Group Blog
 
<<
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
1 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
โซ่รักสีรุ้ง บทที่ ๔ - จุดเริ่มต้นของความรัก






บ้านของพนมกรเป็นตึกไสตล์โคโลเนียล สีขาวสะอาดตา ล้อมรอบด้วยบริเวณอันกว้างขวาง ทางด้านหน้าเป็นสนามหญ้ากว้างใหญ่ ด้านข้างทั้งสองด้านเป็นสวนหย่อม ปลูกต้นไม้สูงใหญ่ และมีแปลงดอกไม้สามสี่แปลง ส่วนตัวบ้านนั้นจะเรียกว่าคฤหาสน์ก็คงได้ ใหญ่โตโอ่อ่าสมฐานะ หากก็ใหญ่เกินกว่าจะอาศัยอยู่คนเดียว

สายรุ้งไม่มีเวลาสำรวจอะไรมากนัก เพราะมัวแต่กังวลกับอาการของคนที่กำลังนอนซบอยู่บนบ่าของเธอ มือข้างหนึ่งแนบแก้มอันเย็นชืดของเขา ส่วนมืออีกข้างถูกเขายึดไว้ตลอดทาง

ปกป้องพารถมาจอดเทียบบันไดหน้าตึก ประตูไม้บานใหญ่สลักลวดลายอ่อนช้อยเปิดอ้าไว้ ทำให้เห็นห้องโถงด้านในที่มีแชนเดอเลียคริสตัลขนาดใหญ่แขวนอยู่บนเพดาน มองเลยไปจะเห็นบันไดโค้งทอดสู่ชั้นสองของตัวบ้าน

“เดี๋ยวผมประคองนายไปเองครับ” ปกป้องเอ่ย พลางรีบกุลีกุจอมาเปิดประตูให้ สายรุ้งก้าวขาลงจากรถ พร้อมกับพยายามดึงมือออกจากมือใหญ่ แต่คนตัวโตไม่ยอมปล่อยท่าเดียว

“คุณกรคะ ถึงบ้านแล้วค่ะ”

เขาปรือตาเล็กน้อย ค่อยๆก้าวลงจากรถโดยที่ยังเกาะกุมมือเธอไว้แน่น หนำซ้ำพอยืนได้แล้วยังโน้มตัวลงมาวางศีรษะลงบนไหล่ของหล่อนอีก

“อย่าเพิ่งไป อยู่กับผมก่อนนะรุ้ง” เสียงของเขาแผ่วเบา แต่กลับเร้าให้ใจของเธอเต้นแรงโลดขึ้นมาได้

“ค่ะ รุ้งจะอยู่จนกว่าคุณกรหายดี” เขาผงกศีรษะเล็กน้อยเหมือนพอใจกับคำตอบของเธอ “แต่...รุ้งคงแบกคุณเข้าไปในบ้านคนเดียวไม่ไหว ให้คุณปกช่วยนะคะ”

แว่วเสียงถอนหายใจ ก่อนพนมกรจะยืดตัวตรง ปรือตาขึ้นมองไปทางคนสนิท แล้วพยักหน้าอย่างขอไปที

เมื่อได้รับอนุญาต ปกป้องก็รีบเข้ามาหิ้วปีกอีกข้างของผู้เป็นนาย มือนุ่มๆ ของสายรุ้ง พนมกรยอมปล่อยแล้ว โดยเปลี่ยนไปโอบกอดไหล่เล็กบางนั้นแทน

“บันไดค่ะ ระวังนะคะ”

สายรุ้งคอยบอกอย่างเป็นห่วง และพยายามพาเขาเข้าไปในบ้าน พาไปยังห้องนอนของเขาซึ่งอยู่ทางปีกซ้ายของตัวบ้านอย่างปลอดภัยที่สุด แม้จะรู้สึกว่าปลายจมูกของเขาจะคลอเคลียแถวๆ แก้มกับซอกคอของตน เธอก็ไม่ได้ใส่ใจ ด้วยคิดว่าเขาไร้เรี่ยวแรงจนทรงตัวไม่อยู่

หญิงรับใช้ผู้หนึ่งเป็นคนเปิดประตูห้องนอของเขาให้ กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาแตะจมูกในทันทีที่เธอก้าวเข้าไปในห้อง เป็นกลิ่นที่เธอไม่รู้ว่ามาจากสิ่งใด อาจเป็นกลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่ม ผสมกับกลิ่นน้ำหอม เจลใส่ผม และอาฟเตอร์เชฟของเขาก็เป็นได้

พลันที่หญิงรับใช้ผู้นั้นเปิดไฟ ห้องทั้งห้องก็สว่างจ้า เมื่อนั้นเธอจึงได้เห็นเครื่องเรือนสีดำสนิท ทั้งชุดโซฟาริมผนัง ตู่หนังสือ ตู้เสื้อผ้า หรือแม้แต่เตียงและผ้าคลุมเตียงของเขา พนมกรคงชอบสีดำเป็นชีวิตจิตใจ จึงตกแต่งห้องได้มืดทึมถึงเพียงนี้ หากจะมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มีชีวิตชีวาที่สุดในห้องนั้น เห็นจะเป็นดอกพวงชมพูที่ปักอยู่ในแจกันซึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงของเขา

“พาไปที่เตียงก่อนครับ”

เสียงของปกป้องทำให้สายรุ้งละสายตาจากดอกไม้สีสันสดใสดอกนั้น ก่อนเพ่งสมาธิไปที่การประคองเขา แขนและขาของเธอสั่น เพราะเริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว เหงื่อของเธอซึมออกมาตามไรผม ก่อนจะค่อยๆ ไหลลงมาตารมร่องแก้ม และแนวคาง เธอหายใจหอบแสดงถึงความเหน็ดเหนื่อย แต่ก็กัดฟันทนจนพาเขามานั่งที่เตียงได้สำเร็จ กำลังจะผละออกห่าง คนป่วยกลับรั้งตัวเธอไว้ให้นั่งข้างๆ กัน

เรี่ยวแรงของเขามากผิดปกติ จนเธอนึกเอะใจ

“ดีขึ้นแล้วหรือคะคุณกร”

เขาไม่ตอบ แต่กลับใช้หลังมือเช็ดเหงื่อให้เธออย่างเบามือ เมื่อรวมรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าอันหล่อเหลานั้นแล้ว คนที่อ่อนด้อยประสบการณ์ในเรื่องความรักอย่างเธอจึงตอบสนองด้วยหัวใจอันเต้นโครมคราม

“นิดนึงครับ แต่ถ้ารุ้งอยู่ดูแลผมนานกว่านี้ ผมน่าจะดีขึ้นอีก”

แก้มของเธอร้อนซู่ และคงจะแดงระเรื่อแล้วในตอนนี้ สายรุ้งได้แต่ก้มหน้างุด ไม่ตอบและไม่ปฏิเสธใดๆ

“ไอ้ปก” น้ำเสียงยามเรียกลูกน้องคนสนิทเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่ได้อ่อนโยนและเต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนหลงใหลเฉกเช่นยามคุยกับเธอ “ไปเอาผ้าชุบน้ำมาสิวะ”

คนรับคำสั่งรีบไปเอามาให้ พอยื่นส่งถึงมือ ก็โดนไล่เอาดื้อๆ

“จะไปทำอะไรก็ไปทำไป”

สายรุ้งสะดุ้ง เพราะเวลานั้นมีเพียงเธอ พนมกรและปกป้องสามคนในห้อง ถ้าปกป้องออกไป ก็เหลือเพียงเธอกับเขาสองต่อสอง

หญิงสาวแทบจะถลาตามปกป้องไป แต่เสียงอันละห้อยโหยของพนมกรทำให้เธอไม่อาจทำเช่นนั้นได้

“ไม่ไหวแล้วครับรุ้ง” เขาเอนกายลงนอนแล้วพูดด้วยเสียงออดอ้อนนิดๆ “รุ้งช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาให้ผมหน่อยได้ไหม”

แค่เช็ดหน้าเช็ดตาเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไรเสื่อมเสียเลยแม้แต่นิดเดียว สายรุ้งจึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธแต่อย่างใด เธอรับผ้าชุบน้ำหมาดๆ ผืนนั้นมา แล้วค่อยบรรจงเช็ดบนแก้มของเขาให้อย่างเบามือ

“ดีขึ้นไหมคะ”

“ดีครับ”

มีประกายบางอย่างวาบขึ้นมาในดวงตาคู่นั้น สายรุ้งอ่านไม่ออกว่ามันหมายถึงสิ่งใด

“ขอบคุณรุ้งมาก ขอบคุณจริงๆ”

ไม่ใช่คำขอบคุณนั้นหรอกที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนไฟซ็อต ไม่ใช่แค่มือใหญ่หยาบกร้านที่เกาะกุมมือเธออยู่ ไม่ใช่แค่สายตาชวนหลงใหล แต่เป็นทั้งหมดในตัวผู้ชายคนนี้ที่ทำให้เธอลุ่มหลง

และเป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่ากำลัง...ตกหลุมรัก







พนมกรเคยคิดว่าการจีบผู้หญิงอย่างสายรุ้งเป็นเรื่องน่าเบื่อ น่าอึดอัด และน่าหงุดหงิดที่สุดในชีวิตของเขา

ก็ดูเธอสิ...สาวน้อยแสนจืดชืด ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่มีจุดเด่นใดๆ และแทบจะกลืนหายไปกับผู้คน เธอไม่มีอะไรดึงดูดใจเขาเลย จะให้เขาเอาใจจดจ่ออยู่กับเธอนับว่าทำได้ยากยิ่ง อีกทั้งสัญชาตญาณในตัวเขามักให้ความสนใจกับผู้หญิงร่างโปร่งระหง อกเป็นอก เอวเป็นเอว สะโพกเป็นสะโพก หรือแบบที่เรียกว่าเซ็กซี่เท่านั้น การต้องหันมาสนใจหญิงสาวที่ทรวดทรงองค์เอวอะไรแทบไม่มีจึงไม่ใช่เรื่องง่าย...ยังเคยคิดว่าต้องใช้ความอดทนอย่างสูงในการตีสนิทกับเธอ แต่พอเอาเข้าจริงกลับไม่เป้นเช่นนั้นเลย

สายรุ้งมีอะไรบางอย่างในตัว ทำให้เขารู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้เข้าใกล้ เย้าแหย่ ทำให้เธอประหม่าขัดเขิน

รอยเลือดฝาดบนพวงแก้มละมุนทำให้เขาเผลอมองด้วยความสนใจ หากเป็นสาวคนอื่นๆ เขาคงเห็นเพียงสีของบลัชออน ไม่ใช่ความเป็นธรรมชาติแบบที่ปรากฏแก่สายตาของเขาในเวลานี้ มือของเธอเย็นเฉียบ ขยับยุกยิกอยู่ใต้อุ้งมือของเขา ส่วนมืออีกข้างกำผ้าสีขาวในมือแน่นและวางแนบกับแก้มของเขาอยู่เช่นนั้นไม่ไหวติง ดวงตากลมโตมีประกายระริกไหว กึ่งขวยเขิน กึ่งหวาดหวั่น และสะเทิ้นอาย คงเพราะสายตาของเขาที่มองเธอราวกับจะกลืนกินกระมัง

ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพนมกร สุริยไพศาลในการทำให้ผู้หญิงสักคนตกหลุมเสน่ห์ที่วางไว้ ยิ่งเป็นสายรุ้งด้วยแล้ว เธออ่อนประสบการณ์ในเรื่องความรัก ภูมิต้านทานต่อเสน่ห์ของบุรุษวัยฉกรรจ์นั้นน้อยกว่าน้อย จะแปลกอะไรถ้าจู่ๆ เธอจะตกหลุมรักเขาในเวลาเพียงสั้นๆ ไม่สิ...เพียงแค่เสี้ยววินาที เขาก็มั่นใจว่าทำให้เธอลุ่มหลงได้ไม่ยาก

“ไหนก็เช็ดหน้าให้ผมแล้ว ช่วยเช็ดตัวให้ผมด้วยได้ไหม”

เขารุกอีก หวังให้ใจของเธอแกว่งไกวมากกว่าเดิม และหวังให้เธออ่อนระทวยด้วยการดึงตัวเบาๆ สายรุ้งไม่ทันระวัง กายท่อนบนของเธอจึงโน้มลงมาตามแรงดึงแนบชิดอยู่กับแผ่นอกของเขา

“ได้ไหมครับรุ้ง”

วงหน้านวลที่อยู่ใกล้เขาเพียงคืบยิ่งแดงก่ำ ริมฝีปากอิ่มเต็มสั่นระริกเฉกเช่นเดียวกับเนื้อตัวอันอ่อนนุ่ม

กลิ่นแป้งเด็กไม่ใช่สิ่งที่น่าพึงใจสำหรับเขา แค่พอเป็นกลิ่นที่มาจากผู้หญิงคนนี้ บางอย่างในตัวเขากลับถูกปลุกเร้า ครั้นเห็นปากอิ่มๆ นั้นบางคราเผยออ้า บางคราก็เม้มเข้าหากัน ช่างยั่วยวนเสียจนเขาอยากลิ้มลอง

“หะ...ให้คุณปกมาเช็ดให้ดีไหมคะ คะ...ค่ำแล้ว รุ้งต้องรีบกลับบ้าน”

จริงดังว่า...นอกหน้าต่างเวลานี้ จากท้องฟ้าสีครามสดใสแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงอมส้ม เป็นยามโพล้เพล้ที่แตกต่างออกไป

สำหรับเขา ทุกเย็นคือความเงียบเหงาเปล่าดาย ไม่ว่าจะอยู่กับใคร เพื่อนสนิท หรือหญิงสาวที่หมายปองและถูกตาต้องใจ กลับไม่มีใครทำให้เขาชื่นชอบเวลานี้ได้เลย ในทุกครั้งเขาจึงเลี่ยงที่จะชมท้องฟ้าในเวลานี้ น่าแปลกที่ตอนนี้ แสงสีเหล่านั้นไม่น่าหงุดหงิดเหมือนเคย แม้ไม่ถึงกับชอบ แต่เขาก็ไม่ได้ชิงชังมันเหมือนก่อน

“อยู่เป็นเพื่อนผมก่อนได้ไหม” เขาเบนสายตามาสบตาเธอ “อีกสักชั่วโมงนะรุ้ง”

เขาอยากกอดเธอไว้ด้วยสองมือ แต่เกรงว่าจะทำให้เธอหวาดกลัว จึงปล่อยมือที่เกาะกุมเธอไว้อย่างอ้อยอิ่ง และเสียดายเล็กๆ...ก็เนื้อนุ่มเนียนหอมกรุ่นเช่นนั้น เป็นใครก็คงอยากอยู่ใกล้ไม่ต่างจากเขา

“รุ้งอยู่เป็นเพื่อนได้” เธอรีบลุกขึ้นยืน ถอยห่างออกไปสองก้าวเรียกรอยขันในแววตาของคนมอง “แต่จะให้รุ้งเช็ดตัวให้...เอ่อ...”

เขารู้ว่าเธอลำบากใจ จึงโบกมือไปมา หัวเราะเสียงแผ่ว

“ไม่เป็นไรครับ รุ้งไม่อยากเช็ดตัวให้ผม ผมก็ไม่บังคับหรอก” เขาผุดลุก ยกมือนวดท้ายทอยของตนเองพลางบอก “ผมอาบน้ำดีกว่า อาบเสร็จคงดีกว่านี้ รุ้งรอผมได้ไหม ไม่นานหรอก ไม่เกินสิบนาทีครับ”

สายรุ้งทำหน้างงๆ แต่ก็พยักหน้ารับแต่โดยดี

ไม่ใช่แค่เขาหรอก ถ้าเปลี่ยนตัวเขาเป็นใครที่เธอรังเกียจเดียดฉันท์ เธอก็คงยอมอยู่เป็นเพื่อนถ้าใครคนนั้นร้องขอเช่นกัน นี่แหละ สายรุ้งที่แสนใจอ่อนและจิตใจดี ดีเกินไปเช่นนี้จะอยู่ในสังคมที่แก่งแย่งแข่งขัน เอาแต่ฉกฉวย ไร้น้ำใจและเห็นแก่ตัวได้อย่างไร  แต่เอาเถอะ...เธอจะไม่มีวันเสียรู้ใครอีก เพราะนับจากวันนี้ เขา...จะเป็นคนสุดท้ายที่จะฉกฉวยและหาผลประโยชน์จากเธอ!

แค่ครั้งเดียวเท่านั้น...ขอแค่เธอแต่งงานกับเขา แล้วทั้งชีวิตนี้ เขาจะมอบให้เธอทุกอย่าง ชื่อเสียง เงินทอง ความสุขสบาย ความมีหน้ามีตาในสังคม เขาจะให้เธอหมด ทุกสิ่งที่เธอต้องการ เขาจะขวนขวายหามาให้ ชายหนุ่มส่งยิ้มให้หล่อน ก่อนจะจับหล่อนให้นั่งลงบนเตียง

“รอผมตรงนี้นะรุ้ง” ว่าพลางวางมือลงบนศีรษะของเธอ ลูบไล้อย่างเอ็นดูเมื่อเอ่ย “ผมเป็นสุภาพบุรุษพอ”

สุภาพบุรุษย่อมไม่ทำร้ายสตรี ทว่า...ยามใดที่สตรียินยอม เมื่อนั้นหากเขาจะตักตวงก็คงไม่ผิดกระมัง!

เขาแค่ต้องรอ...เฝ้าคอยจนถึงวันที่สายรุ้งยอมเป็นของเขาทั้งตัวและหัวใจ!

“หนังสือผมก็มีนะ” เขาชี้มือไปยังตู้หนังสือสูงประมาณบ่าของเขา กรุกระจกดำจนมองไม่เห็นด้านใน “ไม่ได้ล็อกหรอก รุ้งเอาออกมาอ่านได้ตามสบายเลย เล่มไหนก็ได้ ผมไม่หวง” เขาปล่อยมือจากเธอ และขยิบตาครั้งหนึ่ง “ตัวผม ผมก็ไม่หวงนะ”

สายรุ้งเลิกคิ้ว สบตาเขาด้วยแววตามีคำถาม พนมกรทำทีเป็นหัวเราะแล้วเอ่ยทีเล่นทีจริง

“ทั้งตัวและหัวใจของผม ถ้ารุ้งอยากได้ เอาไปได้เลย”

คนฟังกะพริบตาปริบ ยังคงทำความเข้าใจกับคำพูดของเขา กระทั่งเขาปรับเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังและเธอเริ่มมีสติมากพอ คราวนี้ใช่แค่แก้มที่แดงปลั่ง แต่ลามไปทั่งทั้งตัวของเธอเลยทีเดียว

“ข่าวบ้าๆ นั่น ถ้าผมอยากให้เป็นจริง...จะได้ไหมรุ้ง”

สายรุ้งยืนตัวแข็งค้าง เงียบงัน คงเพราะตกใจมากกว่าอื่นใด

“ยังไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ ผมอยากให้เวลารุ้งคิด” เขายิ้มใส่ตาหล่อน ยิ้มทรงเสน่ห์ที่ทำให้สาวๆ ใจละลายมานักต่อนักนั่นแหละ “จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม ผมจะขอคำตอบจากรุ้งเอง”

เวลาที่เหมาะสม...ตอนไหน เมื่อไร เขาเองเป็นผู้กำหนด และคำตอบจากเธอต้องมีเพียงคำเดียว...คือตอบรับเท่านั้น!



ความสัมพันธ์ระหว่างพนมกรกับสายรุ้งรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว และไม่เกินความคาดหมาย

พนมกรคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่ามันต้องดำเนินไปในลักษณะนี้ และเขาก็ทำสำเร็จ!

จากวันที่อาจจะเรียกว่าเดทแรก ก็มีเดทครั้งที่สองสามสี่ตามมา มีปาปารัสซี่แอบถ่ายภาพตอนเขาเดินออกจากร้านอาหารร้านหนึ่งกับเธอ เดินเล่นในห้องสรรพสินค้าด้วยกัน แม้ท่าทางจะยังไม่เหมือนคู่รักเสียทีเดียว แต่ใครๆ ก็ต้องมองออกว่าระหว่างเขากับเธอนั้นมีอะไรมากกว่าคำว่าเพื่อน

ใช่...มากกว่าเพื่อน แค่ยังไม่ถึงขั้นเป็นคนรัก เพราะเขายังไม่ได้พูดเรื่องนี้กับเธออย่างจริงๆ จังๆ อีกไม่กี่วันสายรุ้งก็จะเรียนจบแล้ว เขาตั้งใจจะรอจนถึงวันนั้นจึงจะขอเธอเป็นแฟนอย่างเป็นทางการ ระหว่างนี้ก็รุกเธออย่างค่อยเป็นค่อยไป หลอมละลายหัวใจของเธอทีละน้อยๆ....แค่นี้ก็พอแล้ว ผู้หญิงหัวอ่อน ไม่ค่อยสนิทสนมกับผู้ชายคนไหนอย่างสายรุ้ง ไม่ได้ยากสำหรับเขาเลย  ตะล่อมนิด หลอกล่อหน่อย ก็ได้หัวใจเธอมาไว้ในกำมืออย่างไม่ยากเย็น!

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเขาถึงสนใจสายรุ้งแทนที่จะเป็นพี่สาวผู้ทั้งสวย สง่าและเซ็กซี่กว่าหลายเท่า คำตอบง่ายๆ...เพราะสายฝนดูกร้าวเกินไป มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ยึดมั่นในความคิดของตัวเอง ภูมิใจในความสวยจนเรียกได้ว่า...หลงตัวเองก็คงได้

สายรุ้งคือแสงจันทร์นุ่มนวล ทอประกายอบอุ่น ให้ความผ่อนคลายสบายใจ แม้บางครั้งจะถูกบดบังด้วยเมฆหมอกไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าไฟที่เร่าร้อนอย่างพี่สาวของเธอ

อยู่ใกล้ไฟรังแต่จะทำให้เขาถูกแผดเผาจนวายวอด แล้วจะแปลกอะไรเล่าที่เขาจะคว้าดวงจันทร์มาไว้ในมือ!

พนมกรยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยคล้ายๆ จะยิ้ม แล้วยกกาแฟขึ้นจิบ ซึมซับรสชาติหวานปนขมและกลิ่นอันหอมกรุ่นอยู่อึดใจ จึงวางมันลง ที่นั่งตรงหน้าเขายังว่างเปล่า สายรุ้งยังไม่มา เมื่อยกนาฬิกาขึ้นดูเวลาก็พบว่าเธอเลตไปสิบนาทีแล้ว...คงอยู่คุยกับเพื่อนหลังสอบเสร็จละมัง

พนมกรไม่ใช่คนที่ชอบรอใคร แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่หงุดหงิดกับเรื่องแบบนี้เช่นกัน โดยเฉพาะตอนนี้...เขากำลังจะคว้าสิ่งที่รอคอยมานานมาไว้ในมือได้อยู่แล้ว จึงไม่มีอะไรที่จะก่อกวนตะกอนโทสะของเขาได้แม้แต่นิดเดียว

ชายหนุ่มฆ่าเวลาด้วยการมองสำรวจรอบกาย ไฟอันสลัวรางทำให้เขามองอะไรไม่ค่อยชัดเท่าไร ยิ่งเมื่อการจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ และฉากกั้นอย่างเป็นสัดส่วนเช่นนี้แล้ว ก็เปรียบเสมือนห้องส่วนตัวดีๆ นี่เอง

นั่งชมนู่นชมนี่ได้ไม่นาน สายรุ้งก็มาถึง เธอสวมชุดนักศึกษาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาด้วยหน้าตาเป็นกังวล เหงื่อที่เกาะพราวอยู่เต็มใบหน้า และปลายจมูกบอกชัดว่าเธอรีบร้อนมาหาเขาเพียงใด

พนมกรเก็บรอยยิ้มลิงโลดใจไว้ เมื่อตำหนิเล็กๆ ว่า

“พี่บอกแล้วว่าจะไปรับ รุ้งก็ไม่ยอม”

“ก็ร้านอยู่ใกล้แค่นี้เองนี่คะ”

ร้านอาหารร้านนี้อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยของสายรุ้งแค่ไม่กี่ช่วงตึก เดินไม่ถึงห้านาทีก็คงถึงแล้วแต่ที่เธอมาช้าก็น่าจะอยู่ฉลองกับเพื่อนในวันสอบสุดท้านนั่นแหละ

“พอดีเพื่อนๆ เขานัดถ่ายรูปหมู่น่ะค่ะ รุ้งก็เลยมาช้า ขอโทษด้วยนะคะ”

พนมกรส่ายหน้า หยิบทิชชู่ขึ้นมาแล้วซับเหงื่อให้เธออย่างเบามือ

“จริงๆ ไม่ต้องรีบขนาดนี้ก็ได้ พี่รอรุ้งได้...” ตบท้ายด้วยคำหวานที่ทำให้แก้มของสายรุ้งแดงปลั่ง “นานแค่ไหนก็รอได้”

เขาไม่คิดจะรุกมากกว่านั้นด้วยเกรงว่าจะทำให้เธออึดอัด จึงกวักมือเรียกบริกรสั่งอาหารซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของร้านสองอย่าง...สายรุ้งไม่ชอบทานอาหารฝรั่ง ฟาสต์ฟู้ดยิ่งแล้วใหญ่ ที่เธอโปรดปรานที่สุดก็อาหารไทยนี่แหละ โดยเฉพาะแกงเขียวหวาน และเขาก็ไม่พลาดสั่งมาให้เธอโดยที่เธอไม่ต้องร้องขอ

รออยู่พักใหญ่ บริกรจึงยกอาหารมาวางตรงหน้า ทั้งสองรับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย จนเกือบหมด พนมมกรจึงเอ่ยปากชวน

“กินเสร็จแล้ว ไปกับพี่หน่อยนะ”

“ไปไหนคะ”

ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม ดวงตาเป็นประกายระยับ จุดความสว่างบนใบหน้า และทำให้เขาหล่อขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า

“ความลับจ้ะ ไปถึงรุ้งก็จะรู้เอง”

นับแต่รู้จักกับสายรุ้งมา เขาแตะต้องตัวเธอนับครั้งได้...แต่นั่นไม่ใช่วิสัยของเขาเลย

สำหรับพนมกร...หากเขาชอบผู้หญิงก็จะรุกเข้าใส่และถึงเนื้อถึงตัวอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ หนำซ้ำผู้หญิงที่เขาชอบก็ไม่มีใครเคยปฏิเสธเขาแม้สักคน บางคนถึงขั้นจีบเขาก่อนเสียด้วยซ้ำ แต่กับสายรุ้งแล้ว เธอดูเปราะบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ แตะนิดต้องหน่อยก็เกรงว่าจะแหลกสลายไม่มีชิ้นดี เขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้นจึงพยายามเก็บไม้เก็บมือของตัวเองไว้อย่างมิดชิด

...หากพูดว่าเธอเป็นคนสำคัญก็คงได้...สำคัญในที่นี้ไม่ใช่สำคัญต่อหัวใจหรอกนะ แต่เป็นความสำคัญต่อผลประโยชน์และความก้าวหน้าของเขาต่างหาก!

ทั้งสองออกจากร้านหลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว วันนี้ปกป้องไม่ได้มาด้วย พนมกรจึงทำหน้าที่เป็นโชเฟอร์ด้วยตัวเอง เขาเป็นคนชอบความเร็ว ขับรถปรูดปราดแซงนู่นแซงนี่อยู่เสมอๆ แต่เมื่อมีเธอมานั่งข้างๆ ความเร็วของเขาจะลดระดับลงเหลือแค่หกสิบเท่านั้น คันไม้คันมือเท่าไรก็ต้องข่มใจตัวเองไว้อย่างสุดความสามารถ ก็เพราะไม่อยากให้เธอขุ่นเคืองใจ และหมดความประทับใจในตัวเขาไปเสียก่อน

ชายหนุ่มขับรถออกสู่ถนนสายใหญ่ มุ่งหน้าออกนอกตัวเมือง ยิ่งไกลเท่าไร รถก็ยิ่งบางตา ความสงบและปลอดโปร่งโล่งสบายเข้ามาแทนที่ สายรุ้งทอดสายตามองออกไปนออกตัวรถ ไม่มีทีท่าว่าจะอึดอัด หวาดกลัวเหมือนเช่นครั้งแรกที่เขากับเธออยู่ด้วยกันสองต่อสอง มันทำให้พนมกรมั่นใจแล้วว่าเธอเชื่อใจเขา...เชื่อ ไว้ใจ หลงรัก แต่จะมากถึงขั้นรักปักใจรึเปล่าเขาก็ไม่รู้แน่

“พี่กรจะพารุ้งไปไหนคะ”

“อย่าถามสิจ๊ะ พี่บอกแล้วไงว่าความลับ...พี่อยากให้รุ้งเซอร์ไพรส์”

“โธ่...ก็รุ้งอยากรู้นี่คะ” สาวเจ้าเอียงคอ แล้วเอ่ยหยอกเย้าว่า “ไม่ใช่เอารุ้งไปฆ่าหมกป่าหรอกนะ”

ระยะหลังมานี้ สายรุ้งพูดเล่นบ่อยขึ้น...ทั้งน่ารัก เอาอกเอาใจ และไม่หวงเนื้อหวงตัวมากแบบเมื่อก่อน บางครั้งเธอก็ลืมตัวคว้ามือของเขาไปจับ พาเดินไปนู่นมานี่อย่างไม่เคอะเขิน แต่พอรู้ตัวเท่านั้นแหละ เธอก็รีบดึงมือออกแทบไม่ทัน

‘มือพี่มันหยาบมากใช่ไหม รุ้งถึงไม่อยากจับ’

เขาเคยตัดพ้อทีเล่นทีจริง แต่สายรุ้งกลับรู้สึกผิดอย่างจริงๆ จังๆ คราวถัดมาเธอก็ไม่สะบัดมือของเขาออกอีกแล้ว ยอมให้เขาจับจนกว่าเขาจะพอใจ

พนมกรเบือนสายตาจากถนนเบื้องหน้ามาสบดวงตากลมโตอันสุกสกาวของเธอ ใช้มือบีบปลายจมูกของเธอเล็กน้อย แล้วเอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะว่า

“น่ารักๆ อย่างรุ้ง พี่จะฆ่าลงได้ยังไง”

...อยากทำอย่างอื่นมากกว่า!...

ถ้อยคำนี้เขารำพันอยู่เพียงในใจ เพราะถ้าขืนโพล่งมันออกไป เหยื่อของเขาคงเตลิดเปิดเปิงไปไกลไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้อีกเลยเป็นแน่

ว่ากันตามจริงสายรุ้งไม่ใช่สเป็คของเขา...เธอตัวเตี้ยเกินไป หน้าตาดูธรรมดาไม่มีอะไรดึงดูด จะยกเว้นก็ดวงตาอันกลมโตของเธอนั่นแหละ

รูปร่างของเธอไม่เหมือนนางแบบที่เห็นทรวดทรงองค์เอวชัดเจน สายรุ้งมักจะสวมเสื้อผ้าค่อนข้างหลาม มันพรางเรือนร่างของเธอจนเขาไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วเธอมีหุ่นสะบึมหรือราบเรียบเป็นไม้กระดานกันแน่

แต่ที่ทำให้เขาใจสั่นทุกครั้งเวลาใกล้เธอ ก็คือดวงตาดำขลับและกลิ่นหอมกรุ่น...หวานละมุนจากกายเธอ ไม่ใช่กลิ่นฉุนแบบน้ำหอมที่เขาได้กลิ่นมาจนเอียนแล้ว ไหนจะยังผิวเนื้อเนียนนุ่มนั่นอีก สายรุ้งเป็นคนมีน้ำมีนวล เนื้อตัวของเธอจึงนุ่มนิ่ม ไม่ได้แห้งจนเหมือนกับหนังติดกระดูกเหมือนผู้หญิงคนอื่น ความนุ่มนิ่มนั้นเชิญชวนอยู่ไม่น้อย ครั้งหนึ่งเขาเกือบจะบดจูบลงบนเรียวปากเต็มอิ่มคู่นั้นอย่างอดใจไม่ไหว ดีที่สติส่วนหนึ่งยังรั้งเขาไว้ได้อยู่

ริมฝีปากสีชมพูอ่อนๆ แม้ยามไม่ได้ทาลิปสติกก็ยังดูน่าจูบไม่น้อย...

หลายครั้งแล้วที่เขาอยากรู้ว่ารสชาติของเธอจะให้ความรู้สึกเช่นไร จืดชืดเหมือนกับท่าทางของเธอ อ่อนหวานเช่นรอยยิ้มของเธอ หรือจะตรงข้ามทุกอย่าง...บางทีเธออาจจะซ่อนความเร่าร้อนอยู่ภายในก็เป็นได้

พนมกรดึงความคิดของตัวเองกลับคืนเมื่อเห็นป้ายบอกทาง ชายหนุ่มตบไฟเลี้ยวซ้าย หมุนพวงมาลัยพารถมุ่งหน้าสู่ถนนลาดยางสายเล็ก ตรงไปจนเกือบสุดปลายถนน และมาหยุดอยู่หน้าประตูทองเหลืองขนาดใหญ่ แลเลยเข้าไปด้านในเป็นบ้านสไตล์โคโลเนียลตระหง่านอยู่ในความสลัวรางของแสงจันทร์ บริเวณนั้นมีเพียงแสงจากโคมไฟสองข้างของประตูส่องสว่างเท่านั้น และมันก็ส่งไปไม่ถึงด้านใน จึงเห็นตัวบ้านเป็นเพียงเงาตะคุ่มเท่านั้น

ประตูเปิดเองโดยอัตโนมัติ พนมกรขับรถเข้าไปด้านใน จอดเทียบหน้าบันไดสามขั้นซึ่งทอดสู่ตัวตึก สายรุ้งยังคงกวาดตามองไปรอบกายอย่างงุนงง

“พี่กรมารุ้งมาที่นี่ทำไมคะ”

พนมกรไม่ยอมตอบ แต่กลับยิ้มให้อย่างมีเลศนัย เขาก้าวลงจากรถเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ

“ลงมาก่อนสิ”

เขาจับมือเธอแล้วค่อยดึงรั้งให้ลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ปิดประตูแล้วจับตัวเธอให้หันไปมองบ้านหลังนั้น ในฉับพลันนั้นเองไฟนีออนในบ้านและไฟหลากสีที่ประดับไว้ตามต้นไม้รอบๆ ตัวบ้านก็สว่างไสว โดยพร้อมเพรียงกัน และทำให้สายรุ้งต้องตาพร่าไปชั่วขณะ

ฝ่ายพนมกรก้าวมายืนเคียงกัน แขนข้างหนึ่งโอบบ่าของเธอไว้ขณะที่ชวนให้ดูบ้านของเขา

“เพิ่งสร้างเสร็จได้ไม่นาน สวยไหม”

เขากระซิบถามพลางมองอากัปกิริยาของสายรุ้งอย่างพิจารณา ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางๆ ดวงตาระยับเป็นประกาย แค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าเธอพอใจ

บ้านหลังนี้เขาเพิ่งสั่งให้สร้างเมื่อมี่กี่เดือนก่อนนี้เอง...เป็นบ้านสไตล์โคโลเนียลที่เขารู้สึกเฉยๆ แต่สำหรับสายรุ้งแล้วเธอน่าจะโปรดปรานไม่น้อย

ในรายงานที่ได้มาระบุว่าสายรุ้งเป็นคนที่ชื่นชอบบ้านสไตล์นี้มาก เธอฝันว่าอยากจะเป็นเจ้าของในสักวัน เมื่อรู้เช่นนั้น พนมกรก็ไม่รีรอที่จะสร้างมันขึ้นมา อาจจะไม่ใช่บ้านแบบที่ตรงใจเธอเป๊ะๆ แต่อย่างน้อยก็ต้องมีส่วนที่เธอชอบอยู่หลายส่วนเหมือนกัน

“เรือนหอ”

เขากระซิบบอกสั้นๆ ขณะทอดสายตามองตัวบ้านสองชั้นสีขาวครีม หลังคาหน้าจั่ว ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ดูสบายตา ชั้นสองมีระเบียงล้อมรอบบ้าน และมีบันไดทางขึ้นนอกตัวตึก

“เรือนหอ?” เสียงของเธอทำให้เขาเบือนสายตากลับมา แล้วพยักหน้า

“ของใครคะ?”

พนมกรก้มหน้าลงมาใกล้อีก ให้ลมหายใจอุ่นๆรินรดอยู่ตรงพวงแก้มของเธอ

“ของเรา”

ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าคนในอ้อมกอดสะดุ้งน้อยๆ พร้อมกันนั้นเองเธอก็หันมามองเขาด้วยแววตาตื่นตระหนก

“ของเราเหรอคะ?”

