|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 |
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
29. มนัสชื่น : ก.ศยามานนท์
เรื่อง : มนัสชื่น ผู้เขียน : ก.ศยามานนท์ สำนักพิมพ์ : แพร่พิทยา ปีที่พิมพ์ : 2501 เล่มเดียวจบ
 ก.ศยามานนท์ หรือ คุณกาญจนา ศยามานนท์ เป็นเจ้าของผลงานนิยายเยาวชน อย่าง “จ้อนกับแดง” และ นิยายรักพาฝันหลายเรื่อง เช่น กำไลประดับเพชร ที่สำนักพิมพ์เพื่อนดี นำมาจัดพิมพ์ใหม่ เช่นเดียวกับ รมดี ผลงานนิยายเรื่องแรกในชีวิตของท่าน
ก.ศยามานนท์ ได้สร้างผลงานไว้เป็นจำนวนมาก มีสำนวนภาษา เรื่องราว ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของท่าน รวมถึงฉากส่วนใหญ่ มักจะเป็นจังหวัดชายทะเล โดยเฉพาะชลบุรี ศรีราชา อันเป็นภูมิลำเนาเกิดของท่านอีกด้วย +++++++++++++++++++++++++ สำหรับ มนัสชื่น เรื่องนี้ ก็เช่นเดียวกัน บอกเล่าเรื่องราวของสาวน้อยนัยน์ตาสวยมนัสชื่น สิรินทร์ ซึ่งกำพร้าทั้งบิดา และมารดา คือคุณสมิต และคุณ ชมนาด ที่จากไป แต่ เธอก็แวดล้อมด้วยเพื่อนสนิท และแม่บ้านที่เอื้ออารี อย่างป้าสมร ป้าอ้วน ที่คอยดูแล เธอมาตั้งแต่เด็กด้วยความรัก และความห่วงใยอย่างบริสุทธิ์ใจ
มนัสชื่น มีเพื่อนชายคนสนิทคืออารัณย์ อาพันธกร บุตรชายของคุณอรุณี ที่แม้ความสัมพันธ์จะเป็นเพื่อนมาเนิ่นนาน แต่เขาเองก็หลงรักมนัสชื่น มาโดยตลอด หากเด็กสาวก็ยังไม่อาจล่วงรู้หัวใจของตัวเอง จึงคงความเป็นเพื่อนเอาไว้เหมือนเดิมไปก่อน อารัณย์ แม้จะเรียนจบทางวิศวะ แต่เขาก็มีความสามารถในการวาดรูปอย่างสวยงาม น่าประทับใจ
รวมถึงกลุ่มเพื่อนๆ อย่าง วนิดา ดนัย และสามสาวฝาแฝด อันประกอบด้วย อาบศรี อ่อนศรี และอร่ามศรี ที่แวะเวียนมายัง บ้านศิลาลาย บ้านแสนสวยน่ารักริมทะเลบางแสนของเธออยู่เป็นประจำ
ทุกอย่างคงดำเนินไปอย่างปกติสุข ถ้าหากว่า เธอไม่ได้รับจดหมายจากคุณลุง ที่ไม่เคยติดต่อกันมาก่อนเลย มนัสชื่นทราบแต่ว่านายสมิต สิรินทร์บิดาของเธอภายหลังจากตัดขาดจากครอบครัว มาแต่งงานกับคุณชมนาด เขาก็สร้างเนื้อสร้างตัวเพียงลำพัง จนประสบความสำเร็จ มีธุรกิจ และบ้านพักทั้งที่ชลบุรีและกรุงเทพฯ นับเป็นมรดกตกทอดมาถึงมนัสชื่นเป็นจำนวนมหาศาล
ตราบจนเด็กสาวได้รับรู้ว่า เธอยังมีคุณลุงที่ชื่อพระยาศุภกรไมตรี พี่ชายของบิดาเธออยู่ด้วย! +++++++++++++++++++++ การมาเยือนของพระยาศุภกร และ นิธิวดี ลูกสาวแสนสวย รวมถึง รังรักษ์ สุริยกานต์ เพื่อนชายของเธอ กลับกลายเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต เมื่อพระยาศุภกร มีจุดมุ่งหมายเลวร้ายที่จะยึดครองมรดกของมนัสชื่นเป็นของตัวเอง เพราะท่านเองก็ใช้จ่ายจนไม่เหลือเงินทองใดๆ นอกจากหนี้สิน ขณะที่นิธิวดี ผู้เย่อหยิ่งและทะนงในความสวย ก็คิดว่า มนัสชื่น คงจะเป็นเพียงเด็กกะโปโลโง่งม ที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย
ดังนั้น เมื่อได้พบเด็กสาวที่ร่าเริงสดใส ทำให้เธอออกจะผิดคาดไปไม่น้อย และที่สำคัญ ความสดใสงดงามของเด็กสาว กลับทำให้ รังรักษ์ หันไปสนใจ มนัสชื่นแทน
พระยาศุภกร วางแผนการ มาเป็นอย่างดี เขาสร้างความเกลียดชังให้เกิดกับบรรดามิตรสหายของ มนัสชื่น จนทุกคนล่าถอยจากไปด้วยความเข้าใจผิด ยกเว้น อารัณย์ ที่มองเห็นเจตนาร้ายที่แฝงอยู่ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยน เหมือนคุณลุงที่แสนดี อย่างที่มนัสชื่น กำลังคิดอยู่
เด็กสาวผู้จิตใจใสซื่อแสนบริสุทธิ์หลงดีใจ เมื่อได้พบคุณลุงและพี่สาวนิธิวดี โดยไม่ได้สังหรณ์ใจเลยสักนิดเดียว แม้แต่เมื่อท่านเอ่ยปากชักชวนให้เธอไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วยกัน จนทำให้ มนัสชื่นยอมตอบตกลงอย่างยินดี แม้อารัณย์จะพยายามพร่ำเตือนเธอด้วยความห่วงใยหวังดีสักเพียงใด แต่กลายเป็นว่า ทำให้ ทั้งสองมีเรื่องผิดใจกันไปแทน
ความน้อยใจ ทำให้เขาจำต้องจากเธอมา และเป็นครั้งแรกที่มนัสชื่น เริ่มรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว เมื่อเห็นว่าอารัณย์หายตัวไปจากเธอไป แต่ด้วยทิฐิมานะ ทำให้ เธอหันไปหาคุณลุง และเดินทางมาอยู่ที่บ้านของท่านที่กรุงเทพฯ แทนบ้านศิลาลายอันอบอุ่น ที่เคยอยู่มาตลอดชีวิต ++++++++++++++++++++++++ ที่กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรนี่อง ที่แผนการเลวร้ายได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ พระยาศุภกร วางแผนชวนให้มนัสชื่นร่วมลงทุนในธุรกิจของบิดา โดยเสนอชื่อคุณหญิงราศรี และสุจริต ลูกชาย ให้รู้จักกับมนัสชื่น คุณหญิงเองก็อยู่ในสภาพ “ถังแตก” ไม่ต่างกับ พระยาศุภกร ส่วนสุจริต ที่ไม่สุจริตสมชื่อ ก็เป็นชายหนุ่มเสเพล ซ้ำยังเสแสร้ง เป็นคนเอาอกเอาใจมนัสชื่น จนทำให้เด็กสาวหลงคิดว่า เขาเป็นคนมีนิสัยอ่อนโยน ช่างเอาใจ แตกต่างจากอารัณย์ ที่นิสัยโผงผาง เจ้าอารมณ์ จนทำให้สาวน้อยมีจิตใจเอนเอียงไปทางสุจริตอยู่ไม่น้อย
ยิ่งต่อมา เมื่อความเข้าใจผิดมากขึ้น เมื่อเธอเห็นอารัณย์ สนิทสนมกับ อาบศรี แฝดสาวคนพี่ เมื่อสุจริตมาขอหมั้นหมาย เธอจึงยอมตกลง และตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกัน โดยการสนับสนุนของพระยาศุภกร ตัวร้าย ที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก จนสามารถฮุบสมบัติมาเป็นของตัวเองได้สำเร็จ
และเมื่อนั้นเอง มนัสชื่นเริ่มตาสว่าง มองเห็นความเลวร้ายของลุงตัวเอง และสุจริต ในเวลานั้น รังรักษ์ สุริยกานต์ เพื่อนชายของนิธิวดี เกิดความสงสาร เขาพยายามหาทางช่วยเหลือ และปรับความเข้าใจให้เธอกับ อารัณย์อีกครั้ง รังรักษ์สารภาพว่าเขาไม่ได้รักนิธิวดีเลย ทำให้หล่อนโกรธแค้น และต้องการจะทำลายเขา จึงแอบมาที่บ้าน และนำปืนมายิงรังรักษ์ แต่กระสุนพลาดไปถูก มนัสชื่นเสียก่อน
ในเวลานั้น เมื่ออารัณย์เดินทางมาหาเธอที่บ้านพอดี และถูกเข้าใจผิดว่า เป็นคนยิงมนัสชื่น ซ้ำยังหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาอีกด้วย
แต่ความจริง อารัณย์ เห็นนิธิวดี เข้าพอดี เขาจึงเข้าไปจัดการจับเธอเอาไว้ และเพื่อช่วยเหลือ มนัสชื่น หญิงสาวที่เขาหลงรักเธอสุดหัวใจ อารัณย์จึงรีบนำเรื่องนี้ ไปต่อรองกับพระยาศุภกร เพื่อแลกกับการคืนทุกอย่างให้กับมนัสชื่น ++++++++++++++++++++++ พระยาศุภกร ไม่ต้องการให้นิธิวดี ติดคุก จึงต้องจำยอมตามข้อแลกเปลี่ยนของชายหนุ่ม และเมื่อนั้นเอง ทุกอย่างก็กลับคืนมาสู่ มนัสชื่นอีกครั้ง
เด็กสาวรับรู้หัวใจของตัวเองแล้ว หล่อนรักอารัณย์มาตลอด และครั้งนี้ หล่อนต้องการพบเพื่อปรับความเข้าใจกับเขา มนัสชื่นเดินทางกลับมาชลบุรีอีกครั้ง แต่พบว่า อารัณย์ล่องเรือออกไปกลางทะเล และเรือล่มเขาสูญหายไปไม่ต่างกับเสียชีวิตไปแล้ว!
หัวใจของเด็กสาวแหลกสลาย เมื่อรู้ว่าความรักได้หลุดลอยไปแล้วพร้อมกับชีวิตของอารัณย์ แม้ว่า เพื่อนๆจะคอยปลอบโยนจนคลายความทุกข์ลง และเวลาผ่านไปอย่างเนิ่นช้า จนวันหนึ่งมนัสชื่นเดินไปที่ริมทะเลด้วยอารมณ์อันน้อยใจพร้อมช่อดอกไม้ในมือ
เหตุไฉนท้องทะเลอันเป็นที่รักถึงได้ทารุณนัก ในค่ำคืนวันนั้น พรากยอดรักของหล่อนไปได้ลงคอ เจ้าแม่สามมุขก็ได้ชิงชังหล่อนเสียแล้ว ไม่โปรดปรานี คืนอารัณย์มาให้แม้แต่เพียงซากศพของเขา “อารัณย์จ๋า” หล่อนพูดกับความว่างเปล่า “นี่น่ะคือดอกไม้ที่เราได้หลงรักมันมาด้วยกัน มันคือเครื่องหมายแห่งความทรงจำอันหวานชื่นของเรา ฉันได้นำมาให้เธอแล้ว รับไว้สิ จูบมันเหมือนอย่างที่ฉันจูบฝากไปยังเธอ”
แต่แล้ว อารัณย์ ก็ปรากฏตัวขึ้นราวปาฏิหาริย์! เขารอดชีวิตจากเรือล่ม และมีเรือมาช่วยไว้ได้ทัน แต่กว่าจะเดินทางกลับมาถึงบ้านศิลาลายเพื่อพบมนัสชื่น เขาก็ต้องรอเวลาจนเรือเดินทางมาส่ง
และแล้ว เรื่องราวของเด็กสาวกับชายหนุ่มคนรัก ที่กว่าปากกับหัวใจ จะตรงกัน ก็ดำเนินมาถึงบทอวสานอันแสนหวานในที่สุด +++++++++++++++++++ มนัสชื่น เป็นนวนิยายรักแสนหวาน ในยุคกึ่งพุทธกาลอีกเล่มหนึ่ง ของ ก.ศยามานนท์ที่น่าจะพิมพ์เพียงแค่ครั้งแรกและครั้งเดียวครับ
| Create Date : 22 ตุลาคม 2568 |
| Last Update : 22 ตุลาคม 2568 10:13:23 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 379 Pageviews. |
 |
|
|
|
|
|
BlogGang Popular Award#21
|
|
ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต
เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร
ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน
ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน
คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม
คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน
คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน
คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ
จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต | | |