หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
9 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 
เหยื่ออารมณ์ : ศิระ ส

เรื่อง : เหยื่ออารมณ์
ผู้ประพันธ์ : ศิระ ส
สำนักพิมพ์ : ประพันธ์สาส์น
ปีที่พิมพ์ : ไม่ปรากฎปีที่พิมพ์
สองเล่มจบ




         ชีวิตของเอื้อย เด็กสาววัยแรกรุ่น เมื่อแม่เลิกกับพ่อ แล้วไปอยู่กินกับพ่อเลี้ยงที่กักขฬะ ทารุณ ทุกครั้งที่เวลาเมาเหล้ากลับมาบ้าน ก็จะอาละวาด ทำร้ายทุบตีแม่อย่างโหดเหี้ยม เอื้อยไม่เคยเข้าใจเลยว่า แม่ต้องเป็นฝ่ายทนอยู่กินกับผู้ชายอย่างนายลือ พ่อเลี้ยงคนนี้ได้อย่างไร ทั้งที่พ่อก็สุภาพแสนดี แต่แม่ก็ยังทิ้งเขามาอยู่กับนายลือชายชู้ ตราบจนกระทั่ง...

  “ร้องไห้สงสารแม่เรอะ นังเอื้อย” เขาถาม “แกไม่ต้องไปสงสารแม่เขาหรอก แม่แกเขาชอบอย่างนี้ เขาไปไม่พ้นข้าหรอกน่า ไม่เชื่อก็ลองถามเขาดูซี”
        เสียงหัวเราะนั้นทำให้เอื้อยขนลุกซู่ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทั้งรู้สึกขยะแขยง ประหลาดอย่างไรพิกล...
         คืนนั้นเอื้อยนอนไม่หลับ เพราะกลัวแม่จะถูกพ่อเลี้ยงอาละวาดทำรายเอาอีก แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่ง เอื้อยม่อยหลับลงไป แต่ก็ไม่สนิทนัก และแล้วก็ต้องตกใจลืมตาโพลงขึ้น เมื่อได้ยินเสียงอะไรอย่างหนึ่งดังมาจากห้องถัดไปนั้น ดูเหมือนจะเป็นเสียงร้องไห้จากแม่ เอื้อยนอนตัวแข็ง และแนบหน้ามองลอดเข้าไปตามรอยแตกของฝาห้อง...


         แม่คราง แต่เสียงครางนั้น มิได้แสดงถึงความเจ็บปวดอย่างคนที่ถูกทำร้าย มันเป็นเสียงพิลึก เอื้อยนิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ให้ขนลุกสะท้านขึ้นมาทั้งเนื้อตัว หัวใจเหมือนถูกบิดไปมา มือเท้าเกร็งแข็งจนจะเป็นตะคริวไปหมด เอื้อยนั่งตัวแข็ง ขนลุกซู่ไล่จากปลายเท้าขึ้นมาถึงศีรษะ มีความรู้สึกเหมือนเวลาที่ได้ยินเขาเอาโลหะมากรีดกัน แต่มันร้ายกว่านั่น ลึกกว่านั่น อูย...

     สิ่งที่เอื้อยเห็นในคืนนั้น ได้ปลุกสัญชาตญาณเร้นลับบางอย่างให้เริ่มฟักตัวขึ้นนร่างกายของหล่อน มันเป็นของแปลกใหม่ ทั้งน่ากลัว น่าอดสู และน่าตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนจนอายุย่างสิบสี่ปีเช่นนี้ สิ่งนี้กระมังที่ทำให้แม่ทนอยู่กับพ่อเลี้ยงใจทมิฬได้มาโดยตลอด???

