หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
28 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
นิราศหัวใจ : แม่อนงค์

เรื่อง : นิราศหัวใจ
ผู้เขียน : แม่อนงค์
ปีที่พิมพ์ : ปี 2516
สำนักพิมพ์ : ศึกษาภัณฑ์



      นิราศหัวใจ เป็นรวมเรื่องสั้นในหลายๆเรื่องของครูมาลัย ชูพินิจ ในนามปากกาแม่อนงค์ นอกจากนี้ท่านยังมีนามปากกาอื่นอีกมากมายเช่น น้อย อินทนนท์ เจ้าของผลงาน “ล่องไพร”อันลือลั่น หรือ เรียมเอง ที่หลายคนรู้จักกันดี ในเรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย, ทุ่งมหาราช หรือ แผ่นดินของเรา สำหรับในผลงานเรื่องสั้นของท่านนั้น มีจำนวนมากมาย ประมาณกันว่างานเขียนของท่านมีไม่ต่ำกว่าสามพันเรื่อง และส่วนหนึ่งก็ถูกนำมารวบรวมเอาไว้ในชุด นิราศหัวใจ เรื่องนี้

       สำหรับนิราศหัวใจนั้น เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ พิศาล สุทธิผล นักธุรกิจหนุ่ม เดินทางจากพระนