หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
24 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
ทรามวัยในวสันต์ : ก.ศยามานนท์

เรื่อง : ทรามวัยในวสันต์
ผู้เขียน : ก.ศยามานนท์
สำนักพิมพ์ : ผดุงศึกษา
ปีที่พิมพ์ : 2501
เล่มเดียวจบ



    มาคราวนี้ขอนำภาพปกในมาลงโชว์แทนแล้วกันครับ เพราะเรื่องนี้ได้มาโดยปราศจากกระดาษหุ้มปกครับ น่าเสียดายเหมือนกัน

       สำหรับก.ศยามานนท์ เจ้าของผลงานนิยายเยาวชน จ้อนกับแดง และ กำไลประดับเพชร ที่ผมเคยรีวิวไปแล้วก่อนหน้า สำหรับสองเรื่องนั้น นับว่าเป็นโอกาสดีที่สำนักพิมพ์เพื่อนดี ได้นำกลับมาพิมพ์ใหม่ แต่สำหรับเรื่องนี้ ทรามวัยในวสันต์ นับเป็นนิยายหายากอีกเรื่องของท่าน ที่น่าจะพิมพ์ขึ้นเพียงครั้งเดียว คือ ปี พ.ศ. 2501 นับถึงบัดนี้ ก็ไม่ต่ำกว่ากึ่งศตวรรษแล้วเช่นกัน

       ชื่อเรื่องทรามวัยในวสันต์ สะดุดหูและสะดุดตาตั้งแต่ได้ยินชื่อเลยครับ เมื่อได้มีโอกาสอ่านเรื่องนี้จึงทราบว่า มาจาก ฉายานามของนางเอกของเรื่อง อรุณธดี วิภาสกร สาวน้อยผู้ร่าเริงสดใสเปี่ยมด้วยอารมณ์ช่างฝันและมองโลกในแง่ดี หญิงสาวเกิดในเดือนมิถุนายนเดือนแห่งฤดูฝน จึงได้รับฉายาจากเพื่อนๆว่า girl in june หรือ ทรามวัยในวสันต(ฤดู) นั่นเอง

        อรุณธดี เป็นธิดาคนเดียวของ นายฤทธิ์ วิภาสกร นักธุรกิจผู้ร่ำรวย แม้จะกำพร้ามารดา แต่ชีวิตของเด็กสาวก็อบอุ่นเพียงพอในอ้อมกอดของบิดา และสหายรักร่วมชั้นเรียนหลายคน รวมถึง ธานินทร์ เด็กหนุ่มที่หลงรักเธอจนต่างสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ร่วมกัน เขาตั้งใจว่าจะให้บิดามารดามาสู่ขอ อรุณธดี ทันทีที่เขาและเธอรับปริญญา นอกจากนี้ อรุณธดี ยังมีกานดา ลูกพี่น้องที่เป็นญาติห่างๆและกำพร้าบิดามาอาศัยอยู่ร่วมบ้านด้วย ทั้งสองสนิทสนมกันแม้ว่ากานดาจะค่อนข้างขี้อายและเก็บตัวต่างจากอรุณธดี ที่ร่าเริงสดใส

          แต่แล้วชีวิตก็พลิกผัน เมื่อธุรกิจของนายฤทธิ์ล้มละลาย หญิงสาวต้องลาออกจากการเรียนกลางคัน เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายภายในบ้าน ขณะที่บิดาก็ล้มเจ็บลง แม้ว่าญาติฝั่งมารดาของเธอ คุณนายระเบียบ นิพันธ์พงศ์ พี่สาวของแม่อรุณธดี จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แต่ด้วยนิสัยชอบเหยียดหยามดูถูกคนอื่นของเธอ ที่ไม่ต่างกับบุษบง ลูกสาววัยไล่เลี่ยกับอรุณธดี ก็ทำให้หญิงสาวตอบปฏิเสธ หล่อนยินดีทำงานหาเงินด้วยตัวเองดีกว่า อรุณธดี ตัดสินใจไปสมัครงานเป็นเลขาของบริษัทแห่งหนึ่งที่เปิดรับสมัคร

       บริษัทชรินพร ของ นายชาคริต คำรน ซึ่งหญิงสาวเข้าใจว่าชาคริตเป็นชายสูงวัยและต้องการเลขาอายุมากเข้าทำงาน ในวันสัมภาษณ์ หล่อนจึงแต่งตัวให้เชยที่สุด แอบเอาแว่นสายตายาวของบิดามาใส่ เพื่ออำพรางรูปโฉมเยาว์วัยของตนเอง

       ที่นั่น หล่อนได้รู้จักกับนายจำลอง ผู้ช่วยหนุ่มของชาคริตที่เป็นคนอารมณ์ดี เขาเล่าว่าเจ้านายมีภรรยาชื่ออุษา ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ในสังคมไฮโซของบุษบงนั่นเอง และมีลูกสาวตัวน้อยๆ ชื่อ จู้จี้

           ด้วยความซุ่มซ่ามเพราะแว่นสายตานั่นเอง อรุณธดีเผลอทำชามแก้วใส่ดอกกุหลาบตกแตก และได้เห็นคุณชาคร น้องชายชาคริตที่ท่าทางขี้โอ่และอวดร่ำรวยอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็ไม่สนใจเธอ เมื่อเข้าใจว่าอรุณธดีเป็นเพียงหญิงแม่บ้านสูงวัยเท่านั้น และเมื่อหล่อนเผชิญหน้ากับชาคริตจริงๆ เขากลับกลายเป็นชายหนุ่มรูปงามอย่างที่เธอคาดไม่ถึง

         อรุณธดีสารภาพความจริงและความจำเป็นที่ต้องมาสมัครทำงานแก่เขา ท่าทางอันสดใสและมองโลกในแง่ดีของหญิงสาว ประทับใจชาคริตตั้งแต่แรกเห็นเหนือยิ่งกว่าความสวยโสภาที่ถูกอำพรางโฉมเอาไว้ด้วยภาพลักษณ์หญิงสูงวัย จนเขาตกลงใจรับหล่อนเข้าทำงานเป็นเลขานุการ ในขณะที่อุษาเอง แม้จะเป็นคนสวยอยู่แล้วแต่ก็อดหวั่นระแวงไม่ได้ แต่เพราะเธอมองเห็นใบหน้าหญิงสาวที่แต่งตัวเชยๆ อำพรางตา ทำให้หล่อนยิ่งแสดงธาตุแท้ ที่ชอบดูถูกคนที่ต่ำกว่าออกมา ให้อรุณธดีได้เห็นนิสัยแท้จริงด้วยเช่นกัน หญิงสาวได้แต่นึกสงสัยในใจว่า เหตุไฉน ชายหนุ่มที่อัธยาศัยดีมีน้ำใจอย่างชาคริต ถึงได้ตัดสินใจแต่งงานกับผู้หญิงร้ายกาจอย่างอุษาได้?

     ซ้ำอุษาก็ดูเหมือนไม่ชอบหน้าแม่หนูจู้จี้ลูกของเธอเสียอีกด้วย

         ความจริงมาปรากฏภายหลังว่า ชาคริตชอบพอกับอุษามาก่อนจนถึงขั้นแต่งงานกัน แต่ในวันแต่งงาน เขาก็หายตัวไปและกลับมาพร้อมกับพาเด็กน้อยมาด้วย บอกว่าจะรับอุปการะเป็นลูกโดยไม่บอกว่ามาจากไหน ทุกคนจึงเข้าใจว่าจู้จี้เป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง และชาคริตเองก็มีท่าทีหมางเมินกับอุษา จนการแต่งงานเกิดขึ้นตามนิตินัยเท่านั้น เขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับอุษา เลยทำให้หล่อนเข้าใจว่าเด็กจู้จี้ เป็นมารชีวิต ที่ทำให้หล่อนกับชาคริตต้องพังทลายความสัมพันธ์กันไป

        ชาคริตเก็บงำความลับบางอย่างไว้ ท่าท่าที่เคร่งเครียดของเขา ทำให้อรุณธดีรู้สึกสงสารและเห็นใจ หญิงสาวใช้ความร่าเริงของเธอเพื่อให้เขามีรอยยิ้มมากขึ้น และชาคริตก็เริ่มพบว่าเขาถูกชะตากับเด็กสาวแสนน่ารักคนนี้เข้าเสียแล้ว หล่อนมีธรรมชาติจิตใจที่อ่อนโยน เมตตา และช่วยคลายความทุกข์ในใจของเขาให้ทุเลาลงโดยไม่รู้ตัว ซ้ำยังเข้ากับจู้จี้ได้เป็นอย่างดี

