หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2557
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
1 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 
ฝ้ายแกมแพร : กฤษณา อโศกสิน

เรื่อง : ฝ้ายแกมแพร
ผู้เขียน : กฤษณา อโศกสิน
ปีที่พิมพ์ : 2516
สำนักพิมพ์ : ประพันธ์สาส์น
สองเล่มจบ



        ฉากแรกของนวนิยาย ฝ้ายแกมแพร เริ่มต้นบนขบวนรถไฟสายกรุงเทพ-เชียงใหม่ ระหว่างหญิงสาวแสนสวยท่าทางโก้เก๋และเฉลียวฉลาด กับชายหนุ่มรูปงามที่พรั่งพร้อมด้วยรสนิยมการแต่งกายและบุคลิก ทั้งสองต่างแนะนำตัวซึ่งกันและกันด้วยมิตรภาพที่กำลังจะสานต่อไปสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต...
หล่อน... ทิพยางศุ์ ดิสการ ผู้หญิงที่เขาทราบว่า เป็นทายาทสาวเพียงคนเดียวของ คุณนายทองแสง มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยแห่งฟ้าบางกอก
เขา... ธงฉาน วันประกาศ ทายาทเพียงผู้เดียวของ นักธุรกิจพ่อม่ายและเจ้าของที่ดินมากมายมหาศาลของนายธวัช วันประกาศ

    ทว่า... ในความเป็นจริงแล้ว หล่อนเป็นเพียง นางสาวจารวี เด็กสาวกำพร้าที่อยู่ในอุปการะของนางทองแสง มารดาของทิพยางศุ์หรือคุณแอ้ และมีหน้าที่คอยเป็นเพื่อนเล่นกึ่งพี่เลี้ยงให้กับคุณแอ้ เท่านั้นเอง คุณนายทองแสงช่วยส่งเสียให้หล่อนได้เล่าเรียนจนจบเลขานุการมาได้และช่วยทำงานธุรกิจแทนเธอ ส่วนการเดินทางมาเชียงใหม่ในครั้งนี้ เป็นการเดินทางมาทำงานติดต่อเอกสารให้กับนางทองแสงเท่านั้นเอง

    ส่วนเขา ทมนัย สายัณห์ยุทธ์ ก็เป็นเพียงคนงานที่นายธวัชนำมาอุ้มชูอุปการะและส่งเสียให้เล่าเรียนจนจบปริญญา และคอยดูแลลูกชายหัวแก้วหัวแหวน... ธงฉาน วันประกาศ ชายหนุ่มรุ่นน้องไม่ต่างกับพี่เลี้ยง หาใช่ทายาทที่แท้จริงไม่

      ทั้งสอง เป็นเสมือนฝ้ายเนื้อหยาบหนาราคาถูก ที่พยายามจะแปรสภาพ ยกระดับตนเองให้ขึ้นสู่ความเป็นแพรเนื้อดี ด้วยแรงแห่งความทะเยอทะยาน ความโลภ ความฝันใฝ่ในสิ่งที่ตนเองต่างก็ขาดมาตลอดชีวิต

      เมื่อความจริงปรากฏ ทมนัย จึงมุ่งเป้าไปยังทิพยางศุ์ หญิงสาวผู้อ่อนแอ ปวกเปียกและไม่เคยคิดอะไรเป็นเลย หญิงสาวพึ่งพาแต่ จารวี เป็นที่ปรึกษาทุกอย่าง เมื่อได้มาเจอชายหนุ่มรูปงามที่มีแต่ตัวอย่างทมนัย และรู้จักชั้นเชิงของการเอาอกใจสตรีเพศ ทิพยางศุ์จึงตกสู่กับดักที่เขาวางเอาไว้โดยไม่อาจล่วงรู้

      ในขณะที่จารวีก็เบนเป้าหมายมายังหนุ่มเพลย์บอยที่รูปร่างหน้าตาไม่ได้เรื่องอย่าง ธงฉาน ชายหนุ่มผู้นั้นเป็นคนสำมะเลเทเมา วันๆเอาแต่ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย ทั้งสุรา นารี และการพนัน จนนายธวัชเอง ยังต้องคอยพึ่งพาทมนัย ให้คอยดูแลธงฉาน ไม่ต่างกับเป็นบิดาคนที่สอง เขามีข้อดีเพียงข้อเดียวที่จารวี ต้องการ
         นั่นคือเงิน!

     และสิ่งนั้นที่จะฉุดหล่อนให้พ้นจากปลักตมของความยากจนที่จารวี เผชิญหน้ากับมันมาทั้งชีวิต หล่อนเกลียดมัน และรู้ดีว่าทมนัย ก็ไม่ต่างกันกับหล่อน เขาจึงพาตัวเข้ามาตีสนิทกับทิพยางศุ์ ทั้งคู่ต่างรู้เช่นเห็นชาติซึ่งกันและกัน แต่ไม่แสดงออกให้คนรอบข้างรับรู้ เพราะมีผลประโยชน์ที่ต่างไขว่คว้าเหมือนกันนั่นเอง

      ธงฉานตกหลุมรักความสวยงามและมารยาของจารวี ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจแต่งงานกับเธอ เช่นเดียวกับ ทิพยางศุ์ ที่ยอมขัดใจมารดาเป็นครั้งแรก แต่งงานกับทมนัย ทั้งที่คุณนายทองแสง มองเห็นว่า ว่าที่ลูกเขยคนนี้ ต้องการเข้ามาปอกลอกเงินทองจากเธอ

      เกมระหว่าง “ฝ้าย” ที่พยายามเข้าแปรผสมกับ “แพร” หาได้ยอมหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันไม่ ในเมื่อท้ายที่สุด ต่างก็ได้รู้เห็นในธรรมชาติอันแท้จริงของอีกฝ่าย

       เมื่อหมดความเสน่หา ธงฉานเริ่มรู้สึกว่า จารวีเป็นผู้หญิงที่ฉลาดเกินไป หล่อนเข้ามาจัดการทุกอย่างในชีวิต แม้แต่ทำให้พ่อของเขาเห็นดีเห็นงามไปกับหล่อน และยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนด้อยค่า เข้าทุกขณะ และในเวลาเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ว่า จารวี ไม่ได้รักเขาเลย หล่อนต้องการปอกลอกเงินทองจากเขามากกว่า

       ทมนัย ไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตกับคุณแอ้... ทิพยางศุ์เลย หล่อนไม่ใช่ผู้หญิงในเสป็คของเขาสักอย่างเดียว ผู้หญิงอ่อนแอที่ไม่สามารถตัดสินใจใดๆให้กับชีวิตได้ และคร่ำครวญแต่ความสุขสบาย เมื่อถึงวันที่เขาตัดสินใจย้ายออกจากบ้านของคุณนายทองแสง มารดาของเธอ เขาตระหนักขึ้นมาแล้ว ว่าความสุขที่แท้จริง มันไม่ได้มาจากการได้เป็นมหาเศรษฐี หรือแต่งงานกับผู้หญิงรวยๆ บางที... ความสุขที่เคยเกิดขึ้น มันอาจจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เหมือนกับที่เขาเคยเผชิญกับมันมาแล้วครั้งหนึ่ง...
       บนทางรถไฟสายเหนือเส้นนั้น!

         ท้ายที่สุดแล้ว ชีวิตครอบครัวของทั้งสองคู่ก็ล่มสลาย เมื่อค้นพบความจริง จารวีหย่ากับธงฉาน และปล่อยชายหนุ่มเสเพลผู้นั้นให้กลับเข้าไปอยู่ในวังวนของชีวิตว่างเปล่า ไร้สาระเหมือนเดิม หล่อนตระหนักว่า ตนเองยังมีมันสมองและสองมือ ที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จด้วยตัวเอง ไม่ใช่การเกาะใครเพื่อก้าวขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดนั้น

         และทมนัยกับทิพยางศุ์ก็หย่าขาดจากกันเช่นกัน เขาค้นพบหัวใจตัวเองแล้วว่าอยู่ที่ใด ทมนัย ลาออกจากการเป็นลูกจ้างของนายธวัช เริ่มต้นงานใหม่ของตนด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง และเขาก็กลับไปหาผู้หญิงที่เขารักอย่างแท้จริงอีกครั้ง...

