มีการศึกษา (Education) ไม่ได้แปลว่า มีความรู้ (Knowledge)
กระดาษหนึ่งแผ่น..ไม่ได้ทำให้คนฉลาดขึ้น การเรียนรู้..ไม่ได้มีอยู่แต่ในห้องเรียน
การต่อยอดจากสิ่งที่ดี ย่อมได้สิ่งที่ดีกว่า
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
15 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
อะไรเอ่ย...? คนเดินไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้เดิน

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 30 ได้ระบุไว้ถึง สิทธิและความเสมอภาคของประชาชน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม เพราะเหตุแห่งความพิการจะกระทำมิได้

และในมาตรา 54 ได้ระบุให้คนพิการ มีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสวัสดิการ สิ่งอำนวยความสะดวก อันเป็นสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลืออื่นที่เหมาะสมจากรัฐ นอกจากนั้น ยังกำหนดไว้ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา 80 ให้คนพิการได้รับสวัสดิการและการสงเคราะห์ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้


************************************

เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมได้นำรถไปซ่อมที่อู่ประจำแห่งหนึ่ง ใกล้ๆ บ้าน ในระหว่างที่รอซ่อมรถอยู่นั้น ก็ลุกเดินดูโน่นนี่บ้างเพื่อฆ่าเวลา ก็สังเกตว่าที่ด้านหน้าอู่ซ่อมรถ ซึ่งเป็นทางเดินเท้า มีการทำทางเดินเท้าสำหรับคนพิการทางสายตาด้วย นั่นคือ ปูด้วยแผ่นอิฐตัวนูนสีเหลือง


ดูผิวเผินก็พอจะนึกชมหน่วยงานของภาครัฐได้ว่า ให้ความสำคัญกับคนพิการ เสริมสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม ดังเช่นนานาอารยประเทศเขาปฏิบัติกัน แต่ถ้าลองพิจารณาดีๆ จะเห็นว่า "สักแต่ว่าทำไปอย่างนั้นเอง" ทำแค่ให้รู้ว่า "มี" ส่วนจะใช้งานได้จริงในทางปฏิบัติหรือไม่นั้น เป็นคนละเรื่องกัน ก็แน่ล่ะ... ไอ้คนที่ทำมันไม่ได้มาเดิน ส่วนคนที่เดินไม่ได้มาทำ


ผมอยากให้ไอ้คนที่ทำ หรือไอ้คนที่ตรวจรับงานแล้วอนุมัติให้ผ่านนั้น "ผมอยากให้มันตาบอดบ้าง" เพื่อให้มันได้มีโอกาสมาลองใช้ ผลงานของพวกมัน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยงานใดก็แล้วแต่ ที่มีหน้าที่ตรวจตราดูแล เพื่อให้ทางเท้านี้ใช้งานได้จริง แต่กลับละเลยไม่มาตรวจตราดูแล ก็อยากสาปให้มันตาบอดไปด้วยอีกคน


คุณๆ ลองสังเกตุทางเท้าที่คุณได้พบเห็นในแต่ละวัน ที่มีการปูแผ่นอิฐตัวนูนสีเหลือง ลองคิดดูว่า มันเหมาะที่จะใช้งานเพียงใด บางแห่งไม่น่าจะใช้ได้ หรือใช้ได้แต่ทุลักทุเลเอาการ ผมลองเดินบนแผ่นอิฐดังกล่าว เดินแบบตาใสๆ นี่แหละ ยังไปไม่รอดเลย แล้วนับประสาอะไรอะไรกับคนตาบอด


สังคมไทยวันนี้ คนตาดีเอาเปรียบและกลั่นแกล้งคนตาบอด


เดินๆ ไป ก็ไปชนกับเสาไฟฟ้าบ้าง, มีสายสลิงรั้งเสาไฟมาขวางบ้าง, ชนเสาป้ายชื่อซอยบ้าง, ชนป้ายจราจรบ้าง นี่ยังไม่รวมถึงตู้ไฟ ป้ายโฆษณา โต๊ะเก้าอี้ รถมอเตอร์ไซต์ ฯลฯ ที่ตั้งวางขวางทางอีกมากมาย