         “ธรรมชาติจิตใจของดิฉันเป็นอย่างนี้เองค่ะ” อรุณธตีกล่าวอย่างอ่อนโยน
        “ก็ทำไม เราจะต้องอยู่แต่ในห้วงทุกข์ล่ะคะ เราไม่แน่ใจว่าชีวิตจะยืนนานนักไม่ใช่หรือคะ ถ้าอย่างนั้นจงรีบรวบรวมความสุขไว้เป็นของเราเสีย อย่าให้ถูกยื้อแย่งไปเป็นอันขาด”


          ชาคร น้องชายเพลย์บอยของชาคริต ได้มาพบหญิงสาวอีกครั้งในสภาพเปลี่ยนแปลงโฉมเป็นสาวน้อยแสนสวย เขาเปลี่ยนใจมาจีบหล่อน แต่อรุณธดีรู้ซึ้งถึงนิสัยแท้จริงแล้ว หล่อนเพียงแต่รักษาความสัมพันธ์ฉันมิตรเอาไว้เท่านั้น หัวใจของเธอ มีแต่ความรู้สึกผูกพันนับถือ ชายหนุ่มอย่างชาคริตเพียงคนเดียว และมันกำลังแปรเปลี่ยนไปเป็นความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งที่มากยิ่งไปกว่า...

         รุ่งระวี ธิดารัฐมนตรี ผู้หยิ่งผยองและเป็นคนรักของชาคร เห็นความผิดปกติ หล่อนเป็นเพื่อนกับบุษบง และอุษา เมื่อรู้ว่า ชาครเปลี่ยนใจไปชอบอรุณธดี สามสาวจึงมาที่สำนักงานของชาคริตเพื่อเล่นงานเธอ แต่อรุณธดีก็ใช้ความสงบ เยือกเย็นจัดการกับพายุหึงหวงของสามสาวจนแตกพ่ายกลับไป และชาคริตก็เข้ามาช่วยเหลือปกป้องเธอไว้ด้วย แต่ด้วยความรู้สึกว่าเธออาจจะก่อเรื่องยุ่งยากให้เขา อรุณธดีจึงตัดสินใจลาออกจากงาน กลับไปช่วยเหลืองานของนายฤทธิ์บิดา ที่เริ่มต้นทำธุรกิจขึ้นมาใหม่ ชาคริตยังอาวรณ์ เขาพาจู้จี้ที่เริ่มติดอรุณธดีแวะเวียนไปหาเธออยู่เสมอ ในขณะที่อุษาเองก็ติดพันชายหนุ่มคนใหม่ เป็นทายาทเศรษฐี ชื่อสัญญา ศุภมิตร น้องชายของคุณหญิงแสงพราว ไฮโซแห่งฟ้าบางกอก

           ความจริงแล้ว คุณหญิงแสงพราวก็ไม่ได้ชอบอุษาเลย ต้องการใช้หล่อนเป็นเครื่องมือ ดึง นงเยาว์ ครูสาวยากจนที่เป็นคนรักของสัญญา ออกจากเขา และเห็นว่าอุษามีเสน่ห์ ที่ทำให้ผู้ชายหลงใหลได้ไม่ยาก ซึ่งก็จริงดังคาด สัญญา หลงใหลอุษาอย่างหัวปักหัวปำ จนทิ้งนงเยาว์ ที่เคยสัญญาว่าจะแต่งงานด้วยไป

         นงเยาว์ มีโอกาสได้พบกับชาคริตและ ชายหนุ่มก็ช่วยอุปการะหางานให้เธอทำด้วยความสงสาร จนหญิงสาวสามารถยกระดับตนเองขึ้นมาและความสนิทสนมของทั้งคู่ ก็ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่า ชาคริตชอบพอกับนงเยาว์ รวมถึงอรุณธดีอีกด้วย สาวน้อยรู้สึกเศร้าใจเหมือนอกหัก ในขณะที่ธานินทร์ เพื่อนนักศึกษาที่หลงรักเธอและเรียนจบพอดี พาพ่อแม่มาขอหมั้น เธอจึงตอบตกลง โดยไม่รู้ว่าการตัดสินใจของตัวเอง นอกจากจะทำให้ ชาคริต เจ็บปวดแล้ว ยังมีใครอีกคนหนึ่งที่ผิดหวัง จนต้องหาทางทำลายงานหมั้นของหล่อนให้ได้อีกด้วย

     ...นั่นก็คือชาคร

         เขาหลงรักอรุณธดีสุดหัวใจ อย่างที่ไม่เคยชอบพอหญิงคนไหนมากเท่านี้มาก่อน แต่ความรักของชาคร ก็มีความหมายว่าต้องครอบครองร่างกายของหล่อนให้ได้ เขาจึงวางแผน หลอกล่อธานินทร์ เด็กหนุ่มอ่อนประสบการณ์ให้ติดการพนันในบ่อนจนโงหัวไม่ขึ้น และพาอัญชลี สาวไนต์คลับ ที่เจนประสบการณ์สวาท เข้ามารู้จัก จนธานินทร์ติดกับดัก ในที่สุด อรุณธดีก็ถอนหมั้นกับธานินทร์ได้สำเร็จ แต่ ชาครเองกลับต้องแพ้ภัยตัวเองไปด้วย เพราะความเจ้าชู้ไม่เลือกหน้า เขาไปมีความสัมพันธ์กับบุษบง และฝ่ายนั้นก็ต้องการจับชายหนุ่มที่มีดีกรีทายาทธุรกิจผู้ร่ำรวยอยู่ก่อนแล้ว แม้ว่าเขาจะพยายามสลัดหล่อนให้หลุด โดยไม่สนใจ แต่บุษกร และคุณนายระเบียบมารดาของเธอ ก็มาอาละวาดกับอรุณธดี เพราะคิดว่าหญิงสาวต้องการแย่งคนรักไป

           ชาคริตเป็นเพียงชายคนเดียวที่เห็นใจหญิงสาว และนั่นยิ่งทำให้ทั้งสองมีโอกาสได้เปิดใจ ทำความเข้าใจกันมากขึ้น เขาบอกความจริงที่เก็บงำไว้กับตัวเองกว่าห้าปีกับเธอว่า จู้จี้เป็นลูกสาวของอุษา กับชายคนหนึ่ง ที่หล่อนได้เสียก่อนจะมาแต่งงานกับเขา จนมีลูกด้วยกัน และชายคนนั้นก็ป่วยหนัก ขอร้องให้เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะไม่ต้องการให้จู้จี้รู้ว่าแม่ของตนเป็นใคร และในเวลานี้เมื่ออุษามาติดพันอยู่กับสัญญา เขาเองก็จะหาทางหย่าขาดกับเธอเพราะไม่ได้รักอุษาอีกต่อไปแล้ว

         สัญญาพาอุษาไปเที่ยวรีสอร์ทที่ศรีราชา และมีโอกาสรู้จักกับมิสเตอร์ หลุยส์เช็งนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสที่ร่ำรวยมหาศาล เขารูปงาม และมีฐานะมากกว่า สัญญานับร้อยพันเท่า แม้ว่าจะมีภรรยาต่างชาติอยู่แล้วก็ตาม นั่นทำให้อุษาซึ่งมีใจโลเลเป็นทุนเดิม ตัดสินใจผละจากสัญญา ไปหาหลุยส์เช็ง ทำให้สัญญาแค้นใจสุดขีด จนกลายเป็นความคลั่ง

         ณ งานเลี้ยงลีลาศที่อุษาจัดขึ้นที่คฤหาสน์ของชาคริตสามีที่ยังไม่ได้หย่าขาดกันนั่นเอง เขาตัดสินใจคว้าปืนตั้งใจว่าจะไปสังหารหล่อนและหลุยส์เช็งให้ดับดิ้นไปพร้อมกัน โชคดีที่เขาเจอกับนงเยาว์ หญิงสาวที่ยังซื่อสัตย์กับเขาเสมอมา นงเยาว์และอรุณธดี รีบตามไปห้ามสัญญาไว้ได้ทัน ก่อนจะลั่นไกฆ่าทั้งคู่ ในขณะที่อรุณธดี เห็นหนูจู้จี้ที่ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้เพียงลำพัง ตกลงไปในบึงน้ำ หญิงสาวจึงกระโดดลงไปช่วยชีวิตเอาไว้ได้ทัน

        ความจริงที่เปิดเผยออกมา ทำให้อุษาสำนึกผิด โดยเฉพาะกับลูกที่หล่อนไม่เคยรัก บัดนี้หนูจู้จี้ อาการทรุดหนักและจากไปในที่สุดท่ามกลางความเศร้าเสียใจของทุกคน หล่อนให้ทนายจัดการเรื่องหย่าขาดกับชาคริต เพื่อให้เขาได้ครองรักกับอรุณธดี ได้สมดังปรารถนา ส่วนตัวหล่อนก็ไปใช้ชีวิตอยู่กับหลุยส์เช็งที่เมืองนอก

       แต่ผลกรรมที่เคยทำไว้กับคนอื่นก็ย้อนกลับมาตอบสนองในเวลาต่อมา เมื่อ ภรรยาของหลุยส์เช็งเองไม่ยอมหย่าขาด และเขาก็เลือกภรรยาตัวเองแทนหล่อน ชีวิตของอุษาจึงต้องประสบเคราะห์กรรม หาความสุขใดๆไม่ได้เลย

       ส่วนชาคริตนั้นก็ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับสาวน้อยที่เขาสุดแสนรัก หล่อนผู้นำพาความสุขสดชื่นไม่ต่างกับสายฝนอันชื่นฉ่ำดับความเศร้าหมองและเมฆหมอกชีวิตให้เลือนสลายไปหมดสิ้น สมกับฉายา girl in june ทรามวัยในวสันต์ ของเขานั่นเอง

       พลอตเรื่องของนวนิยายเรื่องนี้ สามารถนำไปสร้างเป็นละครได้อย่างสบายๆ แต่สิ่งสำคัญที่ได้อ่าน นอกเหนือจากสำนวนภาษาสละสลวยอันเป็นเอกลักษณ์ของ ก.ศยามานนท์ แล้ว เหตุการณ์หลายเหตุการณ์ในเรื่อง ผู้เขียนได้สะท้อนวุฒิภาวะทางอารมณ์ของนางเอก ได้อย่างน่าชมเชย การรับมือกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาด้วยสติปัญญา วิธีการคิดเชิงบวก แม้แต่ฉากปะทะคารมของ “ตัวร้าย” กับ นางเอก ในเรื่อง ก็เป็นไปอย่างมีเหตุผล ด้วยคำพูดที่ชัดเจน จนอีกฝ่ายต้องยอมจำนน
       อดนึกอย่างขันๆไม่ได้ว่า ถ้าหากเรื่องนี้ถูกนำไปสร้างเป็นละครทีวียุคปัจจุบัน ฉากสามนางร้ายเข้ามารุมนางเอก และถูกตอกกลับจนพ่ายแพ้ไปด้วยเหตุผลและคำพูดที่คมคายด้วยสำนวนภาษาอันละเมียดละไม อาจจะกลายเป็นฉากตบตีกันสนั่นจอเพื่อกระชากเรทติ้งคนดูไปเลยก็เป็นได้?

ปล. ส่วนภาพล่าง คือด้านในของปกเรื่องนี้ครับ




Create Date : 24 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2557 10:11:37 น. 10 comments
Counter : 1978 Pageviews.

 
อ่านรีวิวเรื่องนี้แล้วรู้สึกน่าสนใจมากค่ะ มีตัวละครเยอะ เนื้อเรื่องเข้มข้น น่าติดตาม
ไม่เคยอ่านนิยายของนักเขียนท่านนี้ พออ่านรีวิวแล้ว คงต้องไปหามาอ่านบ้างแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 192.99.14.34 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:44:49 น.  

 
น่าสนใจมากครับ สงสัยคงจะหาอ่านไม่ได้เป็นแน่


โดย: allreddy IP: 94.23.252.21 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:12:23:08 น.  

 

คงเป็นเล่มที่หายากอีกตามเคย เสียดายสมัยเด็กๆมีหนังสือของ ก.ศยามานนท์ ในตู้ของป้า แต่พอตอนโตกลับไปเยี่ยมป้า หนังสือหายไปหมดแล้วค่ะ
เพิ่งทราบว่า จ้อนกับแดง สนพ.เพื่อนดีเอามาพิมพ์ใหม่ ต้องตามไปหามาเก็บไว้ อยากได้ปกเก่า แต่คงหาไม่ได้แน่ๆ

รบกวนคุณหมอกเช็คข้อความด้วยนะคะ**


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:17:13:19 น.  

 
โอ้โห ดูจากปี พ.ศ.แล้วคงหามาอ่านยากนะคะ แต่เนื้อเรื่องน่าสนใจดีค่ะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:17:30:40 น.  

