หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
21 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 
ลางรัก : จุลลดา ภักดีภูมินทร์

เรื่อง : ลางรัก
ผู้เขียน : จุลลดา ภักดีภูมินทร์
ปีที่พิมพ์ : 2517 (ครั้งที่ 4) พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ 2500
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
เล่มเดียวจบ



        ลางรัก น่าจะเป็นนวนิยายเรื่องแรกจากปลายปากกาของ จุลลดา ภักดีภูมินทร์ หรือที่รู้จักกันดีในนาม สีฟ้า และ ศรีฟ้า ลดาวัลย์ นั่นเอง
       

       นิยายเรื้องนี้เป็นแนวชีวิตรักของหนุ่มสาวในยุคกึ่งพุทธกาล เหมือนกับ ใครกำหนด เหตุการณ์เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ของเด็กชายธิติ ธราธร ทายาทเอก ของพระยาธราธรผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์ศฤงคาร ซ้ำมารดาของธิติเองก็คือ หม่อมราชวงศ์หญิง วิมลวรรณอันมีศักดิ์
เด็กชายธิติ มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมหม่อมยาย และพบกับเด็กหญิงไว้จุกสองคนที่ประทับใจเขาตั้งแต่แรกเห็น คนแรกคือ หม่อมหลวงอันธิกา ที่อ่อนหวานน่ารัก ส่วนอีกคนที่จับตาจับใจเขาอย่างประหลาด กลับมีท่าทางเย็นชาแข็งกระด้าง คือเด็กหญิง ศากุน ซึ่งธิติทราบภายหลังว่าคุณการะเกดแม่ของศากุนตั้งครรภ์โดยไม่รู้ว่าใครเป็นบิดา ทำให้เด็กหญิงเกิดมาโดยถูกหมิ่นแคลนจากบรรดาญาติในสายสกุล วิศกุล ของตนเอง ไม่ต่างกับแกะดำ และนั่นก็ทำให้ เด็กหญิงศากุน กลายเป็นคนแข็งกระด้างมาตั้งแต่เด็ก

          เวลาผ่านไป และชีวิตแต่ละคนก็แยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตัวเอง ธิติ ธราธร ชายหนุ่มรูปงามอารมณ์ดี และใช้ชีวิตเหมือนพ่อพวงมาลัย มีพี่ชายที่เกิดจาก หญิงรับใช้ของมารดาเขา ชื่อว่า ธวัช และมีคู่หมั้นคู่หมายก็คือ หม่อมหลวงอันธิกา วิศกุล นั่นเอง

         หากในความทรงจำอันรางเลือนแห่งอดีต เขายังจดจำเด็กหญิงไว้จุกอีกคนหนึ่งที่หน้าตาเรียบเฉย แข็งกร้าวคนนั้นได้เป็นอย่างดี
ศากุน วิศกุล ลูกพี่ลูกน้องของอันธิกา แต่ก็ไม่เคยพานพบเด็กหญิงผู้นั้นอีกเลย นอกจากทราบเพียงว่าศากุนไปเรียนต่างประเทศ และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น

        ธิติ ไปรับหม่อมหลวงอันธิกาที่ดอนเมือง หลังจากเธอเดินทางไปท่องเที่ยวยุโรปกับท่านพ่อ และเมื่อกลับมา อันธิกา ก็มีสหายหนุ่มใหญ่หน้าตาดีผู้มีดีกรีนักกฎหมายจากฝรั่งเศา นามศูล ศิรินทร์ เดินทางกลับมาด้วย ธิติไม่ถูกชะตากับศูลตั้งแต่แรก แต่ดูเหมือนว่า อันธิกาจะถูกอัธยาศัยหนุ่มใหญ่ ที่วางท่าเป็นนักวิชาการ แต่นิสัยกลับดูถูกเหยียดหยามคนชรา และคนยากไร้ ซึ่งต่างกับธิติ ที่เกิดมาในสภาพแวดล้อมที่มีแต่คนเฒ่า คนแก่เป็นแม่นม คอยดูแลมาตลอด ส่วนศูลก็มองว่าธิติ เป็นคนไร้สาระ ใช้ชีวิตเสเพลไปวันๆ และชอบช่วยเหลือคน เพื่อแสดงความร่ำรวยของตนเอง

