Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
1 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
โซ่รักสีรุ้ง บทที่ ๗ - หัวใจอันซับซ้อน ๒



หลังจากได้ชุดที่พนมกรพอใจ เขาก็ให้โยษิตากับซินดี้ช่วยกันออกแบบทรงผมให้หล่อน ทั้งปล่อยยาวสยาย ดัดเป็นลอน และเกล้าเป็นมวยกลางศีรษะ ลองอยู่หลายทรงกว่าจะพบทรงที่ถูกใจ

                ครั้นพนมกรพยักหน้า ทั้งโยษิตาและซินดี้ต่างพากันพรูลมออกจากปากอย่างโล่งอก

                “ขอบคุณพี่โยมากครับ ซินดี้ด้วยนะ” พนมกรเอ่ยขอบคุณขณะเดินผ่านประตูออกมานอกร้าน ประตูรถเปิดอ้าเพื่อให้ซินดี้นำชุดที่ถือในมือไปวางไว้ตรงเบาะหลัง หนึ่งในนั้นเป็นชุดของหล่อน ส่วนอีกชุดนั้นเป็นชุดของเขาซึ่งโยษิตาเตรียมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

‘ลองสักหน่อยไหมกร ไม่รู้ว่าจะถูกใจกรหรือเปล่า’

                เจ้าหล่อนเสนอ หากพนมกรกลับสั่นศีรษะโดยไม่เสียเวลาคิด

‘ไม่ละครับ เสียเวลาเปล่าๆ...’ จากนั้นก็ลงท้ายด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังหน้าบาน ‘ผมเชื่อมือพี่โย’

ถ้อยคำสนทนาระหว่างกันบอกชัดว่าทั้งสองคงรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่จะนานเท่าไร สายรุ้งไม่รู้ เพราะพนมกรไม่เคยพูดถึงโยษิตามาก่อน และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่หล่อนได้พบกับผู้หญิงคนนี้...สาวใหญ่วัยสามสิบปลายๆ ไม่แน่ใจว่าแต่งงานแล้วหรือยัง ทว่าเสน่ห์ของเธอยังเต็มเปี่ยม

                ทั้งใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีต ทั้งท่าทางการเดินเหิน...สง่างามชวนมอง แม้แต่เวลาหล่อนยืนพักขาและยกมือกอดอก หล่อนรู้สึกราวกับมองนางแบบผู้หนึ่งยืนโพสต์ท่าก็ไม่ปาน โยษิตามีความเก๋ไก๋ ทันสมัย เตะตา และสำหรับหนุ่มๆ แล้วคงจะถูกตาต้องใจได้ไม่ยาก

                ช่วยไม่ได้ที่หล่อนไพล่คิดไปว่าบางที...พนมกรเองก็เคยติดตาต้องใจ ‘พี่โย’ คนนี้มาแล้ว

“ไว้ว่างๆ ผมจะพาไปเลี้ยง...ตอนนี้แยกย้ายกันก่อนแล้วกันครับ” เสียงของพนมกร รวมถึงสัมผัสร้อนผ่าวจากมือของเขาที่แตะลงบนต้นแขนของหล่อน ทำให้สายรุ้งต้องสลัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นทิ้งไป “บ่ายสองไปเจอกันที่...”

                เขานัดแนะสถานที่ซึ่งเป็นโรงแรมชื่อดังติดชายทะเลแห่งหนึ่งในหัวหิน

                ฝ่ายนั้นรับคำก่อนโบกไม้โบกมือลา ขณะที่พนมกรทำเพียงโปรยยิ้ม ผงกศีรษะ              แล้วพาหล่อนขึ้นรถ

                พนมกรพารถแล่นออกจากถนนสายนั้นได้ไม่นานก็หักพวงมาลัยเลี้ยวผ่านประตูไม้เข้าไปจอดในลานจอดรถแห่งหนึ่ง

“กินข้าวกันก่อนนะรุ้ง จะบ่ายโมงแล้ว รุ้งคงหิวจนท้องกิ่วแล้วมั้ง”

“นิดหน่อยค่ะ”

                หล่อนตอบเสียงเบา ก่อนจะหันไปจ้องเขาตาแป๋ว ความสงสัยที่โชนฉายในดวงตาคู่นั้นทำให้คนมองหัวเราะแผ่วๆ ในลำคอ

“สงสัยว่าพี่จะพาไปออกงานที่ไหนล่ะสิ”