        ฉากสุดท้ายของฝ้ายแกมแพร คือฉากบนขบวนรถไฟสายกรุงเทพ เชียงใหม่ เหมือนบทแรก ระหว่างสองหนุ่มสาวที่ต่างถอดหน้ากากของตัวเองออก เหลือแต่ความเป็นตัวตนที่แท้จริงและเผชิญหน้ากันเพื่อหาคำตอบของหัวใจ

   “เหมือนกับที่คุณแต่งกับคุณแอ้ใช่ไหม?”
   “ก็เหมือนกับที่คุณแต่งงานกับคุณธงนั่นแหละ” เขาย้อนทันที “คุณได้บทเรียนเท่าไหร่ ผมก็ได้บทเรียนเท่านั้น... แต่ถึงยังไงผมก็ไม่เสียใจ เพราะผมไม่ได้แต่งด้วยหัวใจ...”
    “ค่ะ... คุณดีดลูกคิดก่อนแต่ง...”
   “แล้วมันก็พัง...”
เขาพูดเนิบๆ สีหน้าสลดลง
     “ดีค่ะ ฉันอยากให้มันพังสักหน...คนอย่างฉันเป็นคนประเภทอวดดี ถ้าไม่พังเสียมั่ง ก็อวดดีว่าเก่งอยู่ร่ำไป”
  “คุณได้อะไรบ้างจากความพัง”
   “ก็คุณล่ะ?”
      “ผมน่ะหรือ ผมได้ค่าทางใจแทนราคาทางวัตถุ... ได้ความรู้สึกหนักแน่นแทนความฉาบฉวย แล้วก็ได้...วิธีดำเนินชีวิตอีกบ้างเล็กน้อย...”

        สำนวนของกฤษณา อโศกสิน เป็นสำนวนที่เฉียบคม ด้วยการใช้ภาษาอย่างมีวรรณศิลป์ และแทรกข้อคิดผ่านตัวละครต่างๆได้อย่างละเมียดละไม แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นนิยายเชิงพาฝันที่อ่านด้วยความรื่นรมย์ก็ตาม

           ท้ายที่สุดผมขอนำภาพและข้อมูลประวัติย่อๆ ของผู้เขียนในยุคนั้นที่ลงในปกหลังของหนังสือเล่มนี้มาประกอบ รวมถึงภาพปกที่สำนักพิมพ์เพื่อนดี นำมาจัดพิมพ์ใหม่อีกครั้งในปัจจุบัน เผื่อเพื่อนนักอ่านผู้สนใจจะได้หยิบยืมซื้อหามาอ่านได้ครับ






Create Date : 01 ตุลาคม 2557
Last Update : 1 ตุลาคม 2557 18:19:00 น. 14 comments
Counter : 4166 Pageviews.

 
ตอนนี้กำลังสะสมงานของกฤษณา อโศกสินอยู่เลยค่ะ
อ่านรีวิวเรื่องนี้แล้วก็เก็บเข้า wishlist เลย
ขอบคุณมากค่าา


โดย: มุลิลาวิฬาร์มาเลศ วันที่: 2 ตุลาคม 2557 เวลา:5:18:08 น.  

 
มาอ่านรีวิวครับ เรื่องนี้อยังไม่เคยอ่าน
งานของอ.กฤษณา ต้องเลือกอ่านเป็นเรื่องๆไป บางเรื่องหนักเกินไป เคยอ่านเรื่องหนึ่งยังไม่ถึง 60 หน้าเลย จอดสนิทเลยครับ...


โดย: Nat_NM วันที่: 2 ตุลาคม 2557 เวลา:17:01:36 น.  

 
เพิ่งอ่าน รสรักปักอุรา จบไปครับ


โดย: อุ้มสม วันที่: 2 ตุลาคม 2557 เวลา:17:16:44 น.  

