หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กันยายน 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
16 กันยายน 2556
 
All Blogs
 
กำไลประดับเพชร : ก.ศยามานนท์

เรื่อง : กำไลประดับเพชร
ผู้เขียน : ก. ศยามานนท์
ปีที่พิมพ์ : ปี 2521
สำนักพิมพ์ : บรรณาคาร (สองเล่มจบ)



         ก. ศยามานนท์ เป็นนักเขียนสตรีที่โดดเด่นท่านหนึ่งในยุคก่อนด้วยสำนวนภาษาที่สละสลวย น่าอ่าน งานเขียนของท่านที่รู้จักกันแพร่หลายมากที่สุด น่าจะเป็นวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง “จ้อนกับแดง” ซึ่งเคยเป็นละครโทรทัศน์สมัยเด็กๆในยุคหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งที่เคยสร้างเป็นละครเช่นกัน เป็นนิยายแนวพาฝันสนุกๆ ก็คือ “กำไลประดับเพชร” เรื่องนี้ ซึ่งปัจจุบัน เป็นที่น่ายินดี ที่สำนักพิมพ์เพื่อนดี ได้นำงานเขียนอันเป็นอมตะของท่าน กลับมาพิมพ์ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

          เรื่องราวของกำไลประดับเพชร เล่าผ่านตัวละคร “ดิฉัน” ก็คือ เด็กหญิงนามพัชราวลัย ที่ชีวิตแม้จะเติบโตอย่างสมบูรณ์พรั่งพร้อมด้วยเงินทอง แต่คุณแม่ของเธอก็เจ็บป่วยกระเสาะกระแสะ จนต้องรับ คุณน้าส่งศรี น้องสาวของแม่เข้ามาอยู่ด้วย

       คุณน้าคนสวย เป็นลูกคนละพ่อกับมารดาของเธอ และดูเหมือนว่าจะเริ่มชอบพอกับบิดาของพัชราวลัย และควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในบ้าน รวมถึงตัวของเธอเสียด้วย ในขณะที่มารดาที่เจ็บป่วยอ่อนแอจนไม่สามารถทำอะไรได้เลย

         วันหนึ่ง พัชราวลัย พบลูกแมวตัวหนึ่งมุดรั้วมาจากบ้านเช่าๆข้างๆ มันเป็นลูกแมวสีขาวราวปุยฝ้ายของ สองพี่น้อง ธิดา ผู้อ่อนหวาน และธาตรี พี่ชายของธิดา ที่เคร่งขรึม ช่างคิด สองพี่น้องเป็นลูกคุณวิมล อติวงศ์ ที่มาเช่าอาศัยอยู่ชั่วคราว

    นั่นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับมิตรภาพอันสวยงามและบริสุทธิ์ แม้ว่าเพื่อนทั้งสองของเธอจะเป็นครอบครัวยากจน อนาถาก็ตาม

    “ชื่อ... ชื่อ พัชราวลัย”
   “เพราะดีนะ พัชราวลัย” เขาพูดเสียงชื่นชม และเราก็เริ่มเป็นกันเองในทันที “ใครตั้งชื่อให้เธอ”
    “คุณแม่ตั้งชื่อให้เอง แล้วเธอล่ะ?”
        “เรียกว่าใหญ่ก็ได้ ผมชื่อธาตรี น้องเล็กชื่อธิดา พัชราวลัย         

        แปลว่าอะไรสวยๆนะ? ผู้หญิงสวยมากใช่ไหม?”
        ดิฉันยิ้มแล้วส่ายศีรษะด้วยความขบขัน
      “กำไลประดับเพชร” ดิฉันบอก

         และคำนี้เอง ที่ผูกพันชีวิตของเพื่อนรักวัยดรุณทั้งสอง มาจนถึงปัจจุบัน มิตรภาพที่เริ่มต้นนั้นแม้จะผลิบานงดงาม แต่คุณส่งศรีน้าของพัชราวลัย ก็ไม่ต้องการให้เธอไปคบกับเด็กยากจนสองพี่น้องนั้น โดยแสดงท่าทางรังเกียจเต็มที่ เธอพยายามหาเพื่อนที่ร่ำรวยเหมาะสม อย่างครอบครัวของคุณโฉมศรี ที่มี สิโรตม์ เด็กชายเกเร กับสุธาสินี เด็กหญิงช่างพูดและขี้อิจฉา แทบไม่ต่างกับคุณนายโฉมศรีผู้เป็นมารดาเลยแม้แต่น้อย

       แล้วความปรารถนาของน้าส่งศรีก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อวันหนึ่ง ครอบครัวของธาตรี ก็ย้ายออกจากบ้านหลังนั้นไป สิ่งสุดท้ายที่เด็กชายทิ้งเอาไว้ให้เด็กหญิงพัช ที่เขาให้ความสนิทสนมด้วยก็คือ

       “คุณธาตรี บ้านโน้นเธอฝากมาให้ค่ะ เธอสั่งด้วยว่า ลาก่อน แล้วก็เธอบอบอกว่า จะไม่ลืม กำไลประดับเพชรเลยค่ะ”
       “เอ๊ะ ลาไปไหนจ๊ะ”
        ดิฉันถามด้วยความประหลาดใจ แต่แล้วคิดได้ว่าคงหมายถึงเราจะไม่มีโอกาสไปมาหากันอีก ดิฉันเริ่มเปิดห่อของขวัญอย่างรีบร้อน พบโบว์ผูกผมสามผืน เป็นผ้าไหมชนิดดีมากและคงมีราคาแพงสำหรับเงินของเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กยากจนอย่างธาตรี เขาเขียนอวยพรไว้ดังนี้
        สำหรับผมสวย ของพัชรา ในวันเกิด
ดิฉันเก็บของขวัญนั้นไว้อย่างดีที่สุด ตลอดมาตราบเท่าทุกวันนี้

          เวลาผ่านไป พร้อมกับการเจริญเติบโตจากเด็กหญิงผู้น่ารักร่าเริง กลายมาเป็นสาวน้อยแสนสวยวัยสิบเก้าปี คุณน้าของเธอไม่ยอมให้เรียนต่อหลังจบมัธยมแล้ว แต่พัชราวลัยก็ไม่ย่อท้อ เด็กสาวหาเวลามาเรียนเพิ่มเติมภาษาอังกฤษกับครูฝรั่งสาวที่เธอสนิทสนมด้วย ชื่อมิสวินเตอร์ และที่นั่นเอง เธอจึงได้พบกับธิดา อีกครั้ง แล้วทราบว่าธาตรี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่กำลังจะเรียนจบปริญญาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

             เช่นเดียวกับสุธาสินี ที่ไม่รู้อดีตของธาตรีมาก่อน เด็กสาวเรียนต่อที่เดียวกับธาตรีและลุ่มหลงรูปร่างหน้าตาของเขา แม้ว่าธาตรีจะไม่ได้มีใจให้เลย

       เขารอคอย มิ่งปิยมิตร เพียงคนเดียว ที่มอบหัวใจให้ไปแล้ว ตั้งแต่วัยเยาว์ เด็กหญิงหน้าตาน่ารักที่ชื่อพัชราวลัยเท่านั้น...
          สิโรตน์เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ เป็นนักเรียนนอกโก้หรู แต่ความเจ้าชู้ และเกกมะเหรกเกเรยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ชายหนุ่มเข้ามาติดพันพัชราวลัย โดยความเห็นดีเห็นชอบของน้าส่งศรีและสุธาสินี ที่ต้องการกันเธอออกไปให้พ้นทาง ด้วยแผนการต่างๆนานา
ธาตรี ซึ่งแปรเปลี่ยนความผูกพันเป็นความรักต่อหญิงสาว พยายามเข้ามาช่วยเหลือเป็นกำลังใจให้เด็กสาว จนเกิดเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อบิดาที่ถูกเป่าหูจากคุณน้าส่งศรี ไม่ชอบหน้าและเข้าทำร้ายชายหนุ่มจนเกิดอุบัติเหตุ ส่วนมารดาของพัชราวลัยที่อ่อนแออยู่แล้ว ตกใจ จนหัวใจวายเสียชีวิต!

        ความทระนงในศักดิ์ศรีของตนเอง ทำให้ธาตรี ต้องหักใจ จากไป ทั้งที่รัก พัชราวลัยสุดหัวใจ

         หากใครจะล่วงรู้ เหมือนพรหมลิขิตหักเห จากเด็กหนุ่มผู้ยากจน คุณวิมลมารดาของเขาเพิ่งแจ้งให้ทราบภายหลังว่าเขาและน้องเล็ก ธิดา แท้จริงเป็นทายาทคนหนึ่งของตระกูลคุณหญิงอติวงศ์ผู้ร่ำรวยมหาศาล ตระกูลอติวงศ์ที่เคยปฏิเสธคุณวิมล บัดนี้ ต้องการทายาทมารับมรดกและมีเพียงเขาและธิดา เท่านั้นที่อติวงศ์อย่างแท้จริง
         ณ เวลานี้เขากลายเป็น นายธาตรี อติวงศ์ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งด้วยรูปโฉม ธนสารสมบัติครบถ้วนทุกประการแล้ว

          คุณน้าส่งศรีเพิ่งทราบว่า คุณนายโฉมศรี มารดาของสิโรตม์ ติดการพนันอย่างหนัก ความคิดเธอหันกลับไปเห็นธาตรี มีภาษีดีกว่าเสียแล้ว แต่ ธาตรี เองกลับเป็นฝ่ายปฏิเสธ และตัดสินใจที่จะแต่งงานกับสุธาสินี ที่หลงรักเขาอยู่เพียงข้างเดียวด้วยทิษฐิมานะของเขาเอง ด้วยฐานะที่เริ่มขัดสนขึ้นทุกขณะ ส่งศรี จึงพยายาม “ขาย”พัชราวลัย ให้แต่งงานกับสิโรตม์แทน

         ถ้าหากว่า... พัชราวลัย จะไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน หญิงสาวกลายเป็นคนขาพิการ อัมพาตจากส่วนล่างลงมาจนต้องนั่งรถเข็น คุณน้าส่งศรีทิ้งหลานสาวไปเมื่อเห็นว่าหล่อนรังแต่จะเป็นภาระให้กับตัวเอง และนั่นทำให้สิโรตม์ตัดสินใจ แต่งงานไปกับจิตรา ผู้หญิงคนใหม่ที่ร่ำรวยกว่าแทน

           บัดนี้ บ้านวัชรินทร์ อันเป็นบ้านของพัชราวลัย ได้ตกเป็นสมบัติของคนอื่นไปแล้ว ชีวิตของเด็กสาวหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เหลือสิ่งใดเลย แม้แต่สมบัติสักชิ้นติดตัว...

       ตะเกียงที่จวนจะดับมืดสนิทลง ก็ยังอาจจะมีผู้มาไขให้สว่างขึ้นอีกฉันใด ดิฉันผู้มีชีวิตมืดมนก็อาจจะประสบแสงสว่างขึ้นโดยมือของผู้การุณย์ได้ฉันนั้น

          และมือของผู้การุณย์คนนั้น ก็เอื้อมลงมาฉุดชีวิตของเด็กสาวผู้ตกอยู่ในคลื่นถาโถมแห่งชีวิตให้พ้นวิบากกรรม ในวินาทีสำคัญแห่งชีวิต!

     จากแสงสว่างอันกระจ่างแจ้งของตอนสายวันนั้น ดิฉันได้เห็นธาตรียืนตระหง่านอยู่ ณ ที่นั้น เหมือนภาพฝันที่เคยมา ดิฉันนับร้อยนับพัน ถามตัวเองว่านั่นคือเขาจริงหรือ? หัวใจฉีดโลหิตอย่างเร็วแรง... ชีพจรแทบจะกระโดดออกมาจากเส้นสายเลือด ด้วยเป็นเขาอย่างแน่แท้ โดยไม่ต้องสงสัยเลย!
……….
     เราจ้องมองดูกันกว่าหนึ่งนาที ในที่สุดดิฉันก็ยื่นมือทั้งสองให้เขาและน้ำตาก็พร่าเต็มดวงตา รู้สึกแต่ว่ามีมืออันแข็งแรงอบอุ่น รวบมือทั้งสองของดิฉันเข้าด้วยกัน บีบไว้แน่น
“พัช- พัชราวลัย” ธาตรีพึมพำ

       ธาตรีเป็นเพียงคนเดียวที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของหล่อนอีกครั้ง ไม่ต่างกับมิตรสนิทในยามเยาว์วัย ผ่อนคลายความทุกข์ให้กับหญิงสาวผู้เสียขวัญ และเป็นคนปกป้องเธอจากความทุกข์ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาโดยไม่หวั่นไหว เขาเลือกแล้วที่จะอยู่เคียงข้างกับผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารักมาตั้งแต่อดีต โดยไม่เคยเปลี่ยนแปร

     ชายหนุ่มประมูลบ้านวัชรินทร์ของเธอกลับคืนมาอีกครั้ง และพาเธอไปรักษาตัวจนหาย ก่อนจะขอแต่งงานกับพัชราวลัยด้วยความรักที่มั่นคงจริงใจ สุธาสินีที่ผิดหวังในความรัก ทนไม่ได้ หญิงสาววางแผนฆ่าพัชราวลัย แต่แล้วความจริงก็เปิดเผย ธาตรีมาช่วยไว้ได้ทัน จนสุธาสินี ต้องยอมพ่ายแพ้

          และแล้ววันหมั้นก็เริ่มต้นขึ้นด้วยความเข้าใจของสองหนุ่มสาว ในวันนั้นเอง ที่ธาตรีได้ทำตามคำสัญญา ของเด็กผู้ชายคนหนึ่งเมื่อสิบกว่าปีก่อนกับเด็กหญิงตัวน้อยของเขา ด้วยการขอหมั้นหญิงสาวด้วย “กำไลประดับเพชร” ในความหมายเดียวกับชื่อของพัชราวลัย นั่นเอง

ส่วนปกเล่มล่าง เป็นฉบับปกอ่อนพิมพ์ใหม่ ของสำนักพิมพ์เพื่อนดีครับ นับว่าสวยไปคนละแบบครับ




Create Date : 16 กันยายน 2556
Last Update : 16 กันยายน 2556 11:00:53 น. 18 comments
Counter : 1859 Pageviews.

 
ชอบมากครับเรื่องนี้ นวนิยายของท่านจะออกแนวฝรั่งนิดๆเสมอ


โดย: allreddy วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:17:50:10 น.  

 
ไม่รู้จักนักเขียนเก่าๆ ท่านเลยครับ ....แต่เคยดูละคร ระย้า (บทประพันธ์ของท่าน) ทางเคเบิลนิดหน่อย


โดย: อุ้มสม วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:18:16:31 น.  

 
[url=//upic.me/show/47089147][img]//upic.me/i/6a/7photo.jpg[/img][/url]


โดย: allreddy วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:18:17:01 น.  

 
โทษทีครับ จะลงรูปนี้ครับ น่าจะพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2501


โดย: allreddy วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:18:51:00 น.  

 
พ.ศ.ที่ตีพิมพ์ก่อนเราเกิดซะอีก...แต่เรื่องราวน่าสนใจมากค่ะ ไว้จะหาปกใหม่มาอ่านบ้าง


โดย: Aneem วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:20:04:03 น.  

 

ไม่เคยอ่านเลยค่ะ อ่านจากรีวิวแล้ว คงต้องไปตามหามาอ่านบ้าง
เล็งหนังสือจากสนพ.เพื่อนดีไว้หลายเรื่องเลยค่ะ


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:20:29:11 น.  

 
ไม่เคยชอบผู้ชายทิฐิแรงเลยค่ะ แต่โอเค ให้อภัยที่กลับมาหานางเอกยามที่ไม่เหลือใคร


โดย: Sab Zab' วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:21:37:50 น.  

 
เคยอ่านค่ะเรื่องนี้...ดูเหมือนจะยังมีอยู่ในกรุด้วยล่ะ

ดีใจด้วยที่ได้รับการพิมพ์ใหม่ เด็ก ๆ นักอ่านรุ่นหลังจะได้หาอ่านได้ง่ายขึ้น เพื่อเสพย์ซับงานวรรณกรรมดี ๆ ละเมียดละไมในการใช้ภาษาบ้าง

ไม่ทราบว่าคุณจขบ.รู้จักนักเขียนนามแกมกาญจน์ ศุภวรรณมั่งไหมคะ มีงานเขียนของเธออยู่ในคลังมั่งหรือเปล่า
อยากให้หยิบมาอ่านแล้วรีวิวแบบนี้มั่งจังค่ะ เคยอ่านเมื่อสมัยเด็ก ๆ จำได้ว่าชอบมาก แต่ค้นในกรุหนังสือเก่าของตัวเองก็หาไม่เจอแล้ว


โดย: แม่ไก่ วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:22:10:14 น.  

 
สวัสดีค่า อาจารย์หนุ่ม ^^

มาอ่านรีวิวนิยายเก่าค่ะ
ไม่เคยอ่านเลยค่ะ

ปกอ่อนนิยายสวยหวานมากค่ะ
น่าอ่าน เนื้อเรื่องน่าสนใจจัง

ขอบคุณมากๆนะคะ ^^


โดย: lovereason วันที่: 17 กันยายน 2556 เวลา:0:17:18 น.  

 
ปกใหม่สวยมาก ๆ เลยค่ะ
ตอนแรกเห็นชื่อนักเขียน นึกไม่ออก พอบอกเรื่อง "จ้อนกับแดง" ค่อยอ๋อหน่อย พอรู้จัก แต่เรื่องนี้ไม่เคยอ่านค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 17 กันยายน 2556 เวลา:12:47:58 น.  

 
ชื่อตัวละครแต่ละตัวเพราะๆทั้งนั้นเลยนะครับ ปล.ปกใหม่สวยดี


โดย: Nat_NM วันที่: 17 กันยายน 2556 เวลา:12:52:05 น.  

 
เคยอ่านแต่ จ้อนกับแดง ค่ะ
แต่เรื่องนี้อ่านรีวิวแล้ว น่าอ่านมากเลยค่ะ

ปล.ขอบคุณนะคะที่แอด blog ของพิชค่ะ


โดย: pichayaratana วันที่: 17 กันยายน 2556 เวลา:20:12:07 น.  

 
สวยทั้งสองปกเลยค่ะอาจารย์ และเท่าที่อ่านรีวิวมาตั้งแต่ต้นจนจบ เรื่องนี้น่าอ่านมาก ๆ เลยค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 18 กันยายน 2556 เวลา:0:04:14 น.  

 
เรื่องนี้ชีวิตนางเอกรันทดจังครับ แต่สุดท้ายก็ได้ดี ^^


โดย: Lek IP: 27.145.158.76 วันที่: 18 กันยายน 2556 เวลา:0:08:43 น.  

 
เรื่องนี้ชีวิตนางเอกรันทดจังครับ แต่สุดท้ายก็ได้ดี ^^


โดย: Lek IP: 27.145.158.76 วันที่: 18 กันยายน 2556 เวลา:0:08:51 น.  

 
คุณหมอภูมิ : เพิ่งมีโอกาสได้อ่านงานของท่านเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยครับ ชอบมากๆครับ ยิ่งเห็นปกสมัยพิมพ์ครั้งแรกนี่ สุดคลาสิคเลยนะครับ

น้องอุ้มสม : ลองอ่านดูนะครับเป็นอีกสไตล์ เผื่อน้องอุ้มสมน่าจะชอบครับ เป็นนักเขียนที่มีสำนวนภาษาสละสลวยมาก
เรื่อง "ระย้า" น่าจะเป็นบทประพันธ์ของ คุณสด กูรมะโรหิต อีกท่านครับ

คุณ Aneem : ลองดูนะครับ เผื่อจะชอบ

คุณบอล : โชคดีที่เพื่อนดีนำมาพิมพ์ใหม่หลายเรื่องเลยครับ ผมเองเล็งเรื่อง จ้อนกับแดง ไว้เหมือนกันครับ

คุณ Sab Zab' : น่าจะเป็นสไตล์พระเอกพิมพ์นิยมในยุคนั้นครับ

คุณแม่ไก่ : มีโอกาสได้อ่านงานของคุณแกมกาญจน์บ้างเหมือนกันครับ อย่างอัญมณี บัวทะเล คิดว่าเร็วๆนี้ครับ แต่อาจจะเป็นนิยายอีกเรื่องของท่าน ที่ใช้นามปากกา "แก้ว กิริยา"ครับ

คุณนุ่น : มีความรู้สึกว่าปกของเพื่อนดี ทำรูปวาดได้สวยมากเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นรูปคน หรือ รูปอื่นๆ

คุณพุด : จ้อนกับแดง ผมเคยดูสมัยเด็กมากๆๆเลยครับ จำได้ว่า คุณพีท ทองเจือเล่นจนโด่งดังในยุคนั้นเลยครับ เพลงขึ้นต้นว่า
จ้อนกับแดง เป็นเด็กแข็งแรง เฉลียวฉลาด...
จำได้แค่นี้เองครับ แหะ แหะ

คุณ Nat_NM : ผมชอบทั้งสองปกเลยครับ ชื่อตัวละครทำให้เห็นว่าคนเขียนละเมียดละไมกับการเขียนหนังสือมากเลยครับ อีกท่านที่ผมชอบการตั้งชื่อเรื่องและชื่อตัวละครมากๆเลย คือ คุณกฤษณา อโศกสิน ครับ

คุณพิช : ลองดูนะครับ เรื่องนี้ โชคดีมากที่เพื่อนดีนำมาพิมพ์ใหม่ ไม่งั้นคงหายากมากๆเหมือนกันครับ

คุณหวานเย็น : เป็นเรื่องที่อ่านสนุกๆสบายๆ และอิ่มเอมครับ

คุณ Lek : ชีวิตนางเอกช่วงหลังๆยิ่งแย่เลยครับ แต่โชคดีที่มีพระเอก คอยช่วยเหลือจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดีครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 18 กันยายน 2556 เวลา:7:48:02 น.  

 
สั่งซื้อเรื่องนี้มาเพราะรีวิวคุณสามปอยหลวงเลยนะคะเนี่ย อิอิ
ปกใหม่ที่พิมพ์กับเพื่อนดีสวยมากเลยค่ะ


โดย: มุลิลาวิฬาร์มาเลศ วันที่: 6 กันยายน 2557 เวลา:16:56:44 น.  

 
สวัสดีครับคุณ มุลิลาวิฬาร์มาเลศ : ขอบคุณมากเลยครับ ลองอ่านดูนะครับ งานของ ก.ศยามานนท์ มีสไตล์เฉพาะตัว แนวเรื่องน่ารักประทับใจครับ แนะนำอีกเรื่องที่เพื่อนดีนำมาพิมพ์ด้วย คือ "จ้อนกับแดง"ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 7 กันยายน 2557 เวลา:11:56:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.