“ใช่...ของเรา” เขาจับต้นแขนของเธอ ออกแรงเล็กน้อยเพื่อให้เธอหันหน้าเข้าหาเขา “ในเมื่อรุ้งเรียนจบแล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรที่เราจะเป็นแฟนกันจริงๆ สักที”

ถ้อยคำไม่ตรงกับสิ่งที่เธอถาม แต่สร้างความตกใจและประหม่าให้สายรุ้งได้พอๆ กัน พนมกรเห็นแก้มของเธอแดงปลั่ง ดวงตาวูบไหวคล้ายไม่แน่ใจ

“เรารู้จักกันมาเกือบปีแล้ว ถึงพี่ไม่ได้พูดตรงๆ ว่าอยากเป็นแฟนรุ้ง แต่รุ้งก็น่ารู้ดีว่าคิดยังไงกับรุ้ง...ใช่ไหม”

สายรุ้งเบือนสายตาหลบ ไม่ได้เอ่ยอะไรแม้แต่คำเดียว เขาจึงพูดต่อ

“พี่ตั้งใจไว้นานแล้วว่ารุ้งเรียนจบเมื่อไร พี่จะขอรุ้งเป็นแฟนอย่างเป็นทางการ”

“พี่กร” เธอกระซิบเรียกชื่อเขา สุ้มเสียงสั่นน้อยๆ คงกำลังหวั่นไหว หรืออาจจะหวาดกลัวก็ไม่รู้แน่ แต่พนมกรก็ไม่คิดจะถอย ในเมื่อเขารุกแล้วก็ต้องรุกให้ถึงที่สุด

“รุ้งจะใจร้ายปฏิเสธพี่เหรอ?” ถามพลางยกมือขึ้นมาประคองใบหน้าของเธอไว้ ผิวของเธอเนียนนุ่ม นานครั้งเขาถึงจะได้สัมผัสใกล้ชิดเช่นนี้ และ...พนมกรไม่ปฏิเสธว่าชื่นชอบและอยากจะสัมผัสมากกว่านี้

“หนึ่งปีที่ผ่านมาพี่ไม่เคยมีคนอื่น พี่มีแต่รุ้ง รอแต่รุ้งคนเดียว...รู้ไหม”

สายรุ้งกะพริบตาปริบๆ ทำหน้างงๆ อึ้งๆ เขาก็ไม่รอช้า เอ่ยต่อไปว่า

“พี่วางแผนไว้แล้ว ว่าเราคบกันเป็นสักพัก พี่จะขอรุ้งแต่งงาน”

“พี่กร!” คราวนี้สายรุ้งทำหน้าตกใจชัดเจน “มันเร็วไปนะคะ รุ้งเพิ่งเรียนจบเอง แล้วก็...รู้จักพี่กรแค่ปีเดียว”

“ปีเดียวแล้วเป็นยังไง ถ้าได้เจอคนที่ใช่แล้ว...เวลาก็ไม่สำคัญหรอกรู้ไหม”

พูดอย่างนุ่มนวลอ่อนหวาน กล่อมหัวใจของเธอให้หลอมละลายทีละนิด สองมือเลื่อนลงมาที่เอวเล็ก แล้วกอดรัดเธอไว้อย่างแนบแน่น ดึงรั้งตัวเธอไว้ให้เข้ามาใกล้ชิด ตะล่อมเธอให้หลงใหลในมนตร์เสน่ห์ และบรรยากาศอันโรแมนติกรอบกาย

“พี่รักรุ้ง”

กระซิบบอกคำรักด้วยเสียงแผ่วเบาแหบพร่า แต่ก็ทำให้คนฟังถึงกับตัวสั่น ยามที่เธอเงยหน้ามองสบตาเขา ดวงตาคู่นั้นวูบไหวสั่นคลอนราวกับเรือน้อยกลางมหาสมุทรกว้างใหญ่

“อย่าปฏิเสธพี่เลยสาวน้อย พี่รักรุ้งจริงๆ รักมาก...รักที่สุด”

โดยไม่ทันได้ตั้งตัว พนมกรก็ประกบริมฝีปากลงมา ...เนิบช้า อ่อนโยน

ริมฝีปากเธอนุ่มและหอมอย่างที่คิดไว้ แต่ไม่นึกเลยว่าจะหวานขนาดนี้...เป็นรสชาติที่แสนนุ่มลิ้น แต่กลับกระตุ้นอะไรบางอย่างในกายให้ตื่นขึ้นมายิ่งกว่าครั้งใด

ยิ่งกว่าไวน์เลิศรสเสียอีก...เขารำพันในใจขณะขยับริมฝีปาก ทาบทับลงไปอย่างสนิทแนบมากขึ้น ริมฝีปากของเธอสั่นระริกเช่นเดียวกับเรือนกายของเธอ มั่นสั่นต้านกับแรงปรารถนาในตัวเขา แต่แทนที่เขาจะรำคาญและอยากจะผละไปโดยเร็ว เขากลับอยากจะชิมเธอให้มากกว่าเดิม...ทั่วทั้งริมฝีปากเต็มอิ่ม และ แทรกเข้าไปในโพรงปากแสนหวานของเธอ

เขาสอนให้สายรุ้งได้รู้จักกับคำว่าเฟรนช์คิสเป็นครั้งแรก






Create Date : 01 กันยายน 2559
Last Update : 1 กันยายน 2559 7:39:25 น. 2 comments
Counter : 393 Pageviews.

 
ถ้าไม่ได้รักรุ้งจริงๆๆ น่าสงสารเทอนะ เด็กน้อยต้องเจ็บมากแน่ๆๆ


โดย: sakeena IP: 14.207.52.96 วันที่: 2 กันยายน 2559 เวลา:9:19:19 น.  

 
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:13:08:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อรุณฉายที่ปลายฟ้า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




เขียนไปตามใจฝัน
นามปากกา ศศิภา อรุณฉาย Aylin
ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่า ^_^










: Users Online
Friends' blogs
[Add อรุณฉายที่ปลายฟ้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.