หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
28 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
คุ้มคำพญา : จินตวีร์ วิวัธน์

เรื่อง : คุ้มคำพญา
ผู้เขียน : จินตวีร์ วิวัธน์
ปีที่พิมพ์ : 2539 (พิมพ์ครั้งที่ 2)
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
สองเล่มจบ



          คุ้มคำพญา เป็นนวนิยายในสไตล์กอธิค อีกเรื่องหนึ่งของคุณจินตวีร์ วิวัธน์ ที่นำตำนานพื้นบ้านทางภาคเหนือ มาผสมผสานกับกลิ่นอายลึกลับของปราสาทโบราณตะวันตก ได้อย่างลงตัวและสนุกสนานไม่แพ้นวนิยายเรื่องอื่นๆของผู้เขียนคนเดียวกันเลย

          เรื่องราวเริ่มต้นจากเด็กสาวกำพร้ายากจน นาม มุกมณี มธุสริน หลังจากมารดาเสียชีวิตลงและคนรักตีตัวออกห่าง จู่ๆ เธอก็ได้รับการติดต่อจากทนายประจำตระกูล ณ เชียงขวัญ แจ้งให้ทราบว่า มุกมณี คือทายาทสายตรงเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของคุ้มพญา และต้องเดินทางไปรับมรดกทั้งหมดที่คุ้มแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเชียงขวัญ อันเป็นรอยต่อบนสุดทางภาคเหนือกับชายแดนพม่า

          ระหว่างการเดินทางบนรถไฟนั้นเอง หญิงสาวได้รู้จักกับชายหนุ่ม นามภุชพล เป็นอาจารย์สอนภาษาไทยที่ จังหวัดเชียงขวัญ ภุชพลเล่าให้ฟังว่า รวินทร์ เพื่อนของเขาก็เสียชีวิตลงอย่างเป็นปริศนาที่บริเวณคุ้มคำพญา และก่อนจากกัน ชายหนุ่มได้มอบตระกรุดเป็นเครื่องรางป้องกันตัวไว้ให้หญิงสาว

       การเดินทางมายังคุ้มคำพญาซึ่งตั้งอยู่บนม่อนแถนคำ ระหว่างเส้นทางนั้นเอง หญิงสาวได้พบเหตุการณ์มหัศจรรย์ นั่นคือ ผาหินขนาดใหญ่อันเป็นเชิงผาที่ตั้งคุ้มคำพญา มีอาการเหมือนจะโอนอ่อนแล้วเอนทับลงมาหาหล่อนได้ราวกับมีชีวิตขึ้นเอง

        เบื้องหน้าของหล่อนขณะนี้ เสมือนภาพในเทพนิยายที่เป็นความจริงขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ หน้าผาหนึ่งขาวโพลน เป็นประกายในแสงแดดยามเช้าปราศจากต้นไม้สักต้น มันตัดตรงแหน็วตั้งฉากกับพื้นดิน แตกต่างกับด้านอื่นที่เขียวครึ้มชอุ่มด้วยแมกไม้รกทึบของป่าอันบริสุทธิ์
ยกเว้นแต่ตรงยอดผานั้น มีหินงอกย้อยยื่นชะเงื้อมออกมาจากหน้าผาตัดตรงดูราวกับเพิงศิลาขนาดมหึมา และบนส่วนที่ยื่นเหยียดออกไปนั่นเอง เป็นที่สถิตของสิ่งก่อสร้างอย่างหนึ่งใหญ่โตสง่างาม
คฤหาสน์บนหน้าผาชัน

       นี่หรือคือคุ้มคำพญา?

         ถัดจากแนวคุ้มคำพญาออกไป คือ แนววงเวียนศิลา ที่โดดเด่นกลางสายตาของหล่อน เนื่องจากมีศิลาประธานสีดำสนิท รายล้อมด้วยก้อนหินสีเทาอมนวลขาวอีกเก้าก้อน มุกมณีพบว่า ก้อนหินทั้งเก้าล้อมรอบศิลาดำเอาไว้ เหลือเพียงตำแหน่งเดียวที่ว่างอยู่ ราวกับมันขาดหายก้อนที่สิบไป อย่างเป็นปริศนา...

           และเมื่อมาถึงคุ้มคำพญานั่นเอง หญิงสาวจึงได้พบกับเจ้าประกายคำ และเจ้าลุงคำสิงห์ ประกายคำเป็นญาติห่างๆที่ดูแลคุ้มคำพญาแห่งนี้แทนเจ้าย่าคำฟ้าหยาดธิดาองค์เดียวของเจ้าคำอินทร์ผู้เป็นปู่ทวด และเจ้านางฟ้าหยาด ตามประวัติดั้งเดิม เจ้าคำอินทร์ลี้ราชภัยมาจากอาณาจักรรัฐฉานและมาตั้งคุ้มคำพญาขึ้น เล่าลือกันว่า ท่านทำสัญญากับพญาแถนคำ ซึ่งเป็นวิญญาณมหาภูต โดยแลกทรัพย์สมบัติมหาศาลสำหรับก่อตั้งคุ้มนี้ กับดวงวิญญาณของตนเอง

         เจ้าคำอินทร์มีธิดาองค์เดียวคือเจ้าคำฟ้าหยาดซึ่งเป็นมารดาของเมืองอินทร์ พ่อของมุกมณีนั่นเอง หญิงสาวจึงทราบว่า ในอดีต เมืองอินทร์ได้เสียกับมณี มธุสริน สาวใช้ของคุ้มพญาและชวนกันหนีหายสาปสูญไปและมณีก็ปกปิดความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของเธอไว้โดยตลอด เจ้าประกายคำมีลูกสองคนคืออินทร์ศร และอินทร น้องชายที่หน้าตาบอกบุญไม่รับ นอกจากนี้สมาชิกในคุ้มยังมี บัวแก้ว ภรรยาอินทร์ศร พญายังมีทิพจันทร์ หลานของคำสิงห์ที่มีท่าทางชอบพอกับอินทรรวมอยู่ด้วย หญิงสาวรู้สึกประหลาดกับท่าทียินดีจนออกนอกหน้าของทุกคนที่ได้เห็นหล่อน รวมถึงความโล่งอกบางอย่าง และท้ายที่สุดที่หล่อนไม่ทันสังเกตเห็นคือความรู้สึกเวทนา...

          คืนวันนั้นหล่อนพบว่ากระเป๋าเสื้อผ้าถูกค้น และตระกรุดที่ภุชพลให้มาหายไปอย่างลึกลับ ก่อนที่มุกมณีจะฝันประหลาดถึงเสียงเรียกให้ก้าวออกไปยังม่อนแถนคำอันเป็นที่ตั้งของวงเวียนศิลาประหลาด แต่โชคดีที่ คำสิงห์และอินทรเข้ามาขัดจังหวะไว้ได้ก่อน

         ภุชพลพยายามพาตัวเองเข้ามาหา เพื่อหาทางช่วยเหลือหญิงสาว ชายหนุ่มรู้จักพระธุดงค์รูปหนึ่งซึ่งเป็นผู้มอบตะกรุดนั้นให้กับเขาเอง ท่านได้เตือนให้เขาคอยระมัดระวังตัวและหญิงสาวมาใหม่ผู้นี้ รวมถึง “วาระที่ใกล้สิ้นสุด”ที่กำลังจะมาถึง

        เหตุการณ์ลึกลับยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลางราตรีกาล หล่อนนิมิตเห็นก้อนหินทั้งเก้าก้อนเปลี่ยนร่างเป็นสตรีเลอโฉมร่ายระบำอยู่รอบ แท่นศิลาประธานสีดำ ที่กำลังจะแปรเปลี่ยนใครอีกผู้หนึ่ง ซึ่งกวักมือเพรียกหาก้อนหินก้อนที่สิบ หากมุกมณีก็ตื่นขึ้นเสียก่อน หญิงสาวสืบทราบภายหลังว่า ก้อนหินทั้งเก้าคือชายาของปู่เจ้าแถนคำ ที่ถูกคำสาปกลายร่างเป็นหิน เหลือเพียงชายาองค์ที่สิบ ที่หนีรอดไปเกิดใหม่ด้วยอำนาจของมหาฤาษีตนหนึ่ง แต่ก็ทำให้ปู่เจ้าแถนคำพิโรธมาก พยายามรอคอยหานางมานับพันปี เพื่อให้มาอยู่ร่วมกัน และสถาปนาอาณาจักรของปู่เจ้าขึ้นมาใหม่

          และแล้วการปรากฏตัวอย่างประหลาดของเจ้ามหากาวิล แห่งคุ้มมหากาวิล หนุ่มใหญ่ท่าทางประหลาด เขาพยายามจะพิชิตใจหญิงสาว ด้วยทรัพย์สมบัติ และรูปร่างหน้าตา แต่มุกมณีก็หาได้สนใจไม่ จนในที่สุด เมื่อวันคืนสิบห้าค่ำมาถึง ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สุกสกาว หล่อนพบว่าตัวเอง ถูกพามายังคุ้มมหากาวิล ก่อนที่ความจริงทุกอย่างจะปรากฏ

        ม่อนแถนคำแห่งนี้คืออาณาจักรเวียงแถนคำอันยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติมหาศาล และเจ้ามหากาวิลก็คือปู่เจ้าแถนคำนั่นเอง

        “เวลาผ่านไปเนิ่นนานมาแล้ว ถึงสองพันปี อาณาจักรของข้าเป็นโยนกยุคแรกเริ่มที่สุด ก่อนหน้าที่ผู้ใดจะจดจำรำลึกได้ สิงหนวัติที่ว่าเป็นต้นวงศ์โยนกนครนั้น แท้จริงเป็นรุ่นอนุชนห่างจากยุคสมัยของข้าเนิ่นนานนัก

        เวียงแถนคำตั้งอยู่ตรงนั้น ก่อนที่สิงหนวัติจะอพยพมาสร้างบ้านแปลงเมือง เขารับเอาลัทธินับถือแถนฟ้าไปจากพวกของข้า ชื่อปู่เจ้าแถนคำที่พวกเขาเคารพนับถือกันนักก็คือชื่อของข้าเอง!”

        เจ้ามหากาวิลจำแลง นำพาร่างของมุกมณีกลับมาสู่วงเวียนศิลา ณ ที่นั้น เจ้าประกายคำที่ตกอยุ่ในอำนาจมืดกำลังสวดมนต์เพื่อรอคอยทำพิธีสำคัญอยู่

       นั่นคือการสังหารชีวิตหล่อนให้ดับดิ้นลง สังเวยต่อปู่เจ้าแถนคำ เพื่อแลกกับคุ้มคำพญาเป็นเดิมพัน!!

       ด้วยอำนาจสะกดอันร้ายแรง ปราศจากเครื่องคุ้มภัยใดๆ มุกมณี หยิบกริชเล่มนั้นขึ้นเงื้อสูงเพื่อจ้วงแทงร่างของตนเองเป็นเป้าหมาย
หยุด!

          แต่แล้วประกาศิตของผู้ขัดขวางก็เกิดขิ้นในช่วงเวลาสำคัญนั้นพอดี พร้อมกับร่างของพระภิกษุชรา ที่ก้าวเข้ามาทันท่วงที
มหาฤาษี ผู้เคยปลดปล่อยชายาองค์ที่สิบหรือมุกมณีในภพปัจจุบัน ให้หลุดพ้นจากอำนาจของพญาแถนคำมาแล้วนั่นเอง

       แล้วการปะทะกันของผู้ทรงมหิทธานุภาพก็เกิดขึ้น ฝ่ายหนึ่งด้วยความโลภในอำนาจ และความยิ่งใหญ่ ในขณะที่ฝ่ายบรรพชิต ก็เพื่อช่วยเหลือหญิงสาวผู้นั้นให้หลุดพ้นจากห้วงชะตากรรมด้วยใจอันการุณย์

       และธรรมะก็ชนะอธรรม์!

       พญาแถนคำพร้อมกับชายาทั้งเก้านาง ถึงกาลดับสูญลง ก่อนที่สายฟ้าจะผ่าลงมากลางม่อนแถนคำ ลานวงเวียนศิลาเหล่านั้นแตกสลายเป็นภัสม์ธุลีไปในที่สุด

 
         หญิงสาวฟื้นคืนสติขึ้น พร้อมกับเห็นหน้าภุชพลที่กำลังมองดูด้วยความห่วงใย ชายหนุ่มเป็นผู้ติดตามพระภิกษุเพื่อมาช่วยเหลือหล่อนไว้ได้ในนาทีวิกฤตินั่นเอง

         ส่วนเจ้าประกายคำก็สิ้นชีวิตลง เมื่ออำนาจมืดที่ครอบงำอยู่ดับสูญไปพร้อมกัน... พร้อมกับดวงวิญญาณของเจ้าปู่ทวดคำอินทร์ ที่วิญญาณไม่ได้ไปผุดเกิด คอยวนเวียนอยู่ในคฤหาสน์คุ้มคำพญา ก็ได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระ

         จริงๆแล้วในนิยายขนาดเกือบเจ็ดสิบตอนเล่มนี้ยังมีรายละเอียดและปมลึกลับชวนสงสัยอีกมากมายแต่ขออนุญาตเล่าเฉพาะประเด็นหลักๆสำหรับการรีวิวไว้แค่นี้แล้วกันนะครับ

ปล รูปที่นำมาลงของผมเองเป็นฉบับปกอ่อนครับ
ส่วนรูปที่ลงตอนท้าย เป็นรูปฉบับปกแข็ง รวมพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2528 ผมนำมาจากเว็บขายหนังสือเก่า ร้านนายขรรค์ครับ




Create Date : 28 ตุลาคม 2556
Last Update : 28 ตุลาคม 2556 19:27:10 น. 21 comments
Counter : 3016 Pageviews.

 
70 ตอนนี่คงหนาเอาการเลยนะคะ แต่เชื่อฝีมือผู้เขียนค่ะว่าเอาอยู่ ไว้มีโอกาสคงได้อ่านงานของจินตวีร์ วิวัธน์ (ปกติเป็นคนกลัวเรื่องเร้นลับ ผีๆ หลอนๆ อะไรทำนองนี้ค่ะ บรื๋อออ)


โดย: ชบาหลอด วันที่: 28 ตุลาคม 2556 เวลา:19:52:20 น.  

 
เรื่องนี้ผมมีฉบับปกแข็งครับ แต่ก็รอทาง Groove เอามาพิมพ์ใหม่เหมือนกันครับ อิอิ


โดย: Lek IP: 27.145.158.76 วันที่: 29 ตุลาคม 2556 เวลา:0:17:39 น.  

 
ถ้ามีโอกาสจะหาหนังสืออ่านสนุกอย่างนี้มาอ่านบ้างค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 29 ตุลาคม 2556 เวลา:8:14:52 น.  

 
หนังสือที่ Groove เอามาพิมพ์ใหม่ ราีคาสูงพอควรเลย
เลยยั้ง ๆ ตัวเองไว้ก่อน....

แต่เดี๋ยวสักพัก คงต้องขอลองงานของ จินตวีร์ บ้างสักทีละค่ะ อ่านมาหลายรีวิวแล้ว ....ชักอยากอ่าน


โดย: Serverlus วันที่: 29 ตุลาคม 2556 เวลา:9:19:07 น.  

 
เรื่องลึกลับแบบนี้น่าอ่านมาก หาอ่านยาก รอทาง สนพ.กรูฟจัดพิมพ์ใหม่นะครับ


โดย: Nat_NM วันที่: 29 ตุลาคม 2556 เวลา:10:08:46 น.  

 
ลงชื่อชอบค่ะ


โดย: jackfruit_k วันที่: 29 ตุลาคม 2556 เวลา:18:10:36 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านเลยครับ ...แต่แอบหน้าแตกอีกแล้ว ... เรียกเรื่องนี้ว่า "คุ้มคำผญา" มาตลอด

ป.ล. ได้รับทวารบถ แล้วนะครับอาจารย์


โดย: อุ้มสม วันที่: 29 ตุลาคม 2556 เวลา:18:34:11 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วชอบค่ะ สนใจจะอ่านเลย
สงสัยคงต้องรอฉบับพิมพ์ใหม่
แต่ราคา คงแรงเอาเรื่องเลย


โดย: จิตหลอน วันที่: 29 ตุลาคม 2556 เวลา:21:27:37 น.  