          โดยเฉพาะเมื่อ “เพื่อน”ของศูล คนหนึ่งเดินทางกลับมาจากเมืองนอก
         ศากุน วิศกุล นั่นเอง

         ศากุน ต้องการสร้างโรงเรียน เพื่อให้ความรู้กับเด็กๆ และตัดสินใจกู้เงินจากธิติ แต่ชายหนุ่มกลับตั้งข้อแม้ที่แปลกประหลาดกับเธอ ก่อนให้เงินกู้ นั่นก็คือ

        “คุณธิติให้บ่งในสัญญาว่า คุณหนูจะต้องไม่แต่งงานก่อนที่งานของคุณหนูจะมั่นคง และก่อนที่คุณธิติจะแต่งงาน ซึ่งกำหนดในเวลานั้นไม่เกินกว่า แปดปี!”


      ศากุนแม้จะแปลกใจ แต่ก็ตอบตกลง และทราบภายหลังว่านอกเหนือจากข้อกำหนดนี้แล้ว เขาไม่ต้องการดอกเบี้ยหรือผลกำไรใดๆจากเงินกู้นั้นทั้งสิ้น...




 


สิ่งนี้เอง ที่ทำให้ศูลขัดเคืองใจ และยิ่งไม่ชอบหน้าชายหนุ่มผู้นั้นมากขึ้น ความจริงศูลเองชอบศากุนมาก แต่หญิงสาวก็ไม่เคยมีทีท่ารับรักหรือให้ความหวังใดๆกับเขา ตรงกันข้ามกับอันธิกา ที่ดูเหมือนว่าหล่อนจะ “ติด”เขามาก ทั้งที่มีคู่หมั้นอย่างธิติอยู่แล้ว...

ในขณะที่ธิติเองก็ยังไม่อาจตอบกับตัวเองได้ว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจช่วยเหลือหญิงสาวผู้นั้น ศากุน เองก็มิใช่ญาติ หรือคนรู้จัก นอกจากความประทับใจที่เกิดขึ้นในวัยเยาว์ หรืออาจจะเป็นบทกลอนที่เขาพบในหนังสือของหล่อนโดยบังเอิญ



          บทกวีที่ทำให้เขารู้ว่า ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้างเย็นชาคล้ายคนไร้หัวใจ ของ ศากุน แท้จริงแล้วต้องเก็บซ่อนความอ่อนไหว ของตัวเองเอาไว้ และยืนหยัดผ่านอุปสรรค คำตราหน้าดูถูกของทุกคนด้วยความทระนง เด็ดเดี่ยว


         สิ่งนั้นกระมังที่ผูกมัดตราตรึงใจของธิติได้ มากยิ่งกว่าความสวยงามภายนอกของอันธิกา?

 
คว้าง... คว้างใบไม้ปลิว
ละลิ่วหล่นลงกลางดิน
เอื่อย... เอื่อย ธารไหลริน
มิสุดสิ้นลงแห่งใด
   เปรียบดังชีวิตนี้
มิมีที่จะพักใจ
อ้างว้างร้างฤทัย
จนชีพดับลงลับสูญ!

      ต่อมา อันธิกา เป็นฝ่ายขอถอนหมั้นจากธิติ เพราะเธอคิดว่าไม่ได้รักเขา ทำให้ธิติ มีโอกาสเดินทางไปยังภูเก็ต และที่นั่น ชายหนุ่มมีโอกาสพบชายชราคนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะร้างอย่างโดดเดี่ยว ไร้ญาติขาดมิตร ด้วยความสงสารตามนิสัย และถูกชะตากับชายชรานามนาย “พงศ์” ผู้นี้ ทำให้เขาชักชวน ให้แกมาอาศัยอยู่เพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างมีความสุขที่บ้านของตน

         และที่นั่นเอง ความลับเกี่ยวกับประวัติชีวิตของศากุนก็เปิดเผยขึ้น ในช่วงเวลาอันวิกฤติของชีวิตพอดี

        เมื่อ... ธวัชและศูลวางแผน ก่อการปฏิวัติ เปลี่ยนแปลงการปกครอง และระบบกษัตริย์ ด้วยค่านิยมในอีกลัทธิหนึ่ง และถูกกวาดล้างจนต้องหนีภัยไปต่างประเทศ ศูลซึ่งรักศากุน พยายามเกลี้ยกล่อมให้หญิงสาวหนีไปด้วยกัน แต่ศากุนไม่ จึงใช้กำลังบังคับ
ธิติตามไปช่วย พร้อมกับลุงพงศ์ชายชรา และตำรวจ ในจังหวะนั้นเองที่นายพงศ์เสี่ยงชีวิต เข้าช่วยเหลือศากุนออกมาได้ แต่ถูกศูลยิงจนบาดเจ็บสาหัส และศูลกับธวัชก็ถูกจับได้

         นายพงศ์จึงเอ่ยปากกับศากุนว่าเขาคือบิดาที่แท้จริงของหญิงสาว เพราะเขาคือ หม่อมเจ้าพงศ์พรหม พรหมกุล ที่หลงรักคุณการะเกด มารดาของศากุนมาก่อน แต่ พี่ชายคือ หม่อมเจ้าพันธุ์พรหม ก็พอพระทัยคุณการะเกดเช่นกันจนเกิดการต่อสู้กันขึ้น และเกิดอุบัติเหตุ ท่านชายพันธุ์พรหมสิ้นพระชนม์ หม่อมเจ้าพงศ์พรหมจึงหายสาบสูญไปจากวัง

          หลังจากนั้น ท่านองค์แดง บิดาของคุณการะเกดได้พาเธอไปพักผ่อนที่ภูเก็ต และคุณการะเกดก็ถูกโจรป่าฉุดไป ก่อนจะกลับมา และตั้งครรภ์จนเป็นที่ครหาว่า ศากุน เกิดมาจาก การฉุดคร่า หาพ่อที่แท้จริงไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว ชายที่ฉุดคุณการะเกดไปในคืนนั้นก็คือ หม่อมเจ้าพงศ์พรหมที่หนีไปใช้ชีวิตเป็นโจรป่าอยู่ที่ปักษ์ใต้นั่นเอง และพอทราบว่า คุณการะเกดเดินทางไปที่นั่น ด้วยความรักจึงไม่อาจหักห้ามใจไว้ได้...

            บัดนี้ ศากุนคือ หม่อมราชวงศ์ศากุน พรหมกุล ผู้มีชาติตระกูล สูงส่ง หาใช้ลูกไม่มีพ่อที่ถูกเหยียดหยามดังแต่ก่อนอีกไม่ ในขณะที่ หม่อมหลวงอันธิกา ผู้สูงศักดิ์ บัดนี้ เธอกลับพบว่าตัวเองตั้งครรภ์กับศูล นักโทษกบฏการเมืองผู้นั้นไปเสียแล้ว!!

