ไฟเย็นก็เป็นไฟ

BlogGang Popular Award#13


 
ยิงจากแถวสอง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Group Blog
 
 
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
25 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ยิงจากแถวสอง's blog to your web]
Links
 

 
ทำไมมนุษย์เงินเดือน ถึงมีธุรกิจของตัวเอง ซัก 10 อย่าง ไม่ได้ ??

ไม่มีอะไรมากครับอยากจะแชร์ประสบการณ์จริงให้ทุกคนได้อ่านครับ


ผมเป็นคนนึงที่(ตอนนี้) ยังเป็น มนุษย์เงินเดือนอยู่ และคงอีกซักพักที่จะหลุดออกจากตรงนี้ไปได้เรื่องราวของผมต้องท้าวความไปไกลมากครับ ผมเป็นเด็กเชียงใหม่เกิด/โต/เรียนที่เชียงใหม่ ตลอดจนจบ ป.ตรี ที่ มช. จริงๆทุกคนไม่รู้หรอกว่าอยากเรียนอะไร ต้อนเอ็นทรานซ์ ก็เอ็นตามพ่อแม่ชอบครับ ผมจบวิศวคอมฯ มา ทั้งๆที่ ผม ไม่ชอบคอมิวเตอร์เลย TT พ่อของผมอยากให้เรียนหมอ/วิศวะในรุ่นของผม ผมเป็นคนเดียวที่ติดวิศวะแล้วตั้งหน้าตั้งตาไปเรียนชีวะเพื่อสอบหมอครับ 55 แต่สุดท้ายก็ได้วิศวะคอมฯ และก็จบวิศวะคอมฯ ด้วยเกียรตินิยม อันดับที่ 1 เพียงเพราะให้พ่อภูมิใจแต่ทุกวันนี้ผมเข้าใจแล้วครับ ว่าทำไมพ่ออยากให้เรียน 55 เรามาเข้าเรื่องตาม Topic กันเลยน่ะครับ55 ไปไกลเกินละ

ในระหว่างเรียนนั้นผมสนิทกับเพื่อนคนนึงมากซึ่งเพื่อนผมมีธุรกิจรับเหมาทำถนนอยู่แล้ว เค้าเรียนวิศวะโยธาครับ ^^ ผมเรียนคอม เรา 2 คนคิดอยู่เสมอว่าจบมาทำอะไรดี... เป็นคำถาม ที่ทุกคนต้องเคยตั้งคำถาม?? จริงไม๊55 แต่เรารู้อย่างเดียวว่า เรามีวิชาชีพติดตัวเท่านั้นเอง สมัยนั้นประมาณ 6 ปีที่แล้ว เราคิดว่าเราจะทำ ... ตู้น้ำหยอดเหรียญ, ตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ, ร้านคอม ร้าน อินเตอร์เน็ต ร้านอาหาร.. บลา ๆๆ ๆ แต่ ... สายของเราจบมาไม่สามารถครับ 55 เราต่างต้องไปทำในสิ่งที่ตนเรียนมา (หรือเปล่า) ?? นั่นเป็นความจริงครับ และแล้ว ก็เป็นเช่นนั้น ผมต้องเข้ามาหางานทำที่ กทมครับ (เพราะสายงามผมในเวลานั้น เงินเดือนต่างกันเยอะ) ชีวิตในเมืองหลวงแตกต่างจากเชียงใหม่มากครับ ทั้งค่าครองชีพ อาหารการกิจ และการเดินทางทุกๆอย่างเป็นเงินไปหมด ยอมรับว่าลำบากจริงๆ ผมเริ่มต้นที่เงินเดือน 18,000 บาท (หักทุกอย่างแล้ว) เหลือ 16K กว่าๆเอง TT แต่ผมก็ยังกินใช้เที่ยวเหมือนปกติที่อยู่เชียงใหม่ ก้าวแรกที่มาใน กทม รวยมากๆ มีเงินติดมา 30,000 บาท (จากโครงงานที่ทำไว้ตอนเรียน) เลยเหลือเงินครับ แต่... ชีวิต กรุงเทพ มันก็หมดภายใน 2 เดือนแรก เศร้าจริงๆ ใครเป็นเด็ก ตจว น่าจะเข้าใจ

เวลาผ่านไป1 ปี ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ผมคิดว่าผมอยู่แบบนี้ไม่ได้ครับ เงินไม่เคยเหลือเก็บ เดือนชนเดือนจริงๆ แต่โชคดีที่แฟนของผมค่อยช่วยอุ้ม ช่วยเหลือมาตลอดให้ผมรอดได้.. ทุกๆ เดือน(ตอนนี้เป็นภรรยา ที่น่ารักแล้วครับ 55) 1 ปีผ่านไป อนาคตของผม มืดมาก ๆ อยากเดินตามความฝัน .. (ฝันว่าอยากเป้นนักร้อง นักแสดง 555) แต่ไม่ใช่เลย จน !!เพื่อนสนิทผมคนนั้นเปิดร้านเบียร์ไปเรียบร้อยละครับ เค้าก็ชวนผมแต่ตอนนั้นทุนไม่มี เงินไม่เหลือ เลยไม่ได้ทำด้วย และ อยู่ กทมอีกช่วยอะไรไม่ได้ครับ ร้านตอนนี้เปิดได้ 4 ปีละครับแต่ก็จนได้ เค้าใช้เวลา เพียง 4 เดือน คืนทุนครับ ^^ (ผมอดเสียดายไม่ได้เลย) แต่เพื่อนยังไงก็เป็นเพื่อนครับเค้าชวนผม ให้ร่วมลงทุนทำสนามฟุตซอลครับ ที่เชียงใหม่ ครั้งนี้ผมไม่พลาดครับด้วยเงิน 1 แสนบาท (ผมไม่มีเงินน่ะครับ)ผมได้โบนัสจากที่ทำงานส่วนหนึ่ง + รับจ้างเขียนเว็บให้สนามครับก็เลยได้ถือหุ้นเล็กๆ น้อยๆของสนามครับ แต่ก็ภูมิใจครับ ที่ได้ นับ 1 กับธุรกิจแล้ว

ต่อมาโอกาสก็เข้ามาหาผมครับคือผู้ถือหุ้นเดิมของร้านเบียร์เพื่อนผม ขายหุ้น ครั้งนี้ผมไม่รอแล้วครับจำเป็นต้องขอยืม "ทุนพม"  (ทุน พ่อแม่ 55) บ้างหล่ะผมกวาดซื้อหุ้น จนผมกับเพื่อนสนิทของผมรวมกันแล้ว ถือหุ้นใหญ่ ได้สิทธิการบริหารครั้งนี้แหล่ะครับ ผมได้เรียนรู้ในการบริหารร้าน และ ทำทุกๆ อย่าง ทุกๆส่วนในร้านอาหาร ครับ ตั้งแต่บริการ สินค้า เหล้าเบียร์ บาร์ ครัว บัญชี Stock และ Marketing ครับ แต่ ... ผมก็ยังอยู่ กทม ครับ(ร้านอยู่เชียงใหม่) นั้นถือว่าเป็นธุรกิจที่ 2 ครับ (ดีใจมากๆ) ยอมรับว่าเหนื่อยมากๆ หลังเลิกงานไม่มีเวลาขยับตัวเลย ครับ ต้องซื้อตั้ว Airasia บินไปกลับ เชียงใหม่ แทบทุกอาทิตย์ ครับ

จากนั้น ครอบครัวของผมซึ่งมีพี่และอดีตแฟนของพี่ชาย ได้ทำร้านไอศครีมโดยใช้ความรู้จากฝั่งพ่อของผมเรื่องไอศครีม (ท่านโครตเก่ง) , อดีตแฟนของพี่ผมซึ่งเป็นสถาปนิค (เทพมาก)กำลังจะขยายธุรกิจ ร้านไอศครีม (เค้าเปิดหนลังมช. ในซอยและกำลังย้ายทำให้ใหญ่ขึ้น) ครั้งนี้ พี่ชายผมท่านเป็นหนึ่งในบุคคลที่สร้างชีวิตใหม่ของผมได้ดึงผมและน้องช่วยเข้ามาบริหารงานร้านไอศครีม ซึ่งน้องชายของผมนำเอาความรู้จากที่เรียนวิศวะฯเครื่องกล ดูแลฝ่ายผลิตทั้งหมดโดยมีให้ทางฝั่งพี่ชายบริหารและทำการตลาดทั้งหมดครับ ตัวผมเอง เข้าไปเรียนรู้ทุกๆ วิชา ตั้งแต่ผลิตจนถึง ตักไอติม แต่ .. มันไม่ใช่ 555 หน้าที่ผมคือสร้างระบบขึ้นมาใช้ในร้าน (สายงานตรงของผมเลย) แต่บอกไปว่า ผมไม่ชอบเขียนโปรแกรม ไม่ชอบ Hardware ไม่ชอบ Network (ซึ่งเป็นสายเรียนของวิศวะคอม 55) ตั้งนั้นผมจำตัดสินใจเปลี่ยนเลือกสายใหม่คือ BI (Business Intelligence) และจบมาก็ทำงานสายนี้ครับ กลับมาร้านไอติมกันต่อครับ ผมก็ได้คิดระบบขึ้นมาเพื่อกันการโกง ของทุกภาคฝ่ายและให้ผมตรวจสอบได้ คือผมทำระบบ Restaurant Online System ขึ้นมาครับ ซึ่งเป็นระบบร้านอาหารแบบ Real time และมี เจ้าตัว BI เนี่ยและช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและ AutoEmail หาฝ่ายบริหาร << และตัวนี้ปรับใช้กับร้านเบียร์ ของผมด้วยน่ะครับ 555 (ทุกวันนี้ มีเมลมาเยอะมากจากระบบผม) นั้นก็เลยกลายเป็น ธุรกิจที่ 3  (ซึ่งผมก็ยังอยู่ กทม ครับ) เหนื่อยมากครับ 555   

และแล้วการที่เราได้ลงมือทำ และทำจริง เราจึงมองเห็นช่องทาง การจัดจำหน่ายครับ (ขายส่ง)ผมก็กับเพื่อนสนิทผมคนเดิมครับ  (เหมือนเราก้าวออกมา1 ก้าว ครับ) สิ่งที่ผมทำคือผมเปิดบริษัทขายส่งเบียร์ต่างประเทศครับ โดยการ Deal กับผู้นำเข้าโดยตรง (คำถามคือผมไปถึงตรงนั้นได้อย่างไร) ตอนนั้นธุรกิจที่ 4 ของผมจะเกิดผมอายุ 25 ปีครับสิ่งค้าที่มีคือ เบียร์ต่างประเทศหลายๆ แบรนด์ และลูกค้าส่วนใหญ่คือพี่ๆน้องเพื่อนที่รู้จักกันครับ (การทำธุรกิจกับคนรู้จัก จะไม่โต เท่ากับเราเปิดธุรกิจกับคนที่ไม่รู้จักครับ) ธุรกิจขายส่งเบียร์นอกนั้น เป็นธุรกิจที่ 4 ครับ ซึ่งขายเฉพาะเชียงใหม่อย่างเดียว แต่แล้ว ...คนเราต้องก้าวไปครับ เพื่อนสนิทของผมเป็นคนที่มองได้ไกลมากรวมไปถึงภรรยาของผมให้การสนับสนุนครับ เลยทำให้ผมกล้าที่จะคุยกับผู้นำเข้าเบียร์ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีหลายๆ ท่าน ที่ทำให้ผมก้าวไปได้และขอเป็นตัวแทนจำหน่ายเบียร์ต่างประเทศทั้งภาคเหนือครับ ทำให้บริษัทผมโตขึ้นมากเพราะ ลูกค้าจะมากขึ้น แต่ตลาดเบียร์นอกอย่างเดียวทำยากครับเพราะราคาสูงกว่าเบียร์ไทยทำให้ผมต้องหาธุรกิจเพิ่มเพื่อให้สามารถเลี้ยงพนักงานได้ 






Create Date : 25 มิถุนายน 2557
Last Update : 25 มิถุนายน 2557 18:41:40 น. 0 comments
Counter : 320 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.