"อาตมาไม่ได้พูดให้โยมเชื่อ แต่พูดให้โยมไปคิด".....หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

ใบไม้ในกำมือ ท้ายเล่ม


ท้ายเล่ม


วันที่ข้าพเจ้ามากราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อครั้งแรก ก็คือ วันที่ข้าพเจ้ามาปฏิบัติกรรมฐาน ซึ่งขณะนั้นมีผู้ปฏิบัติราว ๒๐ คน เป็น ๗ วันที่ทรมานมาก อากาศหนาวเหน็บ ต้องห่มผ้า ทั้งขณะนั่งและเดิน ได้รู้ว่าเวทนานั้น มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปจริง ๆ ด้วยความที่ปฏิบัติเป็นครั้งแรก ก็ยังไม่เข้าใจการกำหนดเวทนา แต่ก็พยายามอดทน เมื่อไปฟังหลวงพ่อบรรยายธรรม ท่านก็พูดตรงใจข้าพเจ้า ตรงกับการกำหนดที่ผิด ๆ ของข้าพเจ้า และครั้งต่อ ๆ มาก็ได้สัมผัสอะไรบางอย่าง เป็นสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตน

ตั้งแต่นั้นมา ข้าพเจ้าก็จะมาปฏิบัติปีละครั้งบ้าง สองครั้งบ้าง แล้วก็เริ่มมาทำบุญบ้าง ฟังธรรมบ้าง ช่วยหยิบจับอะไรต่ออะไรบ้าง จากปีละครั้งสองครั้ง ก็หลายเดือนมาครั้ง แล้วก็เดือนละครั้ง แล้วก็เป็นอาทิตย์ละครั้งอย่างทุกวันนี้ ทำให้มีกำลังใจ และเข้าใจชีวิตมากขึ้น

เหตุที่ผลักดันให้ข้าพเจ้าจัดทำหนังสือ มีอยู่คืนหนึ่ง ขณะที่ข้าพเจ้าอยู่กับหลวงพ่อบนกุฏิ เจ้าหน้าที่กรรมฐานมาถวายรายงานปัญหา ข้าพเจ้าก็เลยอาสาเข้าไปช่วยงานในกรรมฐาน ซึ่งก็ได้รับความเมตตาอนุญาตจากหลวงพ่อ เป็นความภาคภูมิใจมาก ข้าพเจ้าไปช่วยอยู่ประมาณเดือนที่ ๕ หลังจากผู้ปฏิบัติเลิกปฏิบัติแล้ว ข้าพเจ้าขึ้นไปกราบนมัสการลากลับบ้าน เช่นทุกครั้ง ท่านพูดว่า “ความดีเป็นศัตรูชีวิต .....” ข้าพเจ้าช่วยงานต่อมาอีก ๒ เดือน ก็มีเหตุไม่สามารถอยู่ช่วยงานได้ อดทนต่อมาอีกหนึ่งเดือน จึงได้กราบเรียนขออนุญาตหยุดเข้าไปช่วยงานชั่วคราว

เมื่อข้าพเจ้าไม่สามารถอยู่ช่วยงานในเขตกรรมฐานต่อไปได้ ก็มาจัดแสดงภาพถ่ายกิจกรรมและผลงานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เพื่อให้ประชาชนที่แวะเวียนเข้ามาวัดอัมพวัน ได้รู้ได้เห็น ภารกิจของหลวงพ่อมีมากมายไม่เคยว่าง ญาติโยมหลายท่านก็ช่วยสนับสนุน ทั้งฟิล์ม ทั้งค่าล้าง ค่าอัด และตู้แสดงภาพขนาดใหญ่ เมื่อการจัดแสดงภาพมีอุปสรรคอีก ก็จำเป็นต้องหยุดอีก ข้าพเจ้าก็คิดว่าจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมและหลวงพ่อต่อไปดี ก็พิจารณาถึงคำสอนอันมากมาย ที่ญาติโยมมาฟังแล้วก็ลืม อีกทั้งระหว่างช่วยงานในเขตกรรมฐาน ได้เห็นปัญหาของผู้ปฏิบัติธรรม ทั้งขณะปฏิบัติและหลังจากปฏิบัติ จึงคิดว่าน่าจะรวบรวมคำสอนของหลวงพ่อ ต่อจาก “เหนือฟ้า ยังมีฟ้า แต่ มีอะไรเหนือกฎแห่งกรรม” ก็เลยได้มาเป็น “อนุสาสนีปาฏิหาริย์” แต่เมื่อมาฟังหลวงพ่อในแต่ละครั้ง ก็ได้สิ่งใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีก ก็พยายามเก็บไว้ ก็เลยตั้งใจจะรวบรวมอีก จึงมาเป็น “ใบไม้ในกำมือ”

ท่านที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านไป พระเดชพระคุณหลวงพ่อแบกรับภาระที่หนักอึ้ง เกินกว่าบุคคลธรรมดาจะรับได้ แต่ท่านไม่เคยปริปาก ท่านสร้างขันติบารมีอย่างเด็ดเดี่ยว และท่านไม่เคยบกพร่องพรหมวิหารธรรม ข้อเมตตา กรุณา นี้ชัดเจนมาก ท่านที่เคยไปวัดได้กราบนมัสการท่าน คงซึ้งแก่ใจเป็นอย่างดี ข้อมุทิตา จะไม่มีคำว่าไม่ดีออกจากปากท่าน ท่านจึงสอนให้เรามองคนแต่แง่ดี และท่านก็จะแสดงความชื่นชมยินดีต่อทุกท่านโดยถ้วนหน้า ข้อที่สำคัญที่เราท่านอาจไม่เข้าใจคือ อุเบกขา ท่านพูดให้เราเข้าใจง่าย ๆ ว่า “วางตนให้เป็นกลาง ไม่ปล่อยอารมณ์ไป เข้าข้างโน้น เข้าข้างนี้ และไม่เข้าข้างตัวเองด้วย เรียกว่า อุเบกขาของท่านผู้ใหญ่”

หวังว่าท่านที่ไปสร้างบุญ (ปฏิบัติธรรม) หรือไปทำบุญ (ถวายสิ่งของหรือปัจจัย) หรือปรนนิบัติรับใช้ คงเข้าใจพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูดให้สติพวกเราคิดใคร่ครวญว่า เรามาสร้างบุญ เอาพระมาไว้ในใจ ให้ดูใจเรา มาวัดให้ได้ ๓ วัด วัดจิตวัดใจ วัดอารมณ์ และวัตถุธรรม ให้เลือกดูแต่สิ่งที่ดี ๆ เราจะเป็นผึ้งที่ชอบของหอม บินสูง หรือจะเป็นแมลงหวี่ แมลงวัน ที่ตอมแต่อาจม บินต่ำ ๆ เป็นต้น

พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน อดทน อดกลั่น อดออม ประนีประนอมยอมความ แล้วทำไมเราจะไม่เดินตามรอยท่าน ทิพยอำนาจ (อภิญญา ๖ หรือวิชชา ๘ ประการ) ของ พระอริยคุณาธาร (เส็ง) ปุสโส พระเดชพระคุณหลวงพ่อก็ผ่านมาแล้ว เมื่อหลวงพ่อเป็นทิพย์ สมบัติ ในวัด ในกุฏิ ใครเอาไปด้วยอาการไม่บริสุทธิ์ผิดปกติ หรือมาหลอก มาโกหก เพื่อขอปัจจัยท่าน อนาคตจะเป็นเช่นไร ? เมื่อหลวงพ่อเป็นทิพย์ อาณาบริเวณในเขตรัศมีของท่าน ใครพูด ใครทำอะไร ไม่ดี ผลจะไปไหนเสีย ? บางท่านคงเคยสัมผัสกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด เช่น เทพกาหลง มาช่วยงาน หรือเปรตพระเฟื่องปรากฏกายขอส่วนบุญจากผู้ปฏิบัติ ที่เคยลงเผยแผ่ในหนังสือกฎแห่งกรรม ธรรมปฏิบัติไปแล้ว คงเข้าใจ

ในทางกลับกัน ท่านที่ตั้งใจ มาสร้างบุญด้วยการปฏิบัติธรรม มาทำบุญด้วยการถวายสังฆทานจตุปัจจัย ตลอดจนมาฟังธรรม ท่านย่อมได้รับผลเต็มร้อยทุกท่าน ดังที่ปรากฏอยู่ใน “หนังสือกฎแห่งกรรมทุกเล่ม” เช่นเดียวกัน พรที่ท่านให้ หนังสือที่ท่านแจก ตลอดจนเหรียญรูปเหมือน เพื่อเตือนใจเรา ให้ระลึกถึงครูบาอาจารย์ ย่อมเป็นของทิพย์ ที่มีค่ายิ่ง ขอทุกท่านจงทำใจให้บริสุทธิ์ดุจพานทองรองรับของวิเศษฉันนั้น เข้าใจหรือยังว่า ทำไมหลวงพ่อจึงบอกให้ทุกท่านที่มาวัด ไปทานอาหารที่โรงอาหารกันทุกคน

พระอริยคุณาธาร (เส็ง) ปุสโส ปธ.๖ กล่าวไว้ในหนังสือ “ทิพยอำนาจ” ของท่านว่า “ทิพยภาวะนั้น จะปรากฏขึ้นแก่บุคคลในเมื่อเจริญสมาธิจนได้ฌาน ๔ แล้ว และฌาน ๔ นั่นเองเป็นทิพยวิสัยหรือแดนทิพย์ ซึ่งเมื่อบุคคลเข้าไปถึงแดนทิพย์นี้แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตน โดยฐานเป็นเครื่องใช้ ของกิน ความคิดนึกรู้สึกหรือความรู้ ก็ย่อมกลายเป็นทิพย์ไปหมด ดังที่ตรัสแก่พราหมณ์และคหบดีชาวเวนาคปุระ ว่า เราเข้าฌารที่ ๑-๒-๓-๔ ถ้าจงกรมอยู่ ที่จงกรมก็เป็นทิพย์ ถ้ายืนอยู่ ที่ยืนก็เป็นทิพย์ ถ้านั่งอยู่ ที่นั่งก็เป็นทิพย์ ถ้านอนอยู่ ที่นอนก็เป็นทิพย์ ....ดังนี้ และมีในที่อื่นอีกหลายแห่งที่ตรัสเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งเมื่อรวมความแล้ว ก็ทรงรับรองว่า เมื่อเข้าฌานที่ ๑-๒-๓-๔ แล้ว ทุกสิ่งจะกลายเป็นทิพย์ อาหารที่ได้ด้วยการบิณฑบาตก็เป็นทิพย์ ผ้าบังสุกุลก็เป็นทิพย์ ....”

เมื่องานปีใหม่ ๒๕๔๔ หลวงพ่อได้บอกให้ผู้ที่มาร่วมงาน หมั่นสวดมนต์ เพราะจะมีคนตายเยอะ น้ำท่วมตายนับร้อยคน อุบัติเหตุตาย ทำให้นึกถึงน้ำป่าพัดพาบ้านเรือนราษฎรพังกันเป็นหมู่บ้าน ในรอบปีที่ผ่านไป (ที่เพชรบูรณ์กับแพร่) และท่านยังได้พูดทีเล่นทีจริงต่ออีกว่า ใครที่อยู่คอนโดสูง ๆ ริมน้ำระวัง มันจะพังลงมา อาจเปรียบได้กับ ตึก World Trade Center ที่อเมริกา พังลงมาคนตายนับพัน ช่วงก่อนและหลังสารทจีน ปลายสิงหาต้นกันยา หลวงพ่อตั้งใจเจริญกรรมฐานจะเข้าสมาบัติ หลังจากท่านทิ้งช่วงมาประมาณ ๓๐ ปี แต่ญาติโยมก็ไม่เข้าใจ เข้าไปร่วมกันเต็มไปหมด ก่อนหน้าที่หลวงพ่อจะเข้าเจริญกรรมฐานเป็นกรณีพิเศษนี้ ลูกศิษย์คนหนึ่งมาบอกกับข้าพเจ้าว่า “หลวงพ่อเปรย ๆ ว่า แต่ก่อนดอกเบี้ยมันร้อยละสิบ แต่ตอนนี้มันเกินร้อยแล้ว ! ?”

ท่านที่เคารพครับ เมื่อท่านตั้งใจมาปฏิบัติธรรม ขอจงตั้งใจรับกรรมฐานกับหลวงพ่อ หลังจากนั้นขอให้ท่านตั้งใจปฏิบัติ แล้วถือคติกรรมฐาน กินน้อย (พอยังชีพ) นอนน้อย (ไม่เกินหกชั่วโมง) พูดน้อย (พูดเท่าที่จำเป็น) ทำความเพียรให้มาก (ปฏิบัติให้ได้ตามเวลาที่กำหนด) กับ ปริศนาลิง ๓ ตัว เพื่อไม่ให้อารมณ์รั่ว คือ ปิดหู ? ปิดตา ? ปิดปาก ? โดยเฉพาะเวลาพักผ่อน ต้องสำรวมให้มากและระวังไว้ด้วย คำสอนของหลวงพ่อที่รวบรวมไว้แล้วทั้งสองเล่ม จะช่วยให้ท่านมั่นใจในการปฏิบัติ ยามสงสัย และจะเป็นกำลังใจ ยามท้อแท้

ท่านที่เคารพครับ เมื่อท่านมาทำบุญ มาฟังธรรม ทานท่านบริสุทธิ์ ท่านตั้งใจถึงหลวงพ่อ ท่านก็ได้บุญแล้ว แล้วอย่าลืม ตั้งใจรับพรจากหลวงพ่อ ไม่ต้องไปเซ้าซี้ท่านหรอก ตั้งใจฟังธรรมจากท่านให้ดีก็แล้วกัน อย่าฟังเพลิน คิดตามไปด้วย ท่านจะได้อะไรดี ๆ กลับไป และไม่ต้องตามไปดูสังฆทาน ไม่ต้องตามไปดูปัจจัย ทั้งสังฆทานและปัจจัย ที่ท่านตั้งใจจบ เป็นของทิพย์ไปแล้ว และเราก็รับบุญไปเต็มตามที่ตั้งใจแล้ว คำสอนของหลวงพ่อที่รวบรวมไว้แล้วทั้งสองเล่ม จะเป็นคู่มือไว้ทบทวนคำสอนได้เป็นอย่างดี และจะช่วยให้ท่านเข้าใจชีวิตยิ่งขึ้น

ตลอดเวลาหลายปีที่มีโอกาสใกล้ชิดพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ข้าพเจ้ามีความซาบซึ้งในความเมตตาที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อมีให้กับประชาชนทุกคน โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ทุกคนที่มาวัด ไม่ว่า หนุ่มสาว ผู้ใหญ่ คนเฒ่าคนแก่ คนพิการ คนที่สิ้นหวังจากการรักษาพยาบาล หากพระเดชพระคุณหลวงพ่ออยู่วัดแล้ว รับรองว่าต้องได้กราบนมัสการท่านทุกคน เพียงแต่อาจจะรอนานหน่อย เพราะภารกิจการงานมาก ญาติโยมก็มาก จะละกลุ่มนี้ ไปรับกลุ่มโน้น ก็เกรงใจโยม จึงต้องเฉลี่ยกันไป บางวันญาติโยมมากราบนมัสการหลวงพ่อ แล้วอยู่ยาวจนตีหนึ่งตีสองก็มี พอตีสามหลวงพ่อก็ต้องลงโบสถ์ทำวัตรเช้า สอนพระ เช้ามาก็มีญาติโยมมาคอยอีกแล้ว หรือไม่ก็ลงเปิด / ปิดอบรม หรือเดินทางตามกิจนิมนต์แต่เช้า ตอนสาย ตอนบ่าย พบประชาชน สอนประชาชน ถ้าเย็นหรือค่ำหากเดือดร้อนมาอีก ก็ลงมาต้อนรับอีก ถ้าเป็นวันพระ หลังพบประชาชนตอนบ่ายแล้ว ก็ต้องให้คติกรรมฐานผู้มาปฏิบัติธรรม ค่ำวันเสาร์ก็ต้องให้คติกรรมฐานลาศีลแก่ผู้ปฏิบัติ จะเป็นเช่นนี้ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ข้าพเจ้าเห็นมา เคยมีพระหนุ่ม ๆ ขออยู่รับใช้ใกล้ชิด ท่านก็อนุญาต แต่ก็ทนอยู่ได้แค่ ๒ – ๓ อาทิตย์ เพราะอดนอนและตรากตรำสู้ท่านไม่ได้

ทุกวันนี้ภารกิจหลวงพ่อหนักมาก ดังที่กล่าวแล้ว ยิ่งเข้าพรรษายิ่งหนัก บ่อยครั้งท่านเดินเซ บ่อยครั้งท่านกดท้อง เพราะท่านตรากตรำมาก นอนน้อย ฉันน้อย งาน ๆ ๆ แขก ๆ ๆ ดูเหมือนว่ายิ่งพรรษามาก ยิ่งงานหนักมาก แต่การพักผ่อน และการฉัน กลับน้อย เป็นปฏิภาคกลับกัน เราใช้งานหลวงพ่อหนักไปหรือเปล่าเอ่ย ?

หนังสือคำสอนของหลวงพ่อเท่าที่พยายามสรุปรวบรวมไว้นี้ หวังเป็นหนังสือธัมมะฉบับย่อของหลวงพ่อ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงครูบาอาจารย์ ทุกสิ่งทุกอย่างท่านชี้แนะไว้แล้ว ชี้ทางเดินไว้แล้ว ตลอดจนหาทางแก้ไข วันใดที่หลวงพ่อละสังขารแล้ว เราคงได้แต่ยืนดูห่าง ๆ เพราะเข้าไม่ถึง แต่เราถึงท่านได้ทางธรรม เหมือนที่พระพุทธองค์ตรัสว่า “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ผู้ใดเห็นตถาคต ผู้นั้นเห็นธรรม” หลวงพ่อเน้นอยู่เสมอว่า พระพุทธเจ้าสอนให้ ช่วยตัวเอง พึ่งตัวเอง และสอนตัวเอง ผีกับเจ้าพึ่งไม่ได้

“การฟังเทปธัมมะในรถ เหมือนท่านมีตำรวจทางหลวงนำขบวนและส่งต่อกันเป็นทอด ๆ จนถึงจุดหมายปลายทาง” นี่เป็นอีกหนึ่งคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ


%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%


เหตุเกิดที่.....ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน


บ่อยครั้งที่ความมหัศจรรย์เกิดขึ้น หลายท่านบอกว่านั่นเป็นเหตุบังเอิญ และในทำนองเดียวกันเหตุบังเอิญก็เป็นความมหัศจรรย์ของอีกหลายคน

ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ เปรียบได้กับอนุสรณ์สถานแห่งความกตัญญูของพระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ที่มีต่อ ครูบาอาจารย์ของท่าน พระผู้ซึ่งมีพระคุณอันยิ่งใหญ่ ด้วยการถ่ายทอดธรรมวิเศษ ของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ได้ดวงตาเห็นธรรม นำไปปฏิบัติ จนนำมาสั่งสอนประชาชน ช่วยเหลือประชาชน ได้อย่างกว้างขวางไปทั่วโลก

เมื่อวันที่รับมอบที่ดินผืนนี้จำนวน ๒๒ ไร่ จาก ดร.ลำใย โกวิทยากร ฟ้าผ่าลงมา ๓ ครั้ง เปรี้ยง ๆ ๆ ผู้ร่วมเป็นสักขีพยานวันนั้นก็หลายคน

เมื่อคราวหล่อพระพุทธนิมิตพิชิตมาร พระประธานประจำศาลาพระราชสุทธิญาณมงคล มีชายหญิงที่แต่งกายต่างกับคนทั่วไป นำทองคำมาร่วมหล่อพระพุทธรูปด้วยจำนวนหนึ่ง การหล่อดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย แม้ช่างหล่อจะไม่มั่นใจว่าทองที่หลอมละลายจะไหลไปทั่ว เกรงว่าจะไม่สมบูรณ์ด้วยรู้สึกว่าปริมาณโลหะที่หลอมละลายนี้น้อยไป ไม่กล้าที่จะแกะเบ้าหล่อที่ศูนย์ฯ ก็เลยต้องขนย้ายไปที่โรงหล่อในกรุงเทพฯ แต่ปรากฏว่า องค์พระสมบูรณ์ทุกประการ ชายหญิงที่แต่งกายผิดกับชาวบ้านทั่วไปนั้น คือ พญานาค

การทอดกฐินครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะถึงเวลาตามกำหนดการ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ก็รับแขกเป็นปกติที่กุฏิหลังเก่า มีชายหญิงคู่หนึ่งแต่งกายเหมือนคนโบราณ ปากแดง ตาแดง เข้ามากราบนมัสการ และถวายจตุปัจจัย เสร็จแล้วก็เดินหายเข้าไปในสวนป่าหน้ากุฎิ เขาคือ พญานาคา หลายคนเห็นแต่ไม่ทันสังเกต

วันพิธีวางศิลาฤกษ์ ศาลาหลังใหม่ ท้องฟ้าไร้เมฆหมอก เป็นสีฟ้าสะอาดหมดจด แดดร้อน แต่พลันที่พระสงฆ์เริ่มพิธี ความร้อนหายไป บนท้องฟ้าปรากฏเมฆเป็นรูป พญานาค อย่างชัดเจน ยาวหลายกิโล สักพักหนึ่ง เมฆก็แปรรูปเป็นพญาหงส์ ผู้ร่วมพิธีเห็นกันทุกคน เป็นที่โจษจันกันมาก เพราะไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ปรากฎการณ์ครั้งนี้ บันทึกภาพไว้ได้ทันท่วงที

เมื่อพระครูสมุห์ธีรวัฒน์ ฐานุตตโร ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ไปรับพระพุทธโคดมอุดมโชค ที่ด่าน อ.แม่สอด ขณะย้ายองค์พระจากรถเครนของพม่ามารถเครนของไทย ฝนตกเอาฤกษ์เอาชัย เมื่อมาถึงศูนย์ฯ ก็เช่นเดียวกัน ครั้นใช้รถเครน ๒ คัน ยกองค์พระขึ้นเพื่อประดิษฐานบนแท่นที่ประทับ ก็ยกและเคลื่อนย้ายได้อย่างง่ายดายนิ่มนวล ยังความแปลกใจแก่นายช่างและผู้เกี่ยวข้อง ทั้ง ๆ ที่การเคลื่อนย้ายทุกครั้ง ต้องมีเสียงดังทั้งจากรถเครนและไม้ที่ทำเป็นเกราะป้องกันองค์พระ พอองค์พระประทับเรียบร้อย ฝนก็ตกลงมาพอให้รับรู้แล้วก็หยุด ใครหนอช่างบันดาลให้เป็นไปได้ขนาดนี้ พญานาค ๗ ตนหรือเปล่า

เมื่อสร้างหลังคาชั่วคราวก็เช่นเดียวกัน พอยกหลังคาวางเรียบร้อย ฝนก็ตกตอบรับทันที ก่อนหน้าที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อจะทอดกฐินหนึ่งวัน (๒๐ ต.ค. ๔๔) หลังจากท่านพระครูสมุห์ฯ นำพระเดชพระคุณฯ ดูความเรียบร้อยบริเวณศูนย์ฯ กุฏิ พื้นที่ก่อสร้างศาลาหลังใหม่ และการจัดสถานที่บนศาลาพระราชฯ เสร็จแล้วก็ตรงไปกราบนมัสการพระพุทธโคดมอุดมโชค ฝนก็ตกเป็นละอองไปตลอดทาง จนกระทั่งพระเดชพระคุณฯ จุดธูปเทียนบูชา กราบนมัสการเสร็จเรียบร้อย ฝนจึงหยุด !

ในนิตยสารที่ลงเรื่องราวเกี่ยวกับครูบาอาจารย์ทางภาคอีสาน ซึ่งถือว่าเป็นพระปฏิบัติที่มีชื่อเสียงหลายรูป ทุกรูปจะพูดถึงพญานาคที่ท่านได้พบเห็น ตามที่ผู้เขียนที่ใช้นามปากกา นที ลานโพธิ์ รวบรวมไว้ มีดังนี้ หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ (พญานาคมิจฉาทิฐิ) หลวงปู่ชอบ ฐานสโม (พญานาคแม่น้ำโขง) หลวงปู่หลุย จันทสาโร (พญานาคที่ภูบักบิดและถ้ำแก้งยาว) หลวงปู่สิม พุทธาจาโร (พญานาคที่ถ้ำผาปล่อง) หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี (พญานาคที่ถ้ำมืด) และหลวงปู่พรหมา ปภากโร (เข้าถ้ำพญานาค) เป็นต้น ท่านประธานการจัดพิมพ์หนังสือนี้ยังเล่าให้ฟังว่า หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี แห่งวัดหินหมากเป้ง หรือ พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป ก็เคยพูดถึงพญานาค เช่นกัน

พระเดชพระคุณหลวงพ่อเคยพูดว่า ถิ่นไทยงาม คือ ภาคเหนือ ถิ่นไทยดี คือ ภาคอีสาน ถิ่นไทยอุดม คือ ภาคใต้ ถิ่นจอมไทยจอมโจร คือ ภาคกลาง คงเป็นด้วยเหตุนี้กระมัง พญานาค จึงปรากฏ ให้ผู้มีศีลสังวรหรืออธิศีล ได้รับรู้รับทราบทางภาคอีสาน ดังเช่นที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่น เป็นต้น


หมายเหตุ :
หนังสือ"ใบไม้ในกำมือ" ตั้งแต่ หมวดที่ ๑ ถึง ท้ายเล่ม
บล็อกเดิมได้พิมพ์ลงไว้
ตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนาคม ถึงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๙




 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2549
0 comments
Last Update : 17 พฤษภาคม 2549 14:50:55 น.
Counter : 1585 Pageviews.


ถมทอง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 56 คน [?]









.: เรื่องล่าสุด ๒๕๕๖ :. คลิกเลยค่ะ

๒ พ.ย. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๑๔
๑๔ ต.ค. [คลิป]พิธีถวายผ้าป่า๒๐๐กอง
๑๒ ต.ค. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๑๓
๑๙ ก.ย. ๘๕ ปี หลวงพ่อจรัญ
๒๔ ส.ค. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๑๒
๑๗ ส.ค. [คลิป]มุทิตาสักการะ ๘๕ ปี
(แก้ไข) เพิ่มอีก ๑ คลิป

๙ ส.ค. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๑๑
๓ ส.ค. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๑๐
๒๗ ก.ค. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๙
๑๐ ก.ค. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๘
๑ ก.ค. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๗
๒๓ มิ.ย. มุทิตาจิตแด่หลวงพ่อจรัญ
๒๒ มิ.ย. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๖
๑๖ มิ.ย. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๕
๗ มิ.ย. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๔
๓๐ พ.ค. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๓
๒๑ พ.ค. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๒
๑๔ พ.ค. [คลิป]แผ่เมตตาข้ามทวีปช่วยแม่
๑๑ พ.ค. [คลิปเสียง]ธรรมเทศนา ๑
๗ พ.ค. วันกตัญญู ๒๕๕๖ (ตอน๒)
๖ พ.ค. วันกตัญญู ๒๕๕๖ (ตอน๑)
๑๖ เม.ย. [คลิป]วันกตัญญู ๒๕๕๖
๑๑ เม.ย. [คลิป]ยิ่งให้ยิ่งได้
๖ เม.ย. [คลิปเสียง]หลวงพ่อสอนกรรมฐาน
๒๓ มี.ค. [คลิปเสียง]การเจริญกรรมฐาน
๑๑ มี.ค. [คลิป]อานิสงส์พุทธคุณ
๔ ก.พ. วันทำบุญแผ่นดิน
๑๕ ม.ค. [คลิป]วันทำบุญแผ่นดิน




Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2549
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
14 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ถมทอง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.