          ด้วยความอับอาย อัปยศ หม่อมราชวงศ์นวลอนงค์ มารดาของอันธิกา บากหน้าไปขอให้ธิติ กลับมาคืนดีกับหญิงสาว โดยไม่บอกว่า อันธิกากำลังตั้งครรภ์กับคนอื่น แต่ธิติก็ยินดี แม้จะรู้ใจตัวเองว่า รักอันธิกาอย่างน้องสาว แต่ด้วยความเห็นอกเห็นใจ ในขณะที่เขารู้แล้วว่า ผู้หญิงที่ตนเองรักอย่างสุดหัวใจ ก็คือ ศากุน นั่นเอง แต่บัดนี้ หญิงสาวผู้นั้น กลายเป็น ดอกฟ้าที่สูงส่งเกินกว่าเขาจะเอื้อมถึงไปเสียแล้ว

       แม้จะรู้ว่าทั้ง เขาและศากุน มีหัวใจรักดวงเดียวกันก็ตาม!


         ธิติเอื้อมมือจับมือของศากุนดึงเบาๆให้ลุกขึ้น แต่เมื่อศากุนลุกขึ้นแล้ว ธิติก็มิได้ปล่อย กลับดึงร่างอันบอบบางเข้าไปชิดจนกระทั่งศากุนได้กลิ่นบุหรี่ ระคนกับกลิ่นโอเดอโคโลญจน์อ่อน ระเหยจากตัวของเขา ได้ยินเสียงนุ่มนวลดังอยู่เหนือศีรษะ

   “คนเรานั้น จะให้ได้ทุกสิ่งทุกอย่างครบตามที่เราปรารถนาย่อมเป็นของยาก สิ่งที่ผมตัดสินใจ ผมเชื่อว่าผมตัดสินใจถูกต้องเสมอ แม้จะมีเหตุผลหรือไม่ก็ตาม... เมื่อผมพบคุณศากุนครั้งแรก ผมมีลางสังหรณ์บางอย่างเกิดขึ้นในทันทีว่า นี่แหละคือวิญญาณส่วนหนึ่งที่ขาดหายไป”
       
ศากุนนิ่งเงียบ ไม่ทราบจะโต้ตอบเขาว่ากระไร
        “คุณศากุน รักบ้านธราธรของผมไหม?”
         ศากุนตอบได้แต่เพียง “ค่ะ” คำเดียว...

        ระหว่างการทำหน้าที่สุภาพบุรุษ เพื่อรักษาหน้าให้อดีตคู่หมั้นที่กำลังจะท้องไม่มีพ่อ กับการทำความต้องการของหัวใจตัวเอง กับผู้หญิงที่เขารัก ธิติต้องยอมกลับไปหมั้นและแต่งงานกับอันธิกา เหลือแต่เพียงหม่อมหลวงอันธิกาเท่านั้น ที่จะเป็นฝ่ายตัดสินใจ... เมื่อเธอเองก็รู้ว่าธิติรักกับศากุน

       ผู้หญิงที่เธอเคยดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ และคิดว่าเป็นคู่แข่ง เป็นศัตรูกับตัวเองมาโดยตลอด
        และในที่สุดอันธิกาก็สามารถเอาชนะกิเลส ความอิจฉาริษยาของตัวเองได้สำเร็จ หญิงสาวเลือกที่จะ เป็นฝ่ายเสียสละให้กับธิติ พี่ชายที่แสนดีได้สมความปรารถนาในรักนั้นกับศากุน

        ขอปิดท้ายการรีวิวด้วยประโยคที่ ธิติ ธราธร เอ่ยปากให้คำมั่นกับ ศากุน ภรรยาของเขาในวันวิวาห์ของทั้งคู่ที่ว่า...

 
“ถ้าจะบอกว่ารักคุณศากุน ก็ยังไม่ใกล้เคียงความรู้สึกของผม คุณเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจิตใจ เลือดเนื้อและวิญญาณตลอดจนความคิดของผม คุณจะอยู่ร่วมกับผมเสมอทั้งในความฝันและความจริง”




Create Date : 21 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2556 19:48:30 น. 23 comments
Counter : 2218 Pageviews.