ถ้าเสาไฟหรือสิ่งกีดขวางใดๆ มีมาก่อนที่จะสร้างทาง คนสร้างมันก็ใจดี หักมุมทำทางเบี่ยงให้ด้วย แต่กว่าจะเจอทางเบี่ยง ก็ชนเสาไฟฟ้าพอดี มันไม่คิดเผื่อระยะให้เปิดไฟเลี้ยวเลยจริงๆ ให้ตายเถอะโรบิ้น เฮ้อ...แทนที่มันจะย้ายสิ่งกีดขวางเหล่านั้นออกไปก่อน มันก็ไม่ทำ ก็นี่แหละที่ว่า มันทำภายใต้บรรทัดฐานของคนที่สายตามองเห็นเป็นปกติ


นอกจากจะถูกคนสร้างทางที่ไม่มีจิตสำนึกแล้ว ยังถูกคนตาดีๆ กลั่นแกล้งเอาอีก เช่น พอเจอทางเบี่ยงหลบเสาไฟฟ้าไปได้ ก็จะไปชนกับถังขยะอย่างจัง เฮ้อ..น่าสงสารคนพิการเสียนี่กระไร





บนทางเท้าที่ผ่านหน้าบ้านร้านรวงต่างๆ มักจะเห็นมีการตั้งวางสิ่งของ เครื่องใช้ สินค้า หรือป้ายโฆษณา ยื่นล้ำออกมาบนทางเท้า ทับและขวางทางเดินสำหรับหรับคนพิการ ซึ่งมีให้เห็นอยู่แทบจะทุกหนแห่ง คนที่ทำเช่นนี้ ไม่มีจิตสำนึกในความรับผิดชอบ ที่จะเสริมสร้างความเท่าเทียมกันในสังคมเลย


ในส่วนของภาครัฐ ก็ควรใส่ใจในเรื่องเหล่านี้เป็นพิเศษ ใส่ใจดูแลให้ดีก่อนที่จะต้องให้มีการเรียกร้อง ในการสร้างถนนหนทางใดๆ ควรมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ในการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางเหล่านั้น และควรมีมาตรฐานในการจัดสร้าง หรือการตั้งวาง เช่น





ตู้โทรศัพท์สาธารณะ บางที่ก็ตั้งตู้ติดริมถนน บางที่ก็ตั้งตู้อยู่ริมทางเท้าด้านนอก ก็เลือกสักด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้เหรอครับคุณพี่ หนึ่งตู้ของพี่น่ะ กินพื้นที่ไป 4x4 แผ่นปูพื้นแล้วนะครับ


ต้นไม้ใหญ่บนทางเท้า ซากต้นไม้ ไม้ตายซาก หรือแม้แต่หลุมเปล่าๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยมีต้นไม้ ก็กินพื้นที่ไป 4x4 แผ่นปูพื้นเหมือนกัน แต่จะเว้นขอบด้านติดริมถนนไว้ 1 แผ่นปูพื้น ก็เท่ากับรุกล้ำทางเท้าเข้ามา 5x4 แผ่นปูพื้น





เสาไฟฟ้า ไอ้นี่ล่ะ..ตัวดีเลย อยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง อยู่ริมถนนบ้าง อยู่ริมทางเท้าด้านนอกบ้าง อยู่นอกทางเท้าก็มี และที่ร้ายที่สุด แม่งอยู่กลางทางเท้าเลย


เสาป้ายชื่อซอย ป้ายจราจร ป้ายเตือนต่างๆ พวกนี้ก็เป็นอีกพวกหนึ่งที่หาระเบียบไม่ได้เลย ติดตั้งกันตามอำเภอใจ ไม่เคยมีการจัดระเบียบอย่างเป็นจริงเป็นจังสักที





นอกจากนี้ ถนนบางสายยังมีรั้วต้นเข็มอีก นี่ก็เช่นกัน อยู่ริมถนนบ้าง อยู่ริมทางเท้าด้านนอกบ้าง หาหลักการอะไรไม่ได้เลย นี่ยังไม่รวมถึงระดับพื้นที่สูงๆ ต่ำๆ และฝาท่อที่เปิดบ้าง ปิดบ้างตามอารมณ์ คิดดูล่ะกันว่า "อุปสรรค" มันมากมายนักสำหรับคนพิการ


ประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นประเทศที่ภาครัฐและสังคมของเขา จัดการบริการสาธารณะได้อย่างเท่าเทียมกันมากที่สุดประเทศหนึ่ง คนพิการในญี่ปุ่น สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้โดยลำพัง เช่นเดียวกับคนปกติ สามารถขึ้นรถ ลงเรือ ขึ้นรถไฟ เข้าลิฟท์ หรือเข้า-ออกอาคารสถานที่ต่างๆ ได้สะดวก