         และความรู้สึกเช่นนั้นเอง ที่ผลักดันให้เอื้อย กล้าแสดงความรู้สึกที่มีต่อถวัน เด็กหนุ่มขี้อายที่เป็นเพื่อนสนิท แม้ว่าจะไม่ได้ถลำลึกลงไปจนพลาดพลั้ง แต่นั่นเองได้เปิดประตูอีกบานหนึ่งของเด็กสาวให้เรียนรู้จักสัญชาตญาณดิบในอีกด้านหนึ่งของอารมณ์ตัวเอง...
          และโชคร้าย เมื่อคนที่เห็นสิ่งนี้ชัดเจนที่สุดก็คือนายลือ พ่อเลี้ยงของเอื้อย!!
         เขาฉวยโอกาสใช่เล่ห์โลกีย์ของตนกับเด็กสาวไร้เดียงสา ให้ตกเป็นเหยื่อสวาทของอารมณ์โดยไม่อาจขัดขืน ระหว่างมโนธรรมกับความต้องการที่เกินยับยั้งของเอื้อย ทำให้เอื้อยถลำลึกลงไปในวังวนราคะที่นายลือฉุดหล่อนให้ดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ ทุกครั้ง ทุกครา โดยที่แม่ไม่อาจล่วงรู้... ตราบจนกระทั่ง กินรี เพื่อนสาวร่วมโรงเรียน แอบเห็นเข้าโดยบังเอิญ ความกลัว ความอับอาย อดสู ทำให้เอื้อยควบคุมสติไม่ได้ หล่อนต้องการปิดปากไม่ให้เรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงหูคนอื่น เอื้อยจึงใช้มีดของนายลือ แทงกินรี จนขาดใจตาย ระหว่างมีความสัมพันธ์กับพ่อเลี้ยงอยู่ริมป่าละเมาะข้างทางรถไฟ

          และนายลือที่ตามมาห้ามไว้ไม่ทัน ก็กลายเป็นแพะรับบาปไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อเอื้อยสลบไปด้วยความหวาดกลัว ขณะที่ตัวของเขาเลอะไปด้วยคราบเลือดและมีดของตัวเอง นายลือติดคุก แม่ของเอื้อยจึงเพิ่งรับรู้ความจริง แต่สิ่งที่ทำให้นางตกตะลึงยิ่งไปกว่า คือเอื้อยกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ กับพ่อเลี้ยงของตัวเอง!!

         นี่คือบทแรกของนวนิยายที่ดาร์กและแรงไปด้วยฉาก เนื้อหา และกามารมณ์ของตัวละคร ของนวนิยายเหยื่ออารมณ์ ในนามปากกา ศิระ ส นามปากกาใหม่ที่ไม่เคยคุ้นกับนักอ่าน ในนิตยสารสกุลไทย เมื่อหลายสิบปีก่อนหน้านั้น และสร้างความเกรียวกราว จนเป็นที่สงสัยกันว่า ใครกันหรือคือศิระ ส เจ้าของผลงานนิยายสะเทือนใจเรื่องนี้

        และคงจะยิ่งแปลกใจว่านี่คือเจ้าของนามปากกาเดียวกันกับ “รจนา” ผู้ประพันธ์ “สะใภ้จ้าว” ที่กำลังโลดแล่นเป็นละครโทรทัศน์ในปัจจุบัน ทั้งในสไตล์นิยายที่ฉีกแนวไปคนละขั้ว แต่สำนวนการเขียนที่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพอย่างชัดเจน ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เมื่อทราบว่า ทั้ง ศิระ ส และ รจนา ก็คือ นักประพันธ์นามอุโฆษ ในบรรณพิภพ อีกท่านหนึ่ง ในนามปากกา สุภาว์ เทวกุล นั่นเอง!!

       เพื่อเป็นการลบอดีตทั้งหมดออกไป แม่จึงตัดสินใจพาเอื้อยไปฝากกับน้าสด ญาติสาวใหญ่ที่อาศัยอยู่กรุงเทพฯ และจากนั้น ชื่อของเอื้อยจึงเลือนหายไปจากความทรงจำของคนในหมุ่บ้านแห่งนั้น และปรากฏชื่อของ อโนดาต หญิงสาวผู้หน้าตาสะสวยเรียบร้อย ที่เข้ามาสมัครงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ในอีกหลายปีต่อมา...

        เอื้อย หรืออโนดาต พนักงานพิมพ์ดีดหน้าใหม่ของพิธาน เจ้านายเธอ ที่มีเพื่อนชื่อนายคำรณ คำรณติดใจเอื้อยและพยายามเอาอกเอาใจ แม้ว่าหน้าตาเขาจะไม่รูปหล่อแต่ก็มีฐานะดี จนในที่สุดเอื้อยก็พ่ายแพ้ต่ออารมณ์ของตัวเองหล่อนตกเป็นของคำรณ และคิดว่านั่นคงเป็นชายคนสุดท้ายในชีวิตที่เธอต้องการฝากชีวิตเอาไว้ เมื่อเขาขอเธอแต่งงาน และเอื้อยก็ตอบตกลงฝันร้ายในชีวิตที่ผ่านมาคงจะจบลงเสียที? แต่แล้วคำรณก็ได้ทุนไปดูงานต่างประเทศหลายเดือน ในเวลานั้นเอง ที่เอื้อยค้นพบว่า “ความต้องการ”ของเธอเอง ไม่เคยได้รับการเติมเต็ม มันยังแฝงเร้นอยูภายในร่างกาย คอยกระตุ้นเตือนให้โหยหาความรักความใคร่ จากเพศชาย โดยไม่อาจควบคุมและเอาชนะด้วยมโนธรรม ที่พยายามต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์

