สโลแกน แทนใจ ไว้ให้คิด แม้มิ่งมิตร ผู้อยู่ห่าง กลางความฝัน ไม่เห็นหน้า แต่วาจา พาทีนั้น คละเคล้ากัน ปันสุขทุกข์ ทุกวี่วัน
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
24 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
เรื่องเล่า .. คุณลุง




เราย้ายมาอยู่ที่นี่ได้หลายปี เพื่อนบ้านก็ดี มีน้ำใจ ข้างบ้านรั้วติดกัน มีคุณลุงคนหนึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ เกษียณมาหลายปีแล้ว ภรรยาเสีย ตั้งแต่เรายังไม่ย้ายเข้ามา ลูก ๆ ทั้ง 3 คนต่างก็แต่งงาน มีครอบครัว ไปอยู่ที่จังหวัดอื่น ๆ กันหมด .. ลุงแกก็อยู่บ้านคนเดียว มาเกือบ 10 ปี

เราได้รู้จักลุง ก็ได้เห็นในน้ำใจไมตรี เป็นคนใจดี อบอุ่น น่ารัก ..มีโรคประจำตัวตามประสาคนแก่ คือเบาหวาน ความดัน และเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปตามปกติ...

ด้วยความที่อยู่บ้านคนเดียว บางครั้งเจ็บป่วยก็ลำบากหน่อย เพราะไม่มีลูกหลานคอยช่วยเหลือ ช่วงเวลาหลายปี ที่ผ่านมา เราก็ได้มีโอกาสได้ช่วยเหลือ พาไปหาหมอ พาไปทำธุรต่าง ๆ และถ้าป่วยหนัก ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็จะช่วยโทรตามลูก ๆ ของแกให้..ลูก ๆ ก็จะมาเยี่ยมบ้าง ไม่มาบ้างแล้วแต่โอกาส เรารู้ว่าคุณลุงเหงา.....

บ่อยครั้งที่คุณลุงจะบ่นถึงคุณป้า ซึ่งเราไม่เคยเจอตัวจริง ได้เห็นแต่ในรูป เพราะท่านเสียไปหลายปีแล้ว ก่อนที่เราจะได้ย้ายมาอยู่ที่นี่...





ช่วงเทศกาล ปีใหม่ สงกรานต์ เมื่อบ้านอื่น ๆ เขามีลูก ๆ มาเยี่ยม เราเห็นคุณลุงนั่งเหงาเพียงลำพัง เราก็ซื้อของขวัญ ของกิน ของใช้ บางครั้งก็เป็นพวก ผลไม้บ้าง เครื่องดื่มบ้าง ไปไหว้ ...ลุงก็ดีใจให้ศิลให้พรกันยกใหญ่ ...แล้วก็บ่นรำพึง รำพันถึงลูก ๆ ......น้ำตาไหล นั่งมองแต่ประตูหน้าบ้านรอว่าเมื่อไร จะมีรถของลูก ๆ กลับมาเยี่ยมบ้าง ... หลายปีมานี้ คุณลุงก็ได้แต่รอ ... เราก็ได้แค่ปลอบว่าลูก ๆ เขาคงติดธุระ วันไหนเขาว่าง ก็คงมาเยี่ยม ไม่ต้องคิดมากเสียสุขภาพไปเปล่า ๆ

ที่หลังบ้านคุณลุง มีต้นมะม่วงพันธุ์ดีอยู่หลายต้น มีต้นหนึ่งที่ลูกโตหวานอร่อยเป็นพิเศษ เราไปช่วยลุงเก็บเป็นประจำ และคุณลุงก็จะแบ่งมาให้ทุกครั้ง.......ลุงจะคัดลูกสวย ๆ เก็บใส่กล่องดูแลเป็นพิเศษ...เก็บไว้รอลูก ๆ อยากให้ลูกได้กินของดี ๆ .... หลายครั้งหลายหน เราเห็นคุณลุงรอลูก ๆ จนมะม่วงเน่าเสียไป ไม่รู้กี่หน ต่อกี่หน ... หลายปีมานี้ ก็ไม่เคยเห็นลูก ๆ กลับมากินมะม่วงที่พ่อบ่มไว้แม้แต่ครั้งเดียว

มีที่แปลงหนึ่ง ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ คุณลุงบอกว่าอยากขาย ให้เราช่วยดำเนินการให้หน่อยเราก็เขียนป้ายไปติด แล้วลงประกาศให้ ... 5 เดือน เศษ ๆ หลังจากประกาศขาย ในที่สุดก็มีผู้สนใจและก็ขายได้ในที่สุด ในราคา 1 ล้านบาท ...

เมื่อได้เงินมา สิ่งแรกที่คุณลุงพูดถึงคือ ... คิดถึงลูก ๆ ถ้ารู้ว่าพ่อขายที่ได้คงดีใจ ลุงบอกว่าจะแบ่งเงินให้ลูกทั้ง 3 คน เท่า ๆ กัน ...วันรุ่งขึ้น ลุงก็มาหาเราแต่เช้า บอกว่าวันนี้ขอแรงหน่อย ช่วยพาลุงไปธนาคารที จะไปโอนเงินให้ลูก
เราก็พาไป วันนั้นเป็นลูกค้ารายแรกของธนาคาร ... คุณลุงโอนเงินให้ลูกคนละ 3 แสนบาท ...







เมื่อกลับมาจอดรถส่งลุงหน้าบ้านก่อนลงจากรถ คุณลุงหยิบเงิน ในกระเป๋า 1 แสนบาทยื่นส่งให้ บอกว่าเอานี่ ลุงให้ ... เรารีบปฏิเสธ บอกว่าไม่เป็นไรหรอกครับลุงไม่ต้องให้ผมลุงเก็บไว้ใช้เถอะ ให้ลูก ๆ ไปเกือบหมดแล้ว ...

ลุงบอกว่า "เอาไปเถอะ ลุงได้รับบำนาญทุกเดือน ไม่ได้เดือดร้อนอะไร
ที่แปลงนี้ที่ขายได้ก็เพราะเราต้องรับโทรศัพท์ และพาคนไปดูที่หลายเดือนมานี้ ไม่รู้ขับรถไป-กลับกี่รอบแล้ว และอีกอย่าง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลุงก็ได้แต่รบกวน ไม่เคยได้ให้อะไรตอบแทนบ้างเลยพ่อหนุ่ม ไม่ใช่ลูก ไม่ใช่หลาน แต่ก็ยังอุตส่าห์ เสียเวลาเป็นธุระจัดการเรื่องราวให้ สารพัดรับไว้เถอะ ลุงอยากให้จริงๆ ถ้าไม่รับลุงจะเสียใจนะ"


เราก็ไหว้ "ขอบคุณครับลุง"กลับมานอนคิดไตร่ตรอง รู้สึกไม่สบายใจ ดึก ๆ จึงหยิบเงินไปหาลุงอีกรอบแต่ลุงไม่รับคืน และยืนยันว่า ตั้งใจจะให้เราจริง ๆ

อีก 2 วันถัดมา มีรถยนต์มาจอดที่บ้านลุง ลูกสองคนคนเล็ก และคนกลางมาเยี่ยม และทวงถามเราถึงเงิน 1 แสนบาท พูดจาประมาณว่า...เราไปหลอกเอาเงินคนแก่ เรารีบเข้าไปในบ้านหยิบเงิน 1 แสน เดินไปที่บ้านลุง แล้วคืนเงินให้ลุง ... ลุงปฏิเสธ และพยายามอธิบายให้ลูก ๆ ฟัง แต่ทั้งสองคนไม่ยอม เราจึงวางเงินไว้ แล้วเดินออกมา ก่อนตะวันตกดินได้ยินเสียงรถขับออกไป .... สักพักลุงก็มาหา เล่าว่าสองคนนั้นแบ่งเงินกันคนละ 5 หมื่นแล้วก็ลากลับไปแล้ว

คุณลุงกล่าวคำขอโทษอย่างที่สุด ..ลุงน้ำตาไหล บอกว่าเสียใจไม่คิดว่าลูก ๆ จะเป็นไปถึงขนาดนี้...ลุงบอกว่าจะเอาเงินบำนาญที่ได้รับทุกเดือน มาทยอยคืนให้ จนกว่าจะครบ 1 แสนบาท ..เราบอกว่าไม่เป็นไรหรอกครับลุง ไม่ต้องทำอย่างนั้น..

อีก 3 วัน เกือบ ๆ เที่ยงคืน ลุงมาที่บ้าน พร้อมกับลูกชายคนโตเมื่อ 3 วันที่แล้ว พ่อโทรฯ ไปเล่าเรื่องให้ฟัง พี่ก็ไม่สบายใจ.. พอดีที่ทำงานส่งไปสัมมนาหลายวันออกมาไม่ได้ พอเสร็จธุระก็รีบขับรถมา เลยมาถึงซะดึก..

"พี่ต้องขอโทษ แทนน้อง ๆ สองคนด้วย เสียมารยาทจริง ๆ เดี๋ยวต้องคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวสักครั้งอายุก็มากแล้ว แต่ก็ไม่รู้จักโตแย่จริง ๆ ... เอาอย่างนี้ ขอเลขบัญชีธนาคารให้พี่ได้ไหม เดี๋ยวกลับไปพี่จะรีบโอนเงินมาคืนให้ ..."

"ไม่ต้องหรอกครับ ไม่เป็นไร " เราปฏิเสธไป







วันถัดมาเมื่อลูกชายคนโตกลับไป ลุงเล่าให้ฟังด้วยความดีใจ เจ้าใหญ่มันบอกว่า วางแผนไว้แล้วอีก 5 ปีจะย้ายมาทำงานที่บ้าน จะพาลูกมาเมียมาอยู่ที่นี่ ... เราสังเกตุเห็นแววตาอันสดใส ของคุณลุงบ่งบอกถึงความปิติ ยินดี อย่างที่สุด .... ดีใจด้วยครับลุง ต่อไปลุงจะได้ไม่เหงาแล้ว...

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เกือบ 4 ปีแล้วซินะ ที่ลุงนับวันรอว่าจะมีลูก ๆ กลับมาอยู่ด้วยเราเห็นปฏิทินที่คุณลุงขีดฆ่า วันแล้ววันเล่า ... เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า...

และสุดท้ายลุงน่าจะอดทนรออีกนิด ..อีกนิดเดียวเองครับลุง..

ในห้องไอซียู เรากับพี่ใหญ่นั่งอยู่คนละข้างเตียงคนไข้ ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตคุณลุงขยับนิ้วมือ เรากับพี่ใหญ่เอื้อมมือไปจับมือลุง ... ดวงตาค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ คุณลุงจากไปด้วยอาการสงบ..


*** หลังงานศพ เสร็จสิ้น***
ค่ำคืนนั้น พี่ใหญ่มาหาเราที่บ้าน ยื่นถุงกระดาษส่งให้ บอกว่า "พ่อฝากไว้ให้พ่อกำชับไว้ตั้งแต่ก่อนตายว่าต้องให้เรารับไว้ ไม่งั้นพ่อจะนอนตายตาไม่หลับ"

เราแกะถุงเปิดดูข้างใน มีซองจดหมายทั้งหมด 10 ซอง จ่าหน้าว่า... คืนเงิน..เดือนที่ 1-2-3...ไปจนถึง คืนเงิน .. เดือนที่ 10 ในแต่ละซองข้างในมีธนบัตรใบละ 1,000 บาท สิบใบ

ซองสุดท้าย มีข้อความ...ว่า

"ถึง...หลานที่ไม่ใช่สายเลือด แต่ก็เป็นหลานที่ดีกับลุงเหลือเกิน ... ลุงคืนเงินให้ตามที่เคยสัญญา .....ขอบคุณที่ช่วยเหลือ เป็นธุระให้ ในทุก ๆ เรื่อง และเป็นเพื่อนคนแก่มาตลอด...ป้ามารอลุงแล้ว...ลุงต้องไปก่อน"






อีก 2 วันถัดมาที่บ้านคุณลุง มีคนเข้ามาทำความสะอาด ... เราสังเกตุเห็นปฏิทินที่คุณลุงใช้ขีดฆ่าเพื่อนับวันรอลูก ๆ ... ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะหน้าบ้าน .... เดินไปที่ถังขยะหน้าบ้านลุง มองไปที่ประตูมีป้ายประกาศติดไว้.....ขายบ้าน ด่วน !

เราไปเก็บปฏิทินมาทำความสะอาด .. นึกถึงภาพคนแก่ ที่หยิบดินสอขีดฆ่าตัวเลขบนปฏิทิน ด้วยอาการมือสั่นเทา ... ลูก ๆ คงไม่รู้หรอกว่า ภายใต้ปฏิทินเก่า ๆ ไร้ค่าใบนี้ .. มันซ่อนความห่วงหาอาลัย ซ่อนความเงียบเหงา ว้าเหว่ .. ซ่อนความเจ็บปวดร้าวลึกของคนแก่คนหนึ่ง ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่าง
โดดเดียว เพียงลำพังมานานกว่า 10 ปี ... เราตั้งใจจะเก็บปฏิทินนี้ไว้ เพื่อเป็นที่ระลึกตลอดไป

***ขอให้บุญกุศล และคุณงามความดี ทั้งหลายทั้งปวง ที่คุณลุงได้สั่งสมมาตลอดชั่วชีวิต จงนำพาดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของคุณลุงไปสู่สุคติ..ในดินแดนอันสงบ ร่มเย็น ชั่วนิรันดร์ ***

รักคุณลุงครับ



Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2553 21:32:51 น. 1 comments
Counter : 707 Pageviews.

 
ชายคนหนึ่งมีภรรยา อยู่ 4 คน

ภรรยาคนที่ 1 เขารักที่สุด ไปไหนมาไหนด้วยกัน ตามใจตลอดอยากได้อะไร เขาหาให้ทุกอย่าง

ภรรยาคนที่ 2 เขารักมาก เขาจะทำทุกสิ่ง ทุกอย่างเพื่อภรรยาคนนี้ และจะไปหาภรรยาคนนี้เสมอ

ภรรยาคนที่ 3 เขารักรองลงมา ดูแลเอาใจใส่พอควร แวะไปหาบางเป็นครั้งคราว

ภรรยาคนที่ 4 เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ ไม่เคยไปหา ไม่คิดถึงเลย ด้วยซ้ำ

ต่อมาชาย คนนี้ไปกระทำความผิดร้ายแรง และถูกจับ ต้องถูกประหารชีวิต ก่อนที่จะถูกประหาร เขาขอร้องว่า เขาขอกลับบ้าน เพื่อไปร่ำลาภรรยาสุดที่รักซักครั้ง ผู้คุมเห็นใจจึงอนุญาต เมื่อกลับมาถึงบ้าน

เขารีบตรงไปหาภรรยาคนที่ 1 เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟัง และถามภรรยา คน ที่ 1 ว่า
" ถ้าเขาต้องตายภรรยาคนที่ 1 จะทำอย่าง ไร? "
ภรรยาคนที่ 1 ตอบน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ถ้าเธอตาย เราก็จบกัน” คำตอบที่ได้รับ เหมือนสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยง!! ลงมาที่เขาอย่างจัง เขารู้สึกเจ็บปวด และเสียใจเป็นอย่างยิ่ง นึกเสียดาย ว่าเขาไม่ควรทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เลย

จากนั้นเขาก็ ไปหา ภรรยาคนที่ 2 ด้วยอาการเศร้าโศก เล่า เรื่องราวต่างๆ ให้ ฟัง และถามคำถามเดิมกับภรรยาคนที่ 2 ว่า
" ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคน ที่ 2 จะทำอย่างไร? "
ภรรยาคนที่ 2 ก็ ตอบอย่างหน้าตาเฉย ว่า " ถ้าเธอตาย ฉันจะมีใหม่ " เหมือนสายฟ้า!! ผ่าลงมาซ้ำที่เขา อย่างจัง เขารู้สึกเสียใจมาก และนึกเสียดายว่าที่ผ่านมา เขาไม่ควร ทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เช่นกัน

เขาเดินคอตกมาหาภรรยาคนที่ 3 เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ ฟัง และถาม ภรรยา คนที่ 3 ว่า
"ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคน ที่ 3 จะทำอย่างไร? "
ภรรยาคนที่ 3 ตอบว่า "ถ้าเธอตาย ฉันจะไปส่ง " ทำให้เขาคลายความ เศร้าโศกขึ้นมาได้บ้าง อย่างน้อยก็ ยังมีภรรยาที่จริงใจกับเขา
ก่อนกลับไปรับโทษ เขานึกขึ้นมาได้ว่ามีภรรยาอีกคน ซึ่งไม่เคยไปหาเลย จึงไปหา ภรรยาคนที่ 4 และถามว่า

" ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 4 จะทำอย่าง ไร?"

ภรรยาคนที่ 4 ตอบว่า " ถ้าเธอตาย ฉันจะตามไป ด้วย " แทนที่เขาจะดีใจกลับนึกเสียใจหนักขึ้นไปอีก เพราะ...มัน สายเกินไปเสียแล้ว ช่วงที่เขามีชีวิตอยู่ เขาไม่เคยเห็นค่าของภรรยาคนนี้ แต่ภรรยาคนนี้ไม่คิดที่จะทิ้งเขา จะติดตามเขาไปอยู่ด้วย แล้วชายคนนี้ก็กลับไปรับโทษประหาร และเมื่อเขาตาย ภรรยาคนที่ 4 ก็ตายตามไป ด้วย.....

เราทุกคนก็ มีภรรยา 4 คน นี้ มีคำถามว่า ภรรยาทั้ง 4 คนเป็นใคร? คิดกันก่อนนะ แล้วค่อยเฉลย...
ทีนี้เรามาดูกันว่า ภรรยาคน ที่ 1, 2, 3 และ 4 เป็นใครกันบ้าง

ภรรยาคน ที่ 1 ร่างกายของเรา เพราะเวลาเรามีชีวิตอยู่ เราจะบำรุงบำเรอด้วยของสิ่งทุกอย่าง อยากได้อะไรก็หาให้ แต่พอเราตายมันกลับไม่ไปกับเรา เมื่อเราตาย ร่างกายมันก็มีค่าเท่ากับท่อนไม้ ท่อนหนึ่งเท่านั้น

ภรรยาคน ที่ 2 ทรัพย์สมบัติ เพราะเวลาเรามีชีวิตอยู่ เราจะทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้มันมา แต่พอเราตาย มันกลับไม่ไปกับเรา แต่ไปเป็นของคนอื่น

ภรรยาคนที่ 3 พ่อแม่ ลูกเมีย ญาติ พี่น้อง เพราะพอเราตาย เขาจะทำศพให้เรา ทำบุญไปให้ แปลว่า เขาแค่ไปส่งเราเท่านั้น

ภรรยาคนที่ 4 บุญกับบาป เมื่อเราตายไป เราไม่สามารถเอาอะไรไปด้วยได้ มีเพียงแค่บุญกับบาปเท่านั้น ที่จะตามเราไป .....

เห็นไหมว่าเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต แต่เดี๋ยวก่อนอย่าพึ่งคิดว่าเงินไม่สำคัญ สำคัญ … แต่ ไม่สำคัญที่สุดเท่านั้นเอง อย่าลืม…ยังมีเรื่องอื่น ที่สำคัญกว่าเงินอีกเยอะ


โดย: ภรรยาคนที่ 3 IP: 125.26.143.146 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:02:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สาวิกา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]























Friends' blogs
[Add สาวิกา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.