พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ทริปมรสุมรุมรัก ณ จำปาสัก-ปากเซ (1)


ค น เ ร า กำ ลั ง ผ จ ญ ภั ย


หากว่าเขาเผชิญหน้ากับชีวิตเยี่ยงวีรบุรุษ หากเขาคิดเหมือนแฟรงค์ เครน ที่ว่า

“วิญญาณของฉันคือ โคลัมบัส

ซึ่งแม่น้ำอันตรายหรือความลึกลับอันมืดมนนั้น

ไม่สามารถทำให้ฉันเปลี่ยนใจถอยหลังกลับหรือหยุดยั้งฉันได้”


เมื่อเขา(เรา)มีความกล้าที่จะพบกับประสบการณ์ใหม่ ๆ และเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
เพื่อที่จะค้นพบและรู้จักอาณาจักรใหม่ ๆ แห่งชีวิต

เมื่อเขา(เรา)ทำลายสายโซ่แห่งนิสัยอันซ้ำซาก เพื่อทำชีวิตให้ใหม่อยู่เสมอ
โดยการศึกษาจากหนังสือ โดยการเดินทางไปในที่ต่าง ๆ
โดยการพบเพื่อนใหม่ โดยการหางานอดิเรกใหม่และยอมรับทัศนะใหม่ต่อโลก

เมื่อเขา(เรา)สรุปว่า การอยู่กับที่ก็คือ ความตาย
และหนทางเดียวที่จะออกจากการย่ำอยู่กับที่
ก็โดยการมีชีวิตอยู่อย่างผจญภัยและเปิดกว้าง
และมีชีวิตชีวาสดใสในทุก ๆ วันของชีวิต




■สะบายดี ขอต้อนฮับสู่แขวงจำปาสัก – เมืองปากเซด้วยความยินดีจ้า
■สวัสดีมิตรรักนักอ่าน-เขียนทุกท่านค่ะ

------------------------------------------------------------------------


ประโยคแรกกล่าวด้วยสำเนียงภาษาลาวใต้ (กรุณาจินตนาการตามค่ะ)

ซึ่งสาวบ้านนอกขอคัดลอกคำตามสาวไกด์ลาวที่ทักทายนักท่องเที่ยวชาวไทยค่ะ

ประโยคที่สองเป็นคำกล่าวทักทายจากสาวบ้านนอกกับมิตรรักฯ ทุกท่านที่น่ารักค่ะ


■สำหรับการท่องเที่ยวทริปลาวใต้ จำปากสัก-ปากเซในวันเสาร์-อาทิตย์ทริปสั้น ๆ

ฉันได้ร่วมเดินทางไปพร้อมคณะครูอาจารย์โดยมีจุดประสงค์ คือ

การแสดงมุทิตาจิตแด่ครู(ประถม) ที่เกษียณอายุราชการ

แล้วฉันเกี่ยวข้องอะไรกับครูอาจารย์เหล่านี้ ขอบอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง

แต่มีความสัมพันธ์ทางอ้อม คือ พี่สาวคนโต(อดีต)เคยรับราชการครู(ประถม)

แล้วได้รับเกียรติเชิญไปร่วมงานแสดงมุทิตาจิตในครั้งนี้ด้วย

ในฐานะฉันเป็นน้องคนเล็กที่ชอบการท่องเที่ยวและเดินทาง

เธอจึงเอ่ยชวนไปเป็นเพื่อนเฉย ๆ หากน้องสาวเต็มใจไปด้วยเสมอ

(ถ้าเที่ยวฟรีแบบ พี่จ่าย น้องจน อะกึ๊ย! น้องจดบันทึกการเดินทาง อะคึ่ ๆ)


■ซึ่งคณะครูประถมมีจุดประสงค์หลักคือ การแสดงมุทิตาจิตแด่ครูเกษียณอายุราชการ

จุดประสงค์รองคือ ท่องเที่ยวธรรมชาติตามโปรแกรมทัวร์(2 วัน 1 คืน ตามหน้ากระดาษเอ 4)

หากจุดประสงค์ชัดเจนของสาวบ้านนอก คือ เที่ยวตามใจไปที่ชอบ.. ที่ชอบ (โดยไม่คาดหวังแต่ตั้งใจเสมอ)


■มิตรรักบางท่านอาจจะรู้สึก(มีจิตสัมผัส) สงสัยใน "ทริปมรสุมรุมรัก"ที่สาวบ้านนอกตั้งชื่อ

ด้วยเหตุผลใดนั้น ขอเชิญมิตรรักฯ ติดตามอ่านอย่างกระชั้นชิด (อนุญาตกระพริบตาได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)

ก็จะเข้าใจจนถึงบางอ้อ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับทริปมรสุมรุมรัก โดยไม่ต้องใช้วิจารณญาณ(หยั่งรู้)

ใช้เพียงแค่สายตา อารมณ์และจินตนาการค่ะ อะคึ่ ๆ


■ฉันเคยเดินทางท่องเที่ยวแบบทัวร์ใหญ่ ๆ ซึ่งไม่ได้ไปกับทัวร์นำเที่ยว(มืออาชีพ)หลายครั้ง

มักได้รับประสบการณ์ที่ไม่จำเจและพบกับความเปลี่ยนแปลงเสมอ

และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ (ทัวร์บัส 2 ชั้น 3 คัน คณะฯ 150 คน)


สาวบ้านนอกจึงมีนิยามประจำทริปในครั้งนี้ คือ

@ ต้องเผื่อใจ ใช้เวลา ไม่คาดหวัง(โปรแกรม)ที่วางไว้

เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงเฉียบพลันทันใด @



การเดินทางเริ่มต้น.. ฤกษ์งามยามดี ณ เมืองไทย (ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ)

06.30 น. เช้าตรู่วันเสาร์ ทีมพี่สาว(เพื่อนครู+น้อง+ลูกหลาน) รวม 9 ชีวิต

ได้ย่างเท้าก้าวขึ้นรถทัวร์คันที่ 2 ด้วยความสุขสดชื่นแจ่มใส

อารมณ์เบิกบานเต็มที่และระริกระรี้ในใจเสมอแต่ไม่แสดงออก หุ หุ


■ระหว่างเส้นทางถนนขุขันธ์-ศรีสะเกษ รถทัวร์จะต้องแวะจอดรับคณะครูที่อยู่ตามรายทาง

โดยมีจุดนัดหมายที่ง่ายและสะดวก คือ ปั้มน้ำมัน ปตท.

ซึ่งมักใช้เป็นสถานีเติมเชื้อเพลิงให้กับรถทัวร์ และปล่อยน้ำเสียจากร่างกายของชาวคณะฯ

ประมาณว่า "ยิงปืนกระสุนนัดเดียวได้นกหลายตัว" (นักท่องเที่ยวร้อยกว่าชีวิต)


■ตามโปรแกรมทัวร์ เวลา 08.00 น.

ชาวคณะฯ จะต้องได้กินข้าวมื้อเช้าที่ “ร้านสามชัยกาแฟ อุบลฯ”

แต่.. เราได้เตือนท่านผู้อ่านไว้ล่วงหน้าแล้วว่า “ต้องเผื่อใจ ใช้เวลา”

เพราะชาวคณะฯ เดินทางถึงอุบลฯ กินข้าวมื้อเช้าในเวลา 09.00 น.


■เนื่องจากว่ากระแสลมมรสุมลูกแรกพัดผ่านประเทศไทย

จากฝั่งตะวันออก/ใต้ สู่ฝั่งตะวันตก/เหนือ (ด้วยความเร็วเท่าใดไม่รู้)

ทำให้รถทัวร์มุ่งสู่ดินแดนเป้าหมายล่าช้าไป 1 ชม.