          และภวันต์ หลานชายรูปหล่อของพิธาน ก็ก้าวเข้ามา... เขาเป็นชายหนุ่มรูปงาม มีท่าทีติดใจเธออย่างเห็นได้ชัด แม้จะรู้ว่าเอื้อยรักกับคำรณอยู่ สัญชาตญาณเร้นลับอันน่าอับอายนั้นก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง และเอื้อยก็พยายามเอาชนะมัน แต่ท้ายที่สุด เธอก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่ออารมณ์ตัวเอง...

   เอื้อยบอกขอเลิกกับคำรณ และตัดสินใจย้ายไปอยู่กับภวันต์ แม้ว่าจะมีเสียงครหาจากคนรอบด้าน รวมถึงครอบครัวของเขา เอื้อยกลัวอย่างเดียว ว่าเขาจะรู้ความจริง เมื่อแม่มาเยี่ยมเธอที่กรุงเทพฯ พร้อมลุงเย็นสามีใหม่ของแม่และเจ้าแดงลูกชายตัวน้อยๆวัยน่ารักน่าชัง ที่เอื้อยรู้ดีว่า เจ้าแดงนั่นไม่ใช่ลูกของแม่กับลุงเย็น แต่เป็นลูกที่เกิดจากความผิดพลาดของเอื้อยเองกับนายลือพ่อเลี้ยงต่างหาก!

         และต่อมาคำรณก็กลับมาจากต่างประเทศด้วยความผิดหวัง รวมถึงน้าสดที่ไม่พอใจเอื้อย คำรณเองรู้จักตัวตนของเอื้อยที่เป็นผู้หญิงขาดเซ็กส์ไม่ได้ จึงวางแผนการบางอย่างร่วมกับน้าสด เพื่อ “เอาคืน” ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม...

         เมื่อวันหนึ่งภวันต์บอกว่าเขาจะต้องออกไปตรวจบัญชีที่สาขาต่างจังหวัด เอื้อยต้องอยู่คนเดียวถึงห้าวันเต็มๆ... คำรณ แวะมาหา ต้องการปรับความเข้าใจกับเอื้อย แต่แล้วเขากลับพาเธอไปโรงแรม และหลังจากนั้น...

          พวา น้องชายภวันต์บอกเรื่องนี้กับพี่ชาย และนั่นทำให้ความสัมพันธ์ของเอื้อยกับภวันต์ขาดสะบั้นลง หญิงสาวหัวใจสลาย และตอนนี้ หล่อนพบว่าตัวเองกำลังท้องกับภวันต์!!

        เอื้อยได้พบกับถวัน เด็กหนุ่มที่เติบโตขึ้นเป็นนายช่างรถไฟในปัจจุบัน ถวันยังขี้อายเหมือนเดิม เขารักเอื้อยด้วยความบริสุทธิ์ใจ และยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือจนเอื้อยคลอดลูก และพยายามหักห้ามความต้องการของตัวเอง เมื่อต้องพาเอื้อยมาอยู่ร่วมชายคาบ้านพัก ท่ามกลางความเข้าใจผิดของชาวบ้านละแวกนั้น ว่าเอื้อยเป็นเมียของถวัน...

      ชีวิตของเอื้อยกำลังดิ่งลงทุกขณะ หล่อนเลื่อนลอย เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและขังตัวเองเอาไว้กับความผิดบาปในใจ ที่ไม่อาจปลดเปลื้อง... เหตุการณ์ในอดีตที่หลอนขึ้นมา และปลุกสัญชาตญาณนั้นโดยนายลือ มันทำให้ชีวิตของเอื้อยต้องเบี่ยงเบนและพลิกผันไปสู่ชะตากรรมอันเลวร้ายเช่นนี้...

         ถวันตัดสินใจไปพบกับภวันต์ และบอกความจริงให้เขารับรู้ว่า เอื้อยมีลูกกับเขา รวมถึงเจ้าแดงเด็กชายที่เป็นลูกคนแรกของเอื้อยกับพ่อเลี้ยงใจสัตว์คนนั้น ภวันต์สงสาร แม้ว่าจะไม่อาจยอมรับให้เอื้อยกลับมาอยู่กับเขา แต่ก็ยินดีจะอุปการะลูกทั้งสองของเอื้อย ถวันกลับมาบอกข่าวดีนี้กับเอื้อย แต่แล้ว นายลือก็ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่คาดฝัน!

         บัดนี้มันออกมาจากคุกแล้ว และต้องการตัวเอื้อยให้กลับมาอยู่ในขุมนรกที่มันสร้างขึ้นมาให้เธอเหมือนเดิมโดยกุมความลับที่เอื้อยเคยมีสัมพันธ์กับมันรวมถึงลูกของเอื้อยอีกด้วย สัญชาตญาณของความเป็นแม่ที่ต้องการปกป้องลูกน้อย ทำให้เอื้อยตัดสินใจทำในสิ่งที่ดีที่สุดในเวลานั้น

       เอื้อยหลอกนายลือให้ขึ้นไปหาที่ห้องนอน... อย่างที่มันคิดว่า จะใช้เล่ห์สวาท ร่วมเสน่หากับเอื้อยเหมือนกับที่เคยทำมาแล้วในอดีต เล่ห์ราคะที่ทำให้เด็กสาวไร้เดียงสาวัยสิบสี่ปีตอนนั้น ติดใจในรสสวาทจะตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของตนมาโดยตลอด แต่วันนี้ เอื้อยชนะมันแล้ว ด้วยความรักของแม่ที่มีต่อลูก เพื่อปกป้องไม่ให้เจ้าแดงต้องไปอยู่กับพ่อที่ใจทมิฬอย่างนายลือ เพื่ออนาคตที่สดใสของลูก
      เอื้อยฆ่านายลือ เหมือนกับที่เคยฆ่ากินรี และจากนั้นเอื้อยก็พาตัวเองไปสู่โลกอีกโลกหนึ่งที่ไม่ต้องรับรู้ความทุกข์ทรมาน และความโหดร้ายของมนุษย์อีกต่อไป เมื่อ...

      จิตแพทย์ลงความเห็นว่า “เห็นได้ชัดว่า จำเลยได้รับการบีบคั้นทรมานจิตใจ และถูกกระตุ้นความรู้สึกทางเพศมาตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งทำให้เกิดผลร้ายแก่อารมณ์ทางเพศและจิตใจในภายหลัง นับว่าจำเลยมีเหตุอันควรแก่ความปรานี”

      และท้ายที่สุด เหยื่ออารมณ์ก็จบลงด้วยความคิดคำนึงของถวันที่ได้แต่ถามตัวเองว่า...

       ก็ถ้าเอื้อยต้องเป็นอาชญากรแล้วละก็ คนอย่างน้าสด คนอย่างนายคำรณ และสังคมซึ่งต้อนรับ ยกย่องแต่เพียงคุณสมบัติซึ่งแม้ว่าจะเป็นเพียงการฉาบหน้า แต่กลับเหยียบย่ำซ้ำเติมคนพลาดโดยไม่มีการให้อภัย เหล่านี้เล่าจะเป็นอะไร...

         มันช่างเป็นคำถามที่ไร้คำตอบโดยสิ้นเชิง!!

หมายเหตุ นิยายเรื่องนี้ ผมพบว่ามีการจัดพิมพ์ใหม่ สำนักพิมพ์แกรมมี่ แต่ไม่ทราบรายละเอียดมากนักครับ นอกจากรูปจากร้านในในเว็บ //www.sabuyjaishop.net/shop/mixxbook ส่วนปกที่นำมาแสดง เป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรกและน่าจะเป็นฝีมือการวาดรูปของ อาจารย์พนมครับ
             *****************








Create Date : 09 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2558 13:08:03 น. 8 comments
Counter : 2449 Pageviews.

 
เป็นนิยายเสียดสีสังคมที่แรงดีนะครับ เพราะทุกวันนี้เรื่องทำนองนี้ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ น่าอ่านมากครับ


โดย: Jim-793009 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:55:24 น.  

