หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
11 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 
รถเมล์สายพระพุทธบาท : ศุภร บุนนาค

เรื่อง : รถเมล์สายพระพุทธบาท
ผู้เขียน : ศุภร บุนนาค
ปีที่พิมพ์ : 2510
สำนักพิมพ์ : คลังวิทยา/เกษมบรรณกิจ
ภาคสมบูรณ์ สามเล่มจบ
หมายเหตุ สำนักพิมพ์เพื่อนดีนำมาจัดพิมพ์ใหม่ พ.ศ. 2553 สองเล่มจบ ราคา 690 บาท (1006 หน้า ไม่รวมภาคผนวก)



    ถ้าจินตวีร์ วิวัธน์ คือนักเขียนที่เป็นเสมือนแรงบันดาลใจสำหรับผมในการสร้างพลอตเรื่องที่ล้ำเลิศในจินตนาการ ศุภร บุนนาค คือแรงบันดาลใจสำหรับการเขียนนวนิยาย ที่เป็นต้นแบบแห่งการใช้สำนวนภาษาที่สละสลวย งดงาม เป็นความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่มีโอกาสได้อ่าน เรื่องสั้น “มิใช่ของตามตลาด” ในหนังสือรวมเรื่องสั้นชุด 100 ปีนักเขียนไทยเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ที่เขียนเป็นเรื่องสั้นสอดแทรกแนวคิดการเลี้ยงดูเด็กด้วยค่านิยมแบบฝรั่งสมัยใหม่กับการเลี้ยงดูแบบไทยๆของคุณย่าคุณยายในยุคนั้นได้อย่างน่ารักน่าชังและชวนคิด ตราบจนมาถึง รถเมล์สายพระพุทธบาท เรื่องนี้

    ชื่อเรื่องรถเมล์สายพระพุทธบาท ดูเหมือนจะธรรมดา และอาจจะไม่สะดุดตา เหมือนกับเรื่องมาสเตอร์พีซของท่านเรื่องอื่น เช่น “แม้ความตายมาพราก”ที่คุณพุดน้ำบุษย์ เพิ่งรีวิวไป หรืองานระดับขึ้นหิ้ง อย่างอมตะนิยายพีเรียด ฟ้าใหม่ – บุญเพรงพระหากสรรค์ แต่นิยายเรื่องนี้ ก็มีความสละสลวยและสนุกแทบไม่ต่างกันเลย ในมาตรฐานของคุณศุภร บุนนาค

    เรื่องนี้ ความจริงตั้งใจจะอ่านให้จบและรีวิวหลายเดือนแล้วครับ แต่เนื่องจากฉบับปกแข็ง มีแค่เล่ม 1 กับเล่ม 3 ขาดเล่มกลางไป โชคดีที่สำนักพิมพ์เพื่อนดีพิมพ์ฉบับสมบูรณ์ออกมา เลยมีโอกาสได้อ่านจนจบและเขียนรีวิวได้ในที่สุดครับ

  “ปีนี้ไปไหว้พระบาทกันไหมจ้ะ” หนุ่มสาวโบราณที่เพิ่งเข้าหอใหม่ๆ เขาถามกันว่าดังนั้น ตัวพระตัวนางอีกหลายเรื่อง ก็คงจะได้ใช้คำถามอันเดียวกันนี้ เป็นมนต์แก้ความกระดากกระเดื่องต่อกันของคืนแรกในเรือนหอ ปูชนียสถานแห่งนี้ในอดีตสมัยที่เป็นรวมแรงศรัทธาประสาทเป็นที่ฝากฝีมือศิลป์ เป็นสถานบันเทิงทัศนา และเป็นแม้แต่แหล่งน้ำผึ้งพระจันทร์ ของหนุ่มสาวแรกวิวาห์

    เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเพิ่งเสร็จสิ้นสงคราม ณ ชุมทางรถเมล์สายพระพุทธบาท นั่นเอง ตัวละครเอก ร้อยตรีจามิกร นายทหารหนุ่มรูปงาม ท่าทางเคร่งขรึมเอาจริงเอาจัง และคุณยายผู้อารีท่านหนึ่งที่เพิ่งเป็นผู้โดยสารร่วมคันรถกัน ทั้งคู่ต่างเดินทางมานมัสการพระพุทธบาทสระบุรี และมีโอกาสพูดคุยสนทนากันอย่างถูกคอ หมวดจามิกร เป็นเด็กวัดที่ยากจนแต่อาศัยความรักดี มุมานะบากบั่นจนเรียนสำเร็จนายร้อยทหารบก มาประจำการอยู่ที่นี่พอดี นายทหารหนุ่มรูปงามเองก็มีหญิงสาวมาติดพันมากมายรวมถึงเขมาวดี ที่เป็นบุตรพ่อค้าที่อาศัยอยู่ในแถบนั้นด้วย ในขณะที่คุณยายเองเดินทางมาจากพระนคร เพื่อมาเยี่ยมหลานสาวที่อาศัยอยู่สระบุรี และถือโอกาสแวะมานมัสการพระบาทเช่นกัน

        ตัวละครทั้งคู่ได้เผชิญหน้ากับตัวละครเอกอีกผู้หนึ่งที่มีสีสันจัดจ้านตั้งแต่เริ่มปรากฏตัวในบทแรกคือ “อีเพา” แม้ค้าวัยรุ่นขายไก่ย่างริมทาง อีเพา ผู้หญิงผมแดงนัยน์ตาสีเขียวประหลาดและวาจาจัดจ้าน ตามประสาแม่ค้าผู้กร้านโลกย์ ซึ่งเกิดความประทับใจนายทหารหนุ่มรูปหล่ออย่างจามิกร ชีวิตของตัวละครทั้งสามคงจะผ่านพบและแยกย้ายกันไปคนละทาง แต่ดูเหมือนว่าจากชุมทางรถเมล์สายพระพุทธบาทจะเป็นเส้นทางเริ่มต้นของชีวิตแต่ละคนให้โคจรมาบรรจบกันอีกครั้งที่พระนคร

       หลังจากนั้นไม่นาน จามิกร มีโอกาสรู้จัก กรพิน นักศึกษาสาวที่มาทัศนศึกษา ร่วมกับกลุ่มเพื่อนๆของเธอ รวมถึงเจ้าน้อยอิ๋น หรือเจ้าอินทรปัตถ์ เจ้าชายแห่งแคว้นชายแดนริมแม่น้ำโขงแห่งหนึ่งที่ติดพันกรพินอยู่ด้วย หญิงสาวเป็นคนสวยงาม ประทับใจนายทหารหนุ่มผู้ไม่เคยมีความรักมาก่อน

   คนนี้แน่แล้วที่เราฝัน
รูปโฉมโนมพรรณหาผิดไม่
น้องเอ๋ยรูปร่างช่างกระไร
นางในกรุงศรีไม่มีเทียม
  ดังพระจันทร์วันเพ็ญผ่องผุด
บริสุทธิ์โอภาสสะอาดเอี่ยม
สองแก้มแย้มเหมือนจะยั่วเรียม
งามเสงี่ยมราศีผู้ดีจริง

       จามิกร เพิ่งรู้ว่า กรพิน คือหลานสาวคุณยายที่เขาได้พบที่พระบาทนั่นเอง กรพิน ต้องอพยพมาอยู่สระบุรี เพราะบิดาต้องภัยทางการเมือง จนมารดาต้องมาเสียชีวิตอยู่ที่นี่ หญิงสาวอาศัยอยู่กับญาติด้วยความอดทน และด้วยปมปัญหาในครอบครัวนั่นเอง ทำให้เด็กสาวแสนสวย กลายเป็นคนพูดน้อย และสร้างกรอบแข็งแกร่งขึ้นปิดกั้นความอ่อนแอ จนดูเหมือนเป็นคนปิดตัวเอง และแข็งกระด้าง หากจามิกรเข้าใจ และด้วยความรักที่มีต่อหญิงสาว รวมถึงจิตใจเอื้ออารีอันเป็นธรรมชาติของชายหนุ่ม เขาสามารถเอาชนะใจกรพิน รวมถึงน้องชายทั้งสองของหญิงสาวได้สำเร็จ ผ่านการช่วยเหลือของคุณยาย ที่เป็นเสมือนหลักพักพิงใจของทุกคน

      ในเวลาต่อมา ปรากฏชื่อดาราภาพยนตร์ชื่อดังเกิดขึ้น ลำเพาพักตร์ ซึ่งมีประวัติที่มาอันน่าสงสาร ตามที่หล่อนพยายาม สร้าง ประวัติชีวิตตนเองขึ้น จามิกร จำหล่อนได้ว่าคือ “อีเพา”ที่เขาพบที่พระพุทธบาทนั่นเอง โดยเฉพาะเมื่อหล่อนใช้มารยาหญิง ไต่เต้ามาเป็น “อนุ”ของท่านนายพล โดยเขี่ยคุณหญิงคนเดิม ทิ้งไปอย่างเลือดเย็น และเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านพักอันหรูหรา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านของคุณยายกรพินนั่นเอง

ลำเพาพักตร์จำจามิกรได้ แม้ว่าตอนนี้หล่อนจะเป็นภรรยา “ท่าน”ซึ่งเป็นเจ้านายของจามิกร แล้วก็ตาม ลำเพาพักตร์ใช้ความเป็นหลังบ้าน กอบโกยทรัพย์สินรวมทั้งสินบนจากบรรดาผู้ที่เข้ามาแสวงผลประโยชน์จากบารมีของสามีตนเอง โดยที่ท่านนายพลเองก็มิได้รู้เรื่องด้วย จนกระทั่ง มีเสี่ยธนบูลย์ซึ่งเป็นอาของเขมาวดี ต้องการประมูลถนนและก่อสร้างอาคารของทหาร ในเขตแดนรอยต่อระหว่าง ไทย กับอาณาจักรของเจ้าอินทร์แปง พระบิดาของเจ้าชายอินทรปัตถ์นั่นเอง จึงเกิดเรื่องขึ้น

        นายธนบูลย์พยายามนำเขมาวดี เข้ามาประเคนให้ “ท่าน” เพื่อกรุยทางสู่ธุรกิจการประมูล เพราะรู้ว่า “ท่าน”แพ้ทางในเรื่องอิสตรี แต่ลำเพาพักตร์ ที่เคยใช้วิธีนี้มาก่อน พยายามเข้าขัดขวางเพราะกลัวว่าตัวเองจะเสียประโยชน์ และด้วยความริษยาในความรักของจามิกรกับกรพิน หล่อนสืบรู้มาว่า เขมาวดี เองสนใจหนุ่มรูปงามอย่างจามิกร มาก่อน แผนการที่จะ ส่งเขมาวดี ไปยั่วยวนจามิกร เพื่อทำให้คู่รักแตกหักกับเขาจึงเริ่มต้นขึ้น

       แต่จามิกร มีความรักและซื่อสัตย์ต่อกรพิน มากกว่า สิ่งที่ลำเพาพักตร์ประเมินมากนัก แผนการที่ว่าจึงไม่ได้ผล ทว่าความรักของสองหนุ่มสาวก็ยังเผชิญกับอุปสรรค อีกมากมาย ทั้งการที่จามิกรถูกส่งตัวไปเข้าอบรมหลักสูตรปรมาณูที่อเมริกา ความห่างไกล แม้จะถูกทดสอบด้วยปัญหาต่างๆ แต่ก็หาได้ทำให้ความรักนั้นขาดสะบั้นลงไม่

     เมื่อกลับมา ทั้งสองตั้งใจจะหมั้นหมายและแต่งงานกัน แต่แล้ว เมื่อเกิดข้อพิพาทระหว่างชายแดน จามิกร ถูกส่งตัวไปรบร่วมกับท่านนายพล โดยหารู้ไม่ว่า ลำเพาพักตร์ ร่วมมือกับกลุ่มขายชาติอย่างนายธนบูลย์และเขมาวดี นำความลับเรื่องรหัสลับและแผนที่ทางยุทธศาสตร์ เอาไปขาย จนเกิดการต่อสู้กันขึ้นและจามิกร ก็ถูกจับตัว

      ข่าวถูกส่งมาถึงกรพิน หญิงสาวแทบหัวใจสลาย ในขณะที่เจ้าอินทรปัตถ์ ส่งคนมารับกรพินให้เดินทางมายังเมืองของตน และวางแผนช่วยเหลือจามิกร โดยกล่อมให้เขมาวดีเป็นไส้ศึก แม้ว่า หญิงสาวจะเป็นยอดหัวใจ แต่ด้วยความรักที่มีต่อกรพิน เจ้าชายหนุ่มยอมเสียสละ หาทางช่วยเหลือคนรักของหญิงสาวจนประสบผลสำเร็จ และชายหนุ่มทั้งคู่ ก็ร่วมกันต่อสู้รบกับข้าศึกจนทุกอย่างประสบผลสำเร็จ

      ในที่สุด จามิกร และกรพิน ก็กลับมาพบกันอีกครั้งพร้อมกับความสุขสมหวังแห่งรัก ส่วนท่านนายพลถูกสอบสวน แม้ว่าท่านจะไม่มีความผิดโดยเจตนา แต่ในที่สุด ด้วยความเป็นลูกผู้ชาย ท่านนายพลตัดสินใจลาออกจากราชการ และไปใช้ชีวิตต่างประเทศ โดยที่ลำเพาพักตร์ซึ่งสำนึกผิดก็ตัดสินใจ ขอติดตามไปรับใช้ท่านด้วย ทั้งที่ ท่านเองก็ไม่เหลือทรัพย์สมบัติใดๆติดกายอีกต่อไป

   ฉากท้ายๆของเรื่อง ย้อนกลับมายังชุมทางรถเมล์สายพระพุทธบาทอีกครั้ง พร้อมกับการเผชิญหน้ากันของอีเพา อดีตแม้ค้าที่โชคชะตาส่งให้กลายมาเป็นคุณหญิง และท้ายสุดโชคชะตาก็เล่นตลกหมุนย้อนพาหล่อนกลับลงมาเป็นเพียงนางลำเพาพักตร์ผู้อนาถา ที่กำลังจะลี้ภัยพร้อมสามีไปต่างประเทศ

 ครั้งนี้หล่อนได้เผชิญหน้ากับ คู่หมั้นหน่มสาวที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ของจามิกร และกรพิน เป็นการปิดฉาก เรื่องราวชีวิตของอีเพาอย่างหมดจดชัดเจนในความหมายแห่งชื่อเรื่องที่เป็นทั้งจุดเริ่มต้นและอวสาน

  ลำเพาพักตร์ยิ้มอย่างที่กรพินเคยเห็นยิ้มอย่างนั้นในดวงหน้าของหล่อนมาก่อน เป็นยิ้มที่น่าสมเพช คืออาการของคนที่ "ปลงตก"แล้วในชะตากรรมของตน หล่อนตอบกรพินเสียงเรียบๆเบาๆ ว่า

  "อย่าห่วงคนอย่างดิฉันเลยค่ะ ห่วงตัวคุณเถิด รีบจับรถเข้ากรุงเสียก่อนค่ำ ดิฉันน่ะ ไม่มีใครอยากจะเอาไปทำอะไรแล้ว ดิฉันรู้จักที่นี่หมดทุกหัวเลี้ยว ไปเถอะค่ะ ขอให้คุณทั้งสองมีแต่ความสุข ความทุกข์ยากอย่าได้มารู้จักแผ้วพานเลย"

   จามิกรกับกรพินมองดูรถคันนั้นแล่นเลี้ยวหายไปในกลุ่มฝุ่นสีแดง จามิกรพบหล่อนครั้งแรกในหมอกฝุ่นตรงนี้ บัดนี้ก็จากกันในหมอกฝุ่นที่ตรงนี้อีก ทางเดินของคนนี้ช่างแปลกกันนี่กระไร ทุกคนมีกรรมเป็นของตนเองทั้งสิ้น คำว่า "วิบาก" คือผลแห่งกรรมนั้นมีจริง และกรรมนั้นเป็นเครื่องจำแนกสัตว์ให้ต่างกันโดยแท้


   เนื้อเรื่องขนาดความยาวไม่ต่ำกว่าพันหน้า เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมาย แน่นอนว่าต้องใช้เวลาอ่านอยู่ไม่น้อย และสำนวนภาษาที่เก็บทุกรายละเอียด พริ้งพรายด้วยวรรณศิลป์ของผู้ประพันธ์ ทำให้มิอาจอ่านอย่าง “ข้าม”ไปได้เหมือนกับนิยายบางเรื่อง แต่ก็หาได้ทำให้เกิดความน่าเบื่อหน่ายอย่างใดไม่ ตรงข้าม กลับเป็นความรื่นรมย์และดื่มด่ำกับการอ่านเป็นอย่างยิ่ง

เป็นที่น่ายินดี ที่นวนิยายของคุณศุภร บุนนาค ได้รับการนำมาพิมพ์ใหม่อีกครั้งโดยสำนักพิมพ์เพื่อนดี สำหรับผมแล้ว นวนิยายของท่าน เป็นต้นแบบของนักเขียนรุ่นปัจจุบันหลายท่าน และเป็นหมุดหมายหนึ่งของนักอ่านระดับหนอนหนังสือ ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

สุดท้าย เป็น “คำนำ”ในหนังสือฉบับพิมพ์ใหม่ ของ ศ ดร. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล ทายาทของท่าน ที่บอกเล่าที่มาของนวนิยายเรื่องนี้ได้อย่างน่าสนใจเลยขอนำมารวมไว้ด้วยกันครับ และล่างสุดคือ ปกของสำนักพิมพ์เพื่อนดี โดยฝีมือภาพวาดของ อ.ฟารุต สมัครไทย ครับ










Create Date : 11 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2556 11:30:52 น. 18 comments
Counter : 2819 Pageviews.

 
เรื่องยาวมาก พอพิมพ์ใหม่ราคาเลยสูงมากไปด้วย
น่าอ่านค่ะ แต่ต้องรอหลายอย่าง--


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา:12:52:32 น.  

 
ภาษาสวยมากเลยครับ สองเล่มจบอ่านจนตาแฉะกันเลยทีเดียว แถมยังราคาแรงอีก


โดย: Nat_NM วันที่: 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา:15:04:47 น.  

 
ชื่อเรื่อง 'รถเมล์สายพระพุทธบาท' ดูจะธรรมดา ๆ และไม่สะดุดตาจริง ๆ ล่ะค่ะอาจารย์

แต่... ปกของเพื่อนดีสวยมาก ๆ เลยค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา:15:10:46 น.  

 
ชื่อเรื่องฟังดูธรรมดา แต่ชอบอ่ะครับ // ตอนนี้อยากอ่านอมตนิยายพีเรียดของท่านเรื่องฟ้าใหม่มากเลยครับ


โดย: อุ้มสม วันที่: 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา:16:27:27 น.  

 
เป็นเส้นทางที่ยาวมากเลยค่ะ่...พันกว่าหน้าแบบนี้...

อยากลองอ่า่นบ้างค่ะ ปกใหม่สวยดีค่ะ ในมือนางเอกเธอถือกะหรี่ปั๊พใช่หรือเปล่า...ของดีเมืองสระบุรี ในฐานะที่เป็นคนสระบุรี...สักวันจะหามาอ่านให้ได้ค่ะ


โดย: Aneem วันที่: 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา:18:59:27 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วขนลุกซู่ๆ ยังไงไม่รู้ค่ะบอกไม่ถูก ถ้ามีโอกาสคงได้อ่านค่ะ แต่เล่มหนาเหลือเกิน


โดย: ชบาหลอด วันที่: 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา:19:38:51 น.  

 
เล่มนี้เล็งๆในงานมหกรรมหนังสือแล้วค่ะ แต่ไม่ได้ซื้อเพราะกองดองสูงมากค่ะ แถมยังมีแม้ความตายมาพรากดองไว้ด้วยค่ะ เลยรอก่อนดีกว่า อ่านรีวิวแล้วชอบนะคะ น่าจะมีอารมณ์เจ็บจี๊ดๆพอดู


โดย: Sab Zab' วันที่: 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา:21:42:09 น.  

 
งั้นงานสัปดาห์หนังสือคราวหน้า จะตามไปสอยที่บูทอักษรโสภณละ


โดย: Serverlus วันที่: 12 พฤศจิกายน 2556 เวลา:23:05:16 น.  

 
เรื่องนี้เคยอ่านเมื่อตอนเด็กมาก ๆ จนแทบจำเนื้อเรื่องไม่ได้เลย ได้มาอ่านรีวิวแล้วถึงค่อยฟื้นขึ้นมานิด ๆ ในความทรงจำ อยากอ่านซ้ำอีกรอบหนังสือก็ไม่อยู่แล้ว

ขอบคุณที่หยิบยกมาเล่าต่อได้ละเอียดลออค่ะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 13 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:09:35 น.  

 
ลงชื่อชอบนะคะ


โดย: jackfruit_k วันที่: 13 พฤศจิกายน 2556 เวลา:12:00:37 น.  

 
มีอยู่แล้วล่ะค่ะ แต่ยังไม่ได้หยิบมาอ่านสักทีค่ะ


โดย: pichayaratana วันที่: 13 พฤศจิกายน 2556 เวลา:22:54:59 น.  

 
เริ่มอ่านแล้วไปไม่รอดครับอาจารย์ 55


โดย: เมฆชรา วันที่: 14 พฤศจิกายน 2556 เวลา:13:47:01 น.  

 
ยาวได้ใจค่ะ
ตอนนี้เอาแม้ความตายมาพรากขึ้นมาซุกอยู่ใต้เตียงค่ะ
จะได้อ่านตอนไหนยังไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน
ช่วงนี้ติดหนังสือโรมานซ์มากๆ


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 15 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:01:59 น.  

 
คุณพุด : ราคาสูงจริงๆครับ แต่ก็หนาสะใจเหมือนกันครับ

คุณ Nat_NM : คุณศุภร เป็นนักเขียนที่มีภาษาที่สวยมากเลยครับ

คุณ หวานเย็นผสมโซดา : ผมชอบปกทั้งสองแบบเลยครับ สวยคนละสไตล์เลยครับ

น้องอุ้มสม : ฟ้าใหม่เป็นเรื่องที่สนุกและละเมียดละไมมากเลยครับ อ่านแล้ว ต้องต่อด้วย "บุญเพรงพระหากสรรค์" ที่เป็นยุคสร้างกรุงในเวลาต่อมาครับ

คุณAneem : รูปปกตอนแรกผมนึกถึงลำเพาพักตร์ถือถาดใส่ไก่ย่างครับ แต่มาดูอีกทีก็ไม่ได้ผมแดง ตาเขียว และของในถาดก็ไม่เหมือนไก่ย่างเสียด้วย เลยไม่รู้ว่าหมายถึงนางเอกหรือเปล่า?

คุณ ชบาหลอด : คิดว่าคุณชบาหลอดน่าจะชอบครับ

คุณSab Zab' : ลองอ่านแม้ความตายมาพรากก่อนก็ได้ครับ ถ้าชอบสไตล์ของคุณศุภรแบบเรื่องนั้น ผมแนะนำเรื่องนี้ต่อเลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน จามิกร ก็มีใจรักมั่นไม่ต่างกับเจ้าใจเพชร ในเรื่องนั้นเลยครับ

คุณ Serverlus : ยกมือเชียร์สนับสนุนเลยครับ ผมเห็นฟ้าใหม่ ก็นำมาพิมพ์ใหม่ด้วย เรื่องนั้นก็สุดยอดไม่แพ้กันเลยครับ

คุณแม่ไก่ : เป็นเรื่องที่ผมใช้เวลาอ่านนานมาก แต่ถ้านานที่สุดและอิ่มเอมที่สุด น่าจะเป็น "ฟ้าใหม่"ครับ หนาสะใจเหมือนกันเลยครับ

คุณ jackfruit_k : เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ คิดว่างานของศุภร เป็นงานเขียนในดวงใจของนักอ่านหลายท่านเลยครับ

คุณพิช : ลองดูนะครับ ให้อารมณ์ละเมียดละไม ของงานเขียนรู่นครูเลยครับ

คุณตูน : เรื่องนี้ให้อารมณ์อบอุ่น ละเมียดละไมครับ แต่ความหนาก็เอาเรื่องเลยครับ

คุณอิส : 555 เรื่องนี้ต้องใช้เวลาในการ "ละเลียด"มากเลยครับ แถมต้องมีเวลาอ่านให้ต่อเนื่องกันอีกด้วยถึงจะได้อรรถรสของการบรรยายชนิดละเอียดละออ ผมเองก็เกือบไม่จบเหมือนกันครับ อาศัยมีเวลาช่วงเย็นๆตอนปิดเทอม นั่งอ่านไปเรื่อยๆครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 18 พฤศจิกายน 2556 เวลา:18:17:12 น.  

 
เพิ่งอ่านเรื่องปาริชาตลวงจบไป ติดใจภาษาเลยครับ สละสลวยมาก แต่เรื่องนั้นแอบรำคาญพระเอกนิดหน่อย555 อ่านรีวิวเรื่องนี้แล้วน่าอ่านครับ จะหามาครอบครองสักวัน ตอนนี้เก็บตังค์ก่อนครับ555


โดย: Pong IP: 27.55.167.27 วันที่: 11 เมษายน 2559 เวลา:13:12:38 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Pong : ปาริชาตลวง น่าจะเป็นนิยายเรื่องแรกๆ ของผู้เขียนครับ ผมชอบสำนวนคุณศุภร มากเหมือนกันครับ เป็นสำนวนที่ละเมียดละไม เวลาอ่านงานของท่าน ต้องมีเวลา สำหรับการดื่มด่ำ ไปกับสำนวนภาษา อย่าง "ฟ้าใหม่" ใช้เวลาอ่านไม่ต่ำกว่าเดือนเลยครับ ค่อยๆเก็บอ่านไปเรื่อยๆ แต่เป็นระยะเวลานานที่มีความสุขมากเลยครับ
อีกเรื่องที่กำลังอ่านอยู่ แล้วชอบมาก คือ "เกลียวทอง" ครับ ใช้ฉากอาณาจักรทางใต้ของเราครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 12 เมษายน 2559 เวลา:8:45:30 น.  

 
อาจารย์เคยอ่านเรื่องรสลินหรือยังครับ เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจมากๆเลยครับ


โดย: Pong IP: 124.122.190.82 วันที่: 16 กันยายน 2559 เวลา:16:32:47 น.  

 
คุณ Pong เรื่องรสลิน มีในครอบครองแล้วครับ แต่เล่มหนามากเลยครับ เลยต้องเก็บไว้ก่อน
ก่อนหน้านี้ เริ่มอ่าน "เกลียวทอง" ไปเหมือนกันครับ ท่าทางน่าจะสนุก ไม่แพ้ รถเมล์สายพระพุทธบาทเลย เสียดาย ที่ไม่มีเวลาอ่านอย่างต่อเนื่องเลยหยุดชะงักไป คิดว่า นวนิยายของคุณศุภร ต้องให้เวลาสำหรับการละเลียดอ่านพอควรเลยครับ แต่ก็ตั้งใจว่าจะหาเวลาอ่านให้จบให้ได้ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 20 กันยายน 2559 เวลา:9:02:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.