 
มาอ่านรีวิวค่ะ...หนังสือนานมากเลยนะคะ ปีที่พิมพ์ยังไม่เิกิดเลย


โดย: Aneem วันที่: 21 พฤศจิกายน 2556 เวลา:20:43:31 น.  

 
ผู้ชายสมัยก่อน (ในนิยาย) ช่างจิตใจสูงส่งจริงๆค่ะ เสียสละตัวเองเพื่อคนที่ไม่ได้รัก ได้มากกว่าคนที่รักซะอีก อย่างกับพระเวสสันดรมาเกิด


โดย: Sab Zab' วันที่: 21 พฤศจิกายน 2556 เวลา:21:16:57 น.  

 
ชื่อเรื่องคุ้นมากอะค่ะ แต่พออ่านรีวิวจบแล้วตอบได้เลยค่ะว่ายังไม่เคยอ่านแน่นอนเลย


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 21 พฤศจิกายน 2556 เวลา:22:29:45 น.  

 
สำนวนนักเขียนรุ่นใหญ่่ช่าง "จับใจ" จริง ๆ
เรื่องนี้ไ่ม่แน่ใจว่าเคยอ่านหรือเปล่าค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 22 พฤศจิกายน 2556 เวลา:8:58:57 น.  

 
เคยอ่านของนักเขียนท่านนี้ไม่กี่เรื่องค่ะ รู้สึกว่าบางทีก็เกือบๆ จะไปไม่รอด...บางตอนของนิยายบางเรื่องเหมือนมันเอื่อยๆ ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูกค่ะ และชั้นหนังสือยังมีเรื่องหลอนเก็บอยู่ยังไม่ได้อ่าน


โดย: ชบาหลอด วันที่: 22 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:29:15 น.  

 
ยุคกึ่งพุทธกาล น่าสนใจตรงนี้แหละค่ะ


โดย: คุณหนูฤดูร้อน วันที่: 22 พฤศจิกายน 2556 เวลา:13:48:33 น.  

 
เหมือนพล็อตละครเลยนะครับ จากหญิงสาวที่ใครๆก็รังเกียจ แต่เมื่อวันหนึ่งทีความจริงเปิดเผยกลับกลายเป็นว่าเธอเป็นหญิงสูงศักดิ์ กลับกลายมาเป็นอุปสรรคความรักอีกเพราะเธอคือดอกฟ้า แต่สุดท้ายแล้วก็แฮปปี้เอนดิ้งเสมอ...
ปล.ศากุน ชื่อแปลกจัง


โดย: Nat_NM วันที่: 22 พฤศจิกายน 2556 เวลา:16:59:54 น.  

 
ปกเก่าๆ อย่างนี้ขลังดีสวยดีนะฮะ


โดย: Boyne Byron วันที่: 22 พฤศจิกายน 2556 เวลา:17:04:00 น.  

 
งานเีขียนของอาจารย์หม่อม มีเรื่อง อีสา อยู่ในกองดองครับ


โดย: อุ้มสม วันที่: 22 พฤศจิกายน 2556 เวลา:17:59:36 น.  

 
ถ้าเป็นนิยายสมัยนี้ พล็อตแบบนี้ อาจจะจบอีกแบบ … อันธิกาคงไม่ยอมถอนหมั้นไปง่าย ๆ …


โดย: polyj วันที่: 22 พฤศจิกายน 2556 เวลา:20:38:16 น.  

 
เคยอ่านเรื่องนี้ รู้สึกประทับใจกับบุคลิกของนางเอกมาก
รู้สึกว่าช่างนิ่งสงบและเยือกเย็นดีแท้
ดีใจที่ได้อ่านรีริวอีกครั้ง


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 98.201.93.202 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2556 เวลา:6:21:59 น.  

 
เล่มนี้อ่านเมื่อนานมาก ๆ แล้วเหมือนกันค่ะ ค่อนข้างชอบทีเดียว


โดย: แม่ไก่ วันที่: 23 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:56:02 น.  