 
เพิ่งรู้ว่าคนแต่งคือคนเดียวกันทั้งสามนามปากกา เรื่องงนี้ตอนอ่านอึ้งมาก สงสารเอื้อย


โดย: ชามินต์ IP: 1.10.201.59 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2558 เวลา:9:00:13 น.  

 
สวัสดีค่ะ อ.หนุ่ม
อ่านรีวิวจบแล้วขนลุก แหะๆ
ไม่รู้จักนามปากกา ศิระ ส มาก่อนค่ะ
แต่พอบอกว่ารจนา ก็ไม่รู้จักอีก แต่พอบอกว่าละครสะใภ้จ้าว
อ้าว คนเดียวกันเหรอเนี่ย
มารู้ว่าเป็นคนเดียวกับคุณสุภาว์ เทวกุล ทึ่งมากค่ะ
เรื่องนี้ออกแนวดาร์กมากๆ สะท้อนสังคมแบบสุดลิ่มเลย
สมชื่อเรื่องเหยื่ออารมณ์จริงๆ ค่ะ
สิ่งทีเอื้อยเจอในอดีตทำให้กลายเป็นแบบนี้
เลวร้ายมากเลย T T
แต่ก็เกิดขึ้นได้จริงในสังคม เศร้าเลยค่ะ

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่า


โดย: lovereason วันที่: 11 พฤศจิกายน 2558 เวลา:15:14:25 น.  

 
อ่านแล้วอึ้งๆ หม่นๆ ค่ะ
คืนนี้จะนอนหลับลงไหมนี่
ช่างเป็นนิยายที่สะท้อนชีวิตซะจริงๆ


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2558 เวลา:22:15:12 น.  

 
คนแบบนี้ในตอนนี้มีมากเหลือเกินค่ะ คนอย่างนายลือ น้าสด นายคำรณ หรือแม้แต่เอื้อย


โดย: hippogift IP: 171.100.123.180 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2558 เวลา:23:23:13 น.  

 
ชอบชื่อเรื่องกับความคลาสสิคของปกมากๆครับ


โดย: PZOBRIAN วันที่: 13 พฤศจิกายน 2558 เวลา:0:15:37 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วอยากอ่านค่ะ แต่กลัวสำนวนจะเอื่อยๆ ชวนหลับ ยังไงถ้ามีโอกาสจะลองอ่านค่ะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 13 พฤศจิกายน 2558 เวลา:17:06:47 น.  

 
คุณ Jim-793009 : ยิ่งในยุคนั้น เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว เนื้อหาแบบนี้ยิ่งแรงมากเลยครับ แต่อ่านแล้วก็ยิ่งรู้สึกรันทดไปกับชะตากรรมของเอื้้อยด้วย

คุณชามินต์ : เช่นกันครับ ผมว่าจะลองหา "สะใภ้จ้าว"มาอ่านสำนวนอีกครั้ง ตอนเห็นพลอตเรื่องครั้งแรก ยังนึกว่า รจนา น่าจะเป็นนามปากกา ของ มล.ศรีฟ้า ลดาวัลย์ ซึ่งท่านเขียนในสไตล์แบบนี้มากกว่าเสียอีกครับ

คุณนุ่น : เป็นแนวที่ดาร์กมากเลยครับ และปัญหาเรื่องอารมณ์ทางเพศที่นำเสนอผ่านตัวละครฝ่ายหญิงในยุคนั้น ก็น้อยมาก นับว่า คุณสุภาว์ เป็นนักเขียนนวนิยายสตรีคนแรกๆที่เขียนนิยายในสไตล์แบบนี้ครับ

คุณตูน : อ่านแล้วหดหู่ไม่น้อยเลยครับ

คุณ hippogift : เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ

คุณ PZOBRIAN : ชอบปกมากเช่นกันครับ ผมรู้สึกว่าหนังสือนิยายสมัยก่อน วาดภาพปกได้สวยคลาสสิคมากเลยครับ

คุณชบาหลอด : สำนวนคุณสุภาว์ เป็นอีกสไตล์หนึ่งครับ ผมเอง พยายามอ่านบางเรื่องของท่านที่ตั้งใจจะนำมารีวิวก่อนหน้า คือ "อัศเจรีย์" แต่ก็ยังไม่สำเร็จเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 15 พฤศจิกายน 2558 เวลา:17:41:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.