หมอนรองกระดูก

มีเรื่องเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกมาเล่าในBLOGค่ะ...


   พ่อของป้าเซาะฮุ้งนั้นท่านทำงานหนักมาก ๆ เมื่อก่อน  ท่านทำโรงงานค้าของเก่า ที่จริงเป็นอาชีพที่มีรายได้ดีมาก ๆ ค่ะ เพราะธุรกิจนั้นสามารถเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย  ลูกสามารถเรียนโรงเรียนอินเตอร์ บางคนเรียนจบปริญญาโทได้อย่างสบาย ๆ เลยค่ะ แต่พ่อแม่ก็มีวิธีสอนลูกให้ใช้เงินเป็น ไม่ฟุ่มเฟือย รู้จักคิดค่ะ   แต่การทำงานลักษณะนี้ เมื่อก่อนไม่มีเครื่องจักรค่ะ  จึงทำให้ต้องยกแบกหามช่วยเวลาขาดคนงานไม่เพียงพอ ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็มีอยู่เป็นประจำค่ะ  จึงทำให้ร่างกายทำงานหนักค่ะ   จำได้ว่า ท่านบอกว่าท่านเป็นโรคกระดูกพรุน ประมาณอายุเกือบ 60 ปีค่ะ  ซึ่งลูกก็เข้าใจว่าท่านไปให้หมอวินิจฉัย  คงกินยาที่หมอจัดให้ ซึ่งไม่ใช่ค่ะ ท่านคิดเองเออเอง จัดยาเอง  อย่างว่าคนจีนสมัยก่อนเนี่ยกลัวหมอ ชอบจัดยาเอง  ซึ่งท่านก็ปวดทรมาน ชาขาทั้ง 2 ข้าง เดินได้ไม่ไกล  พอรู้ว่ายังไม่ได้หาหมอ ป้าเซาะฮุ้งจึงพาท่านไปหาหมอที่คลีนิคแห่งหนึ่ง  มีการเอ็กซเรย์แล้วบอกว่า  ต้องผ่าเพราะเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทำให้ชาลงขา  พอฟังหมอเท่านั้น คุณพ่อกับป้าเซาะฮุ้งก็ช็อคนิ่งไปเลยค่ะพูดอะไรไม่ออก  ก็แหมผ่าหลัง มันไม่มีอะไรการันตีว่า ผ่าแล้วจะมีEFFECT อะไรบ้าง จะเดินได้อีกไหม ทุกคนในบ้านก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน  แต่เราก็ยังไม่ย่อท้อ  พาคุณพ่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนที่เชื่อถือได้แห่งหนึ่ง  คุณหมอบอกว่า "ลองดูนะ อาจจะไม่ต้องผ่า ให้ใช้กายภาพบำบัด อาทิตย์ละ 2 ครั้ง" สีหน้าคุณพ่อดูมีความหวังขึ้น  ทำกายภาพไปประมาณ 3 เดือน  ก็ยังรู้สึกอาการไม่ทุเลา แล้วคุณพ่อก็ท้อต่อการต้องไปกายภาพ   ป้าเซาะฮุ้งจึงพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับการบำบัดโรคนี้  ก็ไปเจอวิธี ไครโรแพรทติกส์   หรือเรียกง่ายๆ ว่าจัดกระดูกค่ะ ปัจจุบันนี้แพร่หลาย แต่สมัยนั้นการรักษาในแนวทางนี้เพิ่งมีค่ะ  ทำให้ไม่แน่ใจว่าเป็นอันตรายหรือไม่  โทรไปหาคนที่เคยทำ ก็บอกว่าดีในช่วงแรก แต่ก็กลับมาเป็นอีก  จึงไม่ได้ไปทำ  และในช่วงนั้นเองค่ะ คุณพ่อก็มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกอีกหนึ่งอาการ  ป้าเซาะฮุ้งจึงพาไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว  ซึ่งก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร เพียงแต่กินยาไปตลอดชีวิต และพกยาติดตัวตลอด ถ้าเกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอก ก็ให้อมไว้ใต้ลิ้น   ดูๆแล้วก็ธรรมดาค่ะ  เพราะมันไม่ได้ปวดทรมานเหมือนขา  หลังจากนั้น เราก็พากันไปรพ.รัฐบาลที่มีชื่อด้านนี้ค่ะ ตอนนั้นขาของพ่อดูลีบทั้ง 2 ข้าง แต่ท่านก็ยังอดทนก็โรคที่ท่านเป็นอยู่มากเลยค่ะ  หมอแนะนำให้ผ่า แต่ให้ปรึกษาหมอหัวใจก่อนว่าผ่าได้ไหม  ซึ่งตอนนั้นเราตัดสินใจผ่าตัดเป็นวิธีสุดท้ายค่ะ  เสียค่าใช้จ่ายเท่าไรก็ไม่หวั่น เพียงขอให้พ่อหายค่ะ แต่เหมือนโชคไม่อำนวยค่ะเมื่อหมอหัวใจบอกว่า ต้องผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจก่อน  คุณพ่อท่านกลัวมากค่ะเพราะต้องผ่าตัดหลายรอบ  และตอนนั้นป้าก็ไม่มีข้อมูลเลยว่าการทำบอลลูนนั้นเป็นอย่างไร  ป้ากับคุณพ่อนั้นท้อแท้มากค่ะ  เพราะหลังจากนั้น พ่อลูกคู่นี้ก็ไม่เคยเอ่ยถึงการไปหาหมอเลยค่ะ เป็นอันว่าเราปลงค่ะ ยอมรับว่าถ้าตอนนั้นเราตัดสินใจทำทุกอย่างที่หมอบอกโดยไม่ต้องคิดกังวลสิ่งใด คุณพ่ออาจจะไม่ต้องปวดทรมานก็ได้ค่ะ  ปัจจุบันนี้คุณพ่อเสียชีวิตไปแล้วค่ะ ด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไม่ทันได้ตั้งตัวเลยค่ะ แต่ท่านก็ไปสบายแล้วค่ะ    


