Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
18 กันยายน 2552
 
All Blogs
 

สังขละฯ กาญจนบุรี

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ถึงวันไปเที่ยวสังขละบุรี จ.กาญจนบุรีกับเพื่อนซะที หลังจากคิดกันไว้นานมากแล้วว่าอยากไปอ่ะนะ และทริปนี้ก็เป็นแบ็กแพ็กล้วนๆ นะจ๊ะ เพราะต่างคนต่างไม่มีรถจ้ะ

การนั่งรถไปกาญฯ เท่าที่หาข้อมูลมาไปได้หลายทาง

กรุงเทพฯ ไปตัวเมืองกาญฯ
1. นั่งรถทัวร์จากสายใต้ไปลงตัวเมืองกาญฯ ออกทุก 20 นาที โดยประมาณ (เห็นเค้าว่ากันมางั้นนะ ตอนนี้ไม่รู้มีการเปลี่ยนแปลงรึยัง)
2. นั่งรถทัวร์จากหมอชิตไปลงตัวเมืองกาญฯ มีเวลาออกต้องโทรถามนะ (ตรงนี้มีรถทัวร์ไปถึงสังขละบุรีเลยด้วย แต่มีแค่สองเที่ยวเท่านั้น)
3. รถไฟไทย แต่คงนั่งกันลืมทีเดียว
4. นั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยฯ ข้างๆ ห้างเซนจูรี่ไปลงตัวเมืองกาญฯ ออกทุก 20 นาที ราคา 110 บาท (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ขึ้นกับว่ารถในกรุงเทพฯ ติดแค่ไหน)

ตัวเมืองกาญฯ ไปสังขละบุรี
นั่งรถตู้จากใกล้ๆ ขนส่ง (รถตู้จากกรุงเทพฯ จะจอดตรงขนส่งกาญฯ อยู่แล้ว) ไปสังขละบุรี ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แต่รถตู้จากตรงจุดนี้จะออกเป็นรอบๆ นะ ราคา 175 บาทต่อคนต่อเที่ยว

เอาละ มาดูทริปเรากัน
วันศุกร์นัดเจอเพื่อนที่เซนจูรี่ตอนเที่ยงครึ่ง กินข้าวกลางวันแล้วนั่งรถตู้รอบบ่ายโมง รถในกรุงเทพฯ ติดมาก ถึงตัวเมืองกาญฯ ตอน 15.40 น. เป็นเที่ยวรถตู้ที่ออกจากตัวเมืองกาญฯ ไปสังขละฯ พอดิบพอดี เลยรีบขึ้นรถกันทันควัน

นั่งรถ 3 ชั่วโมง ผ่านอ. ไทรโยค, อ. ทองผาภูมิ ไปถึงสังขละบุรี พระอาทิตย์กำลังจะตก วิวข้างทางสวยมากแต่หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายไม่ทัน ถ้าใครไปก็พยายามอย่าหลับช่วงทองผาภูมิถึงสังขละฯ ก็แล้วกันเน้อ

ถึงตัวเมืองสังขละฯ ตอนประมาณทุ่มนึง แวะกินข้าวแล้วก็ซื้อของใน 7-11 (7-11 ที่นี่ใหญ่มากเลย) ซื้อกันอย่างกับว่าชีวิตนี้จะไม่มีโอกาสได้เข้า 7-11 อีกแน่ะ เพราะกลัวจะหิวโซเลยต้องตุนไว้ก่อน

ถึงที่พักชื่นใจเฮ้าส์ตอนเกือบสองทุ่ม (โดยการนั่งมอเตอร์ไซค์จากใกล้ๆ 7-11 ราคาคนละ 15-20 บาท) และนี่คือที่พักของเราในคืนนี้



ตอนแรกสงสัยว่าบ้านหลังเล็กๆ คือบ้านอะไร ดูไปดูมาถึงรู้ว่า อ้อ เป็นบ้านกระรอกนี่เอง



ด้านหน้าที่พัก ตรงนี้เป็นส่วนของที่ทานอาหาร นั่งอ่านหนังสือ และมีของที่ระลึกขาย พวกพวกกุญแจ เครื่องประดับ และโปสการ์ดอ่ะนะ



ที่พักเป็นบ้านหลังน่ารักๆ มีห้องน้ำในตัว ราคา 450 บาทต่อคืน ทุกคนที่นี่น่ารักมากๆ บริการเป็นกันเองมากๆ ประทับใจสุดๆ



