หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กันยายน 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
5 กันยายน 2556
 
All Blogs
 
ชั่วชีวิต (ภาคแรก: ตึกกรอสส์) : อ.อุดากร

เรื่อง : ชั่วชีวิต
ผู้เขียน : อ.อุดากร
ปีที่พิมพ์ : ปี 2517
สำนักพิมพ์ : แพร่พิทยา



    เนื่องจากการรีวิวในครั้งนี้ ผมพบว่ามีคำนำและรายละเอียดที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับนักเขียนฝันคนกล้า อ.อุดากร อันเป็นเสมือนเสาสดมภ์หลักท่านหนึ่งของงานเขียนเชิงเรื่องสั้นไทยในยุคแรกๆ และเป็นหมุดหมายสำคัญของเส้นทางแห่งวรรณกรรมไทยในยุคกึ่งพุทธกาลที่ผ่านมา ประวัติของท่าน มีกล่าวถึงในหนังสือหลายเล่มโดยเฉพาะสารคดี อ.อุดากร นักฝันคนกล้า ของ คุณอรสม สุทธิสาคร ก็เคยเขียนไว้อย่างละเอียดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 ของสำนักพิมพ์ดอกหญ้า

       อย่างไรก็ตาม จึงขอแบ่งรีวิวครั้งนี้ออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกคืองานเขียนเรื่องสั้นอันอุโฆษของท่าน ตึกกรอสส์ และช่วงหลัง คืองานเขียนอันลือลั่นด้วยกระแสแหวกขนบนิยมไทยในยุคนั้นจนก่อให้เกิดเสียงฮือฮา และการวิจารณ์ในแง่บวกและลบไม่ด้อยไปกว่ากันเลย นั่นก็คือ “สัญชาตญาณมืด” และเรื่องอื่นๆ ที่มีคุณค่าไม่ด้อยไปกว่ากันเลย ในหนังสือรวมเรื่องสั้น ชั่วชีวิต เล่มนี้...

       ตึกกรอสส์คืออะไร ถ้าไม่ใช่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับแวดวงทางการแพทย์ อาจจะไม่คุ้นเคยสักเท่าใดนัก อ.อุดากร อดีตนักเรียนแพทย์ผู้อาภัพ ได้ใช้ประสบการณ์ชีวิต เขียนและบรรยายภาพของตึกกรอสส์ แห่งศิริราช ในช่วงนั้นไว้ว่า

        ตึกกรอสส์ ตึกแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งสะสมศพดองไว้เป็นจำนวนสิบในโรงมหึมาราวกับฮวงซุ้ยของจอมจักรพรรดิโบราณแห่งไอยคุปต์ ตึกซึ่งซากและอวัยวะเฉพาะส่วนของมนุษย์นับเป็นจำนวนร้อยพันชิ้นถูกเก็บไว้ในสภาพเดิม ในโลงที่เปี่ยมด้วยน้ำยา และตึกซึ่งระเกะระกะด้วยกระดูกและกะโหลกมนุษย์นั้น ยืนทมึนขาวพร่าอยู่ท่ามกลางแสงอร่ามของดวงจันทร์ ขณะที่เสียงครางเบาๆของคนไข้และกลิ่นจากอีเธอร์ที่ถูกลมพัดหอบมาแต่ตึกศัลยกรรมก็ทำให้บรรยากาศตึงเครียดลงไปอีก

     เรื่องราวเริ่มต้นในภาคปัจจุบัน เมื่อเจษฏางค์และต้อย สองนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย พบว่าคนไข้อาการโคม่าที่ถูกส่งตัวมารักษา คือวิทยา เพื่อนรักของทั้งคู่ และเป็นอดีตนักศึกษาแพทย์วัยเดียวกัน ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ภายหลังเหตุการณ์คืนหนึ่งที่ตึกกรอสส์...

เมื่อวิทยา ขึ้นไปบนตึกกรอสส์และวิ่งไปยังเตียงชำแหละหมายเลข 11 ของศพที่ตนเองดูแลอยู่ เขาฉายไฟไปที่ท้ายทอยของศพ และเมื่อพบไฝสามเม็ดเรียงกันอยู่ชัดเจน เด็กหนุ่มก็ร้องออกมาอย่างโหยหวนก่อนจะหายตัวไปจากศิริราชโดยไม่มีใครพบเห็นอีก ตราบจนบัดนี้...


        จากนั้น อ.อุดากร ก็พาเราไปรู้จักกับวิทยา ในอดีต เขาคือเด็กหนุ่มผู้มีไฟฝันที่จะเป็นแพทย์ เหรียญทอง ด้วยหัวสมองอันปราดเปรื่อง และเชี่ยวชำนาญในการผ่าศพ และมีอาจารย์ใหญ่ ซึ่งก็คือผู้บริจาค ในแล็บกรอสส์ วิทยาได้รับมอบหมายให้ดูแลอาจารย์ใหญ่โต๊ะชำแหละที่ 11 ซึ่งเข้าใจว่า เป็นผู้บริจาคที่ไร้ญาติ เป็นนักโทษชื่อแจ้ง ชัยงาม และเสียชีวิตด้วยโรคมาลาเรียก่อนจะอุทิศศพให้โรงพยาบาลด้วยความสมัครใจ ทุกอย่างคงดำเนินไปด้วยดี ถ้าหากว่า วิทยาจะไม่พบจดหมายฉบับหนึ่งที่เขียนส่งมาถึง พระอรรถธรรมธาดา ซึ่งเป็นอาของเขาเอง

        ถึงพระอรรถธรรมธาดา
  

           จดหมายฉบับนี้ คงจะเป็นฉบับสุดท้าย ที่ฉันจะเขียนถึงเธอ เพราะว่าไข้กำลังกำเริบขึ้นทุกขณะ แต่ดีใจว่าจะหมดเวรหมดกรรมเสียที ถ้าไม่ตายเสียก็คงจะรับทุกข์ทรมานต่อไปอีก ฉันเบื่อเต็มที แต่อย่างไรก็ดี ฉันคิดถึงลูกวิทยา คงหลงว่าพ่อของเขานั้นตายมานานแล้ว แต่ดีละ เขารู้อย่างนั้นดีกว่าจะรู้ว่าพ่อของเขาเป็นนักโทษตลอดชีวิต เพราะฆ่าคนที่ทำลายเกียรติยศ แม่ของเขา
              ฉันตั้งใจจะอุทิศศพของฉันให้โรงพยาบาลศิริราชเพื่อเป็นบริการของนัก
เรียนแพทย์ วิทยาคงจะข้ามฟากปีหน้าใช่ไหม ฉันไม่มีโอกาสได้อยู่กับลูกเลย เกือบตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่ ดังนั้น ฉันภาวนาว่าขอให้ได้อยู่ใกล้ๆกับเขาสักหน่อย แม้ว่าจบสิ้นชีวิตไปแล้วก็ตาม
อย่าลืมทำลายเอกสารที่มีรูปและรอยตำหนิของฉัน ทั้งๆที่ฉันอยากจะอยู่ใกล้ๆลูกเมื่อตายไปแล้ว แต่ก็คงไม่อยากให้เขารู้ว่าฉันเป็นใครอยู่ดี ไฝสามเม็ดที่ท้ายทอยของฉันไม่เหมือนใคร อย่าให้วิทยารู้จักพ่อของเขาได้จากตำหนินั้น หากเขาจะได้ชำแหละศพพ่อของเขาด้วยน้ำมือของเขา
          ลาก่อน ขอให้เธอและวิทยาจงเป็นสุข
           จากพี่
                          แจ้ง ชัยงาม


          และบทบรรยายสุดท้ายอันสุดสะเทือนใจของเรื่องสั้นเรื่องนี้ ก็คือ วิทยาได้เสียชีวิตลงที่นี่ และบริจาคร่างกายเป็นวิทยาทาน เช่นเดียวกับพ่อของเขา เป็นอาจารย์ใหญ่ของโต๊ะชำแหละที่ 11 เช่นเดียวกัน ในขณะที่จดหมายสำคัญฉบับนั้น อยู่ในกำมือของเจษฏางค์ สหายรักของวิทยาที่เหลืออยู่

        เจษฏางค์ยิ้มเหี้ยมเกรียม วิทยาใช้เวลาถึงสามปี และกับชีวิตของเขาอีกชีวิตหนึ่ง ซึ่งแพงมากเหลือเกินสำหรับเพื่อ เพียงที่จะสำนึกในความภาคภูมิ ในความรักอันจะหาสิ่งใดเปรียบมิได้เลยของบิดาที่มีต่อเขา... และกว่าที่จะทราบว่ามันมีค่าเหนือสิ่งใด แม้แต่ความอับอายขายหน้าอันควรจะได้รับในการที่มีพ่อ เป็นนักโทษตลอดชีวิตนั้น
เจษฏางค์ จุดไม้ขีด... เปลวไฟลุกขึ้นวูบหนึ่ง กระดาษนั้นกลายเป็นเถ้าถ่านไปสิ้น และสีของมันดำเหมือนสีของกลางคืน.

         พิมพ์ครั้งแรกใน สยามสมัย 10 พฤษภาคม 2491


                ****************อวสาน*****************
ส่วนเหตุผลของเรื่องนี้ที่เป็นที่กล่าวถึงและได้รับรางวัลโบว์สีฟ้า ของ นิตยสารสยามสมัย ก็คือ.
..






       ช่วงต่อจากนี้ ผมขออนุญาตนำเสนอ บทนำของ น้อย อินทนนท์ หรือ แม่อนงค์ ที่ได้เขียนคำนำให้กับ อ.อุดากร ด้วยครับ
















Create Date : 05 กันยายน 2556
Last Update : 5 กันยายน 2556 15:17:03 น. 13 comments
Counter : 7649 Pageviews.

 


เรื่องราวน่าสนใจเชียวค่ะ
ปัจจุบันมีใครนำมาพิมพ์ใหม่บ้างหรือยังคะ


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 5 กันยายน 2556 เวลา:19:23:37 น.  

 
เคยอ่านแต่"ตึกกรอสส์"ค่ะ เมื่อนานมาก ๆ แล้ว
เห็นด้วยกับคณะกรรมการที่ตัดสินให้รางวัลแก่เรื่องสั้นชุดนี้ที่ว่าตัวละครทุกตัวของเขาโลดแล่นมีชีวิตชีวามาก ๆ

เล่มข้างบนนั่นปกสวยคลาสสิคจัง ชวนอ่านสุด ๆ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 6 กันยายน 2556 เวลา:11:43:42 น.  

 
ชอบเรื่อง ตึกกรอสส์ และสัญชาตญาณมืด ค่ะ นับเป็นนักเขียนที่กล้าแหวกแนวในรุ่นเก่า


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 6 กันยายน 2556 เวลา:17:35:10 น.  

 
มีเรื่องนี้กะเค้าเหมือนกันค่ะ
แต่ไม่ใช่ปกนี้ค่ะ

ส่วนเรื่อง สัญชาตญานมืด .....เป็นเรื่องสั้นหักมุม ที่อ่านแล้วเหวอที่สุดเลยค่ะ...คือไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกตัวเองยังไง
(ตอนที่อ่านน่ะ อยู่ ม.ต้น ด้วยนะคะ )


โดย: Serverlus วันที่: 6 กันยายน 2556 เวลา:20:42:04 น.  

 
ไม่เคยอ่านเลยค่ะ
เก่าจังไม่รู้จะมีอยู่มั๊ยนะคะ

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่า ^^


โดย: lovereason วันที่: 7 กันยายน 2556 เวลา:0:11:45 น.  

 
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆนะคะ ^^


โดย: Sab Zab' วันที่: 7 กันยายน 2556 เวลา:14:28:44 น.  

 
งานเก่าๆแบบนี้ จะมีตีพิมพ์มาให้อ่านบ้างไหมนะ...อยากอ่านบ้างค่ะ


โดย: Aneem วันที่: 7 กันยายน 2556 เวลา:20:09:53 น.  

 
สวัสดีครับอาจารย์...ทราบข่าวมาว่า งานสัปดาห์หนังสือ ต.ค. นี้ อาจารย์มีงานใหม่ออกมา 2 เรื่อง เลยเหรอครับ??


โดย: อุ้มสม วันที่: 7 กันยายน 2556 เวลา:21:21:47 น.  

 
คุณตูน : ผมเห็นมีบางสำนักพิมพ์นำมารวบรวมเหมือนกันครับ (คุ้นๆว่าของสำนักพิมพ์ดอกหญ้าครับ) แต่ไม่น่าจะครบชุด เท่ากับชุดชั่วชีวิต เล่มนี้ครับ

คุณแม่ไก่ : ชอบปกเหมือนกันเลยครับ

คุณพุด : ตึกกรอสส์ จุดเด่นมากๆคือการบรรยายสภาพ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนจริง และการสร้างปมเปิดเรื่อง แต่สัญชาตญาณมืดนี่ อึ้งสุดๆในการเฉลยปม ตอนจบเลยครับ คราวหน้าผมจะนำเรื่องนี้มารีวิวกันครับ

คุณServerlus : เป็นสองเรื่องที่โดดเด่นที่สุดของ อ.อุดากร เลยครับ มีความรู้สึกว่า พลอตสัญชาตญาณ มืด เป็นพลอตที่แหวกขนบเรื่องสั้นไทยในยุคนั้นไปมาก จนคนที่รับไม่ได้ ถึงกับต่อต้านคนเขียนไปเลย แต่ถ้าในยุคปัจจุบัน อาจจะไม่ถึงขนาดนี้ก็ได้

คุณนุ่น : เสียดาย อยากให้สำนักพิมพ์ หนังสือทรงคุณค่า แบบนี้ กลับมาพิมพ์อีก ตึกกรอสส์ เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยเก่ามากๆ อยู่ยุคหนึ่งครับ แต่เดี๋ยวนี้ก็คงจะหายไปกาลเวลาเช่นกัน

คุณ Sab Zab' : ขอบคุณมากครับ

คุณ Aneem : ถ้ามีโอกาสได้อ่าน ผมเชื่อว่าคุณ Aneem น่าจะติดใจงานของ อ.อุดากร เช่นกันครับ

น้องอุ้มสม : เป็นสองเรื่องที่ต่อเนื่องกันครับ่ เหมือนเรื่อง สูรย์ทรงกลด-ลิขิตสุริยัน
เลศนวารา เป็นภาคเปิดปม ครับ
ส่วนบุษบาทมิฬ เป็นภาคคลายปม ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 9 กันยายน 2556 เวลา:8:04:16 น.  

 
ตึกกรอสส์ (เข้าใจว่าน่าจะเป็นรวมเรื่องสั้นเรื่องเอกของ อ.อุดากร) เห็นสร้างสรรค์บุ๊คส์ยังพิมพ์และมีขายตามนี้ครับ
//www.sangsanbooks.com/product-th-404321-1879660-ตึกกรอสส์.html


โดย: panda and lion IP: 171.96.240.41 วันที่: 1 กันยายน 2558 เวลา:20:06:41 น.  

 
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณ panda and lion ด้วยครับ เผื่อนักอ่านที่สนใจจะได้ติดตามหามาอ่านกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 2 กันยายน 2558 เวลา:14:07:51 น.  

 
มีหนังสือ Pocket book รวมเรื่องสั้นพร้อมบทวิจารณ์งาน อ.อุดรกร
เมื่อเกือบสามสิบปีก่อน ให้เขายืมไปแล้วหาย เฮ้อ......


โดย: DanceWithFox IP: 27.145.241.223 วันที่: 3 กันยายน 2558 เวลา:8:16:23 น.  

 
คุณ DanceWithFox : ใช่เรื่อง อ.อุดากร นักฝันคนกล้า ที่เป็นเล่มบางๆรูปวาดใบหน้า อ.อุดากร ของสำนักพิมพ์ดอกหญ้า ที่เรียบเรียงโดยคุณอรสม สุทธิสาคร หรือเปล่าครับผมคุ้นว่าเคยเห็นในร้านหนังสือเก่าเหมือนกัน ถ้าเผื่อใช่ทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ก็ได้นะครับ มีโอกาสจะซื้อเก็บไว้ให้ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 4 กันยายน 2558 เวลา:7:39:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.