หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กันยายน 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
9 กันยายน 2556
 
All Blogs
 
ชั่วชีวิต (ภาคสอง : สัญชาตญาณมืด) : อ.อุดากร

เรื่อง : ชั่วชีวิต
ผู้เขียน : อ.อุดากร
ปีที่พิมพ์ : ปี 2517
สำนักพิมพ์ : แพร่พิทยา



    คราวที่แล้ว ผมเล่าถึง ผลงานตึกกรอสส์ ของ อ.อุดากร งานเขียนเรื่องสั้นที่โดดเด่นในแวดวงวรรณกรรมยุค พ.ศ. 2491 ของนิตยสารสยามสมัย ถัดจากนั้นเพียงอีกสองปีต่อมา ผลงานเรื่องสั้นอีกเรื่องหนึ่งของ อ.อุดากร ก็ถูกส่งมายังกองบรรณาธิการนิตยสารเล่มดังกล่าว และได้รับตีพิมพ์ใน สยามสมัยรายสัปดาห์ ฉบับ 27 มกราคม 2493 ปรากฏการณ์อันไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น

    เรื่องสั้นเรื่องนี้ ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือน ก่อนที่แผ่ขยายเป็นคลื่นมหึมาของการวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งนักวิชาการในวงวรรณกรรม และกลุ่มผู้อ่านจำนวนมากมาย แตกแนวความคิดออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน แม้แต่ในกองบรรณาธิการของนิตยสารเล่มดังกล่าวด้วยเช่นกัน

      ...เรื่องสั้นเรื่องนั้น ก็คือ สัญชาตญาณมืด!

   โปรยหน้านำของเรื่องนี้เขียนเอาไว้ ร่วมกับ ภาพประกอบรูปนี้ ที่ผมสแกนนำมาลงไว้พร้อมกันว่า

     กฎเกณฑ์ใหม่ๆของ “ความเจริญ”คืออิสรภาพของชายและหญิง ที่จะได้จูงมือกันเข้าไปชิดเชื้อยิ่งขึ้น ภายใต้เงาดำของความใคร่- ของสัญชาตญาณมืดที่เขาไม่มีวันจะหนีพ้น...

          เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น จากบทสนทนาของ นายแพทย์ชิน เวชภราดา และญาณ สหายของเขาในช่วงปลายฤดูหนาว ทั้งสองกำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของศีลธรรม ของมนุษย์ในยุคที่ความเจริญทางวัตถุกำลังไหลบ่าเข้ามาในนามของอารยธรรมแผนใหม่ จนกระทั่งต่างเดินผ่านมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง ญาณ จึงได้ยินเสียงร้องโหยหวน คล้ายคนวิกลจริต ที่มีแต่ความทุกข์แสนสาหัส ดังแว่วมากับสายลม และนั่นเอง นายแพทย์ชิน จึงเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาของเจ้าของบ้านที่น่าสงสารผู้นั้นให้กับสหายของเขาได้รับฟัง

         ในอดีต มันคือเรือนหอของบ่าวสาวที่รักกันอย่างสุดหัวใจ ดำเกิง และมานีหรือที่เรียกกันว่าคุณแดง ทั้งสองเพิ่งแต่งงานกัน แม้จะไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาโดยพฤตินัย หากก็มีความรักเป็นสรณะ เป็นสิ่งอันล้ำค่าบริสุทธิ์... เหนือยิ่งกว่าความใคร่ อันเป็นสัญชาตญาณสืบพันธุ์ของมนุษย์ เพราะในเวลานั้น ดำเกิงเองมีปัญหาสุขภาพ ไม่สามารถให้ความสุขทางเพศแก่ภรรยาสาวและสวยของเขาได้ แต่คุณแดง เองก็ไม่สนใจ หญิงสาวคิดแต่เพียงว่า เธอเองมีความรักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับดำเกิง...

         ชีวิตในบ้านน้อยๆ ที่มีเพียงสามีภรรยา และนายแก้ว คนรับใช้ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ กับสุนัขอัลเซเชียนของดำเกิงอีกหนึ่งตัว ดำเนินมาอย่างมีความสุขเป็นที่น่าอิจฉาของคนรอบข้างยิ่งนัก ตราบจนกระทั่ง วันหนึ่ง ปราโมทย์ สหายของดำเกิง เกิดวิวาห์เหาะ พาทัศนียา หญิงสาวคนรัก หนีมาแอบอาศัยอยู่ด้วยเป็นการชั่วคราว การแสดงความรักอย่างดูดดื่มเร่าร้อน ของผัวหนุ่มเมียสาวที่มาอาศัยอยู่ด้วย อย่างประเจิดประเจ้อ ทำให้คุณแดง มองเห็นความรักความเสน่หาในอีกแบบหนึ่ง ที่แตกต่างจาก การจับมือ พูดคุยกัน หรือแค่การแตะเบาๆด้วยความรักอันบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียวเสียแล้ว และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในคืนวันหนึ่ง เมื่อ...

        ขณะที่คุณแดงของดำเกิงได้ก้าวพ้นออกมาจากห้องนอนของเธอในชุดเพียงปิยาม่าบางๆ สำหรับนอนเท่านั้น เมื่อค่อนข้างดึก และขณะที่ไฟในห้องนอนสามีของเธอดับสนิทไปนานแล้ว เธอถอนหายใจยาวและเบือนช้าๆ ไปทางห้องนอนของปราโมทย์และทัศนียา ขณะที่เหลือบเห็นแสงไฟสีน้ำเงินอ่อนออกมาเป็นลำนิดหนึ่งจากบานประตูที่ปิดไม่สนิท เธอกัดริมฝีปาก...

  เธอก้าวต่อไปอย่างหวั่นๆ หยุดอยู่ในเงามืด และมองผ่านประตูที่แง้มนั้นเข้าไป”

   
“เธอยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปากคล้ายกับคนที่กลั้นเสียงสำลัก”

     “จะมีอะไรล่ะในห้องคู่หนุ่มสาวที่ต่างเป็นข้าวใหม่ปลามันซึ่งกันและกันอย่างนั้น แต่มันก็สะกดให้เธอยืนไม่ไหวติงอยู่เช่นนั้นจนครู่ใหญ่เต็มๆเลยทีเดียว และเมื่อหญิงสาวถอยออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ทรวงอกถี่สะท้อนไปด้วยความรู้สึกที่คับคั่งอยู่ด้วยลมหายใจ เธอเหลียวดูห้องที่ปิดไฟสนิทของดำเกิง ขณะที่ผ่านไปอย่างช้าๆ และเบือนกลับอย่างเหน็ดเหนื่อย...

    
   มือที่ท้าวลูกกรงระเบียงบ้านสั่นระริกขณะที่มองตรงไปอย่างไม่มีจุดมุ่งหมาย แต่ชั่วขณะนั้นเอง เมื่อเธอทอดสายตาลงต่ำ เธอได้พบกับดวงตาที่ร้อนระอุเหมือนอสรพิษที่กำลังเพ่งลูกนก ของนายแก้ว”

       “ทั้งสองยืนอยู่ห่างกัน เพียงชั่วระยะห้าขั้นของบันไดเท่านั้น เปลวระอุของความรู้สึกที่ร้อนรุ่ม ผ่าวขึ้นเต็มช่วงอากาศที่ล่องลอยอยู่ระหว่างคนทั้งสอง จนต่างฝ่ายได้รู้สึก หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น เธอเหลือดูห้องนอนดำเกิงอีกแวบหนึ่ง มือชื้นด้วยเหงื่อนั้นสั่นเทา...”

        ประโยคที่หมอชิน เวชภราดา เอ่ยก่อนนำเข้าสู่บทสุดท้ายของชะตากรรมตัวละครในสัญชาตญาณมืดนั้น ชัดเจน กระจ่างใจยิ่งนัก

       “มโนธรรมอาจจะยับยั้งความร้อนระอุในสายเลือดของมนุษย์ไว้ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ภายใต้สีดำของสัญชาตญาณมืดที่ถูกกระตุ้นด้วยสิ่งแวดล้อมเช่นนั้น มโนธรรมมีค่าน้อยเกินไป...”

         และในคืนวันหนึ่งก่อนที่สองสามีภรรยาวิวาห์เหาะจะย้ายออกไป ทุกคนก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นซ้อนกันอย่างน่าสยดสยองในห้องนอนของคุณแดง
        เมื่อทัศนียา และปราโมทย์วิ่งเข้าไปในห้องก็พบว่าดำเกิงเสียสติไปแล้ว lส่วนคุณแดงหรือมานี นอนตายในสภาพร่างกายเปลือยเปล่าเหมือนคนที่เกิดใหม่ๆ และเธอก็ไม่ได้นอนตายอยู่เพียงลำพังผู้เดียว...

    ญาณยักไหล่ “เจ้าแก้วใช่ไหมล่ะ... ชู้ยายมานี”
 มือของนายแพทย์ชิน เวชภราดา สั่นระริก

         “เปล่าญาณ ถ้ามานีเลือกนายแก้ว ก็หมายความว่าได้ให้โอกาสแก่คนๆหนึ่ง ที่จะโพนทะนา ความชั่วร้ายของตนเองเมื่อใดก็ได้ นั่นสิ... หมาอัลเซเชียนตัวนั้นต่างหาก ถ้าหากแกจะเรียกว่าชู้ได้! นายแก้วเป็นเพียงผู้เล่าเรื่องนี้ให้กันฟังเท่านั้นเอง”
                   **********

         ขอปิดท้าย เรื่องราวของ อ.อุดากร นักเขียนเรื่องสั้นไทยผู้ยิ่งใหญ่หากอาภัพท่านนี้ ด้วยบทความ อ.อุดากร ที่ข้าพเจ้ารู้จัก ของ อาจารย์สังคีต จันทนะโพธิ เพื่อให้ทุกท่านที่สนใจจะได้ทราบประวัติชีวิตของท่านเพิ่มเติมได้สมบูรณ์ขึ้น และสุดท้ายขอบคุณเพื่อนนักอ่านทุกท่าน ที่ได้ติดตาม บทรีวิว ชั่วชีวิต ที่ยาวถึงสองตอน มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
























Create Date : 09 กันยายน 2556
Last Update : 9 กันยายน 2556 15:40:31 น. 10 comments
Counter : 4405 Pageviews.

 
น่าอ่านมากเลยครับ...เสียดายที่ไม่ได้พิมพ์ซ้ำ


โดย: อุ้มสม วันที่: 9 กันยายน 2556 เวลา:18:35:38 น.  

 
เก่ามากเลยนะคะ
แต่รีวิวน่าอ่านมากค่ะ

ขอบคุณมากๆนะคะ ^^


โดย: lovereason วันที่: 10 กันยายน 2556 เวลา:15:09:44 น.  

 
เป็นเรื่องที่หักมุมแบบเข็มขัดสั้นเลยค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 11 กันยายน 2556 เวลา:7:47:07 น.  

 
อ่านแล้ว เป็นเรื่องที่เขียนได้ดีค่ะ แต่โหดร้ายกับความรู้สึกมาก


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 11 กันยายน 2556 เวลา:8:25:37 น.  

 
ตามมาอ่านรีวิวค่ะ
เห็นด้วยนะคะว่า ถ้านำมาพิมพ์ในสมัยนี้ ความรู้สึกรับไม่ได้ คงน้อยลงกว่า สมัยที่เริ่มเขียนเยอะ


โดย: Serverlus วันที่: 11 กันยายน 2556 เวลา:20:22:51 น.  

 
ตอนเรียนมัธยมอาจารย์แนะนำให้ อ่านคะทุกวันนี้ยังเก็บหนังสือรวมเรื่องสั้นชุดนี้อยู่อย่างดีค่ะ:)


โดย: Aommy IP: 27.55.39.245 วันที่: 12 กันยายน 2556 เวลา:3:19:17 น.  

 
เคยอ่านแต่เรื่อง ตึกกรอสส์ เองค่ะ
แต่เรื่องนี้อ่านจากรีวีวแล้ว...หักมุมในตอนจบแบบอึ้งงง...ไปเลยค่ะ


โดย: pichayaratana วันที่: 14 กันยายน 2556 เวลา:15:57:33 น.  

 
น้องอุ้มสม : ถ้ามีโอกาสลองหาอ่านดูนะครับ งานเขียนของ อ.อุดากร เป็นงานเขียนเรื่องสั้นระดับครูที่น่าศึกษาท่านหนึ่งเลยครับ

คุณนุ่น :ลุ้นให้นำมาพิมพ์ใหม่เหมือนกันครับ อยากให้นักอ่านรุ่นใหม่ๆ รู้จักงานเขียนของบรมครูท่านนี้ด้วย

คุณ Sab Zab' : งานเขียนเรื่องสั้นสมัยก่อน ได้รับอิทธิพลจากงานทางตะวันตก อย่างของ โอ เฮนรี หรือ กีย์ เดอโมปัสซัง ค่อนข้างมากครับ แต่ก็ค่อยๆคลี่คลายมาเป็นเรื่องสั้นแบบไทยๆ ที่นิยมจบแบบหักมุมอย่างนี้ ซึ่งผมว่า สนุกและน่าอ่านมากเลยครับ

คุณพุด : ยิ่งในยุคนั้น อ.อุดากร เอง ก็ถูกกระแสวิพากษ์ในด้านลบจากนักเขียนและนักอ่านหลายท่านมากเลยครับ บางคนรับไม่ได้เลยก็มีครับ

คุณ Serverlus : ในเล่มนี้ ช่วงท้าย มีบทวิจารณ์ ของคณะกรรมการสยามสมัยหลายท่านเลยครับ ผู้บันทึกเขียนไว้ในช่วงตัดสินเรื่องสัญชาตญาณมืด ว่า เป็นช่วงเคร่งเครียดและความคิดแตกเป็นสองขั้ว ถึงขนาดนักเขียนที่อยู่ในองค์ประชุมบางท่าน วอลค์เอาท์ เดินออกจากที่ประชุมไปเลยครับ

คุณ Aommy : โชคดีมากเลยครับ เดี๋ยวนี้เรื่องสั้นชุดนี้หายากขึ้นทุกที แล้วจริงๆ

คุณ pichayaratana : มีคนเคยบอกว่า ถ้าเรื่องนี้ส่งเข้าประกวดพร้อมตึกกรอสส์ รางวัลสยามสมัยครั้งที่ 1 อาจจะเป็นเรื่องนี้ด้วยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 15 กันยายน 2556 เวลา:14:04:45 น.  

 
เคยอ่าน เคยรับรู้เรื่องนี้ค่ะ
คนเขียนกล้าหาญมาก


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:15:27:15 น.  

 
คุณตูน : เป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนความรู้สึกคนอ่านในยุคนั้นมากเลยครับ คนชอบก็ชอบไปเลย เพราะแหวกขนบพลอตแนวพาฝันออกไปชนิดสุดกู่ แต่ถ้าไม่ชอบก็เกลียดไปเลยเหมือนกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 17 กันยายน 2556 เวลา:8:05:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.