Group Blog
 
<<
มีนาคม 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 มีนาคม 2557
 
All Blogs
 

O หอมเสน่หา .. O








เพลง .. SongFromASecretGarden


O รูปเอยแต่เผยหน้า .. ราวว่าเพื่อ-
ผ่านงามเอื้องามให้ .. อกใจถวิล
ความหวังเคยล้าโรยเริ่มโบยบิน
กรรทบผ่านเจตจินต์ .. ให้ยินดี
O กระเพื่อมนั้น-อกใจของใครหนึ่ง
ทำเอาถึงเหม่อวูบ-ถึงรูปที่-
ค้างอยู่ในแววตา .. พร้อมท่าที-
เผยความมี .. ความเป็น .. ให้เห็นงาม
O งามหนักเมื่อแสงระยับ .. ใกล้ดับล่วง
งามทุกช่วงสรวลโศกแห่งโลกสาม
งามเนตรกอปรเลศนัย .. เมื่อไหววาม-
ย่อมวาบแววคุกคาม .. เกินห้ามใจ
O สุดเส้นสายปลายแสง .. แต้มแต่งโลก
ลมบ่ายโบกพลิ้วอ้อน - คนอ่อนไหว
สิ้นลำแสงสุดท้าย .. เมื่อสายใย-
โอบรัดให้ .. คะนึงหา-เริ่มท่าที
O ฟ้าหม่นมัวทั่วแล้ว .. นะแก้วเจ้า
จะห่างเล้าโลมสิ้น .. ทั้งกลิ่นสี
สุมาลย์ช่อจะรอท่า .. ทั้งราตรี-
รอสุรีย์ .. พร่างพร้อยขึ้นลอยดวง
O ลับแล้วรูปรอยร่าง .. สรรพางค์เนื้อ
ลับเพียงเพื่อให้คอย .. ละห้อยหวง
ผ่านมาให้สุรภพบรรจบ-ทรวง
ผูกเงื่อนบ่วงเยื่อใย .. สืบไมตรี
O ลมค่ำดึกผ่านละลอกโลมดอกแก้ว
ก็หอมแล้วรสประทิ่น .. ทั่วถิ่นที่
ผู้อบหอมร่ำรินด้วยยินดี-
ฤๅจะมีที่ทางให้ร้างลา
O เหมือนว่าถูกกุมกัก .. รอนศักดิ์-สิทธิ์
เมื่อแต่คิดเฝ้าคอย .. ละห้อยหา
ฤๅเวทย์มนต์เจ้านั้น .. คอยบัญชา-
ตรึงติดรูปละม่อมหน้า .. สู่ตาคน
O แว่วเสียงนกพร้องพร่ำกลางค่ำนั้น
เมื่อ-อกพร้องจำนรรจ์เป็นพันหน
เพื่อตามตอบเนตรชม้าย .. ที่ว่าย-วน-
ว่ายอยู่บนอาลัยแห่งใจชาย
O บนฟ้า .. เหลือโค้งเรียว .. ส่วนเสี้ยวแข
บนโลกต่ำเหลือแค่ .. ผู้แพ้พ่าย-
แพ้หมดสิ้นถ้วนใน .. หัวใจ-กาย
ต่อชม้ายเนตรชม้อย .. จน-คอยรอ
O รูปเอย .. แต่เผยรอยให้คอยห่วง
พรเทพไท้ทั่วสรวง .. เฝ้าบวงขอ-
ผ่านฤทธิ์แต่งความหมายให้ฉายทอ
เพื่ออกใครเคลิ้มคลอ .. ร่วมรอเคียง
O ดูเถิด .. รูปเอวองค์ที่ตรงหน้า
จากสบตาแรงถวิล .. หรือสิ้นเสียง
ยังคงเต้นระทึกย้ำ รัวสำเนียง-
ว่าสุดเลี่ยงเสน่หา .. แรงอาวรณ์
O ดูเถิด .. รูปเอวองค์ที่ตรงหน้า
จำนรรจาพร่ำพลอด .. แสนออดอ้อน
ภาพ-แก้มอิ่มปากเจ้า .. พูดเว้าวอน
จนมอดมรณ์ชาติภพ .. อาจ-ลบฤๅ ?
O จนคาบยามดาวเดือน .. ลอยเกลื่อนสรวง
แววในดวงตาชม้อย .. ยังคอยสื่อ-
ส่งเลศนัยปริศนา .. เหมือนว่าคือ-
แทนเรียวมือยื่นรับ .. รอ-จับจูง
O จนคาบยามดาวเดือน .. ค่อยเลือนลับ
เพื่อรอรับแสงช่วงกลางสรวง .. สูง
เมื่อ .. รูปงามผุดผาดแห่งชาติยูง-
เคลื่อนฝ่าฝูง .. มือเรียว-เอื้อมเหนี่ยวรั้ง
O แล้วเสียงความอ่อนหวาน .. เหมือนผ่านแว่ว-
ว่า-หอมแก้วหอมปีบต้องรีบหลั่ง-
จนถ้วนรูปรสประทิ่นนั้นภินท์พัง
ให้อีกหวานหอมประนังรสหลั่งประนอม !