อาหารเช้าจึงผ่านขบวนการเผาผลาญด้วยความหิวโหย

แต่ชาวคณะฯ ส่วนใหญ่มีประสบการณ์จึงเตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัวล่วงหน้า

ขนมจีบ ซาลาเปาจากร้านสะดวกซื้อ เตรียมสำรองไว้เป็นที่เรียบร้อยในเบื้องต้น

ในระหว่างทางจาก จ.อุบลฯ สู่ด่านพรมแดน “ช่องเม็ก” ชาวคณะฯ พักผ่อนตามอัธยาศัยด้วยคาราโอเคะ

■12. 10 น. ชาวคณะฯ เช็คอินตรวจหนังสือเดินทาง(ผ่านตลอด)

ทัวร์จัดการด้วยความเรียบร้อยโรงเรียนประถม


■สะบายดีจ้า

สาวไกด์ลาวกล่าวทักทายคณะฯ คันที่ 2

ด้วยรอยยิ้มไมตรีที่น่ารักเรียบร้อยเหมือนเสื้อผ้าและซิ่นนุ่งที่ “น้องนาง” สวมใส

(ชื่อเล่นสาวไกด์ เหมือนสาวบ้านนอกเลยวุ้ย! ชื่อเล่นเช้ย เชย เนาะ)

ซึ่งเธอแนะนำชื่อตามบัตรประชาชนว่า “นางดวงผไท บุตรี”

มิตรรักฯ ไม่ต้องสงสัยค่ะ เธอเป็นคนลาวแต่กำเนิด

แล้วได้พบรักกับหนุ่มไทยอีสานจึงมีนามสกุลที่คุ้นเคยกัน

การต้อนรับจึงเป็นไปด้วยความสนิทสนมกลมเกลียวเหมือนข้าวเหนียวนึ่ง


■แน่นอนว่า.. สาวไกด์ลาวต้องทำหน้าที่หลัก คือ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวตามแบบฉบับ

และเล่าตำนานความเป็นมาของสถานที่สำคัญในเป้าหมาย(เท่านั้น)

อย่างที่สาวบ้านนอกเกริ่นนำไว้ล่วงหน้า ทริปนี้เป็นคณะครูประถม

จึงมักจะมีไกด์สมัครเล่นชอบพูด(แทรก)ให้ความรู้ตามวิสัยครู ด้วยมีไมค์ในมือเช่นกัน(ว้าซ้าน!)

สาวไกด์จึงให้เกียรติครูอาจารย์พูดแทรก ตามกำลังศรัทธาด้วยความเกรงใจ(แต่ยังไม่วางไมค์)

เนื้อหาสาระที่สำคัญจึงถูกคั้นด้วยรายการโฆษณาเป็นระยะ ๆ ฉะนั้นต้องเผื่อใจ(อีกแล้ว)

คำแนะนำ : ควรศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองล่วงหน้าจากหนังสือฯ หรือเวปฯ ต่าง ๆ

หรือขอข้อมูลจากไกด์เป็นการส่วนตัวนอกเวลา (ชมภาพวีดีโอ ระหว่างข้ามแม่น้ำโขง/ของ)

■11.00 น. ชมความงามของ “น้ำตกตาดผาส้วม”

คำว่า “ส้วม” หมายถึง ห้องหอของเจ้าบ่าว-เจ้าสาว

สถานที่อันเป็นตำนานนิยายแห่งความรักของท้าวบาเจียง

ท้าวจำปาสักและนางมะโรงหญิงผู้มีความงามเป็นเลิศ

แล้วเข้าชมหมู่บ้านชนเผ่าต่าง ๆ รับฟังวิถีการดำรงชีวิตซึ่งมีตำนานเล่าขานกันมานาน

■12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่น้ำตกตาดผาส้วม

■13.00 น. มุ่งสู่ “น้ำตกตาดเลาะ” แขวงสาละวัน

■15.00 น. ถึง “น้ำตกตาดเลาะ” สูงเพียง 10 เมตรแต่กว้างมาก ฐานน้ำตกเป็นแอ่งกว้างใหญ่ ว่ายน้ำเล่นได้ ล้อมรอบด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม ชมความงามของน้ำตกตามอัธยาศัย


ตารางเวลาที่ท่านอ่านคือ โปรแกรมทัวร์ฯ ที่เขียนไว้

แต่.. ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ

เนื่องจากตารางเวลาเพี้ยนกิจกรรมเปลี่ยนเฉียบพลัน

ฉันจึงได้แต่จินตนาการถึง “น้ำตกตาดเลาะ” ตามอัธยาศัย
(ได้เปิดดูในหนังสือทริปฯ มาก่อนแล้ว)

■เนื่องจากลมมรสุมฯ ที่พัดผ่านและมีเมฆขาวปกคลุมยอดภู

มีผลให้พวกเราได้รับประทานอาหารมื้อกลางวันในเวลา 14.30 น.

ณ อช.บาเจียง(เจริญสุข) ฉันเพิ่งรู้ว่าหมู่บ้าน "บาเจียง" แห่งเดียวของประเทศลาว

ที่มีนามสกุลต่อท้าย คือ เจริญสุข

ความเป็นมาอย่างไร ไม่ขออธิบายเพราะไกด์เล่าให้ฟังสั้น ๆ เพียงเท่านี้

ถ้าอยากรู้ต้องไปถาม “คุณวิมล กิจบำรุง”(ชาวไทย) ซึ่งเป็นผู้ดูแล อช.บาเจียง มานานกว่า 30 ปี
(มีหนังสือเล่มหนาที่ท่านเขียน "เขาว่าข่อยบ้า" วางจำหน่ายในร้านอาหาร อช.บาเจียง)


■ฉันรู้สึกประทับใจด้วยจิตสัมผัสเมื่อแรกพบสบตากับธรรมชาติที่นี่

ขณะเดินข้ามสะพานแขวนทำด้วยไม้ไผ่และเถาวัลย์ (ลวดสลิง)

ที่พาดผ่านลำน้ำมุ่งสู่จุดชมวิว “น้ำตกตาดผาส้วม”

แม้ท้องร้องลำไส้กิ่วจนตาลาย ฉันไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนใด ๆ

เมื่อได้ยินเสียงน้ำตกกระเซ็นโปรยละออง


■ฉันชอบกินอาหารพื้นบ้านตามท้องถิ่น พร้อมบรรยากาศเย็นสบายกับสายน้ำเย็น

มีเพียงน้ำพริกแจ่วกับผักสด ผลไม้ตามฤดู สามารถสร้างพลังงานให้กับชีวิตได้มากล้น

พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางหลงรักธรรมชาติได้ทุกฤดูกาล แม้ในช่วงมรสุมรุมเร้า

■เมืองลาวไม่เห็นเจริญ! ประโยคบอกกล่าวของนักท่องเที่ยวบางคนที่เคยไป เล่าให้ฟัง

■เมืองลาวของแพงนะ ไม่มีอะไรน่าซื้อเพราะนำเข้าจากเมืองไทย! คำแนะนำจากคนที่เคยไปเยือนเมืองลาว

■เมืองลาวเหมือนเมืองไทยภาคอีสานเมื่อ 20 ปีมาแล้ว! คำพูดของคนที่เคยไปเมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว

■เมืองลาวของกินขายแพง! คำแนะนำของคนชอบกินแต่ไม่ชอบจ่ายตังค์

แต่ทำไม! นักท่องเที่ยวทั่วโลกจึงชื่นชอบการผจญภัย และนักเดินทางที่ฉันรู้จัก มักชวนไปเที่ยวเมืองลาว!

แล้วเมืองลาวมีอะไรดี?

นี่คือ คำถามที่ฉันเคยรู้สึกค้างคาใจมานาน จนปัจจุบันก็ยังรู้สึกเช่นนี้อยู่


เมื่อต้นปี 2553 ฉันจึงมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวบ้านพี่ “เมืองลาว”

ณ วังเวียงและหลวงพะบาง (ลาวเหนือ) ทำให้คำถาม 4-5 ประโยคนั้น

ได้รับคำตอบที่ชัดเจน คือ ถูกต้องทุกประโยคบอกเล่า แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

และในครั้งนี้ได้เดินทางสู่ดินแดน “จำปาสัก-ปากเซ” (ลาวใต้)

ฉันจึงต้องการค้นหาคำตอบจากคำถามนี้อีกครั้ง

“เมืองลาวมีอะไรดี?” คำตอบที่ฉันค้นพบ คือ

“ธรรมชาติบริสุทธิ์ ด้วยวิถีชีวิตธรรมดา”


เมื่อรถวิ่งพ้นจากตัวเมืองปากเซ สู่ อช.บาเจียง

ฉันพบเห็นความเป็นธรรมชาติมากถึงมากที่สุดตลอดเส้นทาง

โดยสาวไกด์ลาวให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า

“รายได้หลักของประเทศลาว อันดับ 1 คือ ผลิตกระแสไฟฟ้า

(ขายให้เพื่อนบ้านฝั่งตะวันตก บ้านใครฟ่ะ! ใช้เปลืองจัง)

อันดับ 2 ผลิตผลเมล็ดกาแฟ & ชา อันดับ 3 ยางพารา”

แต่อันดับ 4 เธอไม่กล่าวถึง ฉันจึงคิดเอาเองว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น คือ “ขายธรรมชาติ”

ซึ่งความเจริญรุกคืบอย่างช้า ๆ แต่อีกไม่นานมันก็ไม่แน่

เพราะมีการสร้างถนนสองเลนต์เพิ่มขึ้นอีกหลายสาย

ตามที่สาวไกด์ลาวบอกกล่าวให้ฟังขณะที่รถฯ วิ่งผ่านไร่กาแฟ สวนยางพาราที่ไกลสุดตา

อืม! ฉันแอบคิดภาวนาให้ธรรมชาติเมืองลาวถูกความเจริญเป็นไปอย่างเชืองช้า

แต่ไม่ได้ยุยงให้ชาวลาวปฏิเสธการพัฒนาด้วยความเกื้อกูลพื้นที่ความเป็นธรรมชาติในเมืองนี้หรอกนะ

ซึ่งทำให้ฉันเริ่มรู้สึกสงสารพื้นที่ป่าไม้เมืองไทย(ในเขตอุทยานฯ หลายแห่งตามข่าว)

กำลังถูกบุกรุกล่วงเกินพื้นที่สีเขียวอย่างไม่ละลายใจ เพื่อผลประโยชน์ที่ฉาบฉวย

“คนไทยทำลายธรรมชาติ” ฉันไม่อยากให้เกิดความรู้สึกแบบนี้เลย


■“ธรรมชาติผู้สร้างสรรค์” แต่ “มนุษย์คือผู้ทำลาย”

สาวบ้านนอกพยายามไม่เชื่อว่ามนุษย์(บางพวก) เป็นผู้ร้ายแต่ต้องเชื่อด้วยความจำใจ

เมื่อภาพมันฟ้องตำตาผ่านสื่อสาธารณะ


เมื่อเวลานี้ “โลก” กำลังเปลี่ยนแปลงเพราะ

“ธรรมชาติใจร้าย(บ้าง) แล้วก็กำลังทำลายโลก” โธ่! มนุษย์ผู้น่าสงสาร!