ทางร่วม ทางแยกต่างๆ ที่มีสัญญาณไฟให้คนข้ามถนน ก็จะมีสัญญาณเสียงให้รู้ว่า ตอนนี้ข้ามได้ หรือข้ามไม่ได้ ฝั่งไหนข้ามได้ ฝั่งไหนหยุดรอ เสียงจะแตกต่างกัน คนขับรถในบ้านเมืองเขา ก็เคารพกฏระเบียบ มีวินัย ไม่เห็นแก่ตัว ไฟแดงจอด ไฟเขียวไป ไฟเหลืองชะลอ แต่บ้านเรา...เห็นไฟเหลืองต้องเร่งให้สุดสปีด


ระบบขนส่งต่างๆ ทั้งรถไฟรถเมล์ จะมีเสียงบอกเป็นระยะๆ ว่าขณะนี้อยู่ที่ไหน หรือจุดต่อไปจะถึงที่ไหน, เวลาขึ้นลงลิฟท์ก็มีเสียงบอก ว่าตอนนี้อยู่ชั้นไหน, รายการโทรทัศน์ก็จะข้อความให้อ่าน พร้อมทั้งใส่ลูกเล่น ซึ่งขนาดที่คนหูหนวก ก็ร่วมหัวเราะได้ เพราะเขารับรู้ถึงความสนุกจากรายการนั้นๆ เหมือนกับเขาได้ยินเอง


อักษรเบลล์สำหรับคนตาบอด จะมีอยู่ตามเครื่องหยอดเหรียญ หรือตู้ขายสินค้าอัตโนมัติต่างๆ ถนนหนทางต่างๆ จะมีทางเท้า ทางจักรยาน ที่แบ่งพื้นที่กันไว้อย่างเป็นสัดส่วนเด่นชัด เสาไฟ ต้นไม้ ตู้โทรศัพท์ จะวางในตำแหน่งที่เป็นระเบียบ ไม่เหมือนอย่างบ้านเรา


บริเวณมุมทางเท้า ตรงที่เป็นทางแยกหรือปากซอย ที่ญี่ปุ่นเขาจะปาดมุมเป็นรัศมีพอสมควร เพื่อให้รถวีลแชร์สำหรับคนพิการ ผ่านได้โดยสะดวก แต่เมืองไทยไม่ใช่ ของเราจะทำเป็นร่องเล็กๆ เพื่อให้ล้อรถมอเตอร์ไซต์วิ่งได้เท่านั้น และที่ร้ายกว่านั้น มุมทางเท้าบางที่ ก็สูงกว่าพื้นถนนมาก ทางลาดเอียงที่ทำนั้น คนพิการก็คงไม่กล้าใช้ เพราะมันจะชัน ราวกับปีนภูชี้ฟ้า ผมเองก็คิดไม่ออกว่า ทำไมเขาถึงออกแบบทำกันมาอย่างนั้น จะเอาไว้ให้พ่อมันใช้รึเปล่าไม่ทราบได้



ได้เวลาหรือยังครับ ที่เราจะช่วยกัน สร้างความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นจริงๆ ในสังคม ให้โอกาสกับผู้ด้อยโอกาส ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้างนะครับ



*************************************

ปล. สำหรับท่านที่ประสงค์จะบริจาคหนังสือ เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้กับ "โครงการห้องสมุดแบ่งปันน้ำใจเพื่อคนพิการ" ขณะนี้ก็ยังสามารถบริจาคได้อยู่นะครับ แต่ขอเน้นเป็นหนังสือ เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำนักงาน เช่น Windows, MS Office, Word, Excel, PowerPoint, Access, โปรแกรมด้านกราฟฟิคต่างๆ ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้น รับทั้งหนังสือใหม่ และหนังสือเก่าครับ ส่วนหนังสืออื่นๆ มีจำนวนค่อนข้างเยอะแล้ว ดูรายละเอียดได้ที่ "โครงการห้องสมุดแบ่งปันน้ำใจเพื่อคนพิการ"


Create Date : 15 ตุลาคม 2551
Last Update : 18 ตุลาคม 2551 10:58:11 น. 13 comments
Counter : 1911 Pageviews.

 
เจิมป่าวว้า


โดย: patra_vet วันที่: 15 ตุลาคม 2551 เวลา:16:15:09 น.  

 
ถูกต้อง

มากคนกล่าวหานักการเมืองโกงกิน ต่างๆนาๆ โดยที่บุคคลเหล่านั้นไม่เคยสัมผัสความเป็นนักการเมือ
ง ไม่กล้าแม้แต่ลงเลืองตั้ง

คนดีจริง เก่งจริง แน่จริง ลงมาเลยนักการเมืองไม่เคยห้าม แต่บุคคลเหล่านั้นไปห้ามนักการเมือง

แปลกแท้ๆ เสียงเค้าว่ากันพรรณนั้น จ๊ะ


โดย: บ้าได้ถ้วย วันที่: 15 ตุลาคม 2551 เวลา:22:31:24 น.  

 


อ่านแล้วก็เศร้าใจจริง ๆ ค่ะ...เมืองไทยก็อย่างนี้แหละค่ะ มีทุกอย่างจริง
แต่ไม่ได้เรื่อง แถมคนเมืองก็จิตใจแย่ เอาเปรียบอะไรได้เป็นรีบทำ...


โดย: ลิตช์ (Litchi ) วันที่: 16 ตุลาคม 2551 เวลา:1:10:39 น.  

 


จะโทษนักการเมืองอย่างเดียวก็ใช่ที่ค่ะ

ข้าราชการบางคนก็ฉ้อราษฎร์บังหลวงได้เช่นกัน


โดย: I_sabai วันที่: 16 ตุลาคม 2551 เวลา:11:04:56 น.  

 
เห็นดว้ยกะครูเอกเลยค่ะ
อยากให้หน่วยงานต่างๆช่วยทำงานอย่างมีระบบระเบียบและทำด้วยใจรัก..
เมื่องไทยเราน่าจะมีการศึกษาข้อมูลสาธารณะ
จากญี่ปุ่นทำไมประเทศญี่ปุ่นเขาทำกันได้?
และคนญี่ปุ่นทำไมถึงได้เคารพกฏระเบียบ
.............
คิดว่าการเคารพกฏระเบียบ และวินัย
เริ่มจากครอบครัวจากสิ่งเล็กๆน้อยไ
จะคอยแผ่ขยายเป็นวงกว้างขึ้นเมื่อเด็กๆโตอ่ะค่ะ


โดย: นิงัย วันที่: 16 ตุลาคม 2551 เวลา:12:10:01 น.  

 


สวัสดีจ๊ะ แวะมาบอกว่าหน่อยอัพบล็อกใหม่แล้ว มีความสุขในการทำงานวันศุกร์นะจ๊ะ



โดย: หน่อยอิง วันที่: 17 ตุลาคม 2551 เวลา:12:09:45 น.  

 
เพิ่งรู้ว่าไอ้แผ่นเหลืองๆนั่น คือทางเดินเท้าคนพิการหรอ เราว่าคงอีกหลายคนที่ไม่รู้ เขาถึงได้ตั้งอะไรเกะกะ จอดมอไซค์ขวางยังงั้น

อากาศน่านอนจริงๆ ไม่รู้ครึ้มเพราะฝนจะตก
หรือว่าเข้าหน้าหนาวกันแน่เนอะ


โดย: kai (aitai ) วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:9:51:08 น.  

 
สวัสดีคะครูเอก ขอบคุณนะคะที่แวะไปเที่ยวบ้านต้นปีบกับหน่อยด้วย แวะมาวันนี้มาไขข้อข้องใจคะ บ้านต้นปีบเป็นบ้านส่วนตัวคะ แต่ถ้ามีโอกาสผ่านไปครูเอกแวะไปเยี่ยมชมได้เสมอ เพราะเจ้าของบ้านใจดีมากๆ อยู่หลังค่ายสุรสีห์คะ ถามใครก็รู้จักคะ


โดย: หน่อยอิง วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:10:37:53 น.  

 
สวัสดีค่ะครูเอก วันหยุดเที่ยวไปนค่ะหรือว่าทำงาน

รักษาสุขภาพด้วยค่ะ


โดย: Opey วันที่: 19 ตุลาคม 2551 เวลา:12:28:44 น.  

 
ขอบคุณที่หาเพลงมาให้
แต่เอาใส่บล๊อกไม่เปนง่ะ
ได้แต่โหลดใส่เครื่องไว้

มีคนไปบ่นที่บล๊อกเราแน่ะ อิๆ
มีลูกสาวอีกคนหรอ


โดย: kai (aitai ) วันที่: 19 ตุลาคม 2551 เวลา:20:53:04 น.  

 
ครูเอกหวัดดีค่ะ .... วันนี้เปืดบล็อกมาก็ฮ่า ขำเรื่องที่คุณเล่า ... คุณเอกไปอยู่ที่เจพี พักที่ไหนค่ะ

พี่สาวของโอพียังอยู่ที่นั่นค่ะ ครอบครัวของโอพีที่อยู่ที่นั่นประมาณห้าคนมีพี่ชายสองพี่สาวน้องพี่สาว

ทุกคนเรียนจบที่นั้นเว้น(โอพี) พี่สาวจบดีไซด์ ..... มีพี่ชายสองคนเสียชีวิตหนึ่งคน .... จะเล่างั้ยดีนะโอพีมีพ่อบุญธรรมเป็นชาว Singapore ตอนนี้ท่านชรามากแล้วละ โอพีและลูกๆของท่านจะเรียกท่านว่าป๋าเวลาที่คุยกันเองกะพี่น้ิงหรือคนอื่น

ป๋ากระโดดลงเรือของญีปุ่นมาไทยสมัยww2คือบิดาของท่านโดนจับเป็นเชลยป๋ายังเล็กมากมาอยู่ค่ายกาญจนบุรีมีเด็กคือป๋าคนเดียว

พวกนั้นก็รักป๋าดีแต่พอสงครามแพ้พวกเค้าก็กลับประเทศกันป๋าโดนทิ้ง .... โชดดีมีเจ้านายยศพระยามาเจอป๋าได้เก็บท่านมาเลี้ยง(ต้องใช้คำว่าเก็บค่ะจะมองภาพชัด) ป๋าใช้นามสกุลของเจ้านายท่านนี้ค่ะ

ครั้งที่พี่ชายเสียชีวิต นสพ ลงข่าวคนที่เคยรู้จักป๋ามากทุกทิศ พวกเรางงคือไม่ได้เชิญคนมากมายขนาดนั้น .... ป๋าเก่งค่ะทุกอย่างค่ะ เเข่งรถธุรกิจ ฯลฯ สมัยท่านไปเยี่ยมพวกเราที่เจพี ท่านคงจะเหงาเรียกคนงานของพี่สาวคนสองคนไปเก็บจักรยานที่เค้าทิ้งไว้แถวเอกิมาซ่อมแจกให้กะคนไทย

อ้อนิดนึงช่วงนั้นพวกเราอาศัยอยู่ที่Mitoค่ะมิโตอยู่ใกล้โอวะไร (เซนได) จักรยานมีทิ้งไว้เป็นป่าช้าค่ะพวกตำรวจทำเป็นไม่เห็นพวกป๋าที่จริงตำรวจจะจับก็ได้ข้อหาขโมย แต่มันเยอะจริงๆป๋าโอพีสุดๆค่ะ ตอนท่านอายุหกสิบแอบไปเลี้ยงเอาะๆซื้อรถซื้อบ้านมีลูกด้วยกันอีกเฮ้ออออ พี่สาวบินกลับมาอาลวาดป๋าค่ะ

ก็เป็นความสุขของป๋าเราก็ปล่อยค่ะท่านเลี้ยงพวกเรามาป๋าก็เหนื่อยมาเยอะ .... โอ้สงสัยยาวเระ คงจะเขียนผิดเยอะอ่านข้ามไปก็แล้วกันค่ะ ...


โดย: Opey วันที่: 19 ตุลาคม 2551 เวลา:21:30:48 น.  

 
ดีใจ เพลงที่ส่งมาให้โหลดเปงและ เก่งป่ะ555
ความพยายามอยู่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น


โดย: kai (aitai ) วันที่: 19 ตุลาคม 2551 เวลา:21:59:56 น.  

 
โทชิงิแสดงว่าครูคงจะขับรถสวนกะโอพีบ่อยค่ะ .. ... ส่วนฮอกไกโดเคยไปเล่นสกีที่ภูเขาฮันนูพูรีที่โดนหลอกให้กินเนื้อน้องหมาด้วยค่ะเป็นลูกชิ้นใส่ในราแม็ง แฮะๆ กลับมาถึงบ้านโดนน้องหมาไล่เห่าฮะแพราะไปหม่ำเพื่อเธอมา ... วุ้ยเล่าแล้วยังเสียวไมหายค่ะ "" Ruf Ruf Ruf """"


โดย: Opey วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:1:49:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ครูเอก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 109 คน [?]




