ตามสบายเลยครับ จะคุย เล่า เรื่องลูกสาวได้
ตลอดเวลา ไม่ต้องเกรงใจใดๆ .. ผมเข้าใจ
ความเป็นแม่ของลูกสาวโทนได้ดี .. เพราะ
เราคงไม่ต่างกันนัก ..

การปล่อยให้เขาจัดการอะไรด้วยตัวเองได้แบบนี้
ผมมองเห็นแต่ข้อดี ไม่มีข้อเสียเลย ..

"แนะนำ" แต่อย่า "ชี้นำ" นะในความเห็นของผม
ทั้งเรื่องเรียน
ทั้งเรื่องตามธรรมชาติแห่งวัยคือเพศตรงข้าม

และแม้จะไม่เห็นด้วยนักกับที่เขาคิด แต่ถ้า
ดูแล้วมันไม่มีความเสียหายร้ายแรงอะไรต่อตัวเขา
ก็ต้องถือเป็นเพียง "ความเห็นที่ต่างกัน"
และปล่อยให้เขาใช้ความคิดเขาเอง ..


 

โดย: สดายุ... 4 ธันวาคม 2560 18:38:18 น.  

 

พี่เอื้อยคะ

ทิพย์ดีใจและอบอุ่นทุกครั้งที่เห็นพี่มาพูดคุยที่นี่ค่ะ ไม่เคยเห็นหน้า เห็นแต่ตัวหนังสือ ทิพย์ก็รู้สึกได้ถึงความจริงใจที่พี่มีกับทิพย์

ผิดกับบางคนที่ทิพย์คาดหวังว่าจะเป็นคนมีอัธยาศัยดี กลับรังเกียจเดียดฉันท์โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าเกลียดทิพย์เรื่องอะไร มึนงงที่สุดค่ะ ไม่คิดว่าคนแบบนี้ก็มีด้วย เขาอาจจะดูถูกทิพย์ว่า ความรู้น้อยก็ได้

แต่ในชีวิตความเป็นจริง ทิพย์มีแต่ความสุขสบายไม่ต้องตะเกียกตะกายไปหากินไกลค่ะ
พี่เอื้อยเป็นคนตรงไปตรงมาดี ถึงจะโผงผางไปบ้าง แต่ทิพย์ก็รักพี่ค่ะ

คุณสดายุคะ

ถ้าคุยเรื่องลูกสาวได้ เราคงคุยกันได้ยาวนะคะ ทิพย์รักลูกมากค่ะ ลูกสาวคนเดียวยิ่งโตทิพย์ก็ยิ่งเหมือนมีเพื่อน นางทดแทนความรักของป่ะป๊าที่หายไปได้จนหมดสิ้น

อะไรที่ป๊าเขาเคยทำให้ทิพย์ นางพยายามทำให้ทั้งหมด ไม่ว่าจะส่งของ คุมคนงาน ขับรถ เคลียร์ลูกค้า ในวัยเพียงแค่15 นางเริ่มคล่องเรื่องธุรกิจในบ้านแล้วค่ะ

ทิพย์คิดว่าถึงแม้นางจะไม่เรียนต่อ สานธุรกิจในครอบครัว
นางก็อยู่รอดแล้วค่ะ แต่ทิพย์ต้องการให้ลูกเรียนเพื่อจะได้มีความรู้ทันผู้คนอื่นเขา เห็นโลกในมุมกว้างกว่าที่เป็นอยู่ ทิพย์สนับสนุนเขาทุกเรื่องค่ะ

ส่วนเรื่องการชี้นำลูกนั้น มีน้อยมาก ลูกสาวทิพย์เขาจะเก่งกว่าทิพย์ ติดนิสัยความรอบคอบ มีระเบียบวินัย รับผิดชอบ มาจากป๊าเขาเยอะ จึงไม่มีอะไรน่าห่วงค่ะ

นางเองกลับห่วงทิพย์กลัวจะถูกใครหลอกในโลกโซเชี่ยล ทิพย์เล่าให้นางฟังว่า มี้ถูกคนรังเกียจ นางขำกลิ้ง แล้วถามทิพย์ว่า เขาเคยเห็นหน้ามี้เหรอ หรือมี้ไปตบหน้าเขามา ทิพย์บอกว่าเปล่า นางบอกกับทิพย์ว่า ถ้ามี้เอาใจไปใส่กับคนในโลกโซเชี่ยล ยิ่งไม่เห็นตัวตน เหมือนมี้เอาใจไปฝากไว้กับสายลม แสงแดด

นางสนับสนุนให้เล่นเฟส ไลน์ ทวิสเตอร์ IG ในกลุ่มเพื่อน ญาติ และลูกค้า แต่ทิพย์กลับไม่ชอบ มันวุ่นวาย ชอบอ่านอะไรในบล็อกแก้งค์ กับ พันทิปมากกว่าค่ะ นางบอกว่าบล็อกมีแต่คนแก่ๆเขาเล่นกัน คงจะจริงอย่างนางว่า 555

อุ๊ยตาย! เล่าเพลินไปหน่อย มากไปเปล่า ขอโทษค่ะคุณสดายุ

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.241.155 5 ธันวาคม 2560 6:23:54 น.  

 



คุณทิพย์ ..
บล็อกแก๊ง กับ พันทิป ผมว่าแคบไปและส่วนใหญ่
ที่ได้อ่านจะเป็น "ความเห็น" มากกว่า "ความรู้" ครับ

ไลน์ เหมาะกับเพื่อนๆ ที่เป็นกลุ่ม เป็นรุ่น เช่น
เพื่อนประถม เพื่อนมัธยม เพื่อนในที่ทำงานเดียวกัน

ส่วนเฟสบุ๊คจะค่อนข้างหลากหลาย ทั้งข่าวสาร
ทั้งบทความ ของระดับสำนักพิมพ์ทั่วโลก รวมทั้ง
ของไทยเอง

ส่วนทวิตเตอร์ คนไทยจะเล่นกันน้อยกว่าฝรั่งเพราะ
ถูกจำกัดตัวอักษรมากไปหน่อย

ทีนี้ ไลน์ กับ เฟสบุ๊ค มันลิงค์มาลงมือถือได้
จึงเป็นที่นิยม ..

เด็กวัยรุ่นจะรู้เรื่องพวกนี้ดีกว่ารุ่นแม่เฒ่าครับ 55
การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆจึงต้องเริ่มในวัยเด็กเสมอไป
อันเป็นเรื่องปกติทางธรรมชาติ

ธุรกรรมหลายอย่าง จะเพิ่มมากขึ้นบนสื่อออนไลน์
การสั่งซื้อสินค้า การจ่ายเงินผ่านการโอนทางมือถือ
จะทำให้ชีวิตสะดวกสบาย ขณะเดียวกันตัดตอน
พ่อค้าคนกลางออกไป ..

ผมเองสั่งซื้อของสารพัดทางออนไลน์ สะดวกสบายมาก
แม้กระทั่งเครื่องหนังจากเมืองนอกโดยตรง

โลกเปลี่ยนไปแล้วครับ -
เราต้องพยายามเรียนรู้ให้ทันมัน

 

โดย: สดายุ... 6 ธันวาคม 2560 10:28:22 น.  

 

น้องทิพย์ที่รัก..

คำว่า..คน..มีหลายประเภท หนึ่งในนั้น ที่น้องเจอ
ก็เป็นเรื่องธรรมดา พี่เอื้อยอยากแนะนำว่า

อย่าจริงจังอะไรไร้สาระ
แค่พบปะผิวเผินอย่าเพลินหลง
จิตตั้งมั่นเพียรเฝ้าอย่าเข้าดง
ปล่อยปลดปลงลงได้ใจเสรี


ท่านเจ้าของบ้าน..

แม่เอื้อยก็ผ่านวัยสาวมาพอสมควร ยุคนั้นสิ่งวิเศษที่สุดคงหนีไม่พ้นวิทยุทรานซิสเตอร์
แต่วัยปัจจุบันเครื่องไอที รอบตัวแม่เอื้อยมากมาย มีแต่คนใช้แทนให้ทั้งนั้นค่ะ

 

โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 9 ธันวาคม 2560 17:00:38 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่เอื้อย

พี่เก่งมากนะคะ คิดอะไรก็เป็นกลอนไปได้หมด
ทิพย์ก็อยากแต่งกลอนเก่งแบบคุณสดายุและพี่
แต่ไม่มีพรสวรรค์และปัญญาในด้านนี้เลย ลองหลายครั้งแล้วค่ะ มาอ่านของพวกพี่ๆจะง่ายและมีความสุขมากกว่านะคะ อิๆๆ

สวัสดีค่ะคุณสดายุ

ทิพย์ก็เรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่จากลูกสาวค่ะ
นางพยายามสอนทุกอย่าง มันสะดวกสบายอย่างที่คุณบอกจริงค่ะ แต่ทิพย์จะรับรู้ได้เร็วบางเรื่อง แต่บางเรื่องสมองก็รับไม่ค่อยได้ ต้องค่อยๆศึกษาไปค่ะ

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.241.133 11 ธันวาคม 2560 7:10:44 น.  