“ค่ะ ทำไมพี่กรไม่บอกรุ้งก่อนล่ะคะ”

“พี่รู้ว่ารุ้งไม่ชอบออกงาน ถ้าพี่บอกก่อน รุ้งก็คงไม่ยอมมาด้วย”

“เป็นงานสำคัญหรือคะ พี่กรถึงอยากให้รุ้งมาด้วย”

                เป็นคำถามที่ทำให้พนมกรทอดถอนใจยาว เอนกายพิงพนัก พลางยกมือข้างหนึ่งนวดท้ายทอย

“ก็ไม่เชิง”

“ก็ไม่เชิง? แปลว่าอะไรคะ สำคัญหรือไม่สำคัญ”

                คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอยู่พักหนึ่งราวกับหาคำตอบที่ตนเองพึงพอใจไม่ได้ หากเพียงไม่นานมันก็คลายออก

                “เอาน่า จะสำคัญหรือไม่สำคัญพี่ก็อยากให้รุ้งมาด้วย”

                เขาตัดบทด้วยการก้าวลงจากรถ เดินอ้อมไปเปิดประตูรถให้หล่อน วางมือลงบนศีรษะเล็ก แล้วยิ้มใส่ตาหล่อนเพราะรู้ดีว่าจะทำให้หล่อนเลิกซักไซ้หาคำตอบ

“แค่เหตุผลว่าพี่อยากอยู่กับรุ้งก็ไม่พอหรือคะ”

                ทิ้งท้ายด้วยประโยคนี้ สายรุ้งก็ไม่กล้าถามอะไรแล้ว พนมกรรีบฉวยโอกาสนั้นโอดครวญ

“พี่หิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว รีบไปกินข้าวกันเถอะ”

                ไม่รอให้หล่อนได้ตั้งตัว เขารีบดึงร่างเล็กให้ลุกยืน ปิดประตูรถ ล็อกเรียบร้อยก็ลากหล่อนเดินตรงไปยังร้านอาหารกรุกระจกตรงหน้าในทันที

พนมกรให้คำตอบตัวเองไม่ได้จนกระทั่งบัดนี้

                ชายหนุ่มยืนมองตัวเองในชุดทักซิโด้...เสื้อเชิ้ตขาวสวมทับด้วยสูทสีดำและผูกหูกระต่ายตรงลำคอ ผมลองทรงที่เคยปล่อยอย่างสบาย บัดนี้ถูกเสยขึ้นไปด้านบนและใส่เจลจนเงาวับ

                ใบหน้าที่มักจะมีความละมุนอยู่เสมอ กลับดูเคร่งเครียด เพราะผู้เป็นเจ้าของขมวดคิ้วจนแทบเป็นปม

‘เป็นงานสำคัญหรือคะ พี่กรถึงอยากให้รุ้งมาด้วย’

คำถามของสายรุ้งดังก้องขึ้นมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไรก็คร้านจะนับ หากเขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้อยู่นั่นเอง

                คราแรกเขาไม่ได้ตั้งใจจะพาหล่อนมาออกงานด้วยหรอก พูดตามตรงคือเขาไม่คิดจะมาร่วมงานนี้ด้วยซ้ำ เขาแค่คิดจะพาหล่อนไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งสองต่อสอง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเพื่อ...โน้มน้าว หลอกล่อ หรือเร่งเร้าให้หล่อนยอมตกลงแต่งงานเสียที

                แต่เพราะเหตุผลบางอย่าง...เหตุผลที่ทำให้อารมณ์ของเขาขุ่นมัว และมีความอยากเอาชนะจนตัดสินใจส่งไลน์ไปบอกโยษิตาว่าเตรียมเดรสสวยๆ พร้อมกับช่างแต่งหน้าฝีเมือเยี่ยมไว้ให้ด้วย

‘เตรียมให้ใครจ๊ะกร’

‘แฟนผมครับ’

‘อ้อ...หนูรุ้งน่ะหรือ งานอะไรล่ะ’

‘งานวันเกิดเพื่อนครับ’

‘เพื่อน’ เขาแค้นยิ้ม เกือบจะเปล่งเสียงหัวเราะอย่างเยาะหยัน

                กับผู้ชายคนนั้น เขาไม่เคยนับว่าเป็นเพื่อนแม้สักครั้งเดียว!