 
แค่อ่านรีวิวยังสนุกมากเลยค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 29 ตุลาคม 2556 เวลา:21:44:41 น.  

 
สวัสดีค่า อาจารย์หนุ่ม ^^
เรี่องนี้เคยได้ยิน แต่ไม่เคยอ่านเลยค่ะ
เคยทำเป็นละครด้วยมั๊ยคะ

น่าอ่านดีแต่คงหาอ่านยากแล้วนะคะ

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่า



โดย: lovereason วันที่: 29 ตุลาคม 2556 เวลา:23:16:45 น.  

 
เอ๊ะ! อ่านรีวิวแล้วทำไมเรื่องมันคุ้นๆ จังเลยค่ะ เหมือนจะเคยอ่าน สงสัยต้องกลับไปดูทีห้องสมุดมหา'ลัยอีกสักที ^^


โดย: คุณหนูฤดูร้อน วันที่: 31 ตุลาคม 2556 เวลา:18:39:52 น.  

 
คุณชบาหลอด : เป็นเรื่องที่อ่านสนุก วางปมชวนสงสัยให้เราติดตามไปจนจบเรื่องเลยครับ

คุณ Lek : โชคดีจังเลยครับ เรื่องนี้ผมเองก็พยายามหาปกแข็งมาสะสม แต่หาไม่ได้เลยครับ

คุณพุด : ถ้าคุณพุดชอบแนวอย่าง "ภูตพระจันทร์" เรื่องนี้เป็นสไตล์คล้ายๆกันครับ

คุณ Serverlus : เรื่องนี้ผมไม่แน่ใจว่าทางกรูฟวางแผนจะพิมพ์เมื่อไรครับ ได้ข่าวแต่เรื่องบ้านศิลาทราย ที่เป็นแนวคล้ายกันครับ

คุณ Nat_NM : แนะนำ "บ้านศิลาทราย"ที่กรูฟน่าจะพิมพ์ออกคราวหน้าเลยครับ

คุณ jackfruit_k: เป็นเรื่องที่ผมชอบมากเรื่องหนึ่งเลยครับ ในนิยายกอธิคของคุณจินตวีร์ นอกจากบ้านศิลาทรายแล้ว ก็มีคฤหาสน์ดำ แล้วก็เรื่องนี้เลยครับ

น้องอุ้มสม : รออ่านรีวิว วังไวกูณฑ์นะครับ เรื่องนี้ลุ้นให้คุณหมอพงศกร นำมาพิมพ์ใหม่เหมือนกันครับ เพราะเรื่องราวสนุก และฉบับปกอ่อนก็หายากทุกทีแล้วครับ

คุณจิตหลอน : ฉบับปกอ่อนที่ผมมี ราคา 300 ครับ ไม่แน่ใจว่าของรวมสาส์นยังมีหรือเปล่า งานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมาผมเห็นแต่เรื่อง ม่อนมนต์ดำ กับ ศตวรรษสวาท ครับ

คุณSab Zab' : สนุกจริงๆครับเรื่องนี้

คุณนุ่น : เป็นเรื่องที่ผมว่ายังไม่มีโอกาสสร้างเป็นละครเลยครับ แต่ถ้าเป็น "มายาพิศวาส" ของคุณจินตวีร์ นิยายกอธิค ผสมคตินิยายของกรีก เรื่องนั้น ทำเป็นละครสองครั้งครับ

คุณคุณหนูฤดูร้อน : นิยายเก่าๆของจินตวีร์ ผมมีโอกาสได้อ่านจากห้องสมุดเหมือนกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 1 พฤศจิกายน 2556 เวลา:7:50:12 น.  

 
คล้ายภูตพระจันทร์มากครับ แต่แอบชอบภูตพระจันทร์มากกว่า สัตว์ประหลาดเยอะดี แหะๆ เรื่องนี้คุณจินตวีร์เอาตำนานสโตนเฮนจ์มาใส่เป็นวงเวียนศิลาได้แนบเนียนมากครับ


โดย: allreddy IP: 203.170.164.226 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2556 เวลา:13:15:16 น.  