เช้าวันเสาร์ตื่นตั้งแต่ 04.40 ขึ้นมาอาบน้ำ เสร็จแล้วก็ให้เพื่อนไปอาบต่อ ออกจากบ้านพักประมาณเกือบๆ 6 โมงเช้า เพื่อจะเดินไปยังสะพานมอญ ระยะทางจากชื่นใจเฮาส์ประมาณ 1 กิโลเมตร ตอนเช้าๆ แดดไม่ร้อน ระยะทางแค่นี้ถึงว่าชิลล์ๆ สำหรับพวกเรา 555

และแล้วก็มาถึงสะพานมอญจนได้ (แต่ตรงนี้เป็นปูน ต้องเดินจากตรงนี้ไปถึงจะได้เห็นสะพานไม้)



และนี่แหละสะพานไม้ของจริง เห็นกันจะจะ



จากบนสะพานตอนเช้าๆ ถ่ายลงไปที่แพก็สวยดี (ลองถามราคาแพหลังละ 700 แต่คิดว่าคงขึ้นกับขนาดด้วยแหละ)



อันนี้เป็นพรีเซ็นเตอร์ประจำสะพานไม้ เธอขอมีเอี่ยวตลอด ตลอด ตลอด



ข้ามสะพานไม้มาก็มาตักบาตร แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก มากจริงๆ ใส่บาตรแบบไม่คิดชีวิต ว่างั้นเหอะ (คือพระที่นี่ท่านไม่ได้มายืนรอให้เราใส่บาตรกันนะจ๊ะ ท่านก้าว ก้าว ก้าว และก้าว ผ่านแล้วผ่านเลย เพราะฉะนั้นอย่าช้า ขอบอก อย่าช้า)



เป็นภาพน่ารักๆ ที่ไม่ได้เห็นนานมากแล้วอ่ะ ทุกคนกราบพระเมื่อพระท่านลับหลังไปแล้วด้วย



ใส่บาตรเสร็จเรียบร้อยก็ยืนงงๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถามทางไปวัดวังก์วิเวการาม (ของพลวงพ่ออุตตมะ) แต่ระหว่างทางเจอนี่ "ตลาดวัดวังก์"



จากตลาดก็ยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ โคตรจะทรหด แต่มันไม่ร้อนไง เลยสบายมาก (แต่ถ้าใครเดินไม่ค่อยไหวก็มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างนะ ราคาก็ประมาณ 15-20 บาทไปถึงวัดเลยแหละ มอเตอร์ไซค์ที่นี่เห็นเค้าเรียก "เมล์เครื่อง" กันอ่ะ)



ถึงวัดแล้ว ถ่าย ถ่าย ถ่าย และถ่าย



ผู้คนก็มาวัดกันหนาตา ที่นี่เค้าแบ่งฝั่งกันนั่งเป็นชาย-หญิงด้วยแหละ ลองสังเกตดีๆ



หน้าบ้านคนในชุมชนมอญส่วนใหญ่จะปลูกดอกพุดกัน เลยนำมาร้อยใส่ไม้ถวายพระ เห็นส่วนใหญ่ก็มีแต่ดอกพุด จะมีกล้วยไม้บ้างประปราย แล้วก็ดอกไม้อื่นๆ ประปราย ดอกบัวแทบไม่มี นั่งอยู่นานเห็นคนนำดอกบัวมาแค่คนเดียวเองอ่ะ



อีกด้านหนึ่งของวัดเป็นเจดีย์พุทธคยาที่หลวงพ่ออุตตมะท่านสร้างขึ้นเลียนแบบเจดีย์พุทธคยาในประเทศอินเดีย (ถ้าจำไม่ผิดน่ะนะ) แล้วใกล้ๆ กันยังมีร้านขายของที่ระลึก (จำพวกงานไม้ กระเป๋า) อีก 40 กว่าร้านแน่ะ



พอไหว้พระ สักการะเจดีย์เรียบร้อย ก็นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับเพราะอากาศเริ่มร้อน เริ่มจะไม่ไหวกันแล้ว (จริงๆ เราก็ยังพอได้อยู่นะเนี่ย 555)
แล้วพอถึงตรงสะพานไม้ก็หาอะไรกินกันเลย
อันนี้เป็นขนมจีนหยวกกล้วย (ชื่อประมาณนี้)



ของเราเป็นข้าวสวยกับแกงฮังเล ขอบอกเลยว่าแกงฮังเลรสชาติดีมากๆ (ร้านอยู่ซ้ายมือ เมื่อเดินขึ้นมาจากสะพานไม้ มีรูปเจ้าของร้านถ่ายคู่กับกอล์ฟ-ไมค์รูปเบ้อเริ่มแขวนอยู่ ไม่ผิดร้านชัวร์ 555)



เดินกลับข้ามสะพานไม้ ขอเป็นขาวดำซักรูป



แชะ! เรือพายกับมัดไม้ไผ่คลาสสิกสุดๆ



นางแบบประจำทริป (มีอยู่คนเดียวนี่แหละ)



ถ่ายสะพานไม้ในมุมเงยบ้าง



อีกหนึ่งรูป



จากสะพานไม้นั่งเรือไปดูเจดีย์จมน้ำ (แต่นี่ไม่ใช่นะ)



อันนี้ดิ เจดีย์จมน้ำของแท้ จมไปเยอะเลย ถ้าอยากเห็นชัดๆ ต้องไปหน้าแล้ง ช่วงเมษาเน้อ เค้าบอกว่าช่วงนั้นสามารถลงไปเดินได้เลยด้วย



กลับมาถึงที่พัก ชื่นใจเฮ้าส์ตอนประมาณเที่ยงด้วยเมล์เครื่องเพราะเริ่มเหนื่อย กินข้าวกลางวันไม่ลงละ เลยเก็บของแล้วมานั่งชิลล์กินแพนเค้กกล้วยหอมแทน หน้าตาน่ากินเชียว



จากชื่นใจเฮ้าส์ น้องเอ้ที่ชื่นใจเฮ้าส์น่ารักมาก อุตส่าห์ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งที่ท่ารถ (ท่าเดียวกับตอนที่เราลง-ตัวเมืองสังขละฯ) แถมฝนยังตกด้วย ขอบคุณมากจริงๆ

จากท่ารถเราขึ้นรถตู้รอบบ่ายสองโมงโดยประมาณ เพื่อกลับสู่ตัวเมืองกาญฯ รถไปจอดที่ขนส่ง (ที่เดิมกับที่เราขึ้นมาสังขละฯ นั่นแหละ) แล้วก็โทรหาที่พัก "พลอยเกสต์เฮาส์" ที่เซิร์ชจากพันทิบ เห็นรูปแล้ว และเล็งเห็นว่าเป็นที่พักที่น่าพักทีเดียวละ

มาติดตามต่อน้าว่าที่พักคืนวันเสาร์จะเป็นยังไง แล้ววันอาทิตย์จะไปเที่ยวไหนกัน อิอิ




 

Create Date : 18 กันยายน 2552
15 comments
Last Update : 18 กันยายน 2552 15:07:10 น.
Counter : 2756 Pageviews.

 

ขอบคุณที่แวะไปชมค่ะ
อ่านเรื่องและชมภาพที่ไปเที่ยวทริปนี้ น่าสนุก และน่าสนใจมากๆค่ะ อยากไปบ้าง...


น่าไปจริงๆเลย....ดูรูปแล้วติดใจ.....

 

โดย: pinkcat2002 18 กันยายน 2552 15:20:31 น.  

 

เพิ่งไปมาเหมือนกันค่ะ สวย สงบมากเลย

 

โดย: บ้านน้อยริมสวน 18 กันยายน 2552 16:47:54 น.  

 

ว่าจะไปมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังหาเวลาว่างไม่ลงตัวซะที

 

โดย: blog pu 18 กันยายน 2552 18:14:03 น.  

 

แวะมาชม


เยี่ยมมากครับ
ดูแล้วอยากไปเที่ยวบ้าง


ถ้าว่างบล็อกผมยินดีต้อนรับนะครับ

 

โดย: GaionMars 21 กันยายน 2552 9:55:31 น.  

 

มาส่งดอกไม้ค่ะ

 

โดย: บ้านน้อยริมสวน 24 กันยายน 2552 22:04:01 น.  

 

อยากทราบว่ามีเบอร์ติดต่อบ้านชื่นใจไม๊คะ

รบกวนเมล์บอกจะเป็นพรุคุณค่ะ

อยากไปมากเลยยย

Knkwlnn@gmail.com

 

โดย: nana IP: 58.8.99.99 5 ตุลาคม 2552 19:17:59 น.  

 

ตั้งใจว่าจะแบกเป้ไปคนเดียว แต่ ติดที่เป็นผู้หญิงนะคะ คิดแล้วคิดอีกอยู่หลายรอบแล้ว ไปดีไม๊คะ

 

โดย: jimy IP: 114.128.212.44 15 ตุลาคม 2552 12:52:18 น.  

 

เราคงไปเวลาใกล้ๆกัน
ว่าจะเอาลง blog เวลาเรียบเรียงไม่มีเลย
ไว้โอกาสดีๆจะเล่าย้อนหลังบ้าง...

