หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2564
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
18 พฤศจิกายน 2564
 
All Blogs
 
ดาวประกาย : ก.ศยามานนท์

เรื่อง : ดาวประกาย
ผู้ขียน : ก.ศยามานนท์
สำนักพิมพ์ : คลังวิทยา
ปีที่พิมพ์ : 2504
เล่มเดียวจบ




          ผมเคยเขียนถึงผลงานของ คุณ ก.ศยามานนท์ ไปหลายเรื่อง นวนิยายของท่านที่โดดเด่นเป็นที่รู้จักกันดี คือวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง จ้อนกับแดง ซึ่งเคยนำไปสร้างเป็นละครในยุคหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีผลงานนวนิยายแนวโรแมนติคอื่นๆเช่น กำไลประดับเพชร ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ รวมถึง “รมดี” อันเป็นนวนิยายเรื่องแรกของท่าน ได้มีโอกาสนำมาพิมพ์ใหม่อีกครั้ง กับสำนักพิมพ์เพื่อนดี หากก็เป็นที่น่าเสียดาย ที่ปัจจุบัน ทั้งสามเรื่องที่นำมาพิมพ์ใหม่ ก็กลายเป็นนิยายหายากไปอีกเช่นเดียวกัน ภายหลังจากที่ทางสำนักพิมพ์เพื่อนดี ได้ปิดตัวลง

       สำหรับดาวประกายเรื่องนี้ จัดเป็นผลงานที่ตีพิมพ์ครั้งแรกและน่าจะเป็นครั้งเดียว ตราบจนถึงปัจจุบันของ คุณ ก.ศยามานนท์ และเป็นแนวโรแมนติคพาฝัน ที่อ่านได้อย่างรื่นรมย์ ในสไตล์เฉพาะตัวของท่าน

  Starbright, I have made a wish upon you
Now my heart is counting on you
Won't you grant my wish tonight?
Starbright, won't you glow with all your splendor ?
Won't you make her heart surrender?
Won't you make her mine tonight?
(Johnny Mathis)

             “สตาร์ไบรท์” เป็นชื่อ ที่แหม่มอะลิซาเบธ ใช้เรียกเด็กสาวแสนสวยวัยสิบแปดปี นามดาวประกาย ที่เธอรักและเอ็นดู ดาวประกาย เป็นลูกสาวของ นายดนัยอดีตข้าราชการ และคุณประกายที่เสียชีวิตไปแล้ว ภายหลังจากที่ดนัย เกษียณอายุราชการ ก็ได้รับเด็กน้อยเพศชายอีกสามคนมาเลี้ยงคือ ดรงค์ ดนุ และดุลยา ที่บ้านศรีราชาของเขา แต่ภายหลัง นายดนัย ตัดสินใจออกไปทำไร่ที่สัตหีบ จึงจำต้อง มอบหมายให้ ดาวประกาย เป็นเหมือนหัวหน้าครอบครัวคอยดูแลน้องๆทั้งสามเพียงลำพัง
             ++++++++++++++++++
        ด้วยฐานะที่ไม่ค่อยดีนัก เด็กสาวจึงไปสมัครช่วยงานของบ้าน ครอบครัวคุณสมิต และ แหม่มอะลิซาเบธ ซึ่งคุณสมิตเอง ก็มีน้องชายชื่อสลิล สิโรดม อายุมากกว่า ดาวประกายไม่มากนัก เขาคอยช่วยเหลือเธอด้วยความรู้สึกพึงพอใจ และประทับใจในความร่าเริงเบิกบานของสาวน้อย ที่มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอคนนี้
            +++++++++++++++++++++
        ในคืนวันฝนกระหน่ำ ดรงค์ไปพบชายแปลกหน้าที่ถูกกระเบื้องบาดเท้าจนบาดเจ็บสาหัส และพามารักษาตัวที่บ้าน โดยที่ดาวประกายได้ช่วยปฐมพยาบาล จนอาการดีขึ้น โดยไม่รู้ว่า จะนำเรื่องราวมากมายให้ผ่านเข้ามาในชีวิต

