หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2568
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
9 พฤศจิกายน 2568
 
All Blogs
 
30. บ้านร้าง ในพระนิพนธ์ของ พระนางเธอลักษมีลาวัณย์

บ้านร้าง
เรื่องสั้น ในพระนิพนธ์ของ พระนางเธอลักษมีลาวัณ




           จากข้อมูลในวิกิพีเดียได้ให้ข้อมูลไว้ว่า พระนางเธอ ลักษมีลาวัณ (3 กรกฎาคม พ.ศ. 2442 – 29 สิงหาคม พ.ศ. 2504) พระนามเดิมคือ หม่อมเจ้าวรรณพิมล เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ กับหม่อมหลวงตาด วรวรรณ (ราชสกุลเดิม มนตรีกุล) ทรงเป็นที่รู้จักในฐานะพระนางเธอในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระขนิษฐาต่างพระมารดาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี

         พระองค์เป็นผู้ริเริ่มรื้อฟื้น คณะละครปรีดาลัย ของพระบิดาขึ้นมาอีกครั้ง ทรงปลีกพระองค์ประทับอยู่เพียงลำพัง ทรงใช้เวลาที่มีอยู่ในการประพันธ์นวนิยาย ร้อยกรอง และบทละครจำนวนมาก โดยใช้นามปากกาว่า ปัทมะ, วรรณพิมล และพระนางเธอ ลักษมีลาวัณ เป็นต้น

         สำหรับ ผลงาน เรื่องสั้น “บ้านร้าง” เรื่องนี้ นับเป็นเรื่องสั้น ที่ทรงพระนิพนธ์ลงในนิตยสาร แม่บ้านการเรือนในช่วงปี พ.ศ.2501 ร่วมกับผลงานนวนิยายของนักเขียนหลายท่าน เช่นดวงดาว ในเรื่อง ใจเดียว หญิงนันทาวดี เขียนเรื่อง สกุณาพาคู่ ?? เครื่องหมายคำถามคู่ เขียนเรื่องหุบผาสวรรค์ และ ชอุ่ม ปัญจพรรค์ เขียนเรื่อง ป่านสวาท เป็นต้น แต่ผมไม่แน่ใจว่า ได้มีการนำมารวมเล่มเอาไว้ในชุดใดด้วยหรือไม่ และภายหลังจากทรงพระนิพนธ์เรื่องสั้น แล้ว ต่อมา ในช่วงปี พ.ศ.2502 ท่านได้ทรงพระนิพนธ์นิยายเรื่องยาว “โจรจำใจ” ในเวลาต่อมา สำหรับภาพประกอบ ผมต้องขอขอบคุณข้อมูลจากหอสมุดแห่งชาติ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
           ++++++++++++++++++++++++++++
          สำหรับเรื่อง “บ้านร้าง” บอกเล่าเรื่องราวผ่านสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง โดยเริ่มต้นอย่างน่าสนใจว่า

          เรื่องที่ข้าพเจ้าจะเล่าต่อไปนี้ ข้าพเจ้าได้ฟังเล่ามาจากผู้เฝ้าบ้านนี้เอง ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเกิดอยากหูตากว้าง จึงได้ตกลงใจจะบำเพ็ญตนเป็นนักท่องเที่ยว ได้เตร็ดเตร่ไปทางใต้ ตั้งแต่แต่ประจวบคีรีขัณฑ์ ลงไปแวะค้างที่โน่นที่นี่ อย่างไม่มีจุดประสงค์ ที่ทุ่งสงข้าพเจ้าชอบเพราะมีที่เที่ยวไปน้ำตกโยง ข้าพเจ้าพักอยู่ที่นี่หนึ่งอาทิตย์แล้วก็เรื่อยไปพัทลุง...

         ตราบจนกระทั่ง...

            ผู้เขียนได้เดินทางไปถึงเมืองกันตัง และเย็นวันหนึ่ง ก็ได้นั่งรถออกไปนอกเมือง และบังเอิญได้พบกับบ้านหลังหนึ่ง ประตูบ้านทำด้วยเหล็ก มีลวดลายและกำแพงมิดชิด โดยมีตัวตึกใหญ่ โบราณ และมองเห็นต้นไม้ เถาวัลย์ต่างๆ ขึ้นรกร้างอย่างน่าเสียดาย ทำให้ ผู้เขียนอดนึกสงสัยไม่ได้ ในเวลาโพล้เพล้นั้นเอง ที่ได้พบกับชายกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาทักทาย และเชื้อเชิญให้เข้าไปในบ้านหลังนั้น ด้วยความเข้าใจว่าเป็นเจ้าของทำให้ ผู้เขียนซึ่งสนใจในบ้านโบราณแห่งนี้ ยอมเดินตามเข้าไป ชายผู้นั้นบอกแต่เพียงว่า อาศัยอยู่ที่นี่