 
เนื้อเรื่องน่าอ่านดีครับ ^^


โดย: Lek IP: 114.109.146.150 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:0:14:08 น.  

 
ว๊าว...หนังสือเก่า คลาสสิคมาก
อยากอ่าน แต่คงหายากแล้ว...


โดย: แม่ไก่ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:11:39:05 น.  

 
สวัสดีค่ะ อาจารย์หนุ่ม ^^

หนังสือปี 2501 นานมากๆเลยนะคะคงหาอ่านไม่มีแล้วแน่เลย
น่าจะมีการพิมพ์ใหม่ อ่านรีวิวแล้วน่าอ่านดีจังค่ะ
ว่าไปพล็อตนิยายก็ยังร่วมสมัยอยู่เลย
ขนาดผ่านมานานมากๆแล้ว

หนังสือเก่าคลาสสิคหายากในตลาดหนังสือ
แพงลิบเลย
อ.หนุ่ม มีแต่นิยายดีๆน่าอ่านทั้งนั้นเลย

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่า



โดย: lovereason วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:17:16:06 น.  

 
ขอบคุณที่รีวิวค่ะ มีช่วงนึงชอบอ่านงานเก่าๆ มาก คนละความรู้สึกกับนิยายสมัยใหม่เลย เล่มนี้น่าจะหายากนะคะ


โดย: สารพัดช่าง วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:19:40:34 น.  

 
ชอบชื่อเรื่องมากเลยครับ


โดย: อุ้มสม วันที่: 27 พฤศจิกายน 2557 เวลา:18:49:03 น.  

 
คุณ นักอ่านรุ่นเก๋า : ของ ก.ศยามานนท์ ที่ผมชอบมากๆ คือ เรื่อง จ้อนกับแดง ครับ ที่เพื่อนดีนำมาจัดพิมพ์ใหม่ และน่าจะหาอ่านง่ายก็มี จ้อนกับแดง กำไลประดับเพชร และ รมดี ครับ ส่วนเรื่องนี้อาจจะหาอ่านยากหน่อยครับผม

คุณหมอภูมิ : รออ่านรีวิวของคุณหมออยู่เหมือนกันครับ โดยเฉพาะ "ต้อยตีวิด" เป็นเรื่องที่อยากอ่านเรื่องหนึ่งเลยครับ

คุณบอล : แล้วแต่จังหวะจริงๆครับ เรื่องนี้ผมได้มาโดยบังเอิญมากเลยครับ เสียดายที่ไม่มีปกหุ้มคิดว่า ปกนิยายสมัยก่อนวาดได้สวยมาก

คุณ ชบาหลอด : หายากจริงๆครับ พอดีมีโอกาสได้เรื่องนี้มาแล้ว เลยอยากเขียนรีวิวไว้เป็นที่ระลึกและสำหรับเพื่อนนักอ่าน ได้รู้จักนักเขียนรุ่นครูท่านนี้ด้วยครับ

คุณ Lek : อ่านแล้วรื่นรมย์มากเลยครับ งานของ ก.ศยามานนท์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของท่านมากครับ

คุณแม่ไก่ : เรื่องนี้หาอ่านยากครับ ผมแนะนำ "กำไลประดับเพชร"ที่ เพื่อนดีนำมาพิมพ์ใหม่ครับ หรือเล่มเล็กๆอย่าง รมดี ครับ

คุณนุ่น : เป็นจังหวะมากกว่าครับคุณนุ่น แต่เมื่อได้อ่านแล้วก็รู้สึกว่าคุ้มค่ามากเลยครับ

คุณสารพัดช่าง : ของ ก.ศยามานนท์มีพิมพ์ใหม่กับเพื่อนดีอยู่ สองสามเล่มครับ แต่ทรามวัยในวสันต์ ยังไม่ได้พิมพ์ใหม่เลยครับ น่าเสียดายเหมือนกัน นิยายยุคเก่าอาจจะไม่เด่นเรื่องพลอตเรื่องเท่าไรนัก แต่สำนวนภาษาเรียบง่าย และสละสลวยหลายท่านเลยครับ

น้องอุ้มสม : ชอบชื่อเรื่องเหมือนกันครับ มีสัมผัสอักษรด้วย


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 1 ธันวาคม 2557 เวลา:19:23:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.