หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2563
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
1 พฤศจิกายน 2563
 
All Blogs
 
ฉาวรัก : ปรัศนีย์

เรื่อง : ฉาวรัก
ผู้ขียน : ปรัศนีย์
สำนักพิมพ์ : จัดพิมพ์โดยสุเทพ เหมือนประสิทธิเวช
ปีที่พิมพ์ : 2507
เล่มเดียวจบ



        ทำไมจึงต้องฉาวรัก? ปรัศนีย์ ผู้เขียน เรื่องสั้นๆเหล่านี้ บอกเล่าในหน้าสุดท้ายของหนังสือว่า ชื่อนี้ก่อกำเนิดขึ้นที่หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ปิยะมิตร โดย คุณสนิท เอกชัย เป็นผู้ตั้งชื่อนี้และมอบหมายให้ ปรัศนีย์ เป็นผู้เขียนเป็นประจำ ตั้งแต่ฉบับแรกเป็นต้นมา
ฉาวรัก จึงเป็นเรื่องสั้นๆหลายๆเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับ คาวกามารมณ์ ของมนุษย์ ในแง่มุมต่างๆ บางเรื่องก็หักมุมจบอย่างคาดไม่ถึง แต่ก็สะท้อนภาพชีวิตของมนุษย์ ให้ผู้อ่านได้มองเห็น
++++++++++++++++++++++++++
       เมศร์ สราวุธ หรือเอื้องดิน ได้เขียนคำนำ เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “ถ้าจะเทียบเวลาของการศึกษาวิชาชีวิตให้เท่ากับเวลาศึกษาในมหาวิทยาลัย และเทียบการแตกฉานของวิชาชีวิตเท่ากับวิชาในมหาวิทยาลัย ปรัศนี ก็คงจะได้ปริญญาเอกเป็นอย่างต่ำ

         เมื่อเทียบความสามารถของผู้เขียนกับงานที่เขาผลิตออกมาในรูปของ ตำราชีวิตแบบอ่านกันง่ายๆ ได้ทั้งความเพลิดเพลิน ลีลาการเขียนที่ไม่ซ้ำแบบใคร การวางโครงเรื่องที่กะทัดรัด การทิ้งไคลแมกซ์ ตามแบบฉบับเรื่องสั้นชั้นยอด ตลอดจนคติที่เขาแทรกสอดไว้อย่างหมดจดงดงามแล้ว คงจะไม่ผิดนัก ถ้าจะพูดว่า ฉาวรัก เป็นตำราที่สามบูรณ์เล่มหนึ่งที่จะบรรจุเข้าไว้ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยแห่งชีวิต ในสังคมนี้!
ในขณะที่ DDT100% หรือ สนิท เอกชัย บอกว่า ฉาวรัก มันมียิ่งกว่าตา... ยิ่งกว่าปาก... และยิ่งกว่าเสียง!
++++++++++++++++++++++
           ในโอกาสนี้ผมจะขอยกตัวอย่าง มาเพียงบางเรื่องจากหลายๆเรื่องในหนังสือเล่มนี้ นะครับ เพราะแต่ละเรื่องก็มีแง่มุม แง่คิด และประสบการณ์ชีวิตของตัวละครแตกต่างกัน ซึ่งแน่นอน ว่าส่วนใหญ่จะสะท้อนภาพตัวละครหญิง และฉากชีวิตของกรุงเทพฯ ในยุคนั้นๆ หนังสือเล่มนี้ จะมีภาพวาดประกอบ ตลอดทั้งเล่ม รวมถึงโฆษณาสถานบันเทิงต่างๆ ในยุคกรุงเทพฯ 2507 ในยุคนั้นได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
+++++++++++++++++++++++
เรื่องแรก มีชื่อว่า เหมือนนภาแต่งงาน
       เรื่องราว เล่าถึง มหาเศรษฐี เจ้าของคอกปศุสัตว์ ศักดิ์ ศราทอง ตัดสินใจแต่งงานกับ เหมือนนภา ธิดาสาวของตระกูลรัตนบดินทร์ซึ่งเป็นข่าวสังคมหน้าหนึ่งที่ใครๆต่างก็สนใจ ในที่สุด งานแต่งงานก็เริ่มขึ้น ท่ามกลางความอิจฉาของเพื่อนเจ้าบ่าวทั้งหลาย
      “ขออวยพรสำหรับคืนอันผาสุกและคือนอันปราศจากอิสรภาพของฉลาม...”
เพื่อนของเขากระเซ้าต่อหน้าเจ้าสาว บางคนก็ว่า
     “หวังว่าชีวิตเสเพลของแก คงหมดเขี้ยวเล็บคราวนี้เอง”

     แต่แล้ว ในเช้าวันรุ่งขึ้น ศักดิ์ ก็กลับมาทำงานด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับท่ามกลางความสงสัยของเพื่อนๆ
      “สารภาพมาซะดีๆ ว่าเมื่อคืนแกเมาจนลืมรับขวัญเจ้าสาว... น่าสงสารเหมือนนภาที่มีผัวขี้เมา”
     แต่ศักดิ์ก็ปฏิเสธ เขาสบถด้วยความโกรธ
       
    “เป็นความสะเพร่าของกันเอง...”
     “หมายความว่าไง”
     “เห็นจะเป็นเพราะกันเสเพลมากเกินไป เมื่อคืน หลังจากนอนด้วยกันแล้วตอนดึกันตื่นมาตอนตีสาม กันเอาเงินให้เหมือนนภาหนึ่งร้อย คิดว่าเป็นพาร์ตเนอร์...”
    “เฮ้ย เรื่องเล็ก ก็บอกเขาไปตรงๆว่าเมื่อตอนโสดเราเที่ยวมากไป เลยพลั้งเผลอ เขาก็ไม่น่าวอรี่อะไรมากมาย” อีกคนแนะนำ

    เขาส่ายหน้า ยกแก้วเบียร์ขึ้นซัดอั้กๆ
      “เรื่องนั้นไม่สำคัญ... เขาคราง
       “แล้วยังไง เล่าไปให้หมดเปลือกซิ”
       “เหมือนนภาทอนมา ห้าสิบ”
        +++++++++++++++++++++
เรื่อง จูบแรกที่หัวหิน
       เขากับหล่อนเดินทางมาตากอากาศที่หัวหิน เช่าบังกะโลแห่งหนึ่ง แล้วขังตัวเองอยู่ในบังกะโล พร่ำพลอดรักกันเพื่อทบทวนความหลัง
     “เธอจำได้หรือเปล่า พบกันที่นี่ครั้งแรก เธอทำยังไง”
   “กอดเธอ” ฝ่ายชายตอบอย่างภาคภูมิ
    “แล้วไงอีก...”

   “จูบแก้ม”
        “วันนี้เธอยังไม่ได้ทำยังงั้นเลย” ฝ่ายหญิงขวยเขิน
       “ตกลง” แล้วก็มีเสียงฟอดหนึ่ง
       “แมน... เธอลืมไปอีกแล้ว เวลาจูบเธอชอบเอาฟันมากัดเบาๆที่ติ่งหู เธอจำได้หรือเปล่าคะ”

     “จำได้ ฉันจำได้ทุกอย่าง...”
     “อ้าว แมนเธอไปไหนล่ะคะ ที่รัก?”
       ฝ่ายหญิงพูดด้วยความประหลาดใจ
           “ไปเอาฟันปลอม...”
         +++++++++++++++++++++
เรื่อง คุณหมอยังสาว
          หล่อน หญิงสาวสวย ท่าทางลึกลับ เข้ามาพักอาศัยในชุมชนแห่งนั้น ท่ามกลางความสงสัยของชาวบ้าน บางคนสงสัยว่าหล่อนเป็นพาร์ตเนอร์ เพราะตื่นสาย และออกไปทำงานกลับดึกๆ แต่บางคนก็เถียงว่าหล่อนเป็นหมอ
ตอนสายวันนั้น เฒ่าบัว หนึ่งในสมาชิกแกงค์สภากาแฟ มีอาการไข้ เลยแวะเข้าไปพบหล่อนพอดี สาวสวยถามอาการแล้วให้ยามากิน ในขณะที่เจ้าทอม สมาชิกอีกคนยังไม่เชื่อ มันขอพิสูจน์ด้วยการสะกดรอยตามสาวสวยปริศนา ว่าไปทำงานที่ไหนกันแน่