            ชายคนนั้นมีสีหน้า ตกตะลึง เมื่อเห็นใบหน้าของเธอ เขามีนามว่า นายเมธี มโนมัย เป็นผู้จัดการผลประโยชน์ของ ท่านผู้หญิงสดับ ศรีนรินทร์เดชา ซึ่งเขาทราบดีว่า ท่านมีลูกสาวเพียงคนเดียวคือ คุณปนัดดา แต่ ปนัดดา ได้หนีตามชายคนรัก และหายสาบสูญไปแล้ว ทำให้คุณหญิงเศร้าโศกเสียใจเป็นอันมาก เธอได้ชุบเลี้ยง อิทธิเดช หรือ นายกระจาบ หลานชายที่เกิดจาก ญาติห่างๆ คือ คุณอิ่มใจ เอาไว้ และส่งเสียจนเขาเรียนจบจากเมืองนอก ท่ามกลางความเข้าใจว่าเขาจะเป็นผู้รับมรดกมหาศาลทั้งหมดของท่าน
                ++++++++++++++++++
          แต่เมื่อ เมธีได้เห็นใบหน้า ดาวประกาย เขาซักถาม และแอบขโมยรูปมารดาของเธอซึ่งดาวประกายมีอยู่เพียงใบเดียวเอาไว้ หลังจากนั้น ชายวัยกลางคนผู้นี้ก็เริ่มเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา ในเมื่อใบหน้าของเด็กสาวผู้นี้เป็นพิมพ์เดียวกับ คุณปนัดดา ทุกประการ แต่การที่จะเกลี้ยกล่อมให้หล่อนยินยอมทำตามแผนโฉดของเขา เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น เมื่อนายดนัย เดินทางกลับมาที่ศรีราชา เขาจึงชักชวนอีกฝ่ายให้ ดื่มเหล้าจนเมามายที่บ้านของเขาเองแล้วจัดฉากให้เหมือน เกิดเหตุการณ์ ฆาตกรรมขึ้น โดยที่ดนัย เป็นฆาตกร! ทั้งที่อีกฝ่าย หมดสติไม่รู้เรื่องราวระหว่างนั้นเลยสักนิดเดียว
            +++++++++++++++++++
         เขาบอกกับ ดาวประกาย และรับปากจะช่วยเหลือบิดาของเธอให้พ้นคดี เพื่อการแลกเปลี่ยนกับการที่เธอต้องปลอมตัวเป็นทายาทของท่านผู้หญิงสดับ เข้าไปรับมรดกทั้งหมดของท่าน ดาวประกาย แม้ไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่อาจขัดขืน หญิงสาวต้องฝืนทนทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายอย่างจำนน
             ++++++++++++++++++
      ภายในคฤหาสน์ของท่านผู้หญิงนั่น เธอได้เผชิญกับท่าทีเย็นชา ของ นายกระจาบหรือ อิทธิเดชเป็นครั้งแรก เขาเป็นชายหนุ่มรูปงามเหมือนกับพระเอกภาพยนตร์ “ร็อค ฮัดสัน” แต่กลับมีท่าทีเป็นปรปักษ์อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีคุณอิ่มใจมารดาของเขา ที่กลัวว่า เธอจะมาแย่งมรดกของลูกชายไป และดาวประกายยังต้องพบกับ นิศานาถ นันทิกร ธิดารัฐมนตรีอนันต์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของอิทธิเดช และแสดงท่าทางหึงหวงเขาอย่างออกนอกหน้า

