เลือกประกันที่ใช่ ในราคาสบายๆ ได้บริการตลอด 24 ชั่วโมง กับ www.saveprakan.com
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
29 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 
รถมีรอย จะต่อประกันชั้น 1 ที่เดิม หรือที่ใหม่ดี

ในปีแรกได้ประกันภัยรถยนต์แถมมา หรือจะซื้อเองก็ตาม แต่ถ้าต้องการต่อประกัน
ผ่านตัวแทนประกันภัยหรือบริษัทประกันภัยจะได้ส่วนลดประกันภัยกี่ % และควรต่อกับบริษัทประกันที่เดิม หรือต่อกับประกันที่ใหม่ ดีกว่ากัน

ผมขอตอบคำถามนี้ เพื่อสร้างมิติและมุมมองที่ต่างออกไป สำหรับการต่อประกันภัยรถยนต์

สำหรับการต่อประกันที่เดิม 
กรณีมีเคลม แล้วซ่อมกับประกันเดิม  : ซึ่งได้แจ้งเคลมกับทางบริษัทประกันฯ ซึ่งเราเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีคู่กรณี อาจจะต้องดูความเสียหายหรือมูลค่าการซ่อม ที่บริษัทได้จ่ายไป ว่ามากน้อยเพียงใด บางทีมีเคลมนิดเดียว ก็อาจจะให้ประวัติดี 20% และเบี้ยปีหน้าอาจจะถูกลงอีก แต่ถ้าเคลมเยอะ บริษัทประกันจ่ายเยอะ นอกจากจะไม่ได้ประวัติดี แต่อาจจะต้องเสียประวัติไปอีกด้วย ส่งผลให้จ่ายเบี้ยประกันแพงขึ้นมาก
กรณีมีประวัติดี แต่รถเป็นรอย :  ปีแรกทำประกันไว้กับบริษัท A ไม่มีเคลม (ไม่แจ้งเคลม เพราะอยากได้ประวัติดี) แต่รถยนต์เป็นรอย ถ้าต่อกับที่เดิมจะได้ประวัติดี เมื่อกประกันฉบับใหม่ให้ความคุ้มครองแล้ว แล้วเราค่อยเคลม ซึ่งจะกลายเป็นว่า ปีที่ 2 เรามีเคลม ทำให้เบี้ยปีที่ 3 เราอาจจะมีประวัติดีเพียง 20% หรือไม่เหลือประวัติดีเลย (ประวัตดี/ประวัติดีลดลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมูลค่าการเคลม หรือการซ่อม และนโยบายทางการตลาดของแต่ละบริษัทประกัน)

กรณีมีประวัติดี และรถสภาพดี : สามารถต่อกับที่เดิมก็ได้ หรือต่อกับที่ใหม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเบี้ยใหม่ที่ได้รับ และข้อมูลอื่นๆ ที่จะนำมาประกอบการพิจารณา

สำหรับการต่อประกันที่ใหม่
เมื่อเราเคลมประกัน และซ่อมรถยนต์กับประกันที่เดิมเป็นที่เรียบร้อย จะมองหาประกันที่ใหม่ หลายๆ บริษัทให้ประวัติดีมาเลย 20% เพื่อจูงใจให้ลูกค้าทำประกันกับบริษัทต่างๆ และหากปีที่ 2 ไม่มีเคลม มีประวัติดี ต่อประกันปีที่ 3 จะกลายเป็น 30% ทำให้เบี้ยถูกลงกว่าเดิมครับ (แบบแรก ประวัติดีอาจจะไม่เหลือ เพราะยังไงก็ต้องเคลม)

ข้อแนะนำสำหรับการต่อประกันที่ใหม่ สำหรับคนที่กำลังมองหาประกันภัยรถยนต์บริษัทใหม่ แต่รถยนต์มีรอยต่างๆ ควรรีบแจ้งเคลม และควรรีบจัดซ่อมก่อนประกันจะหมด เพราะหากรถยนต์เรายังมีรอย บริษัทประกันหลายๆ ที่ ก็จะไม่ให้ประวัติดีนะครับ  เช่น ประกันจะหมดอีก 2 เดือนข้างหน้า แต่รถมีรอยที่เสียหายพอสมควร ก็ควรรีบแจ้งเคลมไปยังบริษัทประกันภัย และนัดหมายกับทางอู่ประกัน หรือศูนย์ เพื่อเข้าซ่อมแล้วเสร็จ ก่อนประกันเดิมจะหมด มีรถสภาพดี ก็พร้อมทำประกันที่ใหม่ได้แล้ว

เมื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่า ของทั้ง 2 แบบ อาจจะต้องพิจาณาว่า
1. เบี้ยประกันที่ใหม่ ถูก หรือ แพงกว่าที่เดิม อย่างไร
2. การให้บริการของบริษัทฯ ใหม่ จะได้รับการบริการที่ดีหรือไม่ ซึ่งเราอาจจะต้องเปรียบเทียบ ในมิติต่างๆ (เช่น ความมั่นคง/น่าเชื่อถือ การให้บริการ จำนวนสาขา (มีรองรับพื้นที่เราหรือไม่) การบริการของตัวแทน พนักงานเคลม (มีเพียงพอกับพื้นที่ให้บริการ และเป็นของบริษัทเอง หรือ จ้างเหมามาอีกที) เทคโนโลยีที่ใช้ การให้บริการ และงานด้านสินไหม)
3. ศูนย์รถยนต์ หรืออู่ ที่ประกันคอนแทคไว้ อยู่ในพื้นที่ที่เราจะสะดวกในการขอรับบริการหรือไม่ และครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในภาพรวมหรือไม่ 

สนับสนุนข้อมูลประกันภัยรถยนต์ดีๆ จาก เซฟประกัน


Create Date : 29 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2555 18:53:16 น. 0 comments
Counter : 3306 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

natterwoods
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add natterwoods's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.