หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
10 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
คำมั่นสัญญา : ทมยันตี

เรื่อง : คำมั่นสัญญา
ผู้เขียน : ทมยันตี
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2529
เล่มเดียวจบ



      เมื่อดูจากปีที่พิมพ์นวนิยายเรื่องนี้และข้อมูลจากที่เคยตีพิมพ์ลงเป็นตอนๆในนิตยสารกุลสตรีมาก่อนเมื่อปี พ.ศ. 2528 ทำให้ทราบว่านิยายรักอมตะเรื่องนี้เขียนขึ้นภายหลังจากนวนิยายคู่แฝด “พี่เลี้ยง” ซึ่งอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2522 แม้การดำเนินเรื่องจะคล้ายกัน แต่บทสรุปของเรื่องก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

     พี่เลี้ยงเป็นนวนิยายที่จบอย่างมีความสุข สมหวังระหว่างคุณเร และสัตยา ในขณะที่คำมั่นสัญญา ความรักของ ชลันดาและสาริน อาจจะไม่หวานชื่นอย่างพี่เลี้ยง แต่ก็เชื่อว่าเพื่อนนักอ่านจะต้องติดตามและตราตรึงกับโศกนาฎกรรมของอมตนิยายเรื่องนี้ แม้จะอ่านจนจบบรรทัดสุดท้ายของเรื่องไปแล้วเช่นกัน

 ถึงม้วยดิน สิ้นฟ้า มหาสมุทร
ไม่สิ้นสุด ความรัก สมัครสมาน
แม้เกิดใน ใต้ฟ้า สุธาธาร
ขอพบพาน พิศวาส ไม่คลาดคลา...

    จากความผูกพันในวัยเยาว์ของ “น้องดา” หรือชลันดา ลูกสาวคนเดียวของผู้พันชลิต กับ สาริน ลูกชายจ่าไหว สองนายทหาร ลูกน้อง-นาย คู่ใจ ที่เกื้อกูลกันมาในอดีต เด็กชายที่ห้าวหาญและตระหนักในฐานะอันต่ำต้อยของตนเอง กับเด็กหญิงตัวน้อยที่น่ารักน่าเอ็นดู และเป็นหนี้ชีวิตที่สารินเคยช่วยชีวิตน้องดาเอาไว้จากการจมน้ำ ความสนิทสนม ความรัก ความผูกพัน ที่ต้องเก็บซ่อนเอาไว้ในอก

   จวบจนสารินเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยและจบมาเป็นนายทหาร และน้องดาเติบโตเป็นสาวน้อยที่แสนพิสุทธิ์เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย และมีเพื่อนสาวที่สนิทกันชื่อปัณรสี

  ปัณรสีมีพี่ชายคือบุรณะ เรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกับสาริน และเมื่อบุรณะได้พบกับชลันดา นายทหารหนุ่มอนาคตไกล ลูกนายพลวีระ ก็เริ่มติดใจชลันดา ด้วยความสนับสนุนของคุณปรานี มารดาผู้มีจิตใจโลภและเล็งผลเลิศในอนาคตให้กับลูกชาย เมื่อเธอมองเห็นว่า ชลันดาเป็นทายาทคนเดียวของผู้พันชลิตที่มีฐานะและมรดกมากมาย

     สารินต้องกล้ำกลืนความรู้สึกของตัวเองเก็บเอาไว้ เมื่อเจียมตนว่าอยู่ในฐานะใดแม้เมื่อยามที่บุรณะให้พ่อแม่มาสู่ขอชลันดา

     รักที่ไม่ได้ต้องการครอบครอง และรักเพื่อที่จะถนอมคนที่ตนเองรักให้สูงค่าด้วยเกียรติยศศักดิ์ศรี แม้เพียงได้มองเห็นอยู่ห่างไกลแค่ไหนก็ตาม
      ชลันดายังแจ่มชัดอยู่ในหัวใจของสาริน ตลอดกาล

   สาริน “รู้”ตัวเองมาตลอด รู้...ว่าชลันดาเป็นใคร เท่ากับที่รู้... ว่าตนเองเป็นใคร เมื่อรู้อย่างนี้เสียแล้ว เขาก็ได้พยายามตั้งสติ พยายามไม่หวั่นไหว หากวันนี้ เสียงละห้อย เศร้า เกือบจะทำให้เขาเดินออกมา เพื่อจะปลอบน้องน้อยว่า
  อย่าร้องไห้...
  เข้มแข็งไว้ ดวงจิต ขนิษฐา
   ในโลกนี้มีเรื่องอีกนานา
  คนเข้มแข็งจึงฟันฝ่าตลอดไป
     แม้แต่สาริน ก็ต้องปลอบตัวเองเช่นกัน ลูกผู้ชาย ก้าวแล้วถอยได้ไย?