           เห็นจะมีแต่ ท่านผู้หญิงสดับผู้เป็นท่านยายของเธอเท่านั้น ที่ให้ความเอ็นดูรักใคร่หลานกำมะลอคนนี้ อย่างจริงใจ และนั่นยิ่งทำให้ ดาวประกายรู้สึกผิดมากขึ้นทุกขณะ ส่วนอิทธิเดชนั้น เขาหาได้รังเกียจดาวประกายอย่างใดไม่ เพียงแต่ด้วยบุคลิกนิ่งขรึมไม่ช่างพูดนั่นเองที่ทำให้เธอรู้สึกคร้ามเกรง หากแต่ความจริงแล้ว เขาซ่อนความรู้สึกเอ็นดู เธอเอาไว้ภายใต้สีหน้านิ่งเฉยเหมือนไร้ความรู้สึกนั่นเอง และมีเพียงท่านผู้หญิงสดับ ที่ล่วงรู้ความรู้สึกของเขา ท่านจึงเสนอให้ อิทธิเดชหมั้นหมายกับดาวประกาย
            +++++++++++++++++++++
       ดาวประกายเองเมื่อได้รู้จักชายหนุ่มผู้นี้ ทำให้เธอเห็นเนื้อแท้ความจริงใจและอุปนิสัยซื่อตรง ทำให้เกิดเป็นความรักขึ้น แต่หญิงสาวก็พยายามห้ามใจตัวเอง เมื่อรู้ว่าเธอไม่ใช่ทายาทแท้จริงของท่านผู้หญิงแม้แต่น้อย ผู้มีสิทธิ์ในกองมรดกทั้งหมด จึงควรจะเป็นอิทธิเดชมากกว่าเธอ

       เมธี พยายามให้ดาวประกายกอบโกยทรัพย์สินที่ท่านผู้หญิงมอบให้ ด้วยความเมตตา เอาไว้มากๆ แต่หญิงสาวไม่ยอมทำตาม ยิ่งทำให้เกิดความโกรธแค้นที่หล่อนไม่ทำตามแผนการที่วางไว้ และพยายามเอาเรื่องบิดาของเธอมาข่มขู่อยู่ตลอดเวลา ยิ่งทำให้ ดาวประกาย รู้สึกเครียดมากจนล้มเจ็บลง และอิทธิเดช ซึ่งรู้ใจตัวเองแล้วว่าเขารักประกายดาว ก็พยายามดูแลเธอด้วยความห่วงใย และเมื่อหายป่วย ท่านผู้หญิงจึงจัดงานหมั้นหมายให้กับเธอ แม้ว่าเมธีจะพยายามขัดขวางทุกวิถีทาง ก็ไม่เป็นผล

        เขาเคียดแค้นประกายดาวที่ทำให้แผนการล้มเหลว ในขณะที่หญิงสาวก็ได้รับข่าวร้าย จากสลิลและน้องๆทั้งสามว่า นายดนัย บิดาเธอเองก็เสียชีวิตลงแล้วด้วยโรคพิษสุรา แม้ว่าจะเศร้าโศกเสียใจสักปานใด แต่อย่างน้อยที่สุด คำขู่แกมบังคับของนายเมธี ก็ไม่มีผลกับเธออีกต่อไป หญิงสาวตั้งใจว่าจะบอกความจริงกับท่านยาย ก่อนที่จะจากไป แต่แล้ว ท่านผู้หญิงสดับ ก็ล้มเจ็บลงเสียก่อน
        ++++++++++++++++++++++
            นางอิ่มใจกับ นิศานาถ พยายามหาทางกำจัดประกายดาวออกไปจากบ้าน และจ้างวานสายหยุดสาวใช้ของเธอให้คอยสืบหาความจริง แต่สายหยุดซื่อสัตย์ต่อประกายดาว จึงไม่ยอมทำตามความประสงค์ของทั้งสอง นิศานาถสงสัยว่าประกายดาวจะเป็นหลานตัวปลอม จึงใช้เครื่องดักฟังซ่อนไว้ในห้อง และก็ค้นพบความจริง จากบทสนทนาข่มขู่ของ นายเมธีกับประกายดาว
            ++++++++++++++++++++++++
           ด้วยความริษยา นิศานาถพยายามจะเปิดโปงข่าวนี้ให้กับท่านหญิงได้ทราบ แต่ประกายดาวก็พยายามขัดขวางไว้ เพราะไม่ต้องการให้ท่านต้องเสียใจจนล้มเจ็บหนักมากกว่าจะคิดห่วงตัวเอง แต่แล้ว นิศานาถ ก็อาละวาดจนท่านหญิงต้องเปิดประตูห้องออกมา ทำให้หล่อนได้โอกาสเอ่ยปากประจานประกายดาว ผู้หญิงที่ตนเองเกลียดชัง ด้วยความสะใจ โดยไม่สนใจว่า ท่านหญิงจะรู้สึกอย่างไร

          แต่แล้วแผนการที่วางเอาไว้ก็ต้องผิดหวัง เมื่อท่านหญิงสดับไม่เชื่อคำกล่าวร้ายของหล่อน ซ้ำยังตำหนิรุนแรงจน นิศานาถต้องกลับออกไปด้วยความแค้นใจ ท่านหญิงบอกกับเธอด้วยความเชื่อมั่น ว่าท่านรักประกายดาวเสมอ ไม่ว่าเธอจะเป็นอย่างไร ทำให้หญิงสาวน้ำตาซึม ด้วยความประทับใจและละอายใจไปพร้อมกัน และจากนั้นไม่นานท่านก็จากไปอย่างสงบ
          +++++++++++++++++++++++++
            สลิลและน้องทั้งสามเดินทางมาหาประกายดาว และในที่สุดหญิงสาวก็สารภาพความจริงกับทุกคน ก่อนจากไปศรีราชาตามเดิม ทำให้ทั้ง นิศานาถและนางอิ่มใจ ต่างกระหยิ่มยินดี ที่สมบัติทุกอย่างจะตกเป็นของ อิทธิเดช และหวังว่า เขาจะหันมารักและแต่งงานกับนิศานาถแทน แต่ ชายหนุ่มก็ไม่ยอมแพ้ เขาบอกกับนิศานาถว่าเขารักประกายดาวเพียงคนเดียว และเป็นคนเดียวเท่านั้นที่เขาประสงค์จะแต่งงานด้วย ชายหนุ่มแอบบุกไปยังบ้านของนายเมธี และค้นพบรูปถ่ายแม่ของ ดาวประกาย ที่เจ้าตัวเก็บซ่อนไว้ เขาจึงรู้ความจริงว่า ประกายดาว ก็คือลูกสาวของปนัดดา นั่นเอง

           เขาตามไปที่ศรีราชาเพื่อหาตัวเธอ เช่นเดียวกับเมธีที่ต้องการตามไปสังหารคนทั้งคู่ แต่กรรมก็ตามสนอง เมื่อ นายก้าน อันธพาลที่เคยร่วมมือกับเมธี จัดฉาก หลอกประกายดาวว่า นายดนัยเป็นฆาตกร ไม่ได้รับเงินค่าจ้าง เกิดความแค้น มันลงมือสังหารเมธีจนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

           ก่อนตาย เมธีได้สารภาพผิด และยอมบอกความจริงทั้งหมดว่า พ่อของประกายดาว ไม่ได้เป็นฆาตกร ทุกอย่างเป็นแผนการจัดฉากของตัวเขาเองทั้งสิ้น รวมถึง ชาติกำเนิดแท้จริงหญิงสาว ที่เขาเป็นผู้กำความลับนั้นจากรูปถ่ายคุณปนัดดา มารดาของ ประกายดาว มาตั้งแต่แรกนั่นเอง
        +++++++++++++++++
           และแล้ว เรื่องราวของประกายดาว หรือ สตาร์ไบรท์ ก็ดำเนินมาถึงบทอวสานอย่างสวยงาม ด้วยความสุขสมหวังของ เธอและอิทธิเดชในที่สุด

ปัจฉิมลิขิต : นิยายเรื่องนี้ น่าจะนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ใน ปี พ.ศ. 2504 ซึ่งจากข้อมูลในเวบไซต์ไทยบันเทิง เขียนว่า กำกับการแสดงโดยครูมารุต (ทวี ณ บางช้าง) และนำแสดงโดย สุพันธนิกา ดุษฎี ประจวบ ฤกษ์ยามดี สุพรรณ บูรณพิมพ์ ประภาพรรณ นาคทอง รุจน์ รณภพ และ เชษฐ ชโนธรรม ครับ

 


Create Date : 18 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2564 8:47:04 น. 0 comments
Counter : 587 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณnewyorknurse


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 79 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.