สโลแกน แทนใจ ไว้ให้คิด แม้มิ่งมิตร ผู้อยู่ห่าง กลางความฝัน ไม่เห็นหน้า แต่วาจา พาทีนั้น คละเคล้ากัน ปันสุขทุกข์ ทุกวี่วัน
Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
6 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
เส้นทาง (รัก) ที่เลือกได้ (ตอนที่ 2)

โดย...สิระสา
ตอนที่ 2



ทำไมเขาถึงสามารถปิดบังเรื่องราวของเขาได้ถึง 3 ปี ฉันไปมัวอยู่ที่ไหนมา ถึงได้หูหนวก ตาบอด ไม่ได้รู้ระแคะระคายใด ๆ เลย ฉันคิดทบทวนอยู่นานจึงค่อย ๆ นึกออก มีอยู่ช่วงหนึ่งที่งานของฉันยุ่งมาก ๆ ช่วงนั้นธุรกิจหลายอย่างของบริษัทฯ ที่ฉันทำงานอยู่ฟูเฟื่องมาก

เราจึงมักติดต่อพูดคุยกันทางโทรศัพท์ซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเขามักเป็นฝ่ายโทรศัพท์หาฉันอย่างสม่ำเสมอ และในเวลาต่อมาเขาก็ต้องไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด ทุกอย่างจึงลงตัวไปหมด ที่สำคัญฉันเชื่อ และไว้ใจเขาเสมอ ๆ ฉันเชื่อว่าคนอย่างเขา ไม่สามารถทำร้ายจิตใจฉันได้อย่างแน่นอน

ช่วงนั้น ชีวิตฉันเหมือนคนมีสองโลก โลกใบหนึ่ง คือ โลกของที่บ้าน และที่ทำงาน ฉันยังคงดำเนินชีวิตของฉันตามปกติ คนรอบข้างของฉัน ไม่มีใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับฉันในตอนนั้นเลยแม้แต่คนเดียว เพราะฉันยังคงยิ้มแย้ม แจ่มใส เคยช่างพูด ช่างคุยอย่างไร ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ไม่มีใครเคยเห็นอาการเศร้าสร้อย เสียใจ หรือ จมอยู่กับความทุกข์ ความโศกของฉันเลย

โลกอีกใบหนึ่ง คือ ยามที่ฉันต้องอยู่คนเดียว ฉันมักปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับคำถามที่ว่า “ทำไม ทำไม ทำไม” มันเป็นคำถามที่ฉันหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ ฉันรู้สึกถึงใจที่ร้อนรุ่ม กระวนกระวาย เคียดแค้น ชิงชัง ในใจคอยคิดหาวิธี ฉันจะทำอย่างไร ให้เขาได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดอย่างฉันบ้าง

(ตอนนั้นหากฉันปฏิบัติธรรมในแนว “ดูจิต” เป็นละก็ ฉันคงเห็นแต่กิเลสที่ผลัดกันดาหน้า ถาโถมเข้าสู่ใจฉันโดยตรงอย่างแน่นอน และฉันคงไม่เป็น “ทุกข์” อย่างที่เป็นอยู่ตอนนั้น)

ช่วงนั้นฉันยังคงไปวัดอยู่เกือบทุกวัน ทุกครั้งที่ฉันสวดมนต์ ทำสมาธิภาวนา จิตใจฉันไม่ได้อยู่กับการสวดมนต์ภาวนาเลย ในใจฉันมีแต่การตัดพ้อ ก่นด่า อาฆาตแค้น ความรู้สึกเหล่านี้เผารุมจิตใจฉันตลอดเวลา ฉันไม่ได้รับความสงบเย็นจากการสวดมนต์ภาวนาเลย แม้แต่นิดเดียว ตัวฉันอยู่ในวัดแท้ ๆ แต่ทำไมฉันพาใจฉันไปท่องนรกอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้

ฉันเป็นทุกข์ทรมานอยู่กับความเคียดแค้น ชิงชัง กินไม่ได้ นอนไม่หลับอย่างนั้นอยู่หลายวัน จนกระทั่งวันหนึ่งฉันฉุกคิดได้ขึ้นมาแวบหนึ่ง พื้นฐานเดิมของฉันเป็นคนคิดดี มีเมตตา ไม่ชอบแย่งชิงอะไรกับใคร ไม่ชอบการขัดแย้ง ฉันมักยอมคน และให้อภัยคนอยู่เสมอ ๆ แต่ทำไมครั้งนี้ ฉันปล่อยให้วิญญาณร้ายที่ไหนมาสิงสู่ใจฉันได้ถึงขนาดนี้ ฉันกลายเป็นคนมีแต่ความอาฆาต พยาบาทมาดร้ายไปได้อย่างไรกัน ความคิดทั้งฝ่ายดี และฝ่ายร้ายตีกันจนฉันสับสน

วันนั้นฉันรู้สึกว่าร่างกายและจิตใจของฉัน มันจะรับอะไรไม่ไหวอยู่แล้ว ฉันสูดลมหายใจแรง ๆ พยายามเรียกสติของตัวเองให้กลับคืนมา วินาทีนั้นคำสอนของพระอาจารย์ของฉันดังขึ้นมาในหัว คำสอนของท่านที่ท่านมักย้ำให้ลูกศิษย์ลูกหาฟังอยู่เสมอ ๆ จนเกือบจะเป็นประโยควรรคทองของท่าน คือ “การทำสมาธิ เพื่อสะสมพลังจิต เพื่อให้จิตมีกำลัง ไว้แก้ไขปัญหา เพื่อเพิ่มความสุขให้ตนเอง และผู้อื่น เป็นการลดปัญหาความขัดแย้งในสังคม และสร้างสันติสุขให้กับชาวโลกต่อไป”

แล้วสิ่งที่ฉันทำอยู่ในตอนนี้ คืออะไร ทำไมฉันไม่พยายามลดปัญหาความขัดแย้งในใจของฉันล่ะ ฉันมัวทำร้ายตัวเองอยู่ทำไม ฉันเริ่มได้คิด ฉันคิด และคิดที่จะพาตัวเองออกจาก“กองทุกข์” เฉพาะหน้านี้ทันที

สิ่งที่ฉันทำเป็นอันดับแรกในตอนนั้น คือ ฉันเริ่มฟื้นฟูร่างกายของตัวเองก่อน ฉันกินอะไรไม่ได้อยู่หลายวัน ฉันจึงเริ่มด้วยการดื่มนม น้ำเต้าหู้ และอาหารอ่อน ๆ จนร่างกายฉันค่อย ๆ ฟื้นขึ้น และเริ่มรับประทานอาหารได้ดังเดิม

ฉันไม่ปล่อยให้ตัวเองมีเวลาว่างพอที่จะจมอยู่กับ “กองทุกข์” อย่างแต่ก่อน ฉันพยายามหางานให้ตัวเองทำอยู่ตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่คนเดียว ฉันอ่านหนังสือบ้าง ดูทีวี ฟังเพลง เล่นกับหลาน ทำใจให้เพลิดเพลินกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวมากขึ้น

ส่วนทางด้านจิตใจ ฉันกลับมาเริ่มต้นสวดมนต์ ทำภาวนาใหม่ ด้วยความตั้งใจมากขึ้น เวลาสวดมนต์ฉันจะจดจ่ออยู่ที่ตัวอักษรทุกตัว เวลาภาวนาฉันจะจดจ่ออยู่กับคำบริกรรม “พุทโธ ๆๆๆๆๆ” อย่างตั้งใจ ฉันไม่ปล่อยให้ความคิดใด ๆ แทรกเข้ามาสู่จิตใจของฉันในยามที่ฉันสวดมนต์ ภาวนาได้เลย

ผ่านไปหลายวัน ร่างกายและจิตใจของฉันเริ่มกลับคืนสู่สภาพเดิม ฉันค่อย ๆ ทบทวนความคิดของตัวเอง ก็ในเมื่อฉันไม่เคยคิดครองคู่กับเขาอยู่แล้ว ฉันเคยภาวนาขอให้เขาพบคนที่เหมาะสมกับเขา และไปจากชีวิตฉันเสียที