        และในวันก่อนงานแต่งกับบุรณะนั้นเอง ที่ทั้งคู่ต่างมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันเพียงสองคนเป็นครั้งสุดท้าย ได้เปิดเผยความรู้สึกของกันและกัน ด้วยความกำสรดอาดูร เพราะต่างต้องยืนอยู่ห่างกันด้วยกำแพงแห่งเกียรติยศที่ขวางเอาไว้โดยไม่อาจข้าม...

  “คราวนี้พี่ริน รู้หรือยัง น้องดาอยู่มาเพื่ออะไร?”
     “รักมีสองอย่างน้องดา รักตัวเองกับรักเกียรติยศ น้องดาเลือกแล้ว เป็นการเลือกที่ถูกต้องที่สุด งดงามที่สุด มนุษย์เรานั้น อย่าอยู่เพื่อตัวเอง เพราะไม่นานเราก็ตาย พี่เป็นทหาร เขาสอนกันว่า แม้จะตายยังต้องตายอย่างมีเกียรติ ฉะนั้นเราต้องเลือกว่า เราควรรักอะไรมากกว่ากัน” น้ำเสียงนั้นยังมั่นคง เข้มแข็งเป็นอย่างยิ่ง
     “ในความรัก พี่รินไม่เลือกตัวเอง แต่... เลือกเกียรติยศ และก็ไม่ใช่เกียรติยศของพี่ริน หากเป็นเกียรติยศของน้องดา กลับบ้านเถอะ พี่จะไปส่ง อย่าไปกับพี่เลย น้องดางดงามมาตลอด ขอให้งดงามจนวาระสุดท้าย”
      สารินวาดหัวเรือกลับ ชลันดากำผ้าเช็ดหน้าแน่น ราวกับจะยึดไว้เป็นหลักทางใจ
       “จำไว้... ถ้าพี่รินสัญญาอะไร พี่รักษาคำมั่นสัญญา ไมว่าน้องดาจะเป็นอะไร อยู่ที่ไหน พี่ไม่เคยจะอยู่ห่าง ความใกล้ชิดทางความรู้สึก ทางวิญญา จะมั่นคงยิ่งกว่าทางกายมากมายนัก”
       “น้องดาจะจำ”


        และบุรณะเองก็นึกทะนงในใจว่าตนเองเป็นฝ่ายมีชัยชนะเหนือบุรุษทุกคนรวมถึงสหายของเขา สาริน... ชัยชนะที่สามารถครอบครองหญิงสาวผู้งามพร้อมได้ โดยที่เขาไม่ได้ตระหนักถึง หัวใจ ของอีกฝ่ายเลย

      “นายจำไว้... พรุ่งนี้ บ้านเราทุกคนเต็มใจยกสิ่งอันเป็นที่รักให้กับนาย นายรักษาไว้ให้ดี ถ้าเมื่อไหร่นายคิดว่า นายไม่อยากรักษา เราทุกคนยินดีรับของรักของพวกเราคืน”
     “เรารักน้องดามานาน นายก็รู้”
    บุรณะไม่เคยคิดเลยว่าแทนที่เขาจะเป็นฝ่ายซักไซ้ ไต่ถาม เขากลับ ต้องเป็นฝ่ายรับ ปกป้องตัวเอง
       “น้องดาเป็นคนอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ นายระวังเอาไว้ให้ดี นายเอาชนะเธอได้ด้วยวิธีเดียว... ความรัก”
       คำนั้นดูเหมือนจะเปล่งออกมาจากหัวใจทั้งหมด
      “รักเธอให้มากพอ แล้วนายจะได้ความรักตอบแทน”
     “เรารักเธอมาก”
        เสียงสารินหัวเราะเบาๆอยู่ในความมืด
       “ยังไม่มากพอหรอกนายบุ นายต้องรักเธอจนดูเสมือนว่าเธอเป็นชีวิต วิญญาณ เป็นทั้งหมดในชีวิตที่นายมี รักเพื่อรักโดยไม่หวังอะไรตอบแทน”


       แต่แล้วบุรณะก็ไม่สามารถทำได้!

       เหมือนโชคชะตาจะถาโถมคลื่นแห่งร้าวรานเข้ามาเป็นระลอก เมื่อจ่าไสวบิดาของสาริน ตัดสินใจไปบวชตลอดชีวิตหลังจากลูกชายคนเดียวเรียนจบเป็นนายทหารและไปประจำการต่างจังหวัด ต่อมาชลันดาต้องสูญเสียบิดา มารดาไป จากอุบัติเหตุ เหลือเพียงชีวิตอันเดียวดายกับบุรณะ ที่ภายหลังการแต่งงานและมีลูกน้อยทิพย์สุดา... นายทหารหนุ่มก็เริ่มมีนิสัยเปลี่ยนไป อาจจะด้วยความระแวงใจในภรรยา ที่เห็น “พี่ริน” ดีกว่าตนเองเสมอ และนิสัยเจ้าชู้ของตัวเขาเอง จนบุรณะมีผู้หญิงคนอื่นออกหน้าออกตา ซ้ำผู้หญิงคนดังกล่าวยังมาระรานเธอกับลูกถึงบ้านอีกด้วย ชลันดาได้แต่ข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ ไม่ให้เรื่องนี้ล่วงรู้ถึง พี่ริน

        ท้ายที่สุดทั้งคู่ก็หย่าร้างกัน ชลันดาขอเพียงอย่างเดียว คือการได้สิทธิ์ดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอคือทิพย์สุดา นอกนั้นหญิงสาวยินดียกให้กับบุรณะทั้งหมด! แต่อย่างน้อยโลกก็ยังไม่โหดร้ายเกินไป เมื่อนายพลวีระ พ่อของบุรณะไม่เห็นด้วย เขาคิดว่า ชลันดาควรได้ทรัพย์สินครึ่งหนึ่งโดยชอบธรรม แม้ว่าคุณปรานีภรรยาที่โลภจะพยายามคัดค้านแต่ก็ไม่เป็นผล โดยที่บุรณะไม่รู้เลยว่าชลันดาป่วยหนักด้วยโรคร้าย

     สารินกลับมาอีกครั้ง ตามคำมั่นสัญญา ที่เขาเคยให้ไว้กับน้องดา น้องรัก ในเวลาที่รู้ว่าเธอต้องการเขาเพียงคนเดียว นายทหารหน่มใหญ่เข้ามาดูแลทุกอย่างในชีวิตของเธอและลูกน้อย เพื่อรั้งชีวิตของหญิงสาวเอาไว้ให้อยู่กับเขาให้นานที่สุด

    “ทำไมไม่กินยา ไม่รักพี่ริน ไม่อยากอยู่ให้พี่รินมีกำลังใจทำงาน มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่หรือ?”
       หญิงสาวน้ำตาร่วง “น้องดา ไม่อยากให้พี่ริน... จมอยู่กับน้องดา...”
     ทุกคำขาดเป็นห้วงด้วยแรงสะอื้น สารินยิ้มอ่อนโยนอบอุ่นเป็นสุขอย่างลึกซึ้ง
        “น้องดาก็รู้ ชีวิตพี่รินอยู่เพื่อน้องดา ถึงตัวพี่จะไปไหนๆ หากหัวใจพี่อยู่กับน้องดา และพี่ก็รู้... น้องดาอยู่ที่นี่ หากหัวใจวิ่งตามพี่ริน ตะลอนๆไปทุกที่ เวลานอนในป่า เวลาจะออกรบ... พี่ทำยังงี้... ท่องยังงี้...” สารินเอามือกดตรงหัวใจ
       “น้องดา... แล้วพี่รินก็ไม่กลัวอะไรเลย อยู่ก่อน...”
       เสียงของเขาสั่นสะท้าน “อยู่... เท่าที่เราจะอยู่ด้วยกันได้ แม้...วันหนึ่ง... เราอาจจะ...” สารินกลืนน้ำลาย สูดลมหายใจ ราวกับจะรวมความกล้าทั้งหมดในการที่จะพูดประโยคต่อไป
       “แยกจากกันทาง... กาย... แต่ต่อนี้ไป เราจะอยู่ด้วยกันด้วย... มโนวิญญาณ... ไม่มีบาปผิดอีกแล้วที่เรา... สามคน จะหล่อหลอมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”
        ดูเถิด... สารินกลับไม่เคยลืมหลานน้อย ที่บัดนี้เขาทึกทักเอาว่า เป็นสมบัติของเขาอีกชิ้นหนึ่งด้วย
       ... “น้องดา ต้องรอพี่รินนะจ๊ะ พี่รินต้องดูแลสุดา พอสุดาของเราแข็งแรงพอที่จะอยู่ในโลกนี้ได้ พอเธอมีคนที่จะรักเธอ เท่าเราสองคน... พี่รินจะไปหาน้องดาคนเดียว ชาตินี้ ชาติหน้า... ทุกชาติ หากมีจริง พี่รินป็นของน้องดาเสมอ... สัญญา ของลูกผู้ชายชาติทหาร!”