 

Create Date : 08 มีนาคม 2557
4 comments
Last Update : 12 พฤษภาคม 2562 8:08:03 น.
Counter : 1300 Pageviews.

 


สุรภพ...


"ผ่านมาให้สุรภพบรรจบ-ทรวง
ผูกเงื่อนบ่วงเยื่อใย .. สืบไมตรี"

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.34 8 มีนาคม 2557 11:16:50 น.  

 


สดายุ...

"O บนฟ้า .. เหลือโค้งเรียว .. ส่วนเสี้ยวแข
บนโลกต่ำเหลือแค่ .. ผู้แพ้พ่าย-
แพ้หมดสิ้นถ้วนใน .. หัวใจ-กาย
ต่อชม้ายเนตรชม้อย .. จน-คอยรอ"

บนฟ้าที่แบร์ลีน ก้อ"เหลือโค้งเรียว .. ส่วนเสี้ยวแข"
แต่เป็น"แข"ที่รอเดือนจะเพ็ญในอีกไม่กี่วัน นี้..
รอ เพ็ญแข..

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.34 9 มีนาคม 2557 0:45:43 น.  

 

มินตรา ..

ที่จริงหากมองถึงเจตนารมย์แล้ว "แม่เพ็ญ" .. น่าจะมีความคิดมุ่งมั่นเชิงอุดมกาณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมมากกว่า "พ่อแม้ว" มากอยู่

ผมยังไม่เคยเห็นเศรษฐีคนไหนเดินนำหน้าขบวนการปฏิวัติประชาชนมาก่อนเลย ยกเว้น บิล ลาเดน แต่นั่นก็เป็นเรื่องศรัทธามากกว่าเรื่อง รัฐศาสตร์

หากยกเลิก 112 ได้เด็ดขาดแล้ว ความเป็น"นิติรัฐ"ของไทย ถึงมีโอกาสมองเห็น ..

และรู้ไหม .. อะไรจะล้มครืนลง ทันตาเห็นต่อจากนั้น ?

 

โดย: สดายุ... 9 มีนาคม 2557 8:40:39 น.  

 


สดายุ

- พระพุทธเจ้า( Siddhārtha Gautama ประมาณปี 563 BCE - 483 BCE)วรรณะกษัตริย์ ยกเลิกชนชั้น สนับสนุน สิทธิมนุษยชน
- คาร์ล มาร์ค (Karl Heinrich Marx1818 – 1883)มาจากครอบครัวชนชั้นกลางที่มีฐานะ (a wealthy middle-class family) แต่งงานกับ เค้าท์เตส เจนนี่ ฟอน เวสท์ฟัลเลน(Jenny Gräfin von Westphalen) จ้าวจากเยอรมัน
- ฟรีดริค เองเงล (Friedrich Engels 1820 – 1895) เจ้าของโรงงานผลิตฝ้ายมีบริษัททั้งในเยอรมันและอังกฤษ ที่แมนเชสเตอร์ (Manchester) ท่านนี้ ช่วยสนับสนุนคาร์มาร์คตลอดเวลาที่ลี้ภัยในอังกฤษ อยู่ในนักศึกษากลุ่มเดียวกับ พระองค์เจ้ารังสิต สมัยเรียนที่เมืองไฮเดลแบร์ก (Heidelberg )พร้อมเจ้าฟ้ามหิดล
- เลนิน (Vladimir Ilyich Lenin 1870 – 1924) เป็นลูกของขุนนางรัสเซียเจ้าของที่ดิน ผู้ไม่เคยทำนาเลยเพราะไม่ชอบ แต่สนใจปรัชญาวิชาการ
มารดา Maria Alexandrovna Blankเป็นบารอนเนสชาวเยอรมัน
-พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร (พ.ศ. 2428 - พ.ศ. 2494) พระโอรสองค์เดียวที่มีชีวิตอยู่หลังปฎิวัติ2475 ผู้เสนอราชสมบัติแด่ สายมหิดลเนื่องจากพระสุขภาพไม่ดี สนิทกับ มาร์คและเองเงล มีหม่อมเป็นสตรีเยอรมันลูกสาวเจ้าของโรงเบียร์ในแบร์ลีน(หม่อม เอลีซาเบท ชาร์นแบร์เกอร์; เยอรมัน: Elisabeth Scharnberger) และเป็นพระสหายหลอดเม้าท์แบททั่น (Lord Mountbatten1900 – 1979) ลุงของควีนเอลิซาเบทแห่งอังกฤษ ข้าหลวงใหญ่ ประจำอินเดีย
-ยวาหระลาล เนห์รู (Jawaharlal Nehru 1889 – 1964) "บิดาแห่งประชาธิปไตยของอินเดีย"
-ดร.เชกูวารา (Ernesto "Che" Guevara 1928 – 1967)

ลักษณะเด่นร่วมกันทุกท่านคือ มาจากชนชั้นสูงหรือชั้นกลางผู้มีฐานะแต่เป็นนักคิดนักเขียนนักอ่านและเข้าใจชนชั้นล่าง เยี่ยงคุณจักรภพและคุณทักษิณ(มารดาเป็นจ้าวทางเชียงใหม่)

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.34 10 มีนาคม 2557 10:07:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.