 



แม่เอื้อย .. คุณทิพย์ ..

เราคงเลี่ยงไม่พ้นกับประดิษฐกรรมใหม่ๆ ..
การเรียนรู้ได้รวดเร็วอยู่ในวัย 10-25 ปี
ส่วนที่เกินมา ยิ่งเกินวัยมามากเท่าไร
ก็ยิ่งช้าตามธรรมชาติที่ถูกกำหนดมา ..

ค่อยๆเรียนรู้กันไป .. ไม่ต้องรีบร้อน
55

 

โดย: สดายุ... 22 ธันวาคม 2560 20:30:20 น.  

 

คุณสดายุ น้องทิพย์

Phone Drone มาทักทายเมื่อไร
เราคงมีเรื่องคุยกันอีกเยอะนะคะ คริๆๆ

 

โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 24 ธันวาคม 2560 9:59:58 น.  

 



แม่เอื้อย .. คุณทิพย์

ปีใหม่ไปเที่ยวไหนกันครับ

 

โดย: สดายุ... 29 ธันวาคม 2560 21:31:58 น.  

 




ไร้ผลงานทุกส่วนที่ควรยก
เห็นเพียง-หมกเม็ดแถ .. ตอแหลลั่น
จนกระจาย-รวยกระจุก .. พร้อมทุกข์ทัณฑ์
ปลอกคอ-โซ่ .. กระชากฝันให้อันตรธาน

เมื่อสามารถควรมี .. มาหนีหาย
ย่อมทั้งนายทั้งบ่าวถูกกล่าวขาน
ให้ผู้คนจดจำเป็นตำนาน
การล้างผลาญงี่เง่าของเผ่าไทย

 

โดย: สดายุ... 29 ธันวาคม 2560 22:11:35 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่เอื้อย

พี่ทันสมัยกว่าทิพย์อีกนะคะ ทิพย์ไม่รู้หรอกว่าที่พี่พูดถึง
Phone Drone คืออะไร ต้องไปถามลูกสาวค่ะ
พอนางบอกจึงได้ถึงบางอ้อค่ะ

นางอธิบายจบ ตบท้ายกระเซ้าทิพย์ด้วยว่า ถ้ามีแล้ว หม่ามี้จะซื้อให้เป็นของเล่นชิ้นใหม่ของหนูหรือเปล่า ฟังแล้วมีเงิบค่ะพี่เอื้อย 555



สวัสดีค่ะคุณสดายุ

ทิพย์กับลูกไปเที่ยวเขาใหญ่มาก่อนแล้วค่ะ ช่วงปีใหม่รถเยอะ ลูกสาวเพิ่งขับรถใหม่ๆ จึงไม่อยากให้ขับช่วงเทศกาลค่ะ หลังปีใหม่มีโครงการจะไปภูทับเบิกต่อค่ะ
ปีใหม่คุณสดายุไปเที่ยวไหนกับลูกสาวค่ะ

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.243.243 30 ธันวาคม 2560 6:07:30 น.  

 



ถนนคนเดินท่าแพ เชียงใหม่ครับคุณทิพย์
ส่วนลูกสาวไปญี่ปุ่น

 

โดย: สดายุ... 31 ธันวาคม 2560 8:41:46 น.  

 

คุณสดายุ...น้องทิพย์

ปีใหม่นี้พักผ่อนเฝ้าบ้านไปก่อน ช่วงพักร้อนเดือนเมษาจะไปสวิสค่ะ

และขอสวัสดีปีใหม่ ขอให้มีความสุข ร่ำรวย แข็งแรง กันทั้งสองคนนะคะ

 

โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 1 มกราคม 2561 13:51:19 น.  

 

พี่เอื้อยคะ

ทิพย์มารับพรจากพี่ และขอให้พี่ได้รับพรนั้นเช่นกัน
ร่ำรวยไม่ต้องมากก็ได้ แต่ขอให้ลูกดี มีความสุขเช่นนี้
ตลอดไปก็พอใจแล้วค่ะ

พี่เอื้อยไม่ชอบเที่ยวในไทยหรือค่ะ ไปสวิสค่าใช้จ่ายคงเยอะ เมื่อก่อนสมัยสามีทิพย์ยังอยู่ แกจะไปดูงานเกี่ยวกับ
เครื่องยนต์ที่เยอรมันปีละครั้งอยู่เป็นอาทิตย์ แต่ละครั้งหมดโขทีเดียวค่ะ

พักอยู่กับบ้านก็สบายไม่เหนื่อย ไม่วุ่นวายดีนะคะพี่เอื้อย

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.244.131 2 มกราคม 2561 6:51:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !

O เสียงไก่ขันแว่วฝ่าอุษาสมัย
บอกจันทร์ให้งำรอยแล้วถอยหลบ
เพื่อเปิดฟ้าแรกวันให้ครันครบ-
การบรรจบรูปธรรมแสนอำพน
O ลมหนาวพลิ้วผ่านอยู่แต่ตรู่สาง
หมอกก็คลี่ม่านพรางทั่วทางถนน
หนาวเนื้อตัว, หนาวในหัวใจคน-
นั้น-หนาวจนถวิลอุ่น .. ไว้หนุนทรวง
O เม็ดน้ำค้างวางหยาด .. เรียงหยาดรับ-
การทอดทับแต้มแต่งด้วยแสงสรวง
จึงเห็นรูปเพชรพลอย .. นั้นลอยดวง-
พร้อมรูปหวงพร่างแพร้วในแววตา
O แววระยับวามช่วง .. ในดวงเนตร
ค่อยเผยเลศนัยเผดียง บอกเดียงสา
ทั้งพฤติ, รูปนาม .. ย่อมล่ามอา-
รมณ์ .. ผู้อุปาทานขับ แนบกับใจ
O มุขมณีน้ำระยับ .. ย่อมจับจิต-
ผู้เพ่งพิศ-อภิรมย์, ฤาข่มไหว
เห็นแต่เพียรจับจ้องหมายมองไป
เสพรูปนามเพ็ญพิไล .. หวัง-ไขว่คว้า
O เห็นงามก็ว่างามไปตามเห็น
กับแฝงเร้นกรณีทุกทีท่า
ดั่งดวงแก้วเหลื่อมประกายต่อสายตา
เพื่อร่ำรอเสน่หาจากตาชาย
O เห็นงามคุกคามฝ่า .. แววตาสบ
ย่อมบรรจบลุกลามเป็นความหมาย
ถวิลแต่คุณค่าอันพร่าพราย
ที่โชนฉายแววมณีเป็นสีเดียว
O ทุกพื้นเหลี่ยมมุมรัตน์ .. จำรัสแสง
เหลื่อมสำแดงรูปรอยให้พลอยเหลียว
ผ่านแววตาแฝงเร้น .. ราวเส้นเกลียว-
เคลื่อนเส้นเข้ารัดเหนี่ยว .. พันเกี่ยวใจ
O แล้วม้วนเส้นม้วนปลายเก็บปลายเงื่อน
จนสุดเคลื่อนสุดคลาย .. ต้น-ปลาย .. ไหว
เพื่อเสพรับอุ่นอายจากภายใน-
อุ่นอาลัยให้ระรุม .. คอยสุมลน
O แต่บรรจบก็ลุกลามเป็นความหมาย
แววตาคล้ายจำนรรจ์นับพันหน
กระนั้นแล้ว .. หวั่นไหว .. และใจคน
จักหลุดพ้นพรากได้เยี่ยงไรกัน
O เห็นมณีน้ำระยับงามจับจิต
ย่อมต้องคิดหมายปอง ตระกองขวัญ
เพื่อยึดโยงปักปลูกความผูกพัน
ไปชั่วกัปชั่วกัลป์พุทธันดร
O คะเนนึกคะนึงอยู่แต่ตรู่สาง
ที่แววอางขนางเห็นเกินเร้นซ่อน
ที่แสงในแววตาผู้อาทร
สบ-เว้าวอน .. เพรียกถวิลเพรียกจินตนา
O คะเนนึกคะนึงอยู่ไม่รู้สิ้น
เปลี่ยวเหงาย่อมพังภินท์จนสิ้นท่า
เมื่อแสงวามผ่องแผ้วในแววตา
เผยต่อหน้าพาโลกพ้นโศกซม
O แววมณีงามเพ็ญ .. เมื่อเต้นตอบ-
โลกโดยรอบเคยระยับก็ลับ .. ล่ม
เหลือเพียงงามเบื้องหน้าให้ปรารมภ์
รอขับข่มทุกมณี ในที่นั้น
O เม็ดน้ำค้างทุกหยาด .. บำราศแล้ว
เหลือเพียงแก้วมณีพราย .. ยังส่ายสั่น
ครองภาวะโชนช่วง .. เมื่อดวงวัน-
ราวจักบรรลัยล่วง ด้วยดวงตา !









New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.