เนื้อหาบทความ ภาพประกอบ ไฟล์ตัวอย่าง ทั้งหมดใน blog นี้ "สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พุทธศักราช ๒๕๓๗" อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ได้ โดยต้องระบุแหล่งที่มาของเนื้อหาให้ชัดเจน เพื่อแสดงถึงการรับรู้ในความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ไม่อนุญาตในการนำไปใช้เพื่อการแสวงหาผลกำไรทางธุรกิจ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร

ส่งข้อความหลังไมค์ถึงครูเอก
MSN : ysamroeng@hotmail.com
ชมรมนักเรียนสาธิตเสริมสมอง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
กิตติกรรมประกาศ

ผมใช้คอมพิวเตอร์ครั้งแรก โดยมีหนังสือชื่อ "เรียน DBASE III PLUS ด้วยตนเอง" ของ พ.ต.ประพัฒน์ อุทโยภาศ เป็นเสมือนอาจารย์ และมี บร.โรเบิร์ต ปาแนสโต (ซดบ.) เป็นผู้ให้โอกาส และ้คำแนะนำ ถือเป็นก้าวแรก ที่้ผมจับคอมพิวเตอร์ และสนใจเรียนรู้ มาตั้งแต่วันนั้น นอกจากเรื่อง "การเขียนโปรแกรมด้วย Clipper" แล้ว ผมไม่เคย ไปเรียนคอมพิวเตอร์ จากสถาบันใด อาศัยที่เป็น คนชอบอ่านหนังสือ และซื้อหนังสือเยอะมาก บวกกับลงทุน ซื้อเครื่องไว้ใช้งานเอง (เครื่องแรก Intel 386DX-40) จึงได้ฝึกฝน เรียนรู้ ต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้
มีของมาขาย

1. หนังสือ "Excel for HR"


การใช้ไมโครซอฟต์เอ็กเซล ในงาน HR แบบมืออาชีพ พิมพ์ครั้งที่ 2 เป็นหนังสือที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ จากงานจริงๆ มาเป็นวัตถุดิบ เป็นหนังสือคอมพิวเตอร์เล่มแรก ที่เขียนขึ้นมาเพื่อ นักบริการทรัพยากรมนุษย์ (HR) โดยเฉพาะ เป็นตัวอย่างของการใช้โปรแกรม MS Excel ในงานประจำวันของ HR หาซื้อได้ที่ ร้านซีเอ็ดบุ๊ค ทุกสาขา, HR Center, ศูนย์หนังสือ สสท., ศูนย์หนังสือจุฬา, Thailand Book Tower, B2S เป็นต้น
หรือสั่งซื้อโดยตรงได้ที่ 02-347-1066, 081-423-9828
ราคาเล่มละ 200 บาท จัดส่งฟรี

2. CD รวมไฟล์ตัวอย่าง Excel จากงานจริง


มีไฟล์ตัวอย่างมากที่สุด สามารถนำไปใช้งานได้ทันที หรือใช้ศึกษาเทคนิคการเขียนสูตร Excel อัพเดตใหม่ทุกสัปดาห์
ของแท้ไม่มีวางจำหน่ายที่ไหน
สนใจสั่งซื้อโดยตรงที่ 02-347-1066, 081-423-9828
ราคาแผ่นละ 200 บาท ค่าจัดส่งฟรี

หมายเหตุ : ปัจจุบันมีจำหน่ายทั้งสิ้น 3 ชุด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://sites.google.com/site/excel4hr/product
กิจกรรมของพวกเราที่ผ่านมา

โครงการห้องสมุดเพื่อน้อง รร.บ้านซับงูเหลือม จ.ลพบุรี

โครงการห้องสมุดเพื่อคนพิการ มูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ ปากเกร็ด
รูปภาพหรือข้อความแสดงความเห็น เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระ ของบุคคลทั่วไป และถูกส่งขึ้นแสดงในหน้า blog โดยอัตโนมัติ เจ้าของ blog มิได้มีส่วนรู้เห็น หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งไม่จำเป็นต้องร่วมรับผิดชอบ ต่อทุกความคิดเห็นใดๆ
Friends' blogs
[Add ครูเอก's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.