หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
6 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
ระบำมาร : กฤษณา อโศกสิน

เรื่อง : ระบำมาร
ผู้เขียน : กฤษณา อโศกสิน
ปีที่พิมพ์ : 2519
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
สองเล่มจบ


(ปกเล่ม 1)

     สำหรับชื่อเรื่อง “ระบำมาร” ถ้าไม่ได้เห็นนาม ของกฤษณา อโศกสิน เป็นผู้ประพันธ์แล้ว หลายคนอาจจะนึกไปถึงนวนิยายแนวลึกลับ สยองขวัญ ผสมภูตผีปีศาจ ในสไตล์ จินตวีร์ วิวัธน์ ไปเลยก็ได้ครับ

      แต่ในนิยายชีวิตเรื่องนี้ ก็มีความเข้มข้น สะเทือนใจ และสำนวนภาษาที่เชือดเฉือน คมกริบ จากปลายปากการรังสรรค์วรรณกรรมของนักเขียนบรมครู ผู้สร้างสรรค์นวนิยายต่อเนื่องมาหลายสิบปี จนได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ความโดดเด่นของกฤษณา อโศกสิน นอกจาก การตั้งชื่อเรื่อง ชื่อตัวละคร ได้อย่างไพเราะ น่าสนใจ แล้ว สำนวนภาษาและการบรรยายเรื่องราว การสร้างตัวละครที่มีครบทุกรสให้โลดแล่นและร้อยเรียงอย่างกลมกลืน ต่อเนื่อง เพื่อดำเนินไปสู่บทอวสาน ก็ทำได้อย่างงดงาม ลงตัวไม่แพ้กันเลย

       นวนิยายเรื่องระบำมาร น่าจะเขียนขึ้นในช่วงรอยต่อของยุค “พาฝัน” แบบสวรรค์เบี่ยง น้ำผึ้งขม บาดาลใจ ฯลฯ มาสู่ ยุค “สร้างสรรค์สังคม” อย่างบุษบกใบไม้ กระเช้าสีดา ฯลฯ ก่อนที่จะ “ตกผลึก”เข้าสู่ยุค “งมเข็มในมหาสมุทร” ที่ผมว่ายิ่งโดดเด่นด้วยพลอตเรื่องที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแนว โหราศาสตร์ อย่าง จ้าวอสุรินทร์ นวนิยายผสมแนวย้อนยุคผนวกกับศาสนา ความเชื่อความศรัทธา อย่าง “ข้ามบรรพกาล” หรือ นิยายรักคลาสสิคที่ละมุนละไมยิ่ง อย่าง “รสรักปักอุรา”

       เรื่องราวในระบำมาร เริ่มต้นด้วยการตายของ สุถิกา พี่สาวสุดที่รักของ ถวิกา ที่เข้าไปทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องที่สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างสาหัส ยิ่งเมื่อรู้ว่า สุถิกา คนสวย น่ารัก ต้องเสียชีวิตเพราะตรอมใจตาย จากหนุ่มใหญ่รูปงาม ที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นอย่าง อัสดม โสดสมัย เขาใช้เสน่ห์ลวงล่อเด็กสาวอย่างสุถิกาให้ตกเป็นเมียน้อย แล้วทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดี!

   “ผู้ชายคนนี้มันเสือร้ายทีเดียวแหละ เมียหลวงน่ะไม่มีลูกด้วยกัน... แต่มันก็ไม่เคยทิ้ง แม่นั่นก็มีหน้าที่อยู่อย่างคือ ตามหึงไปร้อยแปดทิศ รู้ว่าไปมีเมียเก็บไว้ที่ไหนเป็นไม่ได้... แม่ตามถึงที่... เมียบางคน ก็มีลูกแต่ส่วนมากไม่มี”
    “หน้าตาเป็นยังไงคะ?”
    “หนูคิดว่าหน้าตาคนแบบนี้ ควรจะเป็นยังไงล่ะ คนที่ผู้หญิงเห็นผู้หญิงรัก ถึงจะรู้ว่าเขามีเมียแล้วหรือไม่มีก็ตาม... ผู้ชายอย่างนั้น เปลือกนอกไม่ได้ดูเหี้ยมเกรียมอย่างที่หนูคิดหรอกนะ”
แต่อย่างไรก็ตาม เดี๋ยวนี้สุถิกาก็ลงไปนอนสงบอยู่ในหีบสี่เหลี่ยมผืนผ้านั้นแล้ว
     ...ถวิกานั่งเงียบกริบ ตามองตรงไปข้างหน้า แสงแดดยังคงสาดลงมาลูบไล้ถนนในเมืองเล็กๆที่สงบเหมือนทุกวัน... ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง นอกจากความปรารถนาอันแรงกล้าในใจของหล่อน
มันกำลังดิ้นทุรนทุรายอย่างดุเดือด ใคร่จะไปเหมือนครั้งหนึ่งที่สุถิกาเคยไป...
    “หนูอยากดูหน้ามันจัง หน้าไอ้คนที่ทำลายพี่ของหนู!”

    และแล้วแผนการล้างแค้นก็เริ่มต้นขึ้น ถวิกา ต้องการจะสร้างความพินาศให้บังเกิดกับครอบครัวของชายคนนั้น มันเริ่มต้นจากการตัดสินใจลาออกจากงานต่างจังหวัดของตนเอง แล้วเดินทางเข้าไปสมัครงานที่บริษัทของอัสดม โสดสมัย บุรุษที่ทำลายหัวใจของพี่สาวของหล่อนคนนั้นนั่นเอง!!

         ระหว่างหนุ่มใหญ่ผู้เจนโลกย์ กับเด็กสาววัยแรกรุ่นที่ไร้ประสบการณ์ชีวิต นอกจากเพลิงแค้นที่ลุกโชติช่วง การสัประยุทธ์กัน โดยใช้มายาหญิงที่หล่อนคิดว่าเป็นอาวุธเพียงชิ้นเดียวที่มีอยู่ เพื่อทำลายล้างครอบครัวของเขา... อัสดม และชลิตา เมียหลวงคนนั้นให้ขาดสะบั้นลง

         ถวิกาเองก็ไม่รู้เช่นกัน ว่าตนเองกำลังก้าวเข้าไปสู่แผนการ ของชลิตา ที่ต้องการใช้หล่อนเป็นเครื่องมือสำหรับ แย่งอัสดม มาจากสาทินี และลูกชายตัวน้อย ซึ่งเป็นเมียน้อย คนล่าสุดของเขาด้วยเช่นกัน!
และอัสดม ก็ฉลาดพอที่จะรู้เจตนาของหล่อน เด็กสาวไร้เดียงสาโลกย์ แต่ความสวยเจิดจ้าของหล่อน ที่แตกต่างจากพี่สาวนั่นต่างหาก ที่กระตุ้นสัญชาตญาณหื่นกระหายของเขา ให้ตกปากรับหล่อนเข้าทำงานด้วย เขาคิดว่าเสน่ห์ของตัวเอง จะสามารถพิชิตใจและร่างกายของหล่อนได้เหมือนกับที่เขาเคยจัดการกับพี่สาวของหล่อนมาแล้ว...

        ในเกมแห่งการแย่งชิง ถวิกาได้เข้าไปทำความรู้จักสนิทสนมกับชลิตา ในขณะเดียวกัน ถวิกา มีโอกาสรู้จักกับรัชดา ชายหนุ่มผู้หลงรักหล่อนด้วยความบริสุทธิ์ใจและวิกาก็รู้ว่าเขาเป็นน้องชายของสาทินี เมียน้อยอีกคนของอัสดม หล่อนจึงใช้เขาเป็นสะพานเชื่อมต่อไปยังสาทินี ยิ่งเมื่อรู้ว่า สาทินีมีน้องอ๊าท ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนวัยสามขวบอยู่ด้วย เด็กน้อยคนนั้นคือเครื่องมือต่อรองสำคัญที่สาทินีใช้เพื่อเบิกทางสู่ตำแหน่งเมียหลวง

          ทั้งสอง ต่างสร้างสงครามประหัตประหารกันเองเพื่อแย่งชิงผู้ชายเพียงคนเดียวอย่างอัสดม และหล่อนก็เข้ามาอยู่ตรงกลางสมรภูมิรบนั้นพอดี ถวิกาใช้โอกาสนั้น เพื่อ “ปั่นหัว” ผู้หญิงที่ติดอยู่ในบ่วงแห่งความหลง และความรัก ทั้งสองคนตามเป้าหมายที่ตัวเองต้องการ
ดังนั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าอัสดม หล่อนจึงยั่วยวน ให้ความหวังกับเขา เสแสร้งไร้เดียงสา เหมือนไม่ล่วงรู้ในเจตนาของอีกฝ่าย...