 
อ่านรีวิวได้ทบทวนความจำไปด้วย สนุกดีค่ะ ชอบเรื่องภูตพระจันทร์ ชอบตั้งแต่ชื่อเรื่อง ตอนอ่านสมัยเด็กๆ รู้สึกว่าคนเขียนเข้าใจผูกเรื่องจัง


โดย: ชามินต์ IP: 125.24.177.14 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2556 เวลา:16:26:04 น.  

 
ปกแลดูน่ากลัวจังค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 2 พฤศจิกายน 2556 เวลา:20:18:44 น.  

 
คุณหมอภูมิ : ผมก็ชอบภูตพระจันทร์ เช่นกันครับ ชอบตำนาน พญาเงี้ยวคำ ในเรื่องมาก เสียแต่บทพระเอกในเรื่องนั้นส่วนใหญ่เป็นเจ้าชายนิทรา เสียเยอะหน่อย แต่ปมหน้าผากรูปจันทร์เสี้ยวนี่ลุ้นมากเลยครับ

คุณหวานเย็น ปกอ่อนจะดูน่ากลัวครับ แต่ปกแข็งจะออกสไตล์ กอธิค ดีครับ

คุณชามินต์ : สนุกทั้งสองเรื่องเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 3 พฤศจิกายน 2556 เวลา:15:02:50 น.  

 
ชอบค่ะ


โดย: sunny (สมาชิกหมายเลข 900731 ) วันที่: 5 พฤศจิกายน 2556 เวลา:0:18:08 น.  

 
คุณ sunny : เป็นเรื่องของคุณจินตวีร์ ที่สนุกมากๆเรื่องหนึ่งเลยครับ รอลุ้นให้นำกลับมาพิมพ์ใหม่ครับ


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2556 เวลา:7:33:41 น.  

 
มี อยู่ 6 เรื่อง 
ราคา x000 บาท ต่อรองได้ ส่งฟรี
มาแต่หิมพานต์ ปกครบ
กึ่งหล้าบาดาล ปกครบ
ผาโหงพราย ปกครบ
เสกอสูรกาย ปกครบ
อุโมงค์มาร ปกเล่ม 1 ไม่มีเล่ม 2 มี
วังไวกูณฑ์ ปกเล่ม 1 ไม่มีเล่ม 2 มี
แถม คุ้ม คำพญา ปกแข็ง เล่ม1 เล่ม 2 หาเอง
***หาก ตกลงราคานี้ไม่ต่อรอง ผมแถม คุ็มคำพญา ปกอ่อน กับ สาง สีทอง
มายาลวง
ไม่แยกขาย ครับ สนใจ ดูรูป เพิ่มเติม ได้ครับ 
****niner.123@hotmail.com


โดย: ปล่อย ของ IP: 111.84.98.11 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2556 เวลา:18:33:16 น.  

 
เรื่องนี้เคยอ่านมานานแล้วค่ะ แต่ก็จำแทบไม่ได้แล้วเหมือนกันค่ะ
เราไม่เคยทราบเรื่องราวประมาณนี้(ตำนานของพญาแถนคำ)มาก่อนเลยค่ะ เห็นว่าอยู่ทางภาคเหนือ แต่ทำไมจึงคิดถึงบั้งไฟพญานาคก็ไม่ทราบนะคะ อืม เรื่องนี้ได้กลิ่นอายของตำนานเก่าๆนะคะ


โดย: พราว IP: 124.121.85.231 วันที่: 10 ตุลาคม 2557 เวลา:19:11:22 น.  

 
สวัสดีครับคุณพราว ตำนานเกี่ยวกับบั้งไฟและพญาแถน มีทั้งทางเหนือและอีสานเลยครับ เรื่องนี้สนุกมาก รอให้สำนักพิมพ์กรู๊ฟนำมาพิมพ์ใหม่อยู่เหมือนกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 12 ตุลาคม 2557 เวลา:12:55:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.