สุขภาวะดี ด้วยวิถีพอเพียง
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2554
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
8 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 

ประวัติศูนย์ค้ำคูณ

สรุปรายละเอียดจากพื้นที่อำเภออุบลรัตน์ นำเสนอสรพ. 28 พฤศจิกายน 2553

1. ศูนย์ค้ำคูณ
ศูนย์ค้ำคูณพัฒนาขึ้นจากความคิดเรื่องประชาคมตำบลที่เสนอโดยศาสตราจารย์
นายแพทย์ประเวศ วะสีว่า หากคนรวมตัวกันในรูปพหุภาคีมาร่วมคิดร่วมเรียนรู้สู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอจนสามารถพัฒนาเกษตรที่พึ่งตนเองได้ จนมีเหลือกินเหลือใช้ ได้แจก ช่วยให้มีเพื่อน เมื่อมีมากพอจนเหลือกินเหลือใช้ได้แจกได้ขาย จะช่วยให้มีเงินจะทำให้มีกินมีเพื่อนและมีเงินเป็นสภาพมั่งมีศรีสุข ของที่เหลือก็นำมาแปรรูปเป็นอุตสาหกรรมชุมชนจะได้กินและใช้ ได้นานยิ่งขึ้น เหลือกิน เหลือใช้เหลือแจกได้ขายในราคาที่ดีขึ้น นอกจากนี้สินค้าเกษตรกรรมและสินค้าแปรรูปที่มีต้นทุนไม่มากก็สามารถนำมาบริหารจัดการเป็นธุรกิจชุมชนใน 2 รูปแบบ รูปแบบแรกรวมกันส่งไปขายและ รูปแบบที่สองคือ หาสิ่งดึงดูดให้คนเข้ามาท่องเที่ยวแล้วมากิน และใช้ในท้องถิ่น เช่น ทำวังปลา สร้างป่าชุมชน สร้างพิพิธภัณฑ์ของชุมชน จะทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้มีรายได้ในชุมชน สามารถอดออมเป็นการเงินการคลังชุมชน ที่สามารถจัดสวัสดิการต่างๆ มากมายแก่คนในชุมชน
ด้วยวิธีคิดดังกล่าวศูนย์ค้ำคูณจึงเกิดขึ้นโดยบุคคลากรสาธารณสุขกลุ่มหนึ่งได้ช่วยกันออกเงินซื้อที่แปลงนี้ไว้ เดิมที่ที่ดินแปลงนี้เป็นไร่มันและไร่อ้อยที่ทำมาแรมปีจนดินเสื่อมสภาพ ถ้า ไม่ใช้ปุ๋ยเรียกว่าเก็บเกี่ยวได้น้อยมาก บุคคลากรสาธารณสุขกลุ่มนี้ซื้อที่แล้วตกลงกันว่าจะปลูกต้นไม้ยืนต้นสร้างบ้านได้และจะบริจาคที่ดินด้านหน้าส่วนหนึ่งให้มูลนิธิฯ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์ ค้ำคูณทำทฤษฎีของศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ให้เป็นจริง
การดำเนินการในช่วงแรกเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะขาดทั้งเงินทุนและความรู้เรื่องเงินทุนมีปัญหาลดลงทันที เมื่อคิดได้ว่าจะทำจากเล็กไปหาใหญ่ ตามกำลังโดยไม่ต้อง รีบร้อนค่อยเป็นค่อยไป ส่วนความรู้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะที่ดินทั้งหมดกว่า 60 ไร่ กลายเป็นทุกข์ทันที เมื่อคิดถึงการเกษตรแผนใหม่ที่ต้องใช้ระบบชลประทาน ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงและยาฆ่าหญ้า มาต่อสู้กับสภาพดินเลว น้ำแล้ง ป่าหมด ในพื้นที่เช่นนี้ การทดลองรูปแบบต่างๆ จึงเกิดขึ้นนับตั้งแต่การ ปลูกมะละกอ ปรากฏว่ามะละกอตายกับที่ ทีแรกเข้าใจว่าเป็นเพราะร้อน คนงานจึงเอาใบมันสำปะหลังมาเป็นร่มให้มะละกอ จากนั้นรดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ย ปรากฏว่ามะละกอตาย เพราะดินแข็งจัดรอบต้นมะละกอ แต่มันสำปะหลังเจริญเติบโตอย่างสวยงาม ในที่สุดความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นช่วยให้ปัญหาการฟื้นฟูสภาพป่าของศูนย์ค้ำคูณหายไปอย่างรวดเร็ว โดยนำหลักการต่างๆ ของภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ โดยเริ่มจากการปลูกพืชพี่เลี้ยง เช่น กล้วยเพราะกล้วยมีใบมากมายไว้ช่วยบังแดดและลมแก่ต้นไม้อื่นๆ ลำต้นของกล้วยมีน้ำมากมายช่วยยืดอายุต้นไม้อื่นๆ ในหน้าแล้ง แถมยังมีปลีกล้วย ให้กินเป็นอาหารและใช้เป็นยาได้ มีใบกล้วยและหยวกกล้วยไว้ใช้งานได้ ไม้ที่คัดเลือกมาปลูกก็ใช้ไม้พื้นเมืองที่โตเร็วและทนโรค ทนแล้ง เช่น สะเดา ขี้เหล็ก ตีนเป็ด ยางนา มะม่วงป่า ประดู่ ต้นแดง ต้นกุง ต้นจิก ต้นมะเหลื่อม ฉำฉา สลับกับไม้ที่อยากปลูก เช่น มะพร้าว มะม่วง กระท้อน ขนุน แล้วใส่ขี้ทุกอย่างลงไป ยกเว้นขี้เกียจให้ตัดออก รวมทั้งหาเพื่อนให้ต้นไม้โดยชวนผู้ติดเชื้อโรคเอดส์มาปลูกสมุนไพรลงข้างต้นไม้ยืนต้น พร้อมทั้งรดน้ำพรวนดินอย่างสม่ำเสมอ ช่วงหลังช่วยกันเติมน้ำหมักชีวภาพสัปดาห์ละครั้ง คนมาดูงานที่ศูนย์ค้ำคูณกลับไปล้วนมีกำลังใจ เพราะขนาดฝีมือผู้ติดเชื้อโรคเอดส์ยังทำให้ศูนย์ค้ำคูณสวยงามขนาดนี้ พวกเขาต้องกลับไปทำให้สุดฝีมือและจะเกิดผลดีขนาดไหนและแน่นอนผลตอบแทนจากงานคือความสุขต้องมีขึ้นอย่างแน่นอน แล้วเงินจะไปไหนเสีย
ศูนย์ค้ำคูณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งต้นไม้ในศูนย์และชื่อเสียงที่สื่อต่างๆ มีเมตตาช่วยกันเสนอออกไป ทั้งนี้เพราะภารกิจของศูนย์ค้ำคูณวางอยู่บนความสุขเป็นตัวตั้ง โดยเชื่อทฤษฎีของท่านพุทธทาสที่ว่า “งานคือความสุข ความสุขคืองาน ถ้าอยากมีความสุขก็จงทำงาน แล้วเงินทองจะไปไหนเสีย” พร้อมด้วยการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลทั้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมอุดมสมบูรณ์ด้วยความรักความเอื้ออาทรต่อกัน คนในศูนย์ค้ำคูณจะไม่ทำร้ายสัตว์ต่างๆ ผู้ติดเชื้อมีอากาศบริสุทธิ์จากร่มเงาของต้นไม้ยืนต้น มีพืชผักปลอดสารเคมีที่ปลูกไว้กิน แพทย์พื้นบ้านมีสมุนไพรไว้อบและประคบผู้ป่วยโดยจัดแปลงแยกส่วนจากแปลงของผู้ติดเชื้อ ได้นวดบำบัด ผู้ที่มีอาการเคล็ด ขัด ยอก ปวดเมื่อยตามตัว รวมทั้งผู้ที่เป็นอัมพาตจนมีอาการดีขึ้นมาหลายท่าน แม่บ้าน ผู้นำเกษตรกร เครือข่ายพระธรรมรักษ์พิทักษ์สิ่งแวดล้อม ชมรมแพทย์พื้นบ้าน อบต.ทุ่งโป่ง เครือข่ายเกษตรกร ชมรม อสม.เครือข่ายมิตรไหม ฝ้ายงาม ชมรมผู้ติดเชื้อ ได้มารวมตัวกัน เพื่อร่วมกันคิด ร่วมกันเรียนรู้และช่วยกันทำเพื่อสร้างธุรกิจชุมชนที่เกื้อหนุนครอบครัวที่อบอุ่นและชุมชนที่เข้มแข็ง สู่อำเภออุบลรัตน์ที่อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันและพัฒนาต่อยอดเป็นอำเภอที่น่าอยู่ที่สุดในโลก