        ถวิการู้สึกสนุกเกินกว่าที่เคยคิด... ผู้ชายคนนี้ไม่เหมาะสำหรับจะวิ่งตรงเข้าไป แล้วเงื้อง่าอาวุธหมายประหารชีวิตทันทีอย่างที่หล่อนวาดไว้คร่าวๆ หากแต่เหมาะสำหรับ จะกรีดเนื้อทีละครั้ง ดูโลหิตของเขาไหลทีละหยดสองหยด... แล้วเช็ดเลือดให้เขาเสียทีหนึ่ง โต้ตอบกับเขาบ้าง พูดเล่นกับเขาอีกนิด แลดูเขาวิงวอน ฟังโวหารปลอมๆของเขา แล้วหัวเราะให้เขาดู พอให้อารมณ์ของเขาคลายความตึงเครียด หรือพอเขาเผลอไผล... ก็ปาดฉับเข้าให้อีกครั้ง พอเลือดโทรม ดูเขาเอะอะโวยวายเกรี้ยวกราดสลับกันบ้าง ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงนัก จะหาทางลูบโลม ปลอบโยนเขาด้วยคำหวาน... ก็คงไม่เสียเวลาจนเกินไป!

         หากเมื่ออยู่กับ สาทินี เมียน้อยอีกคนหนึ่ง หล่อนก็ทำทีเป็นเข้าอกเข้าใจ และเห็นใจ โดยใช้ชะตากรรมของพี่สาวตัวเองที่เป็นเมียน้อยอัสดมเหมือนกัน มาทำให้อีกฝ่ายตายใจ และเข้าใจว่าหล่อนเป็นพวกเดียวกัน

         “เราจะนั่งคอยอยู่เฉยๆคงไม่ได้” ถวิกาตอบออกไปคำหนึ่ง... ทีเล่นทีจริง
        “คุณหมายความว่าอะไรน่ะ” คราวนี้สาทินีขยับโน้มลงเอามือยันคางไว้ พลางมองหน้าถวิกาตาไม่กระพริบ
      เป็นการลองใจที่ได้ผล... ทำให้ถวิการู้ว่าอย่างน้อย สาทินีก็คงจะต้องพยายามที่จะทำให้ความหวังของหล่อนมีความหมายเป็นจริงเป็นจัง มากกว่าเพียงแต่คิดแล้วผ่านไป
       “ก็หมายความว่า ความสำเร็จทุกอย่าง ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนั่งเฉยๆ รอโชคชะตา” ถวิกาพูดเนิบๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจ
“ใช่... การต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งเมียหลวง ก็ไม่ควรนั่งติดอยู่กับที่เหมือนกัน...”

       และในขณะเดียวกัน เมื่อหล่อนอยู่กับชลิตา... เมียหลวงที่มีจุดอ่อนตรงไม่อาจมีลูกให้กับเขาได้

   “ดิฉันไปพบมาแล้วละค่ะ คุณสาทินีคนนั้น”
   “เป็นความลับนะคะ”
     “แน่นอน”
      “ลูกเขาน่ารักเหลือกำลังค่ะ” นั่นคือประโยคที่หล่อนเลือกเฟ้นตามเคย “เขารักลูกมาก และบอกว่านายก็รักมาก”
สิ่งที่ได้รับคือความเงียบ... สีหน้าของชลิตาเผือดลงทันควันเหมือนคนที่เลือดกำลังจะหมดตัว
       “คุณตีฉันตรงแสกหน้าพอดี!” หล่อนพึมพำ
ถวิการู้สึกสะใจในความปวดร้าวของอีกฝ่ายหนึ่ง อดเวทนามิได้ที่มนุษย์เรานั้น เป็นประเภทรนหาที่ตาย อยากรู้ อยากเข้าใจ อยากสอดแทรกในเรื่องที่ตัวเองก็รู้อยู่เต็มอกว่า มันไม่ได้ให้คุณอย่างใดแก่ตัวเองเลย นอกจากรสชิตที่ทำให้ชีวิตประสบความเผ็ดร้อนเพิ่มขึ้นอีกหน่อยหนึ่ง
“เล่าต่อไปอีกนิดได้ไหม?”
“ค่ะ” ถวิกาตอบอย่างเหี้ยมเกรียม... ความเหี้ยมนั้นซุกซ่อนอยู่ภายใน “สาทินีเป็นคนสวยนะคะ... เขาอบรมลูกดีมาก จัดบ้านสวยจริงๆ มีคนเลี้ยงลูกคน กับคนทำงานเบ็ดเตล็ดอีกคน..

   “พอ... พอที...”

         ถวิกาผู้มีรูปโฉมอันงดงามปานนางฟ้า หากบัดนี้ความแค้น ความพยาบาท และความระทมทุกข์ ได้แปรเปลี่ยนให้หล่อนกลายเป็นนางมารร้าย ผู้ร่ายรำลีลาและมารยาแห่งตน สำหรับจัดการทำลายครอบครัวของอัสดม โสดสมัยให้พังพินาศลงให้จงได้
แต่แล้ว ความแค้น ความชิงชัง ก็ต้องสะดุดลง เมื่อหล่อนยิ่งได้รู้จักกับชีวิตน้อยๆอีกชีวิตหนึ่งที่ไร้เดียงสา เกินกว่าจะมารับรู้ความเลวร้ายด้วยกิเลสของผู้ใหญ่
เด็กชายอ๊าท นั่นเอง
       เด็กตัวน้อยที่รักพ่อของเขายิ่งชีวิต รักแม่ที่กำลังจะใช้เขาเป็นเครื่องมือต่อรอง แย่งชิงอัสดม กลับคืนมาจากชลิตา โดยที่ถวิกา เป็นตัวแปรสำคัญ
         บัดนี้หล่อนไม่โหดเหี้ยมพอที่จะทำร้ายจิตใจบริสุทธิ์นั้นได้...
       หรือว่าหล่อนจะพ่ายแพ้ต่อเกมการต่อสู้ในครั้งนี้แล้ว?

        พลอตเรื่องของระบำมาร อาจไม่แปลก สำหรับนวนิยายพาฝัน รักปนแค้น แค้นต้องชำระ ฯลฯ ที่มีมากมายในปัจจุบัน แต่เสน่ห์ของเรื่องคือการวางลำดับการดำเนินเรื่องของตัวละคร แนวความคิด ความรู้สึก ทั้งรัก ทั้งเจ็บปวด ที่ถ่ายทอดผ่านสำนวนภาษาที่สละสลวย ชัดเจน ผนวกด้วยแง่คิดอันคมคาย ทำให้วรรณกรรมชิ้นนี้ มีความโดดเด่นน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

      ในที่สุดมารร้าย ในจิตใจของถวิกา ตัวละครเอกในนิยายเรื่องนี้ ก็ดับลงได้ ด้วยการให้อภัยและปล่อยวาง เพื่อสิ่งที่ถูกต้องกว่า
ในขณะที่กิเลสมารในใจของทุกคน ในชีวิตจริงนั้นเล่า จะดับลงด้วยวิธีการใด?

 หมายเหตุ : นิยายเรื่องนี้ปัจจุบัน นำมาพิมพ์ใหม่โดยสำนักพิมพ์แสงดาวครับ



(ปกเล่ม2 )



(ปกฉบับพิมพ์ใหม่ครับ)




Create Date : 06 ธันวาคม 2556
Last Update : 6 ธันวาคม 2556 13:15:07 น. 18 comments
Counter : 5380 Pageviews.

 
น่าอ่านมากค่ะ จะไปหาอ่านนะคะ


โดย: cyberlifenlearn วันที่: 6 ธันวาคม 2556 เวลา:15:26:20 น.  

 
ว้าว น่าอ่านมากค่ะ

โหวตหมวดหนังสือให้นะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 6 ธันวาคม 2556 เวลา:16:52:35 น.  

 
เข้มข้น น่าอ่านมากเลยครับ


โดย: Nat_NM วันที่: 6 ธันวาคม 2556 เวลา:17:43:20 น.  

 
น่าอ่านค่ะ...มีพิมพ์ใหม่แล้วด้วย


โดย: Aneem วันที่: 6 ธันวาคม 2556 เวลา:19:28:58 น.  

 
เรื่องนี้อ่านแล้วค่ะ
จี๊ดทีเดียว


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 6 ธันวาคม 2556 เวลา:20:46:45 น.  

 
ว้า....จบแบบให้อภัยหรือคะ


โดย: Serverlus วันที่: 6 ธันวาคม 2556 เวลา:22:19:38 น.  

 
น่าสนใจมากเลยครับ คงเข้มข้นมากเลยทีเดียว // งานของอาจารย์กฤษณา ยังไม่เคยอ่านครับ แต่มีในกองดองคือ ดาดฟ้าดาว สนใจเรื่อง ลูกไม้ลายดอกรัก ครับ แต่คงรองานหนังสือรอบต่อๆไป ที่จะลดราคามากกว่านี้


โดย: อุ้มสม วันที่: 6 ธันวาคม 2556 เวลา:22:46:32 น.  

 
คุ้นๆ ว่าอ่านเมื่อนานมากแล้ว ตอนยังเป็นละอ่อน จำเนื้อเรื่องไม่ได้แล้วครับ


โดย: Boyne Byron วันที่: 7 ธันวาคม 2556 เวลา:8:38:34 น.  

 
น่าสนใจค่ะ แค่อ่านรีวิวก็สนุกดีค่ะ


โดย: kunaom วันที่: 7 ธันวาคม 2556 เวลา:12:39:54 น.  

 
เคยอ่านของกฤษณา อโศกสินอยู่ไม่กี่เรื่อง แต่ชอบทุกเรื่องที่ได้อ่านค่ะ นักเขียนท่านนี้ชอบเล่าเรื่องโดยให้นางเอกเป็นคนเล่า...ปลื้มนิยายทำนองนี้เป็นพิเศษ อย่างเมียหลวง เพลิงบุญ ส่วนเรื่องนี้ชอบหน้าปกคลาสสิกแบบเก่ามากกว่าปกที่พิมพ์ใหม่เยอะเลย


โดย: ชบาหลอด วันที่: 7 ธันวาคม 2556 เวลา:14:05:54 น.  

 
กำลังรอให้ตัวเองอายุเยอะกว่านี้อีกนิดค่ะ
เพื่อจะอ่านงานของนามปากกานี้ได้สนุกยิ่งขึ้น


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 7 ธันวาคม 2556 เวลา:20:17:01 น.  

 
ชอบเรื่องที่คุณกฤษณา อโศกสิน แต่ง เพราะว่าหยั่งลึกไปถึงข้างในของมนุษย์ แต่ก็ยังสร้างความบันเทิงในบางแง่มุมค่ะ


โดย: รุ้งปลายฟ้า วันที่: 7 ธันวาคม 2556 เวลา:22:31:50 น.  

 
เป็นนิยายร่วมสมัยนะคะ แต่ก็ยังไม่เคยลองอ่านงานของท่านเลยค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 8 ธันวาคม 2556 เวลา:16:43:30 น.  

 
เรื่องนี้อ่านแล้วนึกถึงแรงเงา นวนิยายคุณกฤษณายุคนี้จะออกแนวเชือดเฉือนแบบนี้มาก รวมถึงเมียหลวง,น้ำเซาะทราย แต่สำนวนภาษาของคุณกฤษณานั้นช่วยยกระดับเรื่องของตัวเองจากนวนิยายในแนวเดียวกันของนักเขียนท่านอื่นอย่างเทียบไม่ติด


โดย: allreddy IP: 203.170.164.226 วันที่: 9 ธันวาคม 2556 เวลา:11:55:06 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้เลยค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 9 ธันวาคม 2556 เวลา:22:15:24 น.  

 
อ่านเฉพาะที่นำมารีวิวนี่ เข้มข้นน่าสนใจมากเลยคะ่


โดย: จิตหลอน วันที่: 10 ธันวาคม 2556 เวลา:11:03:18 น.  

 
เล่มนี้ก็อ่านนานมาก ๆ แล้วเหมือนกันค่ะ
ยังเก็บชื่อถวิกามาตั้งให้หลานสาวที่มีพ่อชื่อถนอมเลยค่ะ(ตอนนี้หลานสาวเรียนจบมหาลัยแล้ว หุหุ)

ชอบสำนวนภาษาของนักประพันธ์ท่านนี้มาก


โดย: แม่ไก่ วันที่: 11 ธันวาคม 2556 เวลา:14:53:35 น.  

 
คุณ cyberlifenlearn : ลองอ่านดูนะครับ ผมว่าน่าจะชอบครับ

คุณสาวไกด์ใจซื่อ : ขอบคุณมากๆเลยครับ

คุณNat_NM : เป็นงานในยุคของคุณกฤษณา ที่โดดเด่นในสำนวนภาษาที่เชือดเฉือน คมคาย มากเลยครับ

คุณ Aneem : โชคดีที่มีการนำมาพิมพ์ใหม่ด้วยครับ ผมว่าเป็นนิยายที่อ่านสนุกมากเรื่องหนึ่งเลยครับ

คุณพุด : อีกสองเรื่องในยุคนั้น ที่ผมว่าอ่านแล้ว "จิ๊ด"พอกัน น่าจะเป็นน้ำเซาะทราย กับ เมียหลวง ด้วยครับ

คุณ Serverlus : ไม่รู้ว่าเรียกจบแบบให้อภัยหรือเปล่าครับ แต่ถวิกา ก็ได้รับความรู้สึกผิดติดตัวไปด้วย ในขณะเดียวกันถวิกาก็ผิดหวังจาก ศุภวาท ผู้ชายอีกคนที่แอบชอบด้วย ส่วนครอบครัวของอัสดมก็ได้รับบทเรียนครั้งสำคัญที่คงจะลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต

น้องอุ้มสม : ดาดฟ้าดาว น่าอ่านมากเลยครับ เป็นอีกเรื่องที่รออ่านรีวิวอยู่เหมือนกัน

คุณ Boyne Byron : เรื่องนี้ในอดีตก็เป็นละครด้วยครับ แต่จำไม่ได้แล้วว่าใครเล่น บทถวิกา น่าจะเป็นคุณอุทุมพร ศิลาพันธ์?

คุณkunaom : เป็นเรื่องที่ครบรสเรื่องหนึ่งเลยครับ

คุณ ชบาหลอด : ชอบหน้าปกแบบเก่าเหมือนกันเลยครับ โดยเฉพาะที่เป็นรูปวาด

คุณตูน : ถ้ามีโอกาสลองดูนะครับ เรื่องนี้คิดว่าคุณตูนน่าจะขอบ หลายๆเรื่องของคุณกฤษณา โดยเฉพาะในยุคหลังๆ ผมเองก็คิดว่าจะหาเวลาเสพย์งานให้ได้อยู่เหมือนกันครับ คิดว่าต้องใช้เวลาและความตั้งใจอยู่ไม่น้อย อย่าง "ข้ามบรรพกาล" หรือ "ฉากทอง"

คุณรุ้งปลายฟ้า : เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ

คุณ Sab Zab' : ลองอ่านตาม "ยุค" ของท่านดูก็ได้ครับ ถ้าชอบแนวหวานๆสนุกๆ ก็จะเป็นยุคแรกๆอย่างบาดาลใจ น้ำผึ้งขม ระฆังวงเดือน ดวงตาสวรรค์ ยุคต่อมา อาจจะเข้มข้นขึ้น เป็นแนวชีวิตครอบครัว อย่างเรื่องนี้ หรือเมียหลวง

คุณหมอภูมิ : ตอนอ่านนึกถึงแรงเงาเหมือนกันเลยครับ แต่เรื่องนี้ ด้วยฝีมือคนเขียนทำให้อ่านเพลินไปกับสำนวน และวรรณศิลป์ จนกลบพลอตไปเลยครับ

คุณหวานเย็นฯ : มีโอกาสลองดูนะครับ งานของคุณกฤษณาในยุคแรกๆนำมาพิมพ์ใหม่หลายเรื่องมากในตอนนี้

คุณจิตหลอน : เป็นเรื่องที่เข้มข้นมากเรื่องหนึ่งเลยครับ

คุณแม่ไก่ : ความโดดเด่นอีกอย่างที่ผมชอบมากก็คือ การตั้งชื่อตัวละคร ครับ ถวิกา หรือสุถิกา ล้วนมีความหมายและไพเราะทั้งนั้นเลย ยิ่งช่วงหลังๆ ผมว่าชื่อตัวละครของคุณกฤษณา นอกจากจะไพเราะ มีความหมายแล้ว ยังแปลก เก๋ ไม่ซ้ำใครอีก อย่าง
อุหรับ, ปีขาล ใน ข้ามบรรพกาล
อุบากอง ล่องหล้า ใน รสรักปักอุรา
แว่นแคว้น ในจ้าวอสุรินทร์
ปีทอง สามภพ ใน บุษบกใบไม้ ฯลฯ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:8:46:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 64 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.