      “เป็นไง ไอ้จิ๊กโก๋หน้าฝน” เฒ่าบัวร้องถามในตอนเย็น
        “จริงของพี่พร้อม...” ทอมตอบเสียงเนือยๆ “หมอจริงๆ”
         “ร้านหมอแกอยู่ไหนวะ ทอม”
         “ไม่ใช่ประตูน้ำ แต่อยู่หลังเอราวัณ”

         “ชื่อร้านอะไรวะ...” ทิดพร้อมยังสนใจต่อไป
        “ไม่มีภาษาไทย มีแต่ภาษาฝรั่ง” ทอมจุดบุหรี่สูบ
        “ข้าว่าแล้ว “ เฒ่าบัวโวต่อ วันนั้น ข้าไปขอยา แกพูดชื่อยาอะไร ซินๆ นี่แหละข้าจำไม่ได้แล้ว

          “ทอมเอ็งจำได้หรือเปล่าวะ เรียนหนังสือหนังหามา จดให้ที เผื่อเจ็บไข้ได้ป่วย จะได้ไปหาแกได้ถูก”
      “เดี๋ยวชั้นนึกดูก่อน... “ ทอมสะกดตัวช้าๆ
         “ M-A-S-S-E-U-S-E”
               ++++++++++++++++++++
เรื่อง จำเรียงคนใจบูญ
      เขาแอบประทับใจหล่อนตั้งแต่แรกเห็น หญิงสาวที่แต่งตัวไม่ฉูดฉาดเกินไป หล่อนสวยเรียบร้อย สงบเย็นเหมือนกุหลาบฤดูฝน และยังใจบุญสุนทานอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เขาเห็นหล่อนยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ และมี ขอทานมาขอเงิน หล่อนจะเปิดกระเป๋าสตางค์ แล้วหยิบเงินส่งให้ แววตาของหล่อนเต็มไปด้วยความเห็นใจ เพื่อมนุษย์ที่ยากไร้ จนทำให้เขาอยากจะเข้าไปทำความรู้จักกับหล่อน
         แต่แล้วในวันหนึ่ง ที่หล่อนเปลี่ยนไป เมื่อมีหญิงชราท่าทางงกๆเงิ่นๆ เข้ามาไหว้ขอเงินหล่อน
         “ไปข้างหน้าก่อนเถอะ” เสียงของหล่อนสะบัดแล้วผลุนผลันขึ้นรถเมล์เหลืองไป บางที หล่อนอาจไม่มีเศษสตางค์ หรือบางที อากาศร้อนจนทำให้หล่อนหัวเสียก็เป็นได้?
        เขาเดินเข้าไปแล้วควักสตางค์สองสลึง ให้กับหญิงชราขอทาน ที่ยกมือขึ้นมาไหว้
          “ขอให้คุณจำเริญๆ เถอะค่ะ ความผิดของอิฉันเองที่จำลูกสาวไม่ได้ เค้าคงโกรธ เลยขึ้นรถหนีไปแล้ว... ดิฉันขอทานเลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็กจนโต... โธ่ จำเรียงลูกแม่...”
          ++++++++++++++++++++
          และสำหรับเรื่องสุดท้าย ผมขอนำ “ผู้หญิงคนนั้นที่แม็คซ์เพลซซึ่งเป็นเรื่องสั้นๆมาลงประกอบไว้ ณ ที่นี้ครับ