                นายพิมุกข์ อิสรรัตนันท์! หนุ่มไฮโซบุตรชายนักธุรกิจพันล้านอันดับต้นๆ ของประเทศไทย...เพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาที่ทั้งโอ้อวด เย่อหยิ่ง และมักมองคนอื่นต่ำต้อยกว่าอยู่เสมอ

                เขาไม่ชอบนายพิมุกข์คนนี้ ถึงขั้นชิงชังเลยด้วยซ้ำกระมัง แต่ก็เพราะสิ่งที่เขายึดมั่นมาเกือบตลอดชีวิต...คำว่าผลประโยชน์เท่านั้นที่ทำให้เขาต้องเก็บความไม่ชอบใจไว้ในส่วนลึก และทำตัวเป็นเพื่อนผู้ชื่นชมและปลาบปลื้มกับความร่ำรวยของฝ่ายนั้นอย่างเสแสร้ง

                เถอะ...ก็แค่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น!

เขาบอกตัวเอง พลางตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า...ผลประโยชน์คือสิ่งที่เขาต้องการ ไม่ควรตัดความสัมพันธ์ให้ขาดสะบั้นเพียงเพราะความรู้สึกส่วนตัว!

                เช่นนี้แล้ว เขาจะอยากมาร่วมงานวันเกิดของคนผู้นั้นเพื่ออะไรเล่า

                เหตุผลที่เขานึกได้ในตอนนี้...คงมีเพียงเหตุผลเดียว

                ดวงตาเรียวฉายวาบถึงความคาดหวังและสาแก่ใจ

                หากก็เพียงชั่วขณะเท่านั้น เมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น หน้ากากแห่งความเป็นมิตรก็ถูกสวมกลับคืนดังเดิม

                พนมกรเดินไปเปิดประตู จึงเห็นซินดี้ยืนยิ้มแฉ่ง ดวงตาเป็นประกายอย่างภูมิอกภูมิใจ

“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณกร ประติมากรรมชั้นเยี่ยมของซินดี้”

‘ประติมากรรมชั้นเยี่ยม’ เป็นการเอ่ยเกินจริงแบบที่ทำให้พนมกรเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา

“ขนาดนั้นเลยหรือซินดี้”

คนตรงหน้ายักคิ้ว ยิ้มกว้างขวางจนแทบเห็นฟันทุกซี่ก่อนจะจีบปากจีบคอพูด

“ถ้าคุณกรเห็นคุณรุ้งตอนนี้ละก็จะต้องตะลึงแน่ๆ เชื่อมือซินดี้เถอะค่ะ


สายรุ้งแต่งหน้าแต่งตัวอยู่ห้องข้างๆ เดินเพียงสามก้าว เขาก็มาหยุดยืนตรงประตูหน้าห้องหล่อนแล้ว เขายืนเอามือล้วงกระเป๋าในท่วงท่าสบายๆ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากนักกับ ‘ประติมากรรมชั้นเยี่ยม’ อย่างซินดี้อวดอ้าง คงมีแค่ความอยากรู้เท่านั้น...ว่าสาวน้อยที่แสนจืดชืดอย่างสายรุ้ง ยามถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องจากช่างแต่งหน้าฝีมือดีแล้วจะสวยขึ้นมากน้อยเพียงใด

                ซินดี้เคาะประตูห้องสองครั้ง พลางร้องเรียก

                “คุณรุ้งขา คุณรุ้ง...ออกมาได้แล้วค่า”

                เพียงอึดใจ ประตูก็เปิดแง้มออก พร้อมกับใบหน้าอันผุดผ่องของสายรุ้งโผล่ออกมา

                วงหน้านวลถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างพอดิบพอดี ไม่บางจนไร้สีสัน หากก็ไม่เข้มจนขัดตา

                ดวงตากลมโตภายใต้อายไลเนอร์ที่ได้รับการกรีดอย่างมืออาชีพมีแววประหม่าขัดเขินอย่างเห็นได้ชัด แก้มของหล่อนแดงปลั่ง...ทั้งสีจากบลัชออนและความขวยเขิน กลีบปากของหล่อนซึ่งเคลือบลิปสติกสีแดงอมส้มนั้นเม้มน้อยๆ บางคราก็เหมือนจะยิ้มแหยๆ ราวกับหวาดหวั่นไม่มั่นใจ

“ออกมาสิรุ้ง ให้พี่ดูหน่อยซิว่ารุ้งของพี่สวยขนาดไหน”

                พนมกรขยับกาย เดินเข้าไปใกล้ประตู พลางยืนมือออกไป มือใหญ่หยาบกร้าน และมีร่องรอยของการทำงานหนักมากกว่าจะเป็นมือของผู้บริหารที่มีทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้าน

‘มือพี่หยาบไปหน่อย...ว่าไหม’

                เขาเคยพูดกับหล่อนด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ...จะเรียกว่าอับอายก็คงได้ เพราะมือคู่นี้เป็นสิ่งตอกย้ำอดีตของเขา...ความจน ความลำบากตรากตรำ ความแร้นแค้น อดีตเหล่านี้เขาอยากจะลืมเลือนมันให้หมด ยิ่งความทรงจำเกี่ยวกับมารดาเขายิ่งอยากลืม หากฝังมันลงในก้นบึ้งหัวใจได้ เขาจะล็อกมันด้วยกุญแจหลายสิบชั้นเพื่อไม่ให้มันผุดพลุ่งขึ้นมาได้อีก!

                ‘มือผู้ชาย...ก็เป็นแบบนี้ทุกคนไม่ใช่หรือคะ’

‘เคยจับมือผู้ชายคนอื่นแล้วหรือ’

                คำถามนั้นทำให้สายรุ้งหัวเราะ ส่ายหน้าเร็วรี่

‘ไม่เคยหรอกค่ะ...หรือถ้าเคยก็คงเป็นตอนอนุบาล’ หล่อนว่าพลางวางมือลงบนมือเขา ‘ถึงมือพี่กรจะหยาบแค่ไหน รุ้งก็ไม่เคยรังเกียจ’

‘จริงหรือ

                ‘จริงสิคะ’

                หล่อนยืนยันคำพูดนั้นด้วยการสอดมือประสานกับมือเขาอย่างแนบแน่น

                พนมกรรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาหน่อยๆ...สายรุ้งก็เป็นแบบนี้ หัวใจอันอ่อนโยนของหล่อนช่วยลดความแข็งกระด้างในหัวใจเขาลงได้

“ออกมาเถอะค่ะ ไม่ต้องอาย”

                หล่อนลังเลเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือออกมา วางมือลงบนมือเขา แล้วค่อยๆ ก้าวเท้าออกมา รองเท้าส้นสูงสีขาวสร้างความลำบากให้หล่อนไม่น้อย สายรุ้งเดินอย่างไม่มั่นใจ เกือบจะเซซวนหลายครั้ง หากเขาก็รีบใช้อ้อมแขนประคองเอวหล่อนไว้ได้ทัน

                พนมกรได้เห็นหล่อนเต็มตา ‘ประติมากรรมชั้นเยี่ยม’ อย่างซินดี้ว่า...เขาเห็นจริงตามนั้น

                ถึงหล่อนจะไม่ได้สวยสง่าหรือเซ็กซี่อย่างนางแบบบนแคทวอล์ค แต่ที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้ก็นับว่าน่าเหลือเชื่อแล้ว

                หล่อนประหนึ่งตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ บอบบางน่าทะนุถนอม ผมดำขลับที่เกล้าเป็นมวยไว้กลางศีรษะเผยให้เห็นลำคอระหง เพิ่มความสง่าให้หล่อนอีกนิด

                วงหน้านวลที่แหงนเงยมองเขา ห่างเพียงคืบ...ช่างดึงดูดใจ

                ช่วยไม่ได้ที่เขานึกอยากจะจูบกลีบปากเต็มอิ่มคู่นั้นอย่างแทบห้ามใจไว้ไม่ได้

“รองเท้าสูงไปนิด เดินไม่ถนัดเลยค่ะ”

“ไม่เห็นเป็นไร เกาะแขนพี่ไว้สิ” เขาปล่อยมือจากเอวบาง แล้วจับมือหล่อนคล้องแขนไว้ “อยู่ใกล้พี่ ไม่ต้องกลัวว่าจะล้ม พี่จะคอยดูแลรุ้งเอง”

                เขายิ้มใส่ตาหล่อน ก่อนหันไปขอบคุณซินดี้ ไม่ลืมที่จะนัดแนะว่าจะพาไปเลี้ยงอาหารขอบคุณในครั้งหน้า เอ่ยลากันอีกสองสามประโยคจึงพาสายรุ้งเดินตรงไปยังลิฟต์ที่อยู่สุดทางเดิน

                ไม่นานนัก เขาก็พาหล่อนเดินผ่านประตูกระจกออกสู่ลานกว้างบนชั้นดาดฟ้าที่บัดนี้ถูกตกแต่งด้วยธงประดับหลากสี ดอกไม้ประดิษฐ์ และลูกโป่งจำนวนหนึ่ง

                ตะวันกำลังระเรี่ยอยู่ริมขอบฟ้า แสงสีส้มอมทองทำให้บริเวณโดยรอบเริ่มสลัวราง ดังนั้นเมื่อหล่อนก้าวขาเข้าไปในงาน แสงไฟจึงสว่างพรึ่บ ทั้งแสงสีส้มจากโคมไฟประดับ และแสงสปอตไลท์สว่างจ้าจนหล่อนต้องหยีตา มือที่คล้องแขนคนข้างกายกอดรัดแน่นกว่าเดิม

                พนมกรปลอบประโลมหล่อนด้วยการไล้ปลายนิ้วบนแก้มนุ่ม

“เป็นไงบ้าง แสบตาหรือคะ”

                สายรุ้งกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้คุ้นกับแสงจ้านั้นแล้วส่ายหน้า

“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ”

                ว่าพลางยืดตัวขึ้น และหันไปมองบรรยากาศในงานอีกครั้ง...จึงได้พบว่าตนกลายเป็นจุดสนใจของแขกที่มาร่วมงานเสียแล้ว

                ใจของหล่อนเต้นระรัว ทั้งประหม่าทั้งตื่นเต้น หล่อนกวาดสายตามองไปรอบๆ จนสะดุดเข้ากับใครคนหนึ่ง...คนที่ทำให้หัวใจของหล่อนเต้นแรงโลดขึ้นมาอย่างตื่นเต้นและยินดี

“พี่ฝน...พี่ฝนนี่คะ หล่อนว่าพลางชี้มือชี้ไม้ไปทางนั้น “พี่ฝนก็มาด้วยหรือคะ”

“เอ...บังเอิญจริง” เขาว่าราวกับประหลาดใจที่ได้พบสายฝนในงานนี้ ทว่าแววตากลับวาววะวับสมใจ “ไม่นึกว่าพี่ของรุ้งจะมางานนี้ด้วย ไปทักทายหน่อยไหม”

                ไม่ใช่คำถาม เพราะสิ้นเสียงนั้นเขาก็วางมือลงบนมือหล่อนแล้วพาออกเดินตรงไปยังสาวชุดแดงรัดรูปอวดทรวดทรงองค์เอวผู้นั้นทันที

                สายรุ้งไม่สวยเซ็กซี่อย่างสายฝน แต่อย่างน้อยก็งามสง่าราวกับเจ้าหญิง และน่าดึงดูดใจมากพอที่จะทำให้หนุ่มๆ ในงานเหลียวมอง

                แม้แต่สายฝนเอง ยามเห็นน้องสาวของตนในเวลานี้ จึงมีทั้งความประหลาดใจ คาดไม่ถึงและไม่พอใจอยู่นิดๆ

                พนมกรยกมุมปากเป็นรอยยิ้มเพียงนิด...รู้สึกราวกับเป็นผู้ชนะ

                อย่างน้อยๆ...เขาก็ทำให้สายรุ้งโดดเด่นขึ้นมาเทียบเคียงผู้เป็นพี่สาวได้!

หล่อนไม่จำเป็นต้องเป็น ‘เงา’ ของพี่สาวเหมือนเช่นที่เคยเป็นมา!

                ทำไมเขาจึงทำเช่นนั้น ทำไมถึงเดือดเนื้อร้อนใจกับเรื่องนี้นัก...พนมกรไม่คิดหาคำตอบ

                เขาสนแต่ว่า...ผู้หญิงของเขาต้องไม่โดนดูถูกหรือกลืนไปกับฝูงชนเหมือนเมื่อก่อนอีก

                สายรุ้งจะต้องเฉิดฉาย...เป็นประติมากรรมชั้นเยี่ยม...เป็นเพชรล้ำค่าจนหนุ่มๆ ซึ่งเคยมองข้ามหล่อนต้องอิจฉาที่เขาได้หล่อนมาครอง!




