Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
29 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 

O กลางฝุ่นฝน .. O







เขมรไทรโยค-เปียโน


-1-
O คือ-ภาพความใฝ่ฝัน .. ของวันผ่าน
ยังคงกล่อมวิญญาณให้หวานหอม
คืออ่อนโยนล้อถวิลจนยินยอม-
ร่วมหล่อหลอมคำนึง .. ติดตรึงใจ
O คือ-ภาพแสนงดงามในความคิด
เมื่อใกล้ชิดเมื่อนั้น-ความสั่นไหว-
แห่งตัวตนอัตตาต้องลาไกล
เหนี่ยวอาลัยเผยตอน .. กลับย้อนคืน
O แต่ละครั้งแต่ละคราวยามหนาวสั่น
ห้อมห่มขวัญดวงสุดาเข้าฝ่าฝืน
อบอุ่นรอยสัมพันธ์ผ่านวันคืน
เอาเข้าขืนขัดหนาวให้ร้าวรอน
O นึก-ตักนิ่มเนื้ออุ่นให้หนุนอิง
พาดตัวกลิ้งเกลือกแม้นว่า .. แทนหมอน
แล้วสดับความกล่าวแผ่วเว้าวอน
เพื่อ-สุมซ้อนเสน่หาสู่อารมณ์
O ว่า-ครั้งหนึ่งครั้งนั้นเมื่อขวัญเจ้า-
เผยรูปเงาผ่านสู่ .. ให้รู้สม
ครั้งแล้วและครั้งเล่ารอเฝ้าชม
ย่อมปรารมภ์นัยถ้อยที่คอยรอ
O วันแล้วและวันเล่าใฝ่เฝ้าอยู่
หวังนัยชู้แทรกทรวง .. เฝ้าบวงขอ
เพื่อแววตายามชม้าย .. จักฉายทอ-
เลศนัยล้อแรงถวิลให้ดิ้นรน
O อาลัยด้วยรูปนาม .. แม้น-ยามหนึ่ง-
คิดหน่วงรอบหวานซึ้งสักครึ่งหน
ยังดูคล้ายยุ่งยากลำบากจน-
ผ่านหลุดพ้นจำพราก .. แสนยากเย็น
O ทุกช่วงสบแววตา, ที่บ่าเชี่ยว-
คือ-อาวรณ์กราดเกรี้ยว .. โหมเคี่ยวเข็ญ
ละห้อยหาถวิลชู้ .. ราวอยู่เป็น-
ทัณฑ์บีบเค้นแฝงอยู่ให้รู้รส
O รอเถิด .. รูปพิไล-รอไขว่คว้า
เมื่อกุมกอปรคุณค่า .. เผย-ปรากฎ
ยกความหวานหอมล้ำ .. เทียบคำพจน์
รอ จ-รด .. รูป, จริต-ให้ติดคา
O รูปนามเอย .. อ่อนโยนเมื่อโผนผก
วงแขน, อกอุ่นพร้อมจักน้อมหา
เมื่อสนิทในฝันนะขวัญตา
แรงฉันทาจักล้อมเข้ากล่อมใจ
O รูปเอย .. รูปแถนถ้วนแดนฟ้า
โปรดช่วยมารายล้อม .. เห่กล่อมให้-
ผู้รื่นในนิทรา .. รับอาลัย-
ตรึงฝันใฝ่แทรกทั่วทั้งตัวตน
O คือภาพความใฝ่ฝัน .. ตราบวันนี้
แต่ละครั้งแต่ละที .. หรือกี่หน-
จักยังเพรียกแรงถวิลให้ดิ้นรน
พาใจคนละห้อยเห็น .. ไม่เว้นวาง !