แล้วฉันจะทำอย่างไรดี! อืม! คิดออกละ ไปตาม “นิวอาร์มสตรอง”

แล้วชวนไปอยู่บนดวงจันทร์ด้วยกัน อะคึ่ ๆ


■15.15 น. ชาวคณะฯ ต้องลาจาก “น้ำตกผาส้วม” ด้วยความอาลัยในธรรมชาติ
ซึ่งฉันวาดหวังต้องกลับมาที่นี่ในอนาคต(ที่ไม่แน่นอน แต่มาแน่ ๆ คอยดูซิ)

■16.00 น. สาวไกด์ลาว ชวนชาวคณะฯ ไปละลายทรัพย์ที่งาน OTOP (ใกล้ตลาดสด) เมืองปากเซ
แต่ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปมากกว่าบ้านเมืองของฉัน จึงไม่มีทรัพย์ออกจากกระเป๋าสาวบ้านนอก

■17.00 น. เข้าชม “วัดหลวง” วัดเก่าแก่แห่งเมืองปากเซ มีประวัติมายาวนาน
แต่สาวไกด์ลาวเล่าให้ฟังย่อ ๆ จึงไม่ได้จดบันทึก
เพราะต้องทำหน้าที่บันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก ด้วยระยะเวลาสั้น ๆ
กิจกรรมจึงมีเพียง “ไหว้พระ ทำบุญ บริจาคทาน(มีคนพิการขอทาน) ที่หน้าซุ้มประตู
แล้วขึ้นรถกลับเข้าที่พักตามระเบียบทัวร์

■18.30 น. กินอาหารมื้อเย็นที่ รร.เอราวัณ (นอนพักที่ รร.อุดมสมหวัง)

■19.00 น. กิจกรรม “การแสดงมุทิตาจิตแด่ครูอาจารย์เกษียณอายุราชการ”

ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีดีงาม

ชมการแสดงจากชาวคณะฯ และการแสดงจากชาวลาวฯ นำเสนอด้วยภาพเคลื่อนไหว (วีดีโอ)

แต่แล้วก็รู้สึกเสียอารมณ์เพราะแบตเตอรี่กล้องฯ สิ้นฤทธิ์
จึงต้องใช้โทร.มือถือบันทึกภาพเคลื่อนไหวแทนในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

ฉันชอบกิจกรรม “เต้นบัดสลบ” ที่เชิญชวนให้ชาวคณะฯ ร่วมสนุกกับการเต้นรำ
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.3549877831993.2134886.1424014390&type=3#!/photo.php?v=3547297167478&set=vb.1424014390&type=3&theater

ด้วยทำนองดนตรีที่สนุกสนาน ฉัน “เต้นบัดสลบ” พร้อมกับนักแสดงชาวลาว

ครื้นเครงกับการบรรเลงเพลงจังหวะสนุก ๆ ในทริปนี้ที่ประทับใจเช่นกัน


------------------------------------@----------------------------------------


ติดตามชมภาพประกอบ : ทริป "ชีพจรพาไป ณ ปากเซ" ได้ที่นี่....V
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.3549877831993.2134886.1424014390&type=3

โปรดติดตามตอนต่อไป ด้วยความคิดถึงกันเสมอค่ะ







Create Date : 21 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2555 21:29:16 น.
Counter : 969 Pageviews.

1 comments
  
แวะมาเก็บข้อมูลค่ะ อยากไปแต่ยังไม่มีโอกาสเลย
โดย: never the last วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 เวลา:15:42:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น
Location :
ศรีสะเกษ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ลูกคนสุดท้องน้องสาวคนเล็ก
เด็ก ๆ ชอบเอาตัวไปปลายนา
เอาขาไปวิ่งเล่นที่ทุ่งหญ้า
โตเป็นสาว..ชอบอยู่บ้านนอก
อนาคต..ได้ไปที่ชอบ..ที่ชอบ
อะคึ่ ๆ


Friends Blog
[Add สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น's blog to your weblog]