 

โดย: ชรันจ์ 22 ตุลาคม 2552 20:10:29 น.  

 

สำหรับท่านที่จะมาเที่ยวสังขระสามารถติดต่อเรือ ขี่ช้าง ล่องแกร่ง พักแพ รีสอร์ท หรือสอบถามข้อมูลอื่นๆน้ำขึ้นน้ำลงเพื่อที่จะเข้าไปดูวัดจมน้ำ สั่งจองอาหารตักบาตรเพียงชุดละ 99 * 39ได้ที่ 082-3225082 เรายินดีแนะนำที่ต่างๆสำหรับคุณค่ะ

 

โดย: เจ้าของร้าน IP: 125.27.196.216 6 พฤศจิกายน 2552 14:58:53 น.  

 

รถตู้จากสังขละไปกาญ เที่ยวสุดท้ายกี่โมงค่ะ

แล้วรถตูจากาญมากรุงเทพกี่โมงค่ะ

 

โดย: 123 IP: 124.120.62.40 12 มกราคม 2553 12:19:46 น.  

 

รู้สึกรถตู้สังขละมากาญ 4 โมงเย็นเที่ยวสุดท้ายนะ

กาญกรุงเทพยัน 2 ทุ่มอะจ๊ะ

เพิ่มเติมข้อมูลหน่อยนะจ๊ะ

ทองผาภูมิ กาญจนบุรี มิใช่ ณ ชายแดนปิล๊อกบ้านป้าเกล็นแห่งเดียว( //www.parglen.com )แต่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเที่ยวได้ทั้งปี ตั้งแต่เข้าเขตทองผาภูมิก็มีวัดท่านมิตสุโอะ น้ำตกผาตาด น้ำพุร้อนหินดาด น้ำตกผาสวรรค์ ขี่ช้างล่องแพลิ่นถิ่น มีโฮมสเตย์ของนักทำโป่งเทียม เป็นบ้านเรือนไทยที่สวยงามสร้างโดยไม่มีการเขียนแบบ มีของเก่าของโบราณมาตกแต่งไว้ให้เรียนรู้ ชื่อภูผาตาด โฮมสเตย์(www.panoramatown.com/phuphatat ) มีกิจกรรมนมัสการพระพม่าอายุ 90 ปี สวดมนต์แบบพม่า พาไปสำรวจน้ำตกใหม่ที่นักข่าวไทยพีบีเอสบอกว่าสู้ทีลอซูได้สบายมาก รายการทีวีไทยสุดสัปดาห์ยืนยันได้ในความงาม

ไปอีกนิดถึงเมืองทองผาภูมิ มีร้านแนวๆชื่อลูนู๋( //www.lunu.biz ) มีร้านทอง(แดงสดใส)ที่ดูเหมือนจะเป็นเอกลักษณ์ของตลาดทองผาภูมิ มีตลาดนั่งยองในแบบชาวบ้าน มีขนมทองโย๊ะขนมแปลกแห่งทองผาภูมิ มีแม่น้ำข้ามได้ สะพานแขวน และศพไม่เน่าเปื่อยของหลวงปู่สายที่ลือชื่อเรื่องปาฎิหาร มีพระเจดีย์คีรี ที่ดูวิวทองผาภูมิ 360 องศา ณ วัดท่าขนุน มีพระขาวภปร.องค์ใหญ่มากเป็น 1 ใน 10 และเป็นองค์สุดท้ายที่ในหลวงทรงสร้าง

ออกจากเมืองไปไม่ไกลชมวิวทิวเขื่อนและทะเลาะกับลิงที่เขื่อนเขาแหลม( //vrk.egat.com )ที่พักติดเขื่อนเขาแหลมที่ใกล้ๆอัธยาศัยดีและราคาถูกมากๆสร้างในแนวที่ฝรั่งชอบมากๆก็ได้แก่ บ้านเก็บตะวัน โฮมสเตย์ ( //keptawan.siam2web.com )บ้านของลุงยศ ไกด์ผู้บุกเบิกฝรั่งเดินป่าแห่งกาญจบุรี ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความงามของวิวทะเล กิจกรรมพายเรือคยัค แคนนูข้ามเขื่อน และความงามของพระอาทิตย์ตก บริเวณนั้นมีวิถีชาวบ้านของหมู่บ้านท่าแพ ใกล้ๆมีจุดชมวิวทะเลที่เหมือนวิวเกาะกลางทะเล

เลยไปอีกไม่กี่กิโลเมตร มีหมู่บ้านห้วยเขย่ง หมู่บ้านที่เคยเลี้ยงช้างเพื่อชักลากไม้ มีสวนป่า พุปลิง ปูราชินีที่เดียวของโลก ค้างคาวกิตติสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลก ณ ถ้ำหินงอกหินย้อย ถ้ำ 28 มีบึงน้ำทิพย์ที่ป่าไม้เพิ่งจะไปบุกเบิกใหม่ ถ่อแพข้ามไป มีต้นไม้ยักษ์ น้ำตกสายรุ้ง มีหมู่บ้านพูดเหนือเหมือนเมืองเชียงใหม่ มีหมู่บ้านพูดลาวด้วย มีชาวกระเหรี่ยง พม่ามากมายอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีที่นั่งห้างดูช้าง หรือวันดีคืนดีเห็นตัวเป็นๆเย็นๆมากันเป็นโขลงก็พบกันอยู่บ่อยๆ

ในเขตหมู่บ้านนี้ยังมีบ้านไร่วิมานดิน ออร์แกนนิค ฟาร์มสเตย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยให้เข้าเยี่ยมชมและเข้าพัก( //www.vimandin.com )ขอบอกว่าที่นี่โรแมนติคมากๆ อยู่ติดกับลำน้ำห้วยเขย่งสถานที่สำหรับถ่อแพ ล่องแก่งกันมาหลายสิบปี มีโป่งพุร้อนที่อยู่ไม่ไกล ที่นี่ได้ยินเสียงช้างป่าและสัตว์ต่างๆร้องอยู่บ่อยๆ บนยอดเขาที่ใกล้กับวิมานดินมีวิวทะเลหมอก ทะเลสาป วิวพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก 4 อย่างในจุดเดียวกัน มีสระอโนดาตที่มีผู้ค้นพบใหม่ มีหอยโลกล้านปีแบริโอพอทที่มีอายุกว่า 280 ล้านปีที่หาดูยากมากๆอยู่บนยอดเขา แต่ไม่มีหน่วยงานไหนให้ความสนใจปล่อยให้ชาวบ้านเก็บเอาไปขายทำเครื่องรางของขลังชิ้นละ 50 สตางค์น่าเสียดายมาก

เลยจากเส้นนี้ไปไกลสักนิดก็เป็นอช.ทองผาภูมิกับเจ้านกเงือกที่คอยต้อนรับ หรือจะขึ้นเขาช้างเผือกยอดเขาที่สูงที่สุดของทองผาภูมิ หรือจะไปไกลนิดลำบากหน่อยด้วยรถ4x4 สู่เหมืองปิล๊อก บ้านอีต่อง เนินเสาธง ถือว่ามาได้ไกลสุดเขตชายแดนพม่า-ทองผาภูมิเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่ามีสถานที่มากมายที่การท่องเที่ยวไม่เคยรู้ ไม่เคยไปดูและไม่รู้จัก ซึ่งอยู่ใกล้ๆกรุงเทพมากๆเพียง 2 ชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้ว แต่ไม่ได้ถูกประชาสัมพันธ์ให้คนไทยได้รับรู้ จึงอยากให้ช่วยกันแจ้งข่าวออกไป เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกการท่องเที่ยวไทยให้หันมาสนใจทองผาภูมิบ้าง

ท้ายสุด สำหรับผู้ที่ชื่นความหนาวเย็นข้อความข่าวนี้คงยืนยันได้ว่าความหนาวเย็นของทองผาภูมิว่าไม่แพ้เชียงใหม่แน่นอน

ข่าวโดยสำนักข่าวไทย 15 มกราคม " กาญจนบุรีเย็นจัดชายแดนทองผาภูมิ 4 องศาฯ "
//news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=244367&ch=lc2

 

โดย: critiny IP: 203.144.144.164 9 กุมภาพันธ์ 2553 18:55:34 น.  

 

ดูจากรูปแล้วอยากไปอีกสักรอบจัง... : )

 

โดย: ชรันจ์ 4 เมษายน 2553 10:17:35 น.  

 

ภำภเถ

 

โดย: วิชัย IP: 192.168.1.118, 117.47.16.74 3 กรกฎาคม 2553 12:23:21 น.  

 

คิดถึงบ้านเกิดจังเลยครับ

 

โดย: วิชัย IP: 192.168.1.118, 117.47.16.74 3 กรกฎาคม 2553 12:28:08 น.  

 

ผมเกิดที่นั้นแต่ว่าตอนนี้มาเรียนที่สมุทรสาคร คิดถึงบ้านจังเลยครับ

 

โดย: วิชัย IP: 192.168.1.118, 117.47.16.74 3 กรกฎาคม 2553 12:29:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


sanomaru
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add sanomaru's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.