งาสาร ฤาห่อนเหี้ยน หดคืน คำกล่าว สาธุชนยืน อย่างนั้น
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2558
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
15 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 
อาณาจักรสุวรรณภูมิ

อาณาจักรสุวรรณภูมิ

                     ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในปัจจุบันกำลัง ดำเนินยุทธศาสตร์สำคัญในการร่วมเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association ofSouth East Asian Nations : ASEAN) เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ได้รับการส่งเสริมความร่วมมือใน ๓ ประเด็นหลักคือ

-ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (ASEANPolitical-Security Community หรือ APSC)

- ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือAEC)

- ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน(ASEAN Socio-CulturalCommunity หรือASCC)

                     อาณาบริเวณนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมาโดยต่อเนื่องยาวนานนับ หลายพัน ปีจากหลักฐานทางโบราณคดี พบว่าในพื้นที่สุวรรณภูมินี้มีร่องรอยของความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต มีผู้คน มีประเพณี วัฒนธรรมมีอาณาจักร มีการต่อสู้ มีพัฒนาการมาตามลำดับ หมุนเวียนความเจริญรุ่งเรือง ไปตามกาลตามหลักไตรลักษณ์คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่และ ดับไป มีคำเรียก สุวรรณภูมิอีกชื่อหนึ่งว่า สุวรรณทวีป แปลว่า เกาะทอง เมื่อสันนิษฐานจากสองคำนี้ทำให้ได้ข้อสรุปอย่างน้อย 2 อย่าง คือ

                    สุวรรณภูมิ เป็นดินแดนที่เป็นแผ่นดินใหญ่

                    สุวรรณทวีปคือ เกาะที่อยู่ติดกับสุวรรณภูมิ

                    และเนื่องจากในคัมภีร์ชาดก กล่าวว่าสุวรรณภูมิอยู่ทางทิศตะวันออกของอินเดีย เมื่อพิจารณาจากแผนที่โลกจึงน่าจะสันนิษฐานได้ ว่า สุวรรณภูมิ คือส่วนที่เป็นแผ่นดิน ได้แก่ ประเทศพม่า ไทย มาเลย์เซีย กัมพูชา ลาว เวียตนามส่วนสุวรรณทวีปซึ่งเป็นเกาะ น่าจะได้แก่ เกาะชวา สุมาตรา หรืออินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

                    เฉพาะในดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบันปรากฎมีหลักฐาน อาณาจักรต่างๆตั้งแต่ ในยุค พุทธศตวรรษที่ ๒ ตามที่กล่าวแล้วในสมัย พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์บัลลังก์ กรุงปาฏลีบุตร บรรดาเชื้อพระวงศ์เหล่าเสนาอำมาตย์ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามถูกกวาดล้างเข่นฆ่าอย่างทารุณโหดร้าย พระองค์ได้รับสมญานามว่า “จัณทาโศก” 

                  สันนิษฐานว่า ในสมัยนั้น พวกที่รอดชีวิตคงหลบหนีลี้ภัยลงเรือข้ามมหาสมุทรเข้ามายังดินแดนคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทยจำนวนมากต่อมาเมื่อกองทัพของ พระจ้าอโศกมหาราช ได้บุกลงมาโจมตี เมืองโตสาลี ราชธานีของ อาณาจักรกลิงคราช(แคว้นโอริสา ในปัจจุบัน) จารึกของพระเจ้าอโศกมหาราชกล่าวว่า ทหารของฝ่ายกลิงคะ ถูกฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายลงนับแสนถูกจับเป็นเชลยศึกหลายแสนคน ที่รอดชีวิตคงหลบหนี้ลี้ภัยเข้ามายังดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกับนำศิลปวิทยาอันรุ่งเรืองเข้ามาเผยแพร่ให้แก่ชาวพื้นเมืองและราชสำนักในสมัยนั้น

                     ในคัมภีร์มหาวงศ์ของลังกา ซึ่งเขียนขึ้นราว พ.ศ. 1043โดยอ้างอิงมาจากคัมภีร์อรรถกถา มหาวงศ์ ที่ได้สูญหายไปแล้วนั้น ได้มีบันทึกไว้ว่าเมื่อราว พ.ศ. 236 สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชมีอำนาจสูงสุดและแผ่ไพศาลไปทั่วชมพูทวีป ตั้งเมืองหลวงที่กรุงปาฏลีบุตรได้ทรงอุปถัมป์ศาสนาพุทธ มีการทำสังคายนา ครั้งที่ 3และส่งพระภิกษุผู้ทรงคุณวุฒิไปประกาศพระศาสนานอกจากจะส่งไปทั่วทุกรัฐในอินเดียแล้ว ยังส่งไปต่างประเทศอีกด้วย เช่น ลังกาและสวรรณภูมิ เป็นต้น พระโสณะและอุตตระเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิแต่ก็คงไม่ใช่เป็นผู้เผยแพร่พระพุทธศาสนาของพระสงฆ์เพียงกลุ่มเดียวคงมีหลายกลุ่มหลายเหล่า หลายศาสนาและหลายนิกาย เพราะสุวรรณภูมิคือเป้าหมายของการค้าทางทะเลจึงน่าจะมีผู้คนลัทธิศาสนาต่างๆ ผ่านเข้ามา ซึ่งในระยะนั้นน่าจะมีทั้งพุทธ พราหมณ์และฮินดู ยิ่งกว่านั้นการรับนับถือศาสนาก็น่าจะเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจดุลพินิจของบุคคลที่เป็นเจ้าเมืองและผู้ปกครองด้วย จึงปรากฏให้เห็นจากหลักฐานทางโบราณคดีที่มีทั้งพุทธพราหมณ์ ฮินดู และพุทธมหายานปะปนกันอยู่ทั่วไป

                     นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าศูนย์กลาง ความเจริญของอาณาจักรสุวรรณภูมิ อยู่ที่ตอนกลางของคาบสมุทรเนื่องจากเป็นจุดกึ่งกลางในการเชื่อมต่อ การเดินทะเลการขนถ่ายสินค้าระหว่างการเดินเรือทางทะเลด้านทิศตะวันตกของคาบสมุทรกับทะเลด้านทิศตะวันออก เมืองท่าสำคัญด้านฝั่งตะวันตกได้แก่ พื้นที่บริเวณ อำเภอตะกั่วป่าจังหวัดพังงาและอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่และขนถ่ายสินค้าไปมาสู่เมืองท่าสำคัญด้านทิศตะวันออก ได้แก่พื้นที่ อำเภอพุนพินอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จนอาจกล่าวได้ว่าดินแดนในบริเวณดังกล่าวน่าจะเป็นที่ตั้งของ “อาณาจักรสุวรรณภูมิยุคแรก” ซึ่งมี “เมืองพันพาน” เป็นเมืองหลวงของอาณาจักร 

                    ตามบันทึกคัมภีร์มหาวงศ์กล่าวถึงรายละเอียดว่า เมื่อ พ.ศ. 296 “เจ้าชายสุมิตร” ราชโอรสของ “พระนางสังฆมิตรตาเถรี”และเป็นพระราชนัดดาของ “พระเจ้าอโศก” เสด็จลงเรือจาก “กรุงอนุราธปุระ” ไปยัง กรุงสุวรรณปุระ” เรื่องราวของเจ้าชายแห่งราชวงศ์โมริยะเสด็จมายัง“กรุงสุวรรณปุระ” ในสมัยต้นพุทธศตวรรษที่3 ปรากฎหลักฐานอยู่ใน “ตำนานสุวรรณปุระวงศ์”และตำนานเก่าแก่ของประเทศศรีลังกาและอาณาจักรศรีวิชัย

                    “เจ้าชายสุมิตร”ได้อภิเษกสมรสกับราชธิดา ของ พระเจ้ากรุงสุวรรณปุระเมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติสืบต่อมา ตำนานดังกล่าวระบุว่าทรงเป็นผู้สถาปนา “ราชวงศ์สุวรรณปุระ” ขึ้นใน“สุวรรณภูมิ” ต่อมาได้เปลี่ยนนามราชวงศ์ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นมาของบรรพบุรุษของพระองค์ว่า“ไศเลนทรวงศ์”แปลว่าพระอินทร์ผู้เป็นใหญ่เหนือภูเขา เพื่อแสดงนัยความหมายให้รู้ว่าทรงสืบเชื้อสาย“ศากยะวงศ์”มาอย่างไรและสืบราชวงศ์ลงมากระทั่งถึงสมัยจักรวรรดิศรีวิชัยเรืองอำนาจและล่มสลายไปในราวต้นพุทธศตวรรษที่18 

                    ด้วยเหตุนี้ราชวงศ์กษัตริย์ที่ปกครองบ้านเมืองในคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทย จึงอ้างว่าพระองค์เป็นราชวงศ์เดียวกับพระพุทธเจ้า ซึ่งราชวงศ์ไศเลนทร์นี้มีความรุ่งเรืองสูงสุดในสมัยอาณาจักร ศรีวิชัย ในพุทธศตวรรษ ที่๑๒ มีอาณาเขตครอบคลุมมลายู เกาะชวา เกาะสุมาตรา ช่องแคบมะละกา ช่องแคบซุนดา และบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย พื้นที่อาณาจักรแบ่งได้สามส่วนคือส่วนคาบสมุทรมลายู เกาะสุมาตรา และหมู่เกาะชวา

                   (อาณาจักรสุวรรณภูมิเข้าถึงได้จาก //th.wikipedia.org/wiki )

                    ดินแดนอาณาจักรสุวรรณภูมิที่กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นอาณาจักรอาเซียน เคยมีศูนย์กลางอยู่ที่ จว.สุราษฎร์ธานี จว.นครศรีธรรมราช จว.กระบี่และจว.พังงา นี้เอง

                    ศาสนาพุทธเคยรุ่งเรืองไปทั่วทั้งดินแดน ปรากฎหลักฐานชัดเจนไม่ว่าจะเป็นบนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ในประเทศมาเลเซีย แม้กระทั่งใน๓จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กำลังมีปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ศาสนาพุทธก็รุ่งเรืองตลอดมาจนถึงสมัยอาณาจักรลังกาสุกะจึงมีการเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นศาสนาอื่นด้วยเหตุผลส่วนตัวของผู้ปกครองในยุคนั้น

                   อดีต เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและผ่านไปแล้วไม่สามารถจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ อนาคตเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นการอยู่กับปัจจุบัน และทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเพื่อให้เกิดความสงบสุขร่มเย็นต่างหาก จึงเป็นเรื่องที่ควรจะต้องกระทำ


   - - - - - - - - - - - - - - 




Create Date : 15 สิงหาคม 2558
Last Update : 15 สิงหาคม 2558 17:18:28 น. 0 comments
Counter : 1334 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
sathit 1
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add sathit 1's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.