ปัจจุบันศูนย์ค้ำคูณได้นำความรู้ที่มีร่วมกับความรู้ของปราชญ์ชาวบ้านที่ทำวิจัยและพัฒนามาตลอดชีวิต พัฒนาเป็นหลักสูตรต่างๆ ตั้งแต่หลักสูตรดูงาน 1 วัน หลักสูตรวิทยากรกระบวนการเพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่การพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองภาคประชาชน หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกสั้นๆ วปอ.ภาคประชาชน ซึ่งเป็นหลักสูตรพาคนคิดวิเคราะห์ถึงภาพสุดท้ายของความทุกข์ และวิธีดับทุกข์ให้หมดไป พร้อมทั้งวางแผนปฏิบัติระดับปัจเจกและระดับกลุ่ม ผลการดำเนินการที่ผ่านมาในปี 2553 มีผู้มาศึกษาดูงานประมาณ 6,000 คน มีการฝึกอบรมหลักสูตร วปอ.ภาคประชาชนไปแล้ว 178 รุ่น จำนวน 8,750 คน ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรในอำเภอ อุบลรัตน์ได้จำหน่ายแก่ผู้มาดูงานและผู้มารับการฝึกอบรม ช่วยให้มีรายได้จากการทำอาหารปลอดสารเคมีอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์ค้ำคูณได้วางแผนบทบาทตนเองในอนาคตให้เป็นสถาบันฝึกอบรมและหน่วยงานจัดการความรู้และหน่วยงานจัดการเครือข่ายที่เป็นอิสระ เครือข่ายของมหาวิชชาลัยภูมิปัญญาไทอีสานคืนถิ่น โดยเป็นทั้งที่ดูงานและที่ประสานงานของเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านและพหุภาคีภาคอีสาน เป็นที่ให้กำลังใจคนและสร้างความสุขแก่ผู้คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สนใจกิจกรรมที่มีไปอย่างต่อเนื่องคือวารสารค้ำคูณ การคัดเลือกคนมารับรางวัลคนค้ำคนคูณ รวมทั้งการระดมทุนเพื่อให้คนมาร่วมคิดร่วมเรียนรู้การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
ท้ายที่สุด ศูนย์ค้ำคูณจะเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมที่เน้นตัวอย่างการสร้างความสุขจากการมีหลักประกันในชีวิต ความสุขจากการมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ความสุขจากการมีครอบครัวที่อบอุ่น จากชุมชนเข้มแข็ง จากสิ่งแวดล้อมดี จากอิสรภาพ จากความภาคภูมิใจ และจากการอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลทั้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์และมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม























2. แม่นิต หนูพวก
ทำเกษตรผสมผสานกับการลดหนี้ปลดสินสู่คุณภาพชีวิตดี

แม่นิต หนูพวก มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันอายุ 52 ปี ในครอบครัวยากจน ด้วยความเสียสละและช่วยเหลืองานสังคมดี พ่อเกษม สามีแม่นิต จึงได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน และตัวแม่นิต เองก็ได้รับเลือกเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ตำบลนาคำ และทำเกษตรผสมผสาน จนกลายเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่เป็นตัวอย่างของหญิงแกร่งแห่งอำเภออุบลรัตน์ มีความสุขกับการได้แบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้ที่มาศึกษาดูงานและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและพอเพียงกับสิ่งที่สร้างมากับมือ มีเพื่อนทุกวัน มีรายได้ทุกวัน
แม่นิต ได้รู้จักเครือข่ายการเรียนรู้ อำเภออุบลรัตน์ ที่ประสานงานโดยบุคลากรของโรงพยาบาลอุบลรัตน์ในปี2539 แม่นิตได้มีโอกาสเปิดโลกกว้างเห็นบทเรียนชีวิตของบุคคลอื่น ด้วยการศึกษาดูงาน การอบรมเพิ่มพูนความรู้ เริ่มลงมือปลูกทุกอย่างที่กินได้และกินทุกอย่างที่ปลูกโดยสิ่งที่ปลูกมากในขณะนั้นคือกล้วย ประมาณ 50 หน่อ ปลูกพริก ปลูกมะเขือ มีรายได้ทุกวัน ในปี 2542 สามารถมีเงินเก็บ 2,700 บาทจากการขายพืชผักที่ตนเองปลูก ต่อมาเริ่มปลูกไม้ยืนต้น ไม้ใช้สอย ขุดสระเลี้ยงปลา ทำเกษตรผสมผสานครบวงจร สามีเริ่มเห็นดีเห็นงามและลงมือร่วมคิด ร่วมสร้างจนสามารถลดและปลดหนี้สินได้ จากครอบครัวที่อยู่ท้ายบ้านกลายมาเป็นครอบครัวที่เป็นผู้นำหมู่บ้าน สร้างความแข็งแกร่งให้กับทุกชีวิตในครอบครัว ปัจจุบันแม่นิตใช้เวลาทั้งหมดในการบำรุงดูแล เรือกสวน ไร่นาของตนเอง เผยแพร่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้แก่ผู้ที่มาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลาในการสร้างชีวิตใหม่ของครอบครัวแม่นิตหลังจากที่พบทางตันมานาน แม่นิตใช้เวลาร่วม 10 ปี กว่าจะถึงวันนี้ วันที่แม่นิตสามารถยืนอยู่ได้อย่างสง่างาม












3. แม่พุทธ เกตุทองมา
ชีวิตที่เปลี่ยนไปจากการทำเกษตรประณีตหนึ่งไร่

แม่พุทธ เกตุทองมา ปัจจุบันอายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 หมู่ที่ 7 บ้านห้วยทราย ตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เมื่อครั้งสามีเป็นพนักงานการไฟฟ้าเขื่อนอุบลรัตน์ ตนเองก็อยู่บ้านเลี้ยงลูก ซื้ออยู่ ซื้อกิน ทุกอย่างเป็นรายจ่ายทั้งหมด และกลายเป็นผู้ป่วยเบาหวาน ป่วยกระเสาะกระแสะ ต้องไปนอนโรงพยาบาลทุกเดือน
ในปี 2543 หลังจากสามีเกษียน ได้ต่อน้ำมาที่ไร่ ซึ่งอยู่ป่าโคกมะขาม เนื้อที่ 15 ไร่ ลักษณะเป็นดินลูกรัง แต่จากการเรียนรู้และดูงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้รู้ ทำให้ไร่โคกมะขามกลายเป็นไร่เกษตรผสมผสานที่อุดมสมบูรณ์และร่มรื่น สองคนตายาย ไม่กลับเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านห้วยทราย แต่เลือกที่จะอยู่หัวไร่ปลายนา แห่งนี้ โดยมีชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ปลูกอยู่ปลูกกิน ดูแลต้นไม้และปลูกไม้ยืนต้นเสริม บำรุงดิน โดยมีสามีเพาะกล้าไม้ ภรรยาเป็นคนปลูก เป็นชีวิตที่เรียบง่าย เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับบุคคลที่สนใจทั่วไป
ความสามารถในการพลิกพื้นดินที่แห้งแล้ง เต็มไปด้วยก้อนหิน ลักษณะพื้นที่ที่ชาวบ้านเรียกว่าโคก ไม่มีใครกล้าหาญที่จะปลูกไม้ทุกชนิด มีก็แต่ต้นไม้ที่เกิดเองตามธรรมชาติ แต่แม่พุทธก็ได้ใช้ความพยายามในการบำรุงดินด้วยวิธีการที่ได้แสวงหาและลองผิดลองถูก จนต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ความสำเร็จทั้งหมดแม่พุทธบอกว่าเป็นเพราะแม่พุทธมีเพื่อนดี มีผู้สนับสนุนดี และปวารณาตัวว่า จะไม่เป็น “เกษตรน้ำลาย” แต่จะทำให้ทุกอย่างด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน











4. โครงการรวมพลังพัฒนาจังหวัดขอนแก่นให้เป็นจังหวัดที่อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน
และพัฒนาต่อยอดให้เป็นจังหวัดที่น่าอยู่ที่สุดในโลก

เป็นโครงการการบูรณาการที่สนับสนุนโดยสสส. สำนัก 2 เพื่อที่จะให้โครงการฯ เชื่อมโยงกับโครงการอื่นๆ ที่สสส. สนับสนุนอยู่ในจังหวัดขอนแก่น และทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น สปสช., สวรส., สช, สธ.เช่นโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอและสถานีอนามัยต่างๆ เพื่อไปทำงานร่วมกับชาวบ้าน ภูมิปัญญาชาวบ้าน นักพัฒนาภาครัฐ นักพัฒนาองค์กรเอกชน นักวิชาการ นักธุรกิจและสื่อมวลชน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือชาวขอนแก่นรวมพลังพัฒนาจังหวัดขอนแก่นให้เป็นจังหวัดที่อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน เป็นตัวอย่างแก่จังหวัดอื่นๆ และประเทศอื่นๆ
โครงการฯ ได้นำชุดความรู้บนตัวคนของภูมิปัญญาชาวบ้านมาเชื่อมโยงกับความรู้ในตำราที่จะทำให้จังหวัดขอนแก่นอยู่เย็นด้วยการปลูกต้นไม้สร้างบ้านได้ หลากหลายชนิดร่วมกับกล้วย พืชที่เลี้ยงร่วมกันในแปลงผักของเกษตรกรเป้าหมาย 10,000 คนเฉลี่ยคนละ 100 ต้น ต่อปี ซึ่งเมื่อรวมกับที่ผู้สนใจทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคช่วยกันนำไปปลูก จะช่วยให้จังหวัดขอนแก่นมีต้นไม้สร้างบ้านได้เพิ่มขึ้นปีละมากกว่า 1 ล้านต้น ซึ่งจะช่วยให้เกิดความร่มเย็น โดยมีพลเมืองและเยาวชนจิตอาสา 292 คนช่วยกันเพาะกล้าไม้ ส่งให้ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านบำรุงรักษาและแจกจ่ายให้เกษตรกรเป้าหมายนำไปปลูกในขณะเดียวกันโครงการได้ร่วมมือกับโครงการพยาบาลชุมชน เพื่อชุมชน ของชุมชนและโดยชุมชนชวนพยาบาลชุมชนที่สนใจไปช่วยรณรงค์ให้ชาวบ้านที่สนใจมาร่วมมือกันดับทุกข์ในประเด็นต่างๆ ของชุมชนลง จนช่วยให้ความทุกข์ของชุมชนลดลงและความสุขเพิ่มขึ้นจากการมีหลักประกันในชีวิต จากการมีร่างกายและจิตใจแข็งแรง จากการมีครอบครัวอบอุ่น มีชุมชนเข้มแข็ง มีสิ่งแวดล้อมดี มีความภาคภูมิใจ มีอิสรภาพที่จะคิดดี พูดดีและทำดีโดยไม่ไปละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและมีความสุข
ผลการดำเนินการระหว่าง 1 กันยายน 2552 – 31 สิงหาคม 2553 ได้เกิดชุดความรู้ในการเพาะกล้าไม้ 75 ชนิด และจำนวน1,200,000 กล้า และผู้เข้าร่วมประชุมในเวทีต่างๆ เช่นเวทีเกษตรต้นแบบของ อ.แวงใหญ่, อ.แวงน้อย, อ.พล เวทีประชาคมสุขภาพอ.อุบลรัตน์ เวทีประชาคมจังหวัดขอนแก่นอย่างต่อเนื่อง ต่างเกิดความตื่นตัวและต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการเพาะ การปลูก การอนุรักษ์ต้นไม้สร้างบ้านได้ และการทำงานดับทุกข์สร้างสุขเพื่อให้จังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดที่อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันและพัฒนาให้เป็นจังหวัดที่น่าอยู่ที่สุดในโลก เป็นตัวอย่างในการรวมพลังพัฒนาจังหวัดแก่จังหวัดอื่นๆ และประเทศอื่นๆ ต่อไป
โครงการได้รวบรวมชุดความรู้ของภูมิปัญญาชาวบ้าน และรวบรวมข้อมูลความเปลี่ยนแปลงของกลุ่มเป้าหมายทั้งโดยการสำรวจทุกครัวเรือนในอำเภออุบลรัตน์และสุ่มเก็บข้อมูลในอำเภออื่นๆ ของจังหวัดขอนแก่น หรือเผยแพร่ทางวารสาร สื่อท้องถิ่นและสื่อระดับชาติเพื่อเผยแพร่แก่ผู้สนใจในวงกว้าง พร้อมทั้งวันผู้สนใจมาดูงาน มาฝึกอบรม และส่งวิทยากรไปบรรยายในเวทีต่างๆ
การดำเนินการของโครงการต่างๆ ส่วนใหญ่สำเร็จตามแผนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคาดว่าเมื่อดำเนินการครบ 3 ปี จะสามารถทำให้จังหวัดขอนแก่นมีต้นไม้สร้างบ้านได้มากกว่า 99 ชนิด จำนวนมากกว่า 3 ล้านต้น และเกิดชุดบทเรียนความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตและสุขภาพของชาวอำเภออุบลรัตน์ และประมาณร้อยละ 10 ของครอบครัวในอำเภออื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการนอกจากนั้นจะเกิดรูปแบบธนาคารต้นไม้ในระดับครอบครัว และระดับชุมชนเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพของครอบครัวและของชุมชน กับระบบบริหารสาธารณสุขของอำเภออุบลรัตน์ เพื่อเป็นบทเรียนให้อำเภออื่นๆ นำไปปรับใช้ต่อไป




 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2554
2 comments
Last Update : 8 พฤษภาคม 2554 19:42:29 น.
Counter : 2258 Pageviews.

 

อิอิ ทักทายนะจ่ะ ถ้าไปเยี่ยมบล็อกเราช่วยจิ๊กอะไรข้างขวา ที่มันอยู่ล่างข้อความแนะนำนตัวให้เราด้วยนะ จิ๊กสองจิ๊กห้ามเกินนี้จ่ะ ถ้าเข้าอีกก็จิ๊กอีกเนอะ อิอิ

 

โดย: ตะวันเจ้าเอย 8 พฤษภาคม 2554 21:12:22 น.  

 

นอนหลับฝันดีนะครับ พักผ่อนเยอะๆ สุขภาพแข็งแรง News

 

โดย: bbandp 30 พฤษภาคม 2554 9:44:00 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


makai
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add makai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.