         “บ้านนี้เจ้าของก็ทิ้งให้ผุพัง มันเป็นบ้านนรก ครับ” ชายผู้นั้นหัวร่ออย่างขมขื่น แล้วก็ก้มหน้า

        และเรื่องราวก็ถูกเล่าผ่านออกจากปากชายปริศนาผู้นั้น
              +++++++++++++++++++++++++
         เหตุการณ์ที่เล่า อยู่ในช่วงมหาสงครามเอเชียบูรพา เจ้าของบ้านนี้คือขุนนครเขตร์ มหาเศรษฐี ม่าย ท่านมีลูกชายเพียงคนเดียวที่อาศัยอยู่พระนคร ภรรยาท่านเสียไปนานแล้ว ญาติพี่น้องคนอื่นก็ไม่มี นอกจากลูกของน้องชาย ที่ชื่อเจ้าชุ่ม มีนิสัยเกเร ทำตัวนักเลงโต และคอยมาขอเงินใช้อยู่บ่อยครั้ง

          ต่อมาท่านขุนได้ล้มเจ็บลง ท่านจึงเรียกบุตรชายให้ลงมาหา และตอนนั้นเองที่เจ้าชุ่มแวะมาพร้อมกับเจ้าชอบคนสนิทของมัน เมื่อมันรู้ว่าท่านป่วย จึงถือโอกาสอาศัยอยู่ในบ้านหลังงามของท่านขุนด้วยข้ออ้างว่า จะช่วยดูแล

         ความโลภ ทำให้ เจ้าชุ่มอยากจะได้ทรัพย์สมบัติของท่านขุน เมื่อมันรู้ว่าท่านขุนส่งคนไปโทรเลข เพื่อตามบุตรชายกลับมา และจะเดินทางมาถึงวันไหน จึงให้เจ้าชอบ สมุนของมันขับรถไปรับที่สถานีรถไฟ

         ตราบจนกระทั่ง ท่านขุนซึ่งอาการเพียบหนัก กำลังนอนรอลูกชายอยู่ด้วยความหวัง ได้มองเห็นแสงไฟจากหน้ารถส่องเข้ามาในบ้านนั้นเอง เจ้าชุ่มจึงถือโอกาส ลุกขึ้นบีบคอท่านขุนที่เบิกตามองแสงไฟหน้ารถ จนตาถลนขาดใจตายไปในที่สุด

          ทันใดนั้นเอง เจ้าชอบก็เบรกรถไม่ทัน พาหนะคันนั้นมันพุ่งเข้าชนประตูแล้วพลิกคว่ำลง ทั้งลูกชายท่านขุน และ นายชอบก็ตายหมดทั้งสองคน

     “แหม เศร้าจริง”

     “ครับ เศร้ามาก พอท่านขุนตายพร้อมกับ ลูกชาย คุณชุ่มก็เป็นผู้รับมรดกโดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่ครองสมบัติอยู่ไม่นาน คุณชุ่มก็ถูกยิงตายครับ สนองเวรที่เขาก่อไว้”

       ตอนนั้นเอง ที่ผู้เขียนเริ่มเอะใจว่า ชายปริศนาผู้นี้ เหตุไฉนจึงรู้เรื่องราวของบ้านร้างหลังนี้ได้ละเอียดเช่นนี้

         “ผมชื่อชอบครับ ชัดหรือยัง”

     “อะ...อะไรนะ”

     พอข้าพเจ้ามองดูลุงชอบอีกครั้งหนึ่ง ก็ไม่เห็นมีใครเลย แล้วข้าพเจ้าก็หันมองดูรอบตัวก็ไม่เห็นมีใครเลย มีแต่ข้าพเจ้ายืนอยู่แค่ผู้เดียวในพงหญ้ารกบ้านร้างนี้

   “ปีศาจหรือนี่ ที่เล่าเรื่องน่ะ”

       ข้าพเจ้ายืนขาสั่นตกใจมาก จนก้าวขาไม่ออก พอกลับมาถึงที่พักก็จับไข้ต้องรีบกลับกรุงเทพฯ และมาเจ็บอยู่อีกครั้งตั้งสามเดือน เป็นไข้หัวโกร๋น

                  ...จบบริบูรณ์....




Create Date : 09 พฤศจิกายน 2568
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2568 13:00:51 น. 0 comments
Counter : 204 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณhaiku


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#21


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 82 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.