 
อ่านนานมากแล้วค่ะ และจำอะไรไม่ได้เลย
รู้อย่างเดียวว่า ตอนอ่านน่ะ ยืมห้องสมุดโรงเรียน (สมัยม.ต้น )อ่าน


โดย: Serverlus วันที่: 23 พฤศจิกายน 2556 เวลา:17:27:59 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณหมอก ช่วงนี้ไม่ได้เข้าบล๊อกเลย มีเวลารีบแวะมาทักทายก่อน

เล่มนี้ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ ได้อ่านงานของผู้เขียนน้อยมาก ที่เคยอ่านจะยืมอ่านจากห้องสมุด


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 24 พฤศจิกายน 2556 เวลา:19:21:38 น.  

 
คุณบอล : ขอบคุณมากเลยครับที่แวะเวียนมาทักทายกัน รออ่านรีวิวหนังสือของคุณบอลเช่นกันครับ

คุณServerlus : เรื่องนี้ผมเคยอ่านครั้งแรกตอนดอกหญ้านำมาพิมพ์ใหม่ครับ แต่นานจนเลือนไปแล้วเหมือนกัน พอมาอ่านอีกที ช่วยย้อนความหลังได้ดีมากขึ้นเลยครับ

คุณแม่ไก่ : เท่าที่ทราบ เรื่องนี้เป็นนิยายขนาดยาวเรื่องแรกในชีวิตของผู้เขียนด้วยครับ

คุณนักอ่านรุ่นเก๋า : ชอบลักษณะของศากุนเหมือนกันครับ เป็นคนที่แกร่ง แต่ไม่กระด้าง

คุณ: polyj : เห็นด้วยครับ

คุณBoyne Byron : เป็นปกที่ผมชอบมากๆครับ ดูขลังดี

น้องอุ้มสม : รออ่านรีวิว อีสา พร้อมรวีช่วงโชต จากน้องอุ้มสมเลยนะครับ

คุณNat_NM : เรื่องนี้ ถ้าจำไม่ผิด เคยสร้างเป็นละครด้วยครับ คุณดุ๊ก ภาณุเดช เล่นเป็นธิติ ส่วนศากุน ไม่แน่ใจว่าเป็นคุณลีลาวดี วัชโรบล หรือเปล่า

คุณคุณหนูฤดูร้อน : ถ้าชอบแนวนี้ ผมแนะนำเลยครับ โดยเฉพาะ ใครกำหนด อีสา รวีช่วงโชติ ริษยา และ ขมิ้นกับปูน จะเป็นแนวชีวิตในยุคกึ่งพุทธกาลครับ

คุณชบาหลอด : สำหรับผม เรื่องหลอน เป็นเรื่องที่ฉีกขนบนวนิยาย ภพชาติ ที่น่าจะมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ พอๆกันเลยครับ เรียกว่า ตรงข้ามกับ "เรือนแรม" ที่เป็นงานแนวภพชาติอีกเรื่องของท่านไปเลย

คุณพุด : ผมอ่านตอนแรก ยังไม่อยากเชื่อว่าเป็นนิยายเรื่องแรกของท่านเลยครับ เพราะภาษาสวยงามเหมือนกับมีประสบการณ์เขียนมานานมากเลยครับ

คุณหวานเย็นฯ : ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้มีนำมาพิมพ์ใหม่หรือเปล่านะครับ คิดว่าเพื่อนดีน่าจะนำมาพิมพ์ล่าสุดนะครับ

คุณ: Sab Zab' : เรียกว่าเป็นพระเอกในอุดมคติเลยครับ

คุณAneem : เรื่องนี้เก่าจริงๆครับ เขียนในยุคกึ่งพุทธกาลจริงๆ (พ.ศ. 2500) แต่เล่มที่ผมมีเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2517 ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 26 พฤศจิกายน 2556 เวลา:16:27:42 น.  

 
..สุดยอดจริง ๆ..



โดย: MoJOE IP: 1.46.232.58 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:22:06:08 น.  

 
คุณ MoJOE : เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมชอบมากๆเลยครับ อ่านแล้วได้เห็นภาพในช่วงอดีตสมัยนั้นด้วยฝีมือของผู้ประพันธ์เอกครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 1 มีนาคม 2558 เวลา:15:34:19 น.  

 
อ่านตั้งแต่เรียนอยู่ ม.2 ตอนนนี้ 47 แล้วค่ะ ชอบบทกลอน ขอแชร์ให้เพื่อนที่ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน ...นะคะ


โดย: sutt-chan IP: 1.2.231.230 วันที่: 8 กรกฎาคม 2558 เวลา:11:24:58 น.  

 
คุณ sutt-chan : ด้วยความยินดีครับ เป็นบทกลอนอมตะบทหนึ่งเลยครับ ที่อ่านแล้วให้อารมณ์ความรู้สึกอ้างว้างได้จับใจ และหลายๆคนไม่ค่อยทราบว่าใครเป็นคนเขียน


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 8 กรกฎาคม 2558 เวลา:18:42:09 น.  

 
สวัสดีครับ คุณสามปอยหลวง อ่านรีวิวแล้วอยากอ่านมากครับ

ช่วงนี้เลยลองไปเดินหาซื้อแถวร้านหนังสือเก่า (ตลาดเซพวัน)
ตั้งใจว่าถ้าไม่มีจะกลับไปซื้อร้านหนังสือใหม่
(ที่จังหวัดนครราชสีมามีร้านหนังสือใหญ่มากๆ
เป็นร้านขนาดคลังหนังสือ มีทั้งการ์ตูนและนิยาย
ชื่อร้านสนามหลวงซึ่งมีหนังสือเก็บไว้มาก
ถ้าคุณสามปอยหลวงมาเที่ยวแถบนี้
คงชอบและซื้อหนังสือเป็นตั้งๆแน่)

หลังจากเดินเล่นเรื่อยๆ สุดท้ายเจอลางรักฉบับพิมพ์ปี 36
ไม่เก่ามากแต่ก็เป็นปกแข็งครับ คืนนี้จะลองเริ่มอ่านแล้วครับ :-)


โดย: Jay IP: 223.206.199.183 วันที่: 8 มกราคม 2559 เวลา:8:22:47 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Jay เคยได้ยินชื่อตลาดเซฟวัน ที่โคราช มาจากมิตรนักอ่านเหมือนกันครับ แต่ร้านสนามหลวง เพิ่งเคยได้ยินเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสคงได้ไปเยือนแน่นอนครับ

ลางรัก น่าจะเป็นนวนิยายของ อาจารย์ศรีฟ้า เรื่องแรกในชีวิตของท่านครับ ตอนนี้ผมอ่าน "แม่ม่าย" นิยายในผลงานของท่านอีกเรื่องอยู่เหมือนกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 8 มกราคม 2559 เวลา:8:43:05 น.  

 
เคยอ่านสมัยเด็กๆ ชอบมาก ประทับใจธิติ ตามหาหนังสือมานาน สุดยอด


โดย: ใหม่ IP: 210.1.18.149 วันที่: 19 เมษายน 2560 เวลา:16:08:18 น.  

 
สวัสดีครับคุณใหม่ เรื่องนี้ถือเป็นผลงานเรื่องแรกของผู้เขียนเลยครับ ล่าสุดผมเห็นสำนักพิมพ์ เพื่อนดี นำมาพิมพ์ใหม่ ในชุดผลงานของ อาจารย์ศรีฟ้า ลดาวัลย์ สีฟ้า และจุลลดา ภักดีภูมินทร์ แต่เป็นฉบับปกอ่อน ครับ หน้าปกเป็นภาพวาดสวยมากๆครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 เมษายน 2560 เวลา:13:37:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.