“รุ้ง” ผู้เป็นพี่สาวร้องทัก สีหน้าเรียบเฉย มีเพียงแววตาเท่านั้นที่แสดงความประหลาดใจยามกวาดมองคนตรงหน้า “ไม่คิดว่าจะเจอรุ้งที่นี่ ไม่เห็นบอกพี่เลยว่าจะมา”

น้ำเสียงกึ่งตำหนิทำให้รอยยิ้มของคนเป็นน้องหุบฉับทันควัน ความไม่มั่นใจและรู้สึกผิดโชนฉายอยู่ในดวงตาคู่สวย

                เจ้าหล่อนเม้มริมฝีปากน้อย แล้วหันไปมองคนรักราวกับต้องการความช่วยเหลือ

“ผมเป็นคนชวนรุ้งมาเองแหละครับ ไปหารุ้งที่บ้านแล้วก็ลากรุ้งมาที่นี่เลย ฉุกละหุกไปหน่อย รุ้งเลยไม่ทันได้บอกคุณ”

“อ้อ...” สายฝนพึมพำในลำคอ ก่อนคลี่ยิ้ม...เป็นยิ้มที่ลดทอนความงามสง่าในตัวหล่อนเสียเกือบครึ่งในความรู้สึกของพนมกร

                ยิ้มนี้เป็นยิ้มที่ปรุงแต่งขึ้นมา ไม่ใช่ยิ้มที่เป็นธรรมชาติและแสนจริงใจอย่างรอยยิ้มของสายรุ้ง

“ออกงานก็ดีเหมือนนะเรา จะได้เปิดหูเปิดตาบ้าง...ต้องขอบคุณคุณกรมากนะคะที่พารุ้งมา ไม่อย่างนั้นคงไม่คิดจะไปออกงานที่ไหน วันๆ เอาแต่จับเจ่าอยู่ในบ้านจนฉันเป็นห่วง” ว่าพลงกวาดตามองสำรวจน้องสาว คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ขณะที่รอยยิ้มยังคงประดับบนริมฝีปาก

“ชุดนี้พี่ไม่เคยเห็นเลย ชุดใหม่เหรอ”

“ค่ะ พี่กรเตรียมไว้ให้”

                สายฝนเลิกคิ้ว หันไปทางคนรักของน้องสาว

“คุณกรนี่ตาถึงนะคะ เลือกชุดได้เหมาะกับรุ้งมากเลย” มือข้างหนึ่งวางบนต้นแขนสายรุ้ง ก่อนเบือนสายตากลับมามอง “รุ้งเหมือนเจ้าหญิงเลยนะวันนี้” คนพูดถอนหายใจบางเบาและรวดเร็วเสียจนแทบไม่มีใครสังเกต “สวย”

                คำชมนั้นทำให้คนถูกชมยิ้มแป้น แก้มแดงปลั่ง ตาเป็นประกายอย่างยินดี เพราะน้อยครั้งนักที่ผู้เป็นพี่สาวจะเอ่ยชมหล่อนเช่นนี้

“ขอบคุณค่ะพี่ฝน” เจ้าหล่อนเอ่ยเสียงสดใส พลางหันไปมองคนรัก “ต้องขอบคุณพี่กรด้วยค่ะ”

                พนมกรแสดงความรักด้วยการโอบเอวของหล่อนไว้ คลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ และโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหู

                “เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นหอมแก้มพี่สักฟอดได้หรือเปล่า หืม

คนถูกถามยิ่งหน้าแดงซ่าน ยิ้มเอียงอายขวยเขิน ขณะนั้นสายฝนจ้องทั้งสองเขม็งก่อนเมินมองไปทางอื่น เธออุทานเล็กน้อยเมื่อเห็นใครบางคน

“บีม! บีมคะ! ทางนี้ค่ะ”

                คนที่ก้าวฉับๆ ตรงมานั้นเป็นหนุ่มหน้าตี๋ รูปร่างสูงโปร่ง แต่งกายด้วยชุดทักซิโด้ ผมลองทรงใส่เจลจนมันวับ

“ขอโทษทีฝน มาช้าไปนิด รอนานไหมครับ”

                ชายผู้นั้นเข้ามากอดเอาสายฝนเอาไว้ พลางจรดปลายจจมูกลงบนแก้มที่ปัดบลัชออนไว้อย่างชัดเจนนั้น ความสนิทสนมที่แสดงออกมาบอกชัดว่าทั้งสองเป็นมากกว่าเพื่อน แต่จะถึงขั้นแฟนหรือไม่ ยังไม่อาจสรุปได้

“ไม่นานหรอกค่ะ ฝนก็ยืนคุยกับเพื่อนๆ ระหว่างรอคุณ” พูดจบก็หันมาแนะนำสายรุ้ง “นี่น้องสาวฝนค่ะ ส่วนนี่...คุณพนมกร แฟนของรุ้งค่ะ”

                ทั้งสามทักทายกันตามมารยาทเรียบร้อยแล้ว สายฝนก็สาธยายความร่ำรวยของหนุ่มที่ชื่อบีมให้ฟัง

“บีมเป็นลูกชายของคุณธาตรีไงคะ คุณกรคงรู้จักแล้วมั้งคะ”

“ทำไมจะไม่รู้จักครับ เจ้าของรีสอร์ตธารแสงดาวที่เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ตอนนี้กำลังมีแพลนจะเปิดที่น่านอีกใช่ไหมครับ ไหนจะโรงแรมทั้งที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ หัวหิน ระยอง พัทยา จันทบุรีก็มีนี่ครับ ท่านเป็นนักธุรกิจที่เก่งมากเลยนะครับ”

                คำชมนั้นทำให้สายฝนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เปี่ยมด้วยความภูมิใจในส่วนลึก เช่นเดียวกับบุริม หรือบีมที่ยิ้มรับคำชมนั้นอย่างยินดี

“ชอบคุณครับ คุณพ่อของผมท่านเก่ง ผมก็ตั้งใจจะเก่งให้ได้เหมือนท่าน...สักเสี้ยวก็ยังดีครับ”

                พูดพลางหัวเราะพลาง ก่อนถามไถ่นู่นนี่นั่นอีกสองสามประโยค บุริมกับสายฝนก็ขอแยกตัวไปรวมกลุ่มกับบรรดาเพื่อนๆ

                พนมกรยังปักหลักยืนอยู่ที่เดิม วงแขนโอบเอวของสายรุ้งไว้มั่น...เป็นการกอดที่แนบแน่นจนคนถูกกอดเริ่มหายใจไม่ออก

“พี่กร...พี่กรคะ”

หล่อนต้องเรียกถึงสามครั้งว่าพนมกรจะได้สติ เขากะพริบตาปริบ แล้วหันมามองหล่อน

“คะ...ว่าไงคะ”

“เป็นอะไรไปคะ” เจ้าหล่อนเอียงคอถาม “คิดอะไรอยู่”

“ไม่มีอะไรหรอก” เขาปฏิเสธพลางคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อย “แค่คิดว่าอีกหน่อยพี่จะทำให้ได้แบบนั้น”

“แบบนั้น

                “แบบคุณธาตรีไง พี่จะต้องยิ่งใหญ่แบบนั้น หรือมากกว่านั้นได้ยิ่งดี

น้ำเสียงหมายมาด ประกายตาแรงกล้าและเต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น

“รุ้งเชื่อว่าพี่กรทำได้”

“จริงหรือคะ”

“จริงที่สุดค่ะ”

                รางวัลสำหรับถ้อยคำนั้นคือจุมพิตแผ่วเบาบนปลายจมูกของหล่อน แต่ก่อนที่หล่อนจะเผลอไผลกับสัมผัสฉาบฉวย พนมกรก็โบกไม้โบกมือเรียกใครบางคน

“เฮ้ย! ไอ้พิ! ทางนี้!!” ตะโกนพลางพาหล่อนออกเดิน และกระซิบบอกเบาๆ “เจ้าของงานวันเกิด เพื่อนพี่เอง”

                นับเป็นครั้งแรกที่หล่อนได้รู้จักเพื่อนของพนมกร และครั้งนี้ก็ทำให้หล่อนฉุกใจคิด...คบกันมาเกือบสองปีแต่หล่อนกลับไม่รู้จักเพื่อนของเขาเลยแม้แต่คนเดียว!!!




Create Date : 01 ธันวาคม 2559
Last Update : 1 ธันวาคม 2559 19:42:22 น. 1 comments
Counter : 360 Pageviews.

 
สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:18:24:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อรุณฉายที่ปลายฟ้า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




เขียนไปตามใจฝัน
นามปากกา ศศิภา อรุณฉาย Aylin
ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่า ^_^










: Users Online
Friends' blogs
[Add อรุณฉายที่ปลายฟ้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.