|
|
| | 1 |
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
32. คืนนั้นสวรรค์ล่ม : ชลอ สรนันท์
เรื่อง : คืนนั้นสวรรค์ล่ม ผู้เขียน : ชลอ สรนันท์ สำนักพิมพ์ : เอกชัย ปีที่พิมพ์ : 2504 สองเล่มเจบ
 ผมเคยเขียนถึงงานของ คุณชลอ สรนันท์ ในนิยายเรื่องกล่อมกากี ไปก่อนหน้านี้ สำหรับ คืนนั้นสวรรค์ล่ม ก็เป็นนิยายแนวรักโศก ซึ่งเป็นที่นิยมในยุคนั้นเช่นกัน น่าเสียดายเพียงแต่ว่า ผมมีโอกาสได้หนังสือนิยายเรื่องนี้มาเพียงแค่เล่มจบเล่มเดียว ขาดเล่มหนึ่งไป ดังนั้นรายละเอียดเบื้องต้นอันเป็นที่มาของเรื่องราว อาจจะขาดตกบกพร่องไปบ้าง แต่ก็พยายามปะติดปะต่อจากเรื่องราวในเล่มสอง เล่มจบนี้ ซึ่งต้องขออภัย เพื่อนนักอ่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
เรื่องราวในคืนนั้นสวรรค์ล่ม เล่มสอง บอกเล่าถึงครอบครัวของท่านเจ้าคุณดำเกิง กับคุณแก่นจันทร์ ภายหลังจาก อมร บุตรชายเพียงคนเดียว ที่พิการแขนขาด ตัดสินใจพา ฟ้ามุ่ย ภรรยา ออกไปใช้ชีวิตยังเมืองเหนืออันเป็นบ้านเกิดของหญิงสาว เมื่อฟ้ามุ่ย มีปัญหาทะเลาะกับคุณแก่นจันทร์ จนไม่อาจอยู่ร่วมบ้านกันได้อีก
ทั้งอมรและฟ้าหม่น ได้หนีมาใช้ชีวิตในเมืองเชียงใหม่ โดยมี อ้วน หรือ เศกสัย เพื่อนของอมร ช่วยเหลือพาพวกเขามายังที่เมืองแห่งนี้ และเดินทางกลับพระนคร
ทั้งคู่ต่างได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างผาสุก โดยความช่วยเหลือของสิงห์คำ ผู้เป็นพี่ชายฟ้าหม่น และพ่อเลี้ยงคำแก้ว ผู้มั่งคั่ง และเคยหลงรักฟ้าหม่นมาก่อน แต่เขาก็พยายามหักห้ามใจ ช่วยเหลือหางานให้ อมร ได้ทำการค้าขายที่ตลาดวโรรส ในขณะที่ฟ้าหม่น ก็มาช่วยงานบัญชีในโรงบ่มยาของเขา
ชีวิตของอมร ชายหนุ่มผู้เคยร่ำรวยด้วยเป็นทายาทเศรษฐีของพระนคร แม้จะลำบาก เหลือแขนเพียงข้างเดียว และมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับสมอง แต่ก็มีความสุขกับหญิงสาวที่เขารัก ไม่ต่างกับการได้ใช้ชีวิตในสรวงสวรรค์
คืนหนึ่งนั้นเป็นคืนสวรรค์สว่าง พี่ได้พาน้องนางภิรมย์ชมดาว วับวาวพร่างนภา พบชาวเทวัญสวยงามอร่ามตา นับว่าเป็นวาสนาได้มาสวรรค์อำไพ เพลินชมภิรมย์นภางค์ จนพาน้องนางหลงไป
ทุกอย่างคงจะดำเนินไปอย่างมีความสุข ฟ้าหม่นเองก็ตั้งครรภ์ แต่แล้วก็เหมือนเป็นคราวเคราะห์ เมื่อหญิงสาวหกล้มตกบันได จนต้องแท้งลูก
ที่พระนครนั่นเอง เจ้าคุณดำเกิง ได้ทราบข่าวจาก เศกสัย ว่าลูกชายและลูกสะใภ้ของท่านไปใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่ อย่างยากลำบาก ทำให้ท่านกับคุณนายแก่นจันทร์เดินทางขึ้นไปที่นั่น และได้พบกับอมร คุณนายแก่นจันทร์ ยังรังเกียจฟ้าหม่นเหมือนเดิม เธออ้างความกตัญญูของลูกต่อพ่อแม่ ความชราภาพของท่านเจ้าคุณที่เจ็บป่วย รวมถึงความลำบากของอมรเมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ทำให้ฟ้าหม่นต้องยอมตัดใจให้ อมร กลับมาอยู่พระนครตามเดิม ชีวิตของสองสามีภรรยา ต้องพรากจากกันอีกครั้ง
แต่เมื่อกลับมาแล้ว ยิ่งทำให้อาการทางสมองของอมร กำเริบหนักขึ้น ความเสียใจ ที่ต้องพลัดพรากจากภรรยาสุดที่รัก และข่าวที่คุณนายแก่นจันทร์ใส่ร้ายว่า ฟ้าหม่น กำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ กับ พ่อเลี้ยงคำแก้ว ที่เคยรักฟ้าหม่นมาก่อน ด้วยหวังว่าจะให้ อมรตัดใจ แต่กลายเป็นว่า เขาล้มป่วยลง จนฟ้าหม่นต้องเดินทางลงมา เพื่อช่วยดูแลเขา โดยพักอาศัยอยู่ที่บ้านเศกสัย เพราะคุณนายแก่นจันทร์รังเกียจเธอ
จนอาการของอมรเริ่มดีขึ้น แต่ คุณนายแก่นจันทร์ ก็หาทางกำจัดลูกสะใภ้ที่เธอชังน้ำหน้า เมื่อรู้ว่า เศกสัย แอบชอบพอฟ้าหม่นมาก่อน ครั้งนี้ นอกจากจะทำให้อมรเข้าใจผิดแล้ว ยังทำให้พ่อเลี้ยงคำแก้ว เข้าใจผิดอีกด้วย หญิงสาวตัดใจหนีกลับเชียงใหม่อีกครั้ง
เหตุการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่ออาการทางสมองของอมรกำเริบหนัก เขาจดจำอะไรไม่ได้เลย นอกจากภาพความรัก ความผูกพันในอดีตกับฟ้าหม่น หญิงสาวที่ตนเองรัก และหนีออกจากบ้าน จนเศกสัย ต้องหาตัวพบ ในสภาพชายเร่ร่อน ผู้น่าอนาถไม่ต่างกับขอทานที่สติไม่สมประกอบ
ทางเดียวคือการพาอมร กลับไปพบกับ ฟ้าหม่น ที่เชียงใหม่ อีกครั้ง บางทีอาจจะทำให้เขาได้ความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมา
สองคนสามแขนดิ่งมาสู่ดินแดนแห่งความหลังอีกครั้งหนึ่ง เป็นการมาอย่างเงียบกริบโดยไม่มีใครรู้ล่วงหน้าเลยสักคนเดียว เศกสัยต้องการให้อมรได้พบกับสิ่งสุดปรารถนาเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งที่เขารู้ดีว่า มันเท่ากับเป็นการย้ำตะปูแค้นให้ตอกเนื้อไม้แน่นเข้าไปอีก แต่มันก็ยังดีกว่าที่จะปล่อยให้เขาต้องพร่ำเพ้อถึงความหลังอันไม่มีจุดจบ...
เศกสัย พาอมรไปยังโรงเลื่อยไม้ของพ่อเลี้ยง ระหว่างที่เขาขึ้นไปพบพ่อเลี้ยงนั่นเอง ภาพหลอนในอดีตก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง อมรผู้เสียแขนไปแล้วข้างหนึ่ง เกิดอารมณ์วิปริตแปรปรวนขึ้นมา เขานึกว่าแขนของตัวเอง ไม่เคยสามารถปกป้องลูกเมียได้เลย จึงวิ่งเข้าไปหาเลื่อยวงเดือนที่กำลังทำงานตัดท่อนไม่ซุงอยู่ จนกระทั่งเสียแขนที่สองไปในที่สุด
อาการของชายหนุ่มเพียบหนัก จนต้องเข้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล เศกสัย ตัดสินใจโทรเลขตาม เจ้าคุณดำเกิงและคุณนายแก่นจันทร์มา ฟ้าหม่นเองเมื่อรู้ข่าว ก็แทบหัวใจสลาย ความรักของเธอที่มีต่ออมรไม่เคยเสื่อมคลายลงสักนิดเดียว หญิงสาวมาพบเขาที่นอนอาการโคม่าอยู่ โรงพยาบาล ในขณะที่คุณนายแก่นจันทร์ ก็โทษว่าทุกอย่างเป็นเพราะฟ้าหม่น อาการชายหนุ่มผู้น่าสงสารเพียบหนัก และในคืนนั้น ก่อนจะถึงเวลาแห่งอรุณรุ่งเขาก็จากไป พร้อมกับพร่ำเพ้อถึงฟ้าหม่น หญิงสาวที่เขารักตลอดเวลา
งานเผาศพของอมรที่พระนคร เต็มไปด้วยความโศกเศร้า คุณนายแก่นจันทร์เคียดแค้นฟ้าหม่นและโทษทุกสิ่งรอบตัวยยกเว้นตัวเอง จนต้องเป็นลมไปด้วยความโทมนัส บัดนี้ คุณนายแก่นจันทร์แม้จะไม่สำนึกในผิดบาปของตัวเอง แต่เธอก็ได้รับโทษนั้น ด้วยความทุกข์ของการสูญเสียลูกชายคนเดียวไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับ
พ่อเลี้ยงคำแก้วพยายามปลอบใจฟ้าหม่น ให้คลายทุกข์ แต่หญิงสาวก็ไม่อาจจะลืมภาพความรัก ความหลังที่มีต่ออมรไปจากใจได้เลย เธอจากทุกคนออกมาจากงานศพแห่งนั้น
ฉากสุดท้ายของคืนนั้นสวรรค์ล่ม คือฉากริมแม่น้ำปิง เมื่อแม่ชีสาว ฟ้าหม่น มายืนอยู่ริมสะพานเนาวรัตน์ในทุกเย็น มีเพียงพ่อเลี้ยงคำแก้ว เท่านั้น ที่เข้าใจความรู้สึกของแม่ชี ที่มีต่อสถานที่ในความทรงจำแห่งนี้... ตลอดไป! ++++++++++++++++++++++++
| Create Date : 26 พฤศจิกายน 2568 |
|
0 comments |
| Last Update : 26 พฤศจิกายน 2568 15:43:39 น. |
| Counter : 234 Pageviews. |
|
 |
|
|
|
|
|
BlogGang Popular Award#21
|
|
ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต
เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร
ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน
ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน
คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม
คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน
คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน
คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ
จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต | | |