หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กันยายน 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
6 กันยายน 2558
 
All Blogs
 
รุ่งอรุณ : ก.สุรางคนางค์

เรื่อง : รุ่งอรุณ
ผู้ประพันธ์ : ก. สุรางคนางค์
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2512
เล่มเดียวจบ



ในที่สุด นวนิยายซีรีย์ชุดนี้ก็ดำเนินมาถึงปัจฉิมบทแห่ง รุ่งอรุณ พร้อมกับบทสรุปอันสมบูรณ์งดงาม นวนิยายเรื่องนี้ คาดว่า ก. สุรางคนางค์น่าจะเขียนขึ้นภายหลังจากสามเรื่องแรก ระยะหนึ่ง ซึ่งมีกลุ่มนักอ่านหลายท่านกล่าวถามถึง โดยเฉพาะ “แฟนคลับ”คนสำคัญที่เป็นปิยมิตรของท่าน คือ คุณ วิลาส มณีวัต ได้เขียนไว้ในคำนำของการพิมพ์เรื่องนี้ ตอนหนึ่งว่า

    “ตาติ่งหรือสุนัย วรพจน์ ถึงแม้จะเป็นเพียงตัวละคร ที่เกิดจากปลายดินสอของ ก. สุรางคนางค์ แต่ก็เป็นเด็กผู้ชายที่มีเสน่ห์ น่ารักน่าเอ็นดูที่สุดคนหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าเคยรู้จัก เมื่อเงียบหายไปเสียนาน ไม่ได้ข่าวคราวเลยก็ออกจะคิดถึง พอโผล่ออกมาอีกครั้งหนึ่งในเรื่อง รุ่งอรุณ นี้ ตาติ่งเด็กช่างพูด เฮี้ยวนิดๆ ซนหน่อยๆ แต่มองโลกในแง่ดีเสมอ ก็กลายเป็นหนุ่มทะมัดทะแมง พบความรักและอุปสรรคเช่นเดียวกับคนวัยหนุ่มสาวทั้งหลาย ข้าพเจ้าจำได้ว่าตัวเองเคยรบเร้า ก.สุรางคนางค์หลายครั้งหลายหน ให้เขียนเรื่อง ตาติ่งต่อ แต่ในการเขียนเรื่อง “รุ่งอรุณ”นี้ ก.สุรางคนางค์ คงไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อความสนุกของข้าพเจ้า หรือของนักอ่านเท่านั้น หากเขียนขึ้นเพื่อความสนุกและความพอใจของเธอเองด้วย เพราะว่า ก. สุรางคนางค์เองก็หลงรักตาติ่งไม่น้อยไปกว่าพวกเรา...”

    บัดนี้ สุนัย วรพจน์ ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง และก็มารับบทพระเอกเต็มตัวกับเขาเสียที ในนวนิยาย “จตุรภาค” ชุดนี้ สุนัยอาจจะไม่ใช่ชายหนุ่มรูปงาม เหมือนกับพระเอกในนิยายพาฝันทั่วไป แต่นิสัยใจคออันกว้างขวางและสัตย์ซื่อนั้น ก็คือคุณลักษณ์ของพระเอกในนิยายอุดมคติเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ดังที่ รุ่งอรุณ นางเอกของเรื่อง นึกถึงภาพของ สุนัย และยุทธดนัย ชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งที่เข้ามาติดพัน ในภาพแห่งความทรงจำของเธอ...

“เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ความคิดเดิมก็ชะงักหยุด ความคิดใหม่ก็มาแทนที่ สุนัย วรพจน์ น้ำเสียงที่เบาๆ สุภาพ ไม่สมกับร่างอันเป็นลูกผู้ชายที่ล่ำสันของเขา นั่นคือเจ้าดวงความคิดใหม่ ที่ทำให้เธอหายใจยาว แรกทีเดียว เมื่อเห็นชายคนนี้ รุ่งอรุณคิดว่า เขาขี้ริ้วมาก ถ้าหากไม่มีเรือนร่างอันสมส่วนสมชายของเขาช่วยเชิดชูไว้แล้ว สุนัย วรพจน์จะไม่มีความหมายอะไร เหลือไว้ให้เธอระลึกถึงเลย แต่เมื่อได้คุ้นเคยได้ใกล้ชิดนานวันเข้า จิตใจ การพูด การวางตัว ทำให้เธอจำได้เกือบทุกอิริยาบถของเขา ทำไมเช่นนั้น รุ่งอรุณคิดว่าเธอเริ่มเข้าใจ เฉพาะสายตาที่เขามองดูเธอ...”

         เรื่องราวของรุ่งอรุณ จึงเริ่มต้นขึ้น ภายหลังจากเหตุการณ์ในรอยจารึกไม่กี่ปี หลังการเสียชีวิตของคุณพระนิตินาทวรพจน์ และมารดาของวัลลภเองก็กลายเป็นอัมพาตและสำนึกผิดในสิ่งที่ตนทำลงไป โดยมีวาที น้องสาวของวัลลภคอยดูแล ส่วนเขาเองก็ต้องไปทำงานที่สระบุรีแต่ก็ยังติดต่อพูดคุยกับคุณตุ้ม สายสวาทผ่านทางจดหมายอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความหวังและรอคอย

         วัลลภ มีโอกาสรู้จักกับ รุ่งอรุณ เด็กสาวกำพร้าคนหนึ่ง ที่เขาทราบแค่ว่า บิดาชื่อทิวา เสียชีวิตลงไปแล้ว ส่วนมารดาชื่ออรุณ ซึ่งภายหลังคลอดรุ่งอรุณ เธอก็ทนความลำบากอยู่กินกับทิวาต่อไปไม่ได้ จึงหนีจากไป ทิวาเลี้ยงอรุณจนเติบโตขึ้นมา และเสียชีวิตในภายหลัง ปล่อยให้รุ่งอรุณต้องอาศัยอยู่กับลุงและป้า ที่เอาเปรียบหลานสาวผู้นี้ ด้วยความสงสารและมีโอกาสรู้ว่ารุ่งอรุณเคยเรียนมัธยมที่พระนคร ก่อนบิดาเสียชีวิต เขาเลยตั้งใจให้เธอได้ทำงานและเรียนต่อ จึงส่งเธอพร้อมจดหมายแนะนำมาให้กับสายสวาทให้ช่วยอุปการะหางานให้

        เหตุบังเอิญที่เจ้าคุณเทพมนูญ ที่สุนัยทำงานในบริษัทส่วนหนึ่งของท่านเกิดล้มเจ็บลง ท่านเจ้าคุณเองมีมรดกทรัพย์สินมากมาย แต่มีธิดาวัยสาวใหญ่เพียงคนเดียวชื่อไขศรี แต่เธอก็ไม่สนใจดูแลบิดาที่มีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจ จนตกเป็นหน้าที่ของหมอยล นายแพทย์ที่เป็นบุตรชายของเพื่อนสนิทเจ้าคุณ และท่านช่วยอุปการะเขาจนเรียนจบแพทย์ ทั้งสุนัยและหมอยล ต่างมาช่วยดูแลเจ้าคุณอย่างดี จนเป็นที่ไว้วางใจและรักใคร่ไม่ต่างกับลูกชาย สุนัยเห็นปัญหานี้ จึงอยากจะหาหญิงสาวมาพยาบาลดูแลท่าน นอกเหนือจากบวร เด็กรับใช้ชายผู้ซื่อสัตย์ เมื่อรุ่งอรุณเข้ามอยู่ในบ้านวรพจน์ และเคยมีประสบการณ์ดูแลทิวา ผู้เป็นพ่อก่อนเสียชีวิตพอดี รุ่งอรุณซึ่งทราบเรื่องนี้ด้วย จึงอาสาชายหนุ่มมาทำงานดูแลท่านเจ้าคุณ ด้วยความยินดี และนั่นก็ทำให้ สุนัยรู้สึกประทับใจในตัวเด็กสาวผู้นี้ตั้งแต่แรก...

      ณ บ้านทวยเทพ ของเจ้าคุณเทพมนูญ รุ่งอรุณ ช่วยพยาบาลเจ้าคุณอย่างดี แต่กลับต้องเผชิญปัญหากับไขศรี สาวใหญ่ ผู้มีทั้งความเกลียดชังและริษยา เธอหวั่นระแวงว่า สุนัย หมอยล และรุ่งอรุณ รวมหัวกันเข้ามาประจบเจ้าคุณพ่อของเธอ เพื่อหวังฮุบสมบัติ! ซ้ำยังถูกยุยงจากโฉมคนใช้ในบ้านที่อิจฉารุ่งอรุณ รวมถึง คุณนายกลวิธีประยุทธ์ ภรรยาคุณพระกลฯ ซึ่งเป็นน้องสาวเจ้าคุณเทพมนูญ อาสาวของไขศรี ที่หวังสมบัติพี่ชายเช่นเดียวกันเข้าไป ทำให้ไขศรีซึ่งมืดบอดด้วยโทสะและโมหะอยู่แล้ว พลอยเกลียดชังรุ่งอรุณมากขึ้นไปอีก

        เด็กสาวพยายามอดทนรับแรงกดดันจากคุณไขศรีที่ดูถูกเหยียดหยามเธอตลอดเวลาที่อยู่ในบ้าน โดยมีสุนัย คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจ นั่นทำให้ความผูกพันของสองหนุ่มสาวทวีขึ้นโดยต่างก็ไม่รู้ตัว เห็นจะมีแต่คุณตุ้มสายสวาทเท่านั้น ที่มองเห็นอากัปกิริยาน้องชายของเธอผิดแผกออกไปจากเดิม เมื่ออยู่ใกล้กับรุ่งอรุณ...

       หม่อมหลวงอรุณรุ่ง ภรรยานายชนัท พรดิลก ซึ่งคุ้นเคยกับครอบครัวเจ้าคุณเทพมนูญ แวะมาเยี่ยมเยียนเมื่อทราบอาการป่วยของเจ้าคุณ และโดยไม่คาดฝัน เมื่อเธอเห็นรุ่งอรุณเข้า ความทรงจำในอดีตก็ปรากฏขึ้น เธอคือมารดาที่แท้จริงของรุ่งอรุณนั่นเอง!
ในเมื่อก่อนหน้านั้น เธอเคยอยู่กินกับทิวา ชลวิทย์ มาก่อน แต่ทิวา มัวแต่ทำงานโดยไม่สนใจเธอเลย ด้วยความน้อยใจและคับแค้นใจ ที่เขาพาเธอมาตกระกำลำบาก ทำให้อรุณรุ่งตัดสินใจหย่าขาดและหนีจากมา ก่อนจะมาแต่งงานอยู่กันกับนายชนัท ซึงเคยเป็นคนรักเก่ามาก่อน จนมีบุตรสาวเป็นเด็กหญิงตัวน้อยหนึ่งคน

          แต่แรกรุ่งอรุณไม่ยอมรับคุณอรุณเป็นแม่ จนเมื่อทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน และล่วงรู้ว่าชีวิตปัจจุบันของหม่อมหลวงอรุณรุ่งเองก็ไม่มีความสุขเลย นอกเหนือจากบาปในใจที่ติดตรึงมาตลอดหลายปีแล้ว ชนัทชายที่เธอร่วมชีวิตด้วย ก็เป็นคนเจ้าชู้ มีผู้หญิงอื่นหลายคนจนทำให้เธอต้องเจ็บช้ำน้ำใจอยู่ตลอดเวลา และสำนึกในความผิดของตนเองที่เคยทอดทิ้งทิวาและลูกสาวไป

     นอกจากนี้ ยังมีความจริงอีกอย่าง ที่รุ่งอรุณและมารดาเธอเพิ่งรับรู้ว่า ทิวา บิดาของรุ่งอรุณ มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับ เจ้าคุณเทพมนูญ และแท้จริง รุ่งอรุณก็มีศักดิ์เป็นหลานห่างๆคนหนึ่งของท่านด้วยเช่นกัน...

       ไขศรีรู้ความจริงในข้อนี้ภายหลัง และด้วยการยุแหย่ของอาสาว นางกลวิธีประยุทธ์ ทำให้เธอพยายามกำจัดรุ่งอรุณ รวมถึงหมอยลและสุนัย ออกไปจากบ้าน โดยไม่สนใจว่าทั้งสามคนหวังดีต่อบิดาของเธอมากเพียงใด ไขศรีหาหมอคนอื่นมาดูแลท่าน แต่ยิ่งทำให้ท่านอาการทรุดหนักลงไปอีก... ส่วนรุ่งอรุณก็ต้องย้ายออกไปอยู่กับคุณอรุณรุ่งผู้เป็นมารดา แม้ว่าตัวเองจะห่วงใยต่ออาการของเจ้าคุณที่เธอรักเคารพมากเพียงใดก็ตาม

      สุนัยเองก็กลุ้มใจไม่น้อย เมื่อเห็นว่า มียุทธดนัย ชายหนุ่มรูปงาม นักเรียนนอกจากออสเตรเลีย ที่เป็นบุตรชายของนางกลวิธีประยุทธ์ เข้ามาติดพันรุ่งอรุณ เขาไม่รู้หัวใจของเธอ แต่สำหรับเขาแล้ว... ได้ตกหลุมรักสาวน้อยผู้นี้เข้าแล้วอย่างไม่อาจถอนตัวได้ขึ้น มันแตกต่างจากความรักครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับจิตราโดยสิ้นเชิง รักที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความประทับใจในรูปร่างหน้าตาอันสะสวย แต่มาจากความผูกพันเห็นใจและรับรู้ถึงนิสัยอันบริสุทธิ์สะอาดของอีกฝ่าย

        เห็นจะมีแต่เจ้าคุณผู้เอื้ออารีเท่านั้น ที่ล่วงรู้หัวใจของหลานสาวท่านได้ดีที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินกำลัง ท่านตัดสินใจเรียกคุณอรุณรุ่งเข้ามาพบและเจรจา ขอหมั้นหมายรุ่งอรุณให้กับสุนัย ผู้ที่ท่านรักและเอ็นดูไม่ต่างกับลูกชายคนหนึ่ง ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกฝ่าย รวมถึงไขศรี ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย

       ไขศรี เริ่มรับรู้ถึงเจตนาดีของท่านที่มีต่อทุกคนรวมถึงตัวหล่อนเองผู้เป็นลูก เจ้าคุณพ่อต้องการให้สุนัยและรุ่งอรุณที่ท่านไว้วางใจ ได้มาช่วยเหลือดูแลกิจการให้กับไขศรี ที่จะต้องบริหารงานต่อไปในอนาคต และมรดกทุกอย่างท่านก็มอบให้กับไขศรี ธิดาคนเดียวอยู่แล้ว สาวใหญ่ผู้เต็มไปด้วยโทสะ เริ่มมองเห็นความจริง โดยเฉพาะเจตนาทุจริตของ คุณอา... นางกลวิธีประยุทธ์ รวมถึงเพื่อนทั้งหลายที่เข้ามาประจบสอพลอ เพราะหวังทรัพย์สมบัติของเธอ นั่นเองที่ทำให้สาวใหญ่อย่างไขศรี ละทิษฐิลงได้สำเร็จ

        และในที่สุดสิ่งที่ทุกคนหวั่นกลัวก็มาถึง ก.สุรางคนางค์ บรรยายเหตุการณ์ในช่วงนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า

 บวรนั่งอยู่ตรงหน้าเตียงห่างออกไปนิดหน่อย จนสามารถจะแลเห็นเรือนร่างประมุขของบ้านทวยเทพได้ถนัด ท่านนอนตะแคงหันหลังให้ทางประตูด้านเข้า บวรจับตาดูผมอันขาวของท่านซึ่งยาวผิดปกติ เพราะท่านป่วยไข้มานานวันไม่ได้รับการตัดและตบแต่ง บวรเขม้นมอง พลางใจหายวูบ นึกถึงเคล็ดลางของเก่าแต่บรมโบราณพูดกันมา ที่ว่า ผู้ใดที่อายุใกล้มรณะ เส้นผมมักจะย้อนกลับ จนสังเกตเห็นได้ และผมของท่านส่วนหนึ่งชี้กลับปัดไปคนละทาง...

      และในเวลานั้นเองที่พ่อกับลูกสาว ที่เคย กินใจ กัน ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกันเป็นครั้งสุดท้าย

     “ทุกอย่างที่พ่อจัดให้แก่ทุกๆคนนั้น ลูกพอใจแล้วไม่ใช่หรือ”
   “ค่ะ” ไขศรีรับคำเบาๆจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ
         “พ่อยินดีมาก ที่ได้ยินจากปากลูกเองว่า ลูกพ่อใจ คนเราจะอยู่คนเดียว ดำเนินชีวิตอย่างแคบๆ ไม่คบค้าสมาคมกับใครนั้นไม่ได้ พ่อคิดเช่นนี้ พ่อจึงได้วางรากฐานความเชื่อมั่น ความดีงาม ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไว้ให้ลูกดำเนินตาม ลูกเป็นลูกของพ่อคนเดียว และเป็นผู้หญิงที่ยังไม่มีเหย้าเรือน การที่จะครองชีวิตไปให้ราบรื่นด้วยดี โดยไม่เป็นมิตรกับใครนั้น จะได้หรือ เงินทองทรัพย์สินที่พ่อหาไว้ให้ ถ้าลูกมีปัญญา ก็คงทะนุบำรุงรักษาไว้ได้ คนมีเงิน ถ้าหาคนรัก คนกลัวเกรงนับถือไม่ได้ ยอ่มเสมอคนที่ไม่มีอะไรเลย” ท่านหยุดถอนหายใจยาว
       “แต่ก่อนพ่อหนักใจ แต่เดี๋ยวนี้พ่อสบายใจแล้ว ถึงพ่อจะตาย พ่อก็ตายอย่างสบาย ไม่มีอะไรเป็นห่วงกังวลอีก”
      “คุณพ่อยังไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ” ไขศรี พูดเสียงสะอี้น
         “ไม่แน่ ลูกเอ๋ย ชีวิตเป็นของไม่จีรัง พ่อไม่กลัวความตาย พร้อมที่จะพบมันเสมอ แต่อดเป็นห่วงคนโน้นคนนี้เขาไม่ได้ อยากให้เขามีความสุข อยากให้เขามีความเจริญ เรื่องยายหนูกับตาติ่งก็เหมือนกัน พ่อหวังว่า ลูกคงจะไม่ใจไม้ใส้ระกำ รุ่งอรุณเป็นเด็กดี น่ารักน่าเวทนา ถ้าเราไม่ช่วยคนดีให้มีความสุข อีกหน่อยใครอยากจะเป็นคนดี สุนัยเล่า ก็เป็นคนทำงานคล่อง รอบรู้ธุรกิจของเราทุกอย่าง ซื่อสัตย์ สองคนนี้ ถ้าลูกรู้จักผูกใจให้เขารัก ลูกเอ๋ย ลูกจะเดินถนนได้โดยไม่ต้องหลบตาใครเลย”
        “ค่ะลูกรับรองว่า จะทำตามที่คุณพ่อแนะนำทุกอย่าง” ไขศรี น้ำตาร่วง “ลูกผิดเองที่ทำตัวเป็นศัตรูกับเขามาแต่ก่อน เพราะไม่เข้าใจ คิดว่าเขาจะมาแย่งความรักที่คุณพ่อมีต่อลูกไปเสีย”
        “ความรัก ไม่ใช่สิ่งที่ใครยื้อแย่งได้ ขอให้ลูกเข้าใจ...”

        และจากนั้นไม่นาน ท่านเจ้าคุณผู้เอื้ออารีก็จากไปอย่างสงบ... ในงานศพของท่านนั้นเอง ที่วัลลภเดินทางกลับมาจากสระบุรี เขายินดีกับความสุขสมหวังของสุนัยกับรุ่งอรุณ ในขณะเดียวก็สะท้อนใจ ในความรักอันอาภัพที่ต้องรอคอยความหวังจากสายสวาท หญิงสาวผู้ยังขังตัวเองอยู่กับความรู้สึกผิดของตัวเองว่าด่างพร้อย ไม่คู่ควรกับชายหนุ่มผู้สมบูรณ์พรั่งพร้อมเช่นเขา

         สุนัยและรุ่งอรุณ พยายามช่วยเหลือ ปรับความเข้าใจให้กับสายสวาท และในที่สุด เมื่อเธอได้ลบ “รอยจารึก”อันเจ็บปวดนั้นออกไปจากใจได้สำเร็จ สายสวาทก็เปิดใจรับความรักของวัลลภได้อีกครั้งหนึ่ง ทั้งสองคู่ สุนัย- รุ่งอรุณ และวัลลภ – สายสวาท ได้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆจนก้าวมาถึงปลายทางของความรักแล้วในที่สุด รุ่งอรุณ ตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านคุณพระนิตินาทวรพจน์กับสุนัยสามีของเธอ และสายสวาทก็ตัดสินใจติดตามวัลลภ ไปใช้ชีวิตคู่ร่วมกันยังไร่ที่จังหวัดสระบุรี

      ฉากสุดท้ายของรุ่งอรุณ ก็คือความคิดคำนึงของจวน ตัวเอกจาก “ความคิดคำนึง” ที่หวนระลึกไปถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาทั้งสุขและทุกข์ของผู้คนรอบข้าง รวมถึงตัวเธอเอง ที่เคยเผชิญกับความทุกข์ทั้งหลายในชีวิตมาแล้วจวบจนมาสู่จุดหมายปลายทาง ณ เวลานี้

 ...แต่ในความทุกข์นั้นก็มีทั้งสุขที่เจือปนอยู่ เช่นเดียวกัน มนุษย์ก็เป็นเช่นนี้เอง สุขแล้วก็ทุกข์ ทุกข์แล้วก็สุข ไม่มีใครที่พบสุขแท้และทุกข์แท้ ไปตลอดชีวิต...
          ******************





Create Date : 06 กันยายน 2558
Last Update : 7 กันยายน 2558 10:34:01 น. 4 comments
Counter : 1420 Pageviews.

 
ชุดนี้เหมือนจะยังไม่เคยอ่าน
ทั้งๆ ที่รู้สึกคุ้นเคยกับเรื่องราวและชื่อตัวละครมาก

รีวิวได้ละเอียดลออดีจังค่ะ อยากอ่าน แต่ป่านนี้แล้วคงหาอ่านยากมาก ๆ

ขอบคุณที่หยิบมาเล่าต่อนะคะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 7 กันยายน 2558 เวลา:13:17:47 น.  

 
คุณแม่ไก่ : เรื่องนี้ล่าสุดสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม นำมาพิมพ์ใหม่ครับ แต่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วเหมือนกัน ถัดจากนั้นก็ยังไม่เห็นนำมาพิมพ์ใหม่อีกเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 กันยายน 2558 เวลา:9:33:53 น.  

 
จบบริบูรณ์ลงอย่างสวยงามเลยนะคะ

อ่านรีวิวแล้วอยากอ่านทั้งชุดเลยค่ะ ไปเสิรชดูมาเจอว่า สนพ.ณ บ้านฯได้พิมพ์ใหม่ด้วย เลยหวังว่าน่าจะพอหาที่ห้องสมุดได้ค่ะ


โดย: pichayaratana วันที่: 26 ตุลาคม 2558 เวลา:0:04:44 น.  

 
คุณพิช : ไม่แน่ใจว่า ณ บ้านยังมีอยู่หรือเปล่านะครับ งานชุดนี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่า บ้านทรายทอง ดอกฟ้า โดมผู้จองหอง หรือ รักประกาศิต เลยค่อนข้างขายยาก น่าจะพิมพ์ใหม่แค่ครั้งเดียวครับ ผมเคยไปที่บูทก็ไม่เห็นเรื่องชุดนี้เลย อีกชุดที่กำลังอ่านอยู่คือ ปราสาทรัก ปราสาททราย ก็เห็นโฆษณาไว้เหมือนกันครับ แต่น่าจะยังไม่ได้พิมพ์ใหม่


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 26 ตุลาคม 2558 เวลา:9:37:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 64 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.