-2-
O เยี่ยงดาว .. แสงกระพริบอยู่ลิบพู้น
เรื้องจำรูญรุมเร้าจนเข้าสาง
เผยช่วงแสนงดงามในท่ามกลาง-
เวิ้งฟ้ากว้างรองรับ .. ความวับวาว
O รุ่งเรื้องเริงผกาย .. รำบายสู่
ให้โลกรู้รอบพิมลกลางหนหาว
เช่นน้ำใจหนุนเนื่องต่อเรื่องราว
ย่อมคู่ควรคำกล่าวทุกคราวไป
O งามผกายดาวเรื่อ .. อยู่เหนือฟ้า
ฤๅเท่างามเบื้องหน้า .. เมื่อปราศัย
เพียงจะหลอมโลกต่ำด้วยน้ำใจ
หนุนส่งให้คุณค่า .. แนบปรารมภ์
O ระยิบเอย .. แววตาใต้ฟ้าต่ำ
คอยแต่น้ำใจหลั่ง .. เข้าสั่งสม
เพื่อเสพแสงเรื้องสล้างที่พร่างพรม-
ลงห้อมห่มจิตไว้ .. ด้วยไมตรี
O ค่ำคืนฝันยาวนาน .. แห่งกาลก่อน
เหมือนกลับย้อนแจ่มจ้า .. ด้วยราศี-
รูปนามผู้-เร้าถวิลให้ยินดี-
ต่อความ .. มี .. เป็น .. อยู่ .. อันคู่ควร
O เปล่งผกาย .. สำหรับให้นับเนื่อง
ก่อนรุ่งเรื้องดวงตะวันจะทันหวน
แว่วคล้ายเสียงนกค่ำ .. นั้นคร่ำครวญ
เมื่อคล้ายส่วนเสี้ยวใจ .. เริ่มไหวตัว
O ในคาบยามรัตติภพ .. พระลบล้อม
คล้ายเพียบพร้อมแสงระยับ .. พริ้มพรับ-ยั่ว
เมื่องดงามปลาบปน .. ด้วยหม่นมัว
งามถ้วนทั่ว .. ก็ผุดเผยให้เงยมอง
O สู่คาบยามรัตติภพ .. คำรบนี้
เช่นลมวีวาดโบก .. โลมโลกผอง
อำรุงรื่นรมย์สรรพ .. ให้จับจอง-
ความผุดผ่องเบื้องหน้า .. ต่อตาชาย
O จนดาว .. ลอยดวงในทรวงหนึ่ง
เนตรหวานซึ้งวับวามด้วยความหมาย
แผ่วผ่านด้วยศัพท์เสียงความเอียงอาย-
ค่อย-รำบายให้สดับ .. รู้-รับรอง
O ดูเถิด .. ดาวโรจน์เรื้อง ที่เบื้องหน้า-
งาม, แจ่มจ้า .. สำทับให้จับจ้อง
ชั่วพริ้มพรับรับตอบ .. ก็ครอบครอง-
ใจทุกห้องให้สุดสิ้นการดิ้นรน !




 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2556
9 comments
Last Update : 4 พฤษภาคม 2562 7:42:45 น.
Counter : 1865 Pageviews.

 

สวัสดีค่ะ
ไพเราะเหมือนเดิมและเบลล่าก็สวยด้วยค่ะ

 

โดย: แสงสว่าง IP: 49.231.118.12 29 กรกฎาคม 2556 23:51:15 น.  

 



ดายุ..

ครั้งนี้ยากจัง..
มีความรู้สึกเสมือนมีภาพหลายภาพมาซ้อนกัน..
แล้วมีดาวจรัสแสงแจ่มจ้า..
แล้ว..กวี..ก็ใจง่ายยกหัวใจให้ไปหมดทุกห้อง !
เพียงแค่"ชั่วพริ้มพรับรับตอบ .. ก็ครอบครอง-"

เป็นมินตรานะ จะ"พริ้มพรับรับตอบ" วันละสามเวลา
เช้า เที่ยง เย็น ตามใบสั่งแพทย์ ก่อนและหลังอาหาร 555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.213.166 30 กรกฎาคม 2556 3:19:28 น.  

 

กลอนชวนเคลิ้ม นางแบบสวยชวนมอง

 

โดย: กึ่ม IP: 37.228.106.138 30 กรกฎาคม 2556 6:39:20 น.  

 

กลางฝุ่นฝนใจคนยังวนคิด
ราวต้องฤทธิ์สเน่หาที่บ่าไหล
ทั้งดวงหน้า,แววตา ฟ้องความนัย
ล้น-อาวรณ์อาลัย..ที่..รับรู้

ตรึง-ภาพฝันงดงามในยามผ่าน
ปล่อย-ถวิลอ่อนหวานให้ซ่านสู่
อุ่น-อาวรณ์อาลัยที่ไหลพรู
เสพ-รับรู้..คุณค่าแห่งปรารมณ์

มาแจมค่ะ

มีความสุข สมหวังในสิ่งดีดีเสมอ
หลายๆบทก่อนๆงามมาก

 

โดย: มาย IP: 202.57.142.233 30 กรกฎาคม 2556 11:27:15 น.  

 

ก็กลัวคนอ่านจะไม่อวบอิ่มไงคุณมินตรา จึงต้องพึ่งนางแบบสวยพริ้มอวบอิ่มพร้อมให้มันสดชื่นหัวใจเอาไว้. ผมว่างจะมาคุยเป็นเพื่อนทั้งจขบ.และคุณมินตรานะขอรับท่าน

 

โดย: ชากังราว IP: 27.55.168.151 30 กรกฎาคม 2556 13:25:35 น.  

 


แสงสว่าง

สวัสดีครับ ..
กลอนนารีปราโมชเขียนเพื่อความสวยงามแบบ เบลลา ราณี นี่เลย ..

ขอให้มีความสุขกับงานที่ทำครับ





มินตรา..
สวยแบบรูปข้างบนนี้ .. ถึงจะเขียนนารีปราโมชได้ลื่นไหล

เนื่องจากจินตนาการนั้นเป็นรื่องของอารมณ์ที่เป็นเรื่องนามธรรม
และรูปนามที่สวยงามเป็นรูปธรรมที่สามารถสัมผัสด้วยสายตาจึงจะรับรู้ว่า"ถูกจริต"แค่ไหน หรือไม่

เมื่อนามธรรมคล้อยตามรูปธรรมได้อย่างสอดรับกันอย่างไร้รอยต่อ .. นั่นจึงจะเป็นบทนารีปราโมชที่เป็นอย่างที่ใจต้องการ

คนส่วนมากไม่เข้าใจเรื่องราวพวกนี้ ..





กึ๋ม
ครับ ดาราคนนี้สวยมาก





ชากังราว
เบลลา ราณี รูปหน้าสวยได้ใจคนเขียน แต่สำหรับรูปร่างผมนิยมรูปทรงแบบสูงเพรียวมากกว่าอวบอิ่ม .. จึงยังไม่สมบูรณ์แบบนัก

สำหรับผม รูปร่างสำคัญกว่าใบหน้าครับ






มาย
ข้อสันนิษฐานที่ว่ากำลังพูดคุยอยู่กับครูบาอาจารย์ด้านภาษาอังกฤษของผมเริ่มเขว .. เมื่อเห็นกลอนที่เขียนทิ้งไว้

ที่หน้า education ผมว่าการใช้ภาษาอังกฤษได้ดีขนาดนั้น ผมไม่ค่อยผ่านตาบ่อยนัก .. หวังว่าจะเป็นคนเดียวกัน

ยินดีครับที่เห็นกลอนมาวางแลกเปลี่ยน ไม่เอาแต่อ่านข้างเดียว .. เหมือน "บางคน" 55




 

โดย: สดายุ... 30 กรกฎาคม 2556 20:23:26 น.  

 



ชากังราว ใช่ไหม ที่เป็น"บางคน"ที่ เอาแต่อ่านข้างเดียว ฮึ ฮึ

แล้วเห็นไหมว่ายังไปก่อเหตุ ให้ใครออกมาประกาศว่า...
"แต่สำหรับรูปร่างผมนิยมรูปทรงแบบสูงเพรียวมากกว่าอวบอิ่ม .. จึงยังไม่สมบูรณ์แบบนัก"

ทำเอาสาวสาวนักอ่านกลอนเดือดร้อน ต้องไปลดความอ้วนเอาใจคนแต่งกลอนอีก...เฮ้อ...ชากังราว นะ ชากังราว !

ชากังราว แปลว่าอะไรเอ่ย..คะ..(แม่บอกว่าเวลาพูดจาต้องมีหางเสียงหน่อยค่ะ)

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 84.179.111.252 31 กรกฎาคม 2556 1:17:12 น.  

 

สะใภ้เยอรมัน

เมื่อวานได้มีโอกาสคุยกับคนฝรั่งเศส 2 คนที่ไปทำมาหากินเมืองจีน เห็นว่าคนฝรั่งไม่ค่อยชอบใจการเป็นยูโรนัก .. ที่เยอรมันเป็นอย่างไร

การรวมกันทางเศรษฐกิจแบบนี้ พวก division 1 อย่าง เยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส ได้หรือเสีย ขอรับ ?



 

โดย: สดายุ... 31 กรกฎาคม 2556 7:02:40 น.  

 


ดายุ...

ฝรั่งที่"ไม่ค่อยชอบใจการเป็นยูโรนัก"น่าจะเป็นฝรั่งเยอรมันนะ

เพราะต้องนำเงินของประเทศ ไปอุ้มภาวะเศรษฐกิจของประเทศเกษตรกรรมทางยุโรปตอนใต้
หรือแม้นแต่ฝรั่งเศสก็ได้ประโยชน์(เงินช่วยเหลือ)จากการเกษตรกรรมมากทีเดียว..

แต่รัฐบาลเยอรมันพยายามบอกคนเยอรมันว่า..
เราจะรวยอยู่คนเดียวมีชีวิตที่ดีอยู่คนเดียวโดยเพื่อนบ้านรอบรอบตนยังมีสภาพชีวิตที่แย่กว่าเรานั้น
คือ"ความไม่ปลอดภัย"ในชีวิตและทรัพย์สมบัติของเรา..

คนเยอรมันก็เลยก้มหน้าก้มตา จ่ายเงินซื้อผลิตผลทางการเกษตรไปในทุกครั้งที่ต้องการเสนอข้อตกลงร่วมกันในนโยบาย เพื่อ"ซื้อเสียง"โหวตไปซะทุกที!
จนเคยมีรัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมันท่านหนึ่งเคยบ่นว่า ต้องสั่งที่บ้านไม่ให้ทำอาหารด้วยปลาคาเบลเยา(Kabeljau )จากประเทศในแถบทะเลเหนือ !
เพราะทนฟังแม้นแต่ชื่อก็ไม่ไหวแล้ว(ผลจากการประชุมข้อตกลงในยุโรป) 555

ผลของความอดทนในการรวมสหภาพยุโรปของเยอรมัน..
แม้นจะเสียเงินไปมากมาย แต่ขณะนี้ มั่นคงมากพอที่จะส่งผลให้ สหประชาชาติมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้นจากการหนุนของอียู...
คุ้มไหมล่ะคะ



 

โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.97.71 31 กรกฎาคม 2556 14:55:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.