        เขานั่งนิ่งขึงเหมือนถูกตรึงด้วยมนต์อาถรรพ์...
         หล่อนนอนอยู่บนฟูกนุ่มกลางห้อง ที่โอ่อ่าพอสมควร หมอนแพรสีเลือดสดๆรองรับเรือนผมที่สยายลงมาประบ่า หล่อนไม่ได้ผสานสายตากับเขาแม้แต่น้อยนิด ร่างนั้นปลั่งอยู่ในความมัวซัวของแสงไฟ ให้ตายเถอะ! หล่อนไม่มี อาภรณ์แม้สักชิ้นเดียว...
       เขาหมุนแก้ววิสกี้คลึงเล่นกับอุ้งมือ ควันสีน้ำเงินจากเถ้าบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งและเนิบนาบ
          ร่างนั้นเปลือยเปล่าอยู่กลางแสงไฟเพียงเรืองๆ หล่อนนอนในท่าสบาย ทรวงอกที่เต่งตั้ง ผุดผาดอยู่นั้นราวกับถูกแต้มด้วยสีชมพูของกลีบกุหลาบรุ่น สะโพกผายละมุน และกลึงกลม ขาขวาเหยียดไปตามความยาวของฟูกสีฟ้าหม่น ส่วนขาซ้ายยกชันขึ้น เพื่อปกปิดส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่ควรทะนุถนอม... ปลีน่องเรียวรับกับท่อนขาอันผุดผาดนั้น...

       หล่อนจะเป็นใครก็ช่าง และไม่สำคัญ เขาพูดกับจิตสำนึก ปัญหาสำคัญอยู่ที่ว่า ผ้าปูที่นอนที่ยู่ยี่ยับเยินนั้น เกิดจากน้ำมือใคร และดูหล่อนไม่อินังขังขอบเอาเสียเลย เขาอัดบุหรี่แรงและพ่นควันออกมาราวกับจะระบายอารมณ์ทยานอยากที่เกาะกินอยู่กลางหัวอกหัวใจ

       ดูหล่อนไม่สนใจไยดีกับเสียงถอนหายใจลึกๆของเขา ผ้าปูที่นอนยับๆ กับผู้หญิงเปลือยตอนกลางคืน เขาสำรวจไปทั่วเรือนร่างของหล่อน และลุกเดินเข้าไปหาหล่อน ใกล้เข้าไปจนเกือบชิด เขาเห็นรอยยับยู่ยี่ของผ้าปูที่นอนสีฟ้าหม่นนั้นได้ถนัดชัดเจน...
   ก่อนที่อะไรจะเกิดขึ้น มือๆหนึ่งก็ฉุดหัวไหล่เขาไว้

        “เหมือนเวชคะ” เสียงหล่อนกระซิบที่ซอกหู
       “ตีห้าแล้วค่ะ กลับกันเถอะ มัวแต่จ้องภาพเขียนฝีมือ ระเด่นบาร์ซอกี้ อยู่ได้”
          หล่อนควงแขนเขาออกมาจาก แมกซ์ เพลซ ที่พัฒน์พงศ์!
             ++++++++++++++++++++
            นอกจากนี้ ภายในเล่ม ฉาวรัก ยังมีภาพประกอบสวยและโฆษณาสถานบันเทิงในยุคนั้น เพื่อให้สมกับสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของหนังสือเล่มนี้เลยทีเดียวครับ








Create Date : 01 พฤศจิกายน 2563
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2563 14:34:56 น. 2 comments
Counter : 307 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse, คุณสมาชิกหมายเลข 6023213


 
หนังสือเก่าจริงๆ เลยนะครับเนี่ย
แวะเข้ามาเยี่ยมชมคัรบ


โดย: fevestival (สมาชิกหมายเลข 6023213 ) วันที่: 7 พฤศจิกายน 2563 เวลา:1:37:06 น.  

 
คุณ fevestival : ขอบคุณที่แวะมาทักทายและโหวตให้นะครับ หนังสือเรื่องนี้เก่ามากๆครับ แต่อ่านสำนวนและเนื้อเรื่องแล้ว เพลิดเพลิน มากๆเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 8 พฤศจิกายน 2563 เวลา:13:04:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 77 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.