ตอนนี้ทุกอย่างเป็นอย่างที่ฉันต้องการแล้ว (แม้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น จะจบลงอย่างไม่สวยงามก็ตามที) ฉันน่าจะยินดี และพอใจกับเขาอย่างที่ฉันเคยบอกเขาอยู่เสมอ ๆ ฉันนี่โง่จริง ๆ เลย ทนทำร้ายตัวเองอยู่ได้ตั้งหลายวัน เมื่อฉันเริ่มคิดได้ดังนี้ จิตใจของฉันเริ่มถอดถอนความเคียดแค้น ชิงชัง ความโกรธที่มีต่อเขา ทำให้ความพยาบาทมาดร้ายที่มีต่อเขาเริ่มจางลง

การตัดสินใจของเขา ส่วนหนึ่งเป็นการแสดงความกตัญญูต่อบุพการี เป็นสิ่งที่เขาพึงกระทำได้ในยามที่ยังมีชีวิตอยู่ และอีกส่วนหนึ่งเป็นความศรัทธา และตั้งมั่นในพระศาสนาของเขา เฉกเช่นที่ฉันมีต่อพระพุทธศาสนาเช่นกัน ฉันควรจะชื่นชม ยินดี และยกย่องเขาต่างหาก เมื่อคิดได้อย่างนี้ ความโกรธเคืองต่าง ๆ เริ่มจางคลาย ฉันจึงทำใจยกโทษ และให้อภัยต่อเขาได้อย่างหมดใจ

ฉันนึกถึงสิ่งดี ๆ ที่เขาเคยมีต่อฉัน ตลอดระยะเวลาหลายปีที่เราคบกันมา เขาทำให้ฉันมีความสุข ฉันได้รู้จักกับ “ความรัก” ที่สวยงาม ความรักที่มีแต่การให้ เสียสละ อดทน ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่ทำให้ฉันมีความสุข สิ่งใดที่เขาทำให้ฉันยิ้ม ทำให้ฉันหัวเราะได้ เขายินดีทำให้ฉันทุกอย่าง เป็นช่วงของชีวิตที่มีความสุขมาก ๆ ช่วงหนึ่งของฉันทีเดียว ถึงวันนี้ “ความรัก” ยังคงเป็นสิ่งที่ดีงามในความรู้สึกของฉันเสมอ ๆ

หลังจากที่ฉันทำใจยกโทษ และให้อภัยเขาแล้ว ยามใดที่ฉันสวดมนต์ นั่งสมาธิ ทำภาวนา ก่อนที่ฉันจะแผ่เมตตา ฉันจะขอขมา ขออโหสิกรรมต่อเขาทุกครั้ง (แม้เขาอาจจะไม่รับรู้ก็ตาม) หลังจากกล่าวคำขอขมาแล้ว ฉันจะตั้งใจแผ่เมตตาให้เขา ขอให้เขาและภรรยาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข อย่าได้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับชีวิตคู่ของเขาอีกเลย

ถึงวันนี้ ฉันนึกขอบคุณเขาอยู่ตลอดเวลา เพราะเขาเป็นคนที่ทำให้ฉันรู้ว่า ชีวิตนี้ ภพนี้ ชาตินี้ของฉัน ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อเคียงคู่สร้างภพ สร้างชาติกับผู้ใด ฉันเกิดมาเพื่ออยู่ภายใต้ร่มเงาของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เกิดมาเพื่อเรียนรู้ และแก้ไขในสิ่งผิดพลาดที่ฉันได้เคยกระทำไว้

ฉันดีใจที่ตอนนั้นฉันมีคำสอนของพ่อแม่ครูอาจารย์เป็นเกราะป้องกันใจ เป็นเครื่องระลึกเตือนสติฉันได้ทัน ทำให้ฉันมีโอกาสได้เลือกเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับฉัน นั่นก็คือเส้นทางแห่งพระพุทธศาสนา ก่อนที่กิเลสทั้งหลายจะลากพาฉันเข้าไปสู่วังวนแห่งการสร้างภพ สร้างกรรม ต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด





Create Date : 06 เมษายน 2550
Last Update : 6 เมษายน 2550 19:53:53 น. 0 comments
Counter : 360 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สาวิกา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]























Friends' blogs
[Add สาวิกา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.