       บทอวสานของคำมั่นสัญญา ย่อมเป็นไปตามสิ่งที่คนอ่านล่วงรู้และคาดเดาโดยไม่มีสิ่งใดผิดพลาดกับชะตากรรมแห่งความรักของชลันดา-สาริน แต่ก็เป็นภาพสะเทือนใจที่อ่อนหวานงดงามไปพร้อมกัน เมื่อได้ดื่มด่ำไปกับอรรรถรสของนวนิยายเรื่องนี้ ผ่านปลายปากกาอันทรงพลังและภาษาที่เปี่ยมด้วยวรรณศิลป์ฝีมือศิลปินแห่งชาติท่านนี้ นำพาผู้อ่านให้ติดตามเนื้อเรื่องแห่งโศกนาฎกรรมรักมาจนถึงบรรทัดสุดท้าย

   และสำหรับหลายคน อาจจะต้องเสียน้ำตา ให้กับนวนิยายเรื่องนี้ไปด้วย

หมายเหตุ : นิยายเรื่องนี้น่าจะนำมาสร้างเป็นละคร และภาพยนตร์หลายครั้ง เวอร์ชันที่ผมจำได้คือคุณสันติสุขกับจินตะหรา ในภาพยนตร์ กับเวอร์ชันที่คุณจอห์นนี่ รับบทสาริน กับคุณสลักจิต ดลมินทร์ รับบทชลันดา ครับ ส่วนเวอร์ชันช่อง 7 ที่คุณกบ สุวนันท์เล่นตอนนั้นเสียดายที่ไม่ทันได้ดูจนจบครับ




Create Date : 10 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2557 19:37:57 น. 10 comments
Counter : 5370 Pageviews.

 
เรื่องนี้ กบ สุวนันท์ เคยเล่นด้วยเหรอคะ? จำไม่ได้แฮะ..

เห็นว่าจะทำละครเร็วๆนี้นะคะ ของค่ายเอ็กแซ็กท์


โดย: ิิิann IP: 171.7.105.96 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2557 เวลา:12:20:33 น.  

 
ไม่เคยอ่านเรื่องนี้นะคะแต่แว่วๆ มาว่าเศร้ามากกกกกกกก


โดย: ชบาหลอด วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:0:12:04 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วเศร้ามากเลยค่ะ จำละครไม่ได้แล้ว แฮ่ๆๆๆ ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:12:54:54 น.  

 
เป็นนิยายอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่กล้าอ่านต่อหน้าคนอื่น ไม่งั้นน้ำตามันจะไหลออกมาอวดผู้คนแน่ ๆ

และไม่กล้าอ่านก่อนนอนด้วย...เดี๋ยวตื่นเช้าตาจะบวม!


โดย: แม่ไก่ วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:15:05:11 น.  

 
ผู้แต่งบีบคั้นอารมณ์ผู้อ่านไปตลอดทั้งเรื่อง แต่ก็ไม่ทำให้ผู้อ่านยอมวางจนกว่าจะอ่านจบ
มีข้อสังเกตว่า แม้เรื่องนี้จะแต่งขึ้นมาเป็นเวลานานมากๆๆ แล้วก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่กลับมาพ้องกับยุคนี้คือ การที่สารินมีความเป็น โอป๊ะ พี่ชายที่แสนดีของน้องดา ซึ่งเป็นเทรนพระเอกไสตล์เกาหลี แต่ว่าพี่รินค่อนข้างที่จะมีเหตุผลไม่วีนเหวี่ยง เป็นสุภาพบุรุษกับน้องดาและกับทุกๆคน (น้ำตาจะไหล)
สำหรับผู้ที่นิยมพระเอกแนวโอป๊ะ (พี่ชายที่แสนดี) ไม่ควรจะพลาดอ่านเรื่องนี้
ขอบคุณ คุณสามปอยหลวงที่ทำให้นึกถึงนวนิยายที่อ่านตอนกำลังเป็นวัยรุ่น ถึงกับเก็บไปฝันถึงโอป๊ะในแบบพี่ริน


โดย: เสี้ยวป่า (เสี้ยวป่า ) วันที่: 13 พฤศจิกายน 2557 เวลา:14:57:06 น.  

 
โห ...เล่มนี้ รีวิวนี้ ไม่ต้องอ่านต้นฉบับนิยายเลย...
อ่านแค่รีวิวของคุฯ และถ้อยคำที่ยกมา ก็น้ำตาร่วงแล้วค่ะ


โดย: nikanda วันที่: 14 พฤศจิกายน 2557 เวลา:4:14:33 น.  

 
สวัสดีค่ะ อ.หนุ่ม ^^
เรื่องนี้เศร้าสุดๆเลย เคยดูเวอร์สันติสุข จินตหราด้วย
แต่ดูแผ่นเอาค่ะ
เนื้อเรื่องแบบว่าอมตะไปแล้ว
เป็นผลงานที่ต้องอ่านเรื่องนึงเลย

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่า


โดย: lovereason วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:0:28:02 น.  

 
คุณ ann : เป็นละครสั้นปากกาทอง ฉายวันหยุดครับ ถ้าจำไม่ผิดคุณบรูค ดนุพร รับบท สารินด้วยครับ

คุณ ชบาหลอด : ต้องลองทดสอบความเข้มแข็งของจิตใจดูครับ บางคนก็อาจน้ำตาซึมๆได้ครับ แต่สิ่งที่ผมชอบมากคือการดึงอารมณ์คนอ่านให้คล้อยตาม เป็นกลวิธีเดียวกับฉากโกโบริเสียชีวิตเลยครับ

คุณSab Zab' : พยายามดึงประโยคที่สำคัญๆมาประกอบการรีวิวครับ แต่ถ้าอ่านเต็มตามหนังสือ ผมว่าได้อรรถรสมากเลยครับ

คุณแม่ไก่ : เรื่องนี้ท่านเขียนขึ้นหลังจากคู่กรรมและพี่เลี้ยงหลายปีมากเลยครับ เคยมีคนถาม เหมือนกับว่า ทำไมกลับมาเขียนนิยายโรแมนติคอีก ถ้าผมจำไม่ผิด ท่านบอกว่า ดอกไม้ที่เคยบานในหัวใจมาแล้ว ย่อมสามารถผลิบานขึ้นมาได้อีกเสมอ

คุณเปิ้ล : ผมว่าเป็นนิยายในดวงใจอันแสนเศร้าของหลายๆคนเลยครับ และสาริน น่าจะเป็นต้นแบบพระเอกในฝันของหลายๆคนด้วย

คุณ nikanda : ขอบคุณมากครับ พยายามตัดประโยคเด็ดๆในเรื่องมาประมวลอีกทีตอนเขียนรีวิวนี้ครับ แต่ผมว่าทุกประโยคในเรื่องนี่กินใจทุกคำ ทุกประโยคเลยครับ

คุณนุ่น : ผมว่าอมตะทั้งภาพยนตร์และหนังสือเลยทีเดียวครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:19:38:08 น.  

 
นามปากาทมยันตี ผมมีโอกาสอ่านไม่กี่เรื่องเองครับ
เรื่องที่ชอบที่สุดน่าจะเป็น ถนนสายหัวใจ มากกว่า
ส่วนนิยายเรื่องนี้ เศร้าเหมือนกันครับ แต่ไม่อินเท่าเรื่องนั้น
เพราะรู้สึกว่าฉากร่ำลาของน้องดากับพี่รินเวิ่นเว้อไปหน่อย...(หมั่นไส้ตัวละคร 555)


โดย: Nat_NM วันที่: 2 ธันวาคม 2557 เวลา:16:03:30 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Nat_NM เรื่องถนนสายหัวใจผมเคยอ่านเหมือนกันครับ แต่นานจนเลือนไปแล้ว ฉากบรรยายแบบนี้เป็นสไตล์เฉพาะตัวเลยครับ ยิ่งเรื่องคู่กรรม นี่เรียกว่า เกือบทั้งบทเลยก็ว่าได้ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 3 ธันวาคม 2557 เวลา:7:48:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 64 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.