   หลังจากนั้น 1 ปีค่ะ  แม่สามีของป้านั้นก็เป็นโรคเดียวกันนี่อีกค่ะ ท่านอายุ 68ปี เพิ่งเริ่มเป็นค่ะ หมอด้านศัลยกรรมประสาทแนะนำให้ผ่าตัด ผ่านไป 1 เดือน แม่สามีก็ตัดสินใจบอกหมอว่า "ผ่า" หมอจึงนัดวันที่ผ่าค่ะ  คุณแม่ท่านก็รอเวลาให้ถึงวันนัด  แต่ช่วงที่รอก็มีการถามคนที่เคยผ่ากับหมอ เขาก็ว่าผ่าแล้วไม่มีEFFECT หายปวด  บางคนก็บอกให้ไปรำตะบองชีวจิตซะ แต่คุณแม่ท่านก็บอกทำไม่ไหว บางคนก็บอกให้ไปผ่าที่อื่น เพราะเชี่ยวชาญกว่าเนื่องจากเขาใช้กล้องส่องจึงมีแผลนิดเดียว พักฟื้น3 วันเอง  ซึ่งทุกคำแนะนำก็แสดงออกถึงความห่วงใยจริง ๆค่ะ บางทีแอบปลื้มแทนคุณแม่สามี เพราะท่านมีแต่คนดี ๆ อยู่ใกล้ ๆ ตลอดค่ะ  นั่นคงเป็นเพราะท่านมีจิตใจดีก็ได้ค่ะ ทำให้มีเทวดาอารักขาท่านตลอดค่ะ (แม้แต่วันที่ท่านผ่าตัด ก็ยังมีพี่ชายและพี่สาวของท่าน อายุก็รวม ๆ กัน เกือบ 200 ปี แล้วค่ะ ยังเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาให้กำลังใจน้องสาวเลยค่ะ)  ส่วนตัวป้าเซาะฮุ้งนั้นขอไม่ออกความคิดเห็นว่า คุณแม่สามีควรตัดสินใจอย่างไร เพราะเคารพในการตัดสินใจของท่าน และส่วนตัวก็เชื่อว่าการผ่าน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดแล้ว (ไม่อยากให้เป็นเหมือนคุณพ่อค่ะ)  คุณแม่ท่านผ่าตัด ใช้เวลา 3 ชั่วโมงค่ะ ซัก 2 วันก็ลุกเดินได้โดยใช้ 4 ขาช่วยพยุงค่ะ อยู่รพ. 10 วันค่ะ แล้วอาการก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ นะ อาการปวดขาก็หายไป  ตอนนี้ก็ 2 เดือนกว่าแล้วค่ะ สุขภาพกระดูกแข็งแรงดี ฟื้นตัวได้เร็ว บางครั้งแอบแซวในใจว่า คุณแม่สามีท่านเป็น TERMINATOR 3 ก็ได้นะคะ เพราะว่า ท่านมีเหล็กดามหลังฝังไว้ตลอดชีวิต  แทนหมอนรองกระดูกอันเก่าที่เสื่อมไปค่ะ   จึงอยากจะบอกกับทุกคนที่เป็นโรคนี้ค่ะ ไม่ต้องไปกังวลหรอกค่ะ  ถ้าพอมีปัจจัย (แต่ก็ใช้เยอะค่ะ)  ผ่าไปเลยค่ะ แต่ให้ปรึกษาหมอก่อนผ่าอย่างละเอียดนะคะ   มาถึงตอนนี้ก็ยังนึกเสียดายเลยค่ะ ว่าถ้าป้าเซาะฮุ้งไม่คิดกังวลมากมายและให้พ่อผ่าตัดตั้งแต่ตอนนั้น ก็คงจะดีค่ะ เฮ้อ..นึกได้ก็สายไปซะแล้วค่ะ  




ฟังวิทยุออนไลน์ ที่ izeemusic






Free TextEditor








 

Create Date : 15 ตุลาคม 2552
1 comments
Last Update : 23 ธันวาคม 2552 10:58:04 น.
Counter : 109 Pageviews.

 

หวัดดีป้าเซาะฮุ้ง

ลุงเหมียวเองนะ

 

โดย: ลุงเหมียว IP: 58.8.202.244 22 พฤศจิกายน 2552 8:35:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ป้าเซาะฮุ้ง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





glitter-graphics.com

Group Blog
 
 
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
15 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ป้าเซาะฮุ้ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.