 
เรื่องนี้ชอบค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 4 ตุลาคม 2557 เวลา:12:19:23 น.  

 
สวัสดีค่า มาอ่านรีวิวค่ะ ^^

เหมือนเคยเป็นละครรึเปล่า ไม่แน่ใจค่ะ คุ้นๆจัง
เนื้อเรื่องสนุก น่าคิดด้วยค่ะ

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่า



โดย: lovereason วันที่: 5 ตุลาคม 2557 เวลา:12:09:03 น.  

 
เล่มนี้เคยอ่านเมื่อนานมาก ๆ แล้วค่ะ จนแทบจะจำเนื้อหาไม่ได้เลย ได้มาอ่านรีวิวนี้ช่วยฟื้นความทรงจำได้เป็นอย่างดี

ที่คุณสามปอยหลวงถามที่บล็อกเรื่องเนื้อนางนั่น เคยอ่านแล้วค่ะ แต่ความร้ายของนางเอกเรื่องนี้กับนางเอกเรื่องหลังคาใบบัวจะแตกต่างกันค่ะ
คิดว่าภายใต้นามปากกากัญญ์ชลา ผู้เขียนท่านจะเขียนถึงคนในระดับกลาง ๆ ค่อนไปทางล่าง ๆ หน่อย อย่างเรื่องฝันกลางฤดูฝน หรือเสื้อสีฝุ่น เรื่องหลังคาใบบัวก็ประมาณนั้นค่ะ
ขอบคุณสำหรับรีวิวงานเขียนเก่า ๆ แต่คลาสสิคสม่ำเสมอนะคะ ชอบมากค่ะ ได้บรรยากาศ อารมณ์หวนหาอดีตดี (ฮ่า...ตามประสาคนสูงวัย )


โดย: แม่ไก่ วันที่: 6 ตุลาคม 2557 เวลา:10:48:03 น.  

 
คุณ : มุลิลาวิฬาร์มาเลศ : เรื่องนี้เป็นงานยุคต้นๆของท่านครับ ออกแนวพาฝันหน่อยๆ แต่ก็รับประกันความสนุกและบทสนทนาที่คมคาย น่าอ่านครับ

คุณNat_NM : ไม่รู้จะเรื่องเดียวกันหรือเปล่านะครับ ของผมที่อ่านไม่รอดซะที คือ "ขุนหอคำ" ครับ ทั้งที่จบ เวียงแว่นฟ้า กับ หนึ่งฟ้าดินเดียวไปแล้ว แต่ต่อเรื่องนี้ไม่ยอมจบ

น้องอุ้มสม : รออ่านรีวิวอีกครั้งนะครับ เรื่องนี้น่าอ่านมาก

คุณพุด : เป็นเรื่องที่อ่านเพลิน น่าติดตามมากครับ

คุณนุ่น : เรื่องนี้เคยสร้างเป็นละครโทรทัศน์ช่องสามครับ ที่ผมเคยดู ถ้าจำไม่ผิด คุณจริยา รับบท จารวี คุณกรรชัย รับบท ธงฉาน ส่วนทมนัย น่าจะเป็นคุณจักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ ครับ

คุณแม่ไก่ : ผมสังเกตว่า งานในนามปากกากัญญ์ชลา จะเกี่ยวข้องกับอาชีพ โดยเฉพาะชนชั้นล่างอย่าง อวล ในไฟทะเล ก็เป็นชีวิตชาวประมง รอบรวงข้าว ก็เกี่ยวข้องกับ ชาวนา หรือเสื้อสีฝุ่น ก็เป็นเรื่องของกรรมกร ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 7 ตุลาคม 2557 เวลา:18:38:48 น.  

 
ผมชอบเรื่องนี้มากครับ ชอบกลวิธีการเปิดเรื่อง และรายละเอียดของตัวละคร
อีกเรื่องที่รู้สึกคล้ายๆและชอบมากๆๆคือเลื่อมสลับลาย


โดย: allreddy IP: 94.23.252.21 วันที่: 8 ตุลาคม 2557 เวลา:13:16:21 น.  

 
ชอบแนวเรื่องของคุณกฤษณานะคะ แต่บางเรื่องนี่รู้สึกเนือยๆ เกินไป อย่างล่าสุดเพิ่งอ่านเสื้อสีฝุ่น (2 เล่มจบ) เพิ่งอ่านได้แค่เล่มเดียวด้วยความเนือยๆ คือช่วงแรกๆ ของนิยายที่อ่านนี่สนุกมากเลยค่ะ บรรยายกระชับ แต่พอกลางๆ เล่ม 1 เริ่มรู้สึกเนือยๆ ยังไงไม่ทราบ แต่ก็จะอ่านให้จบเรื่องนั่นละค่ะ เพราะอยากรู้ความเป็นไปของตัวละคร โดยเฉพาะอวล จอง และคุณกริบ
ปล. ไม่เกี่ยวกับฝ้ายแกมแพรเลย ขออภัยนะคะ อิอิ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 8 ตุลาคม 2557 เวลา:14:35:29 น.  

 
คุณหมอภูมิ : เสียดายเรื่องเลื่อมสลับลายยังไม่มีโอกาสได้อ่านจริงๆจังๆซะทีเลยครับ เคยชมแต่ละคร สมัยที่คุณลินดา เล่นเป็นพาไล กับ คุณรัชนู เล่นเป็นปิ่นปัก ยังจำได้ว่าบทของตัวละครเอกสองคนนี้โดดเด่นมากเลยครับ

คุณชบาหลอด : เสื้อสีฝุ่นยังไม่ได้อ่านเลยครับ นามปากกากัญญ์ชลา ผมมีโอกาสได้อ่านแค่ รอบรวงข้าว กับ ชาวกรง สองเรื่องเองครับ สำหรับเรื่องนี้ (ฝ้ายแกมแพร) รับรองความเข้มข้น ตั้งแต่ต้นจนจบเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 9 ตุลาคม 2557 เวลา:8:42:52 น.  

 
เรื่องที่ผมอ่านแล้วไม่รู้เรื่องเลยคือ "สะพานข้ามดาว" ครับ อ่านแล้วงง

ส่วนเรื่อง ขุนหอคำสนุกดีครับผมชอบ แม้ว่าเรื่องภาษาอาจจะอยากอยู่สักหน่อยแต่พอเดาได้ และด้วยว่าผมอ่านต่อเนื่องกันทั้ง 3 เล่ม มันเลยทำให้อยากรู้เรื่องราวต่อไป เลยรู้สึกสนุกครับ


โดย: Nat_NM วันที่: 6 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:50:54 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Nat ถ้าอ่านครบชุดล้านนาแล้ว ต้องต่อ นางพญาหลวง เล่มบางๆอีกเล่มครับ เข้าเซ็ตพอดีเลยครับ

สะพานข้ามดาว เคยเห็นเป็นตอนๆในนิตยสารสกุลไทยในอดีตครับ ยังไม่มีโอกาสอ่านเต็มซะที รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องทางการเมืองผสมอยู่ด้วย เรื่องนี้เคยสร้างเป็นละครช่องเจ็ดด้วยครับ พระเอกน่าจะเป็นคุณสัญญา คุณากร ส่วนนางเอกคือคุณธิดา ธีระรัตน์ (ขออภัยถ้าจำนามสกุลผิด)ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 6 พฤศจิกายน 2557 เวลา:18:35:40 น.  

 
อยากให้กลับมาสร้างละครอีกค่ะจักรกฤษกัยจริยาเป็นนักแสดงนำตอนรั้นมีกรรชัยเป็นธงฉาน


โดย: แอม IP: 182.232.59.160 วันที่: 9 มกราคม 2560 เวลา:16:56:15 น.  

 
สวัสดีครับคุณแอม : เรื่องนี้อ่านแล้วสนุกมากเลยครับ ตอนนั้นมีโอกาสได้ดูเช่นกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 10 มกราคม 2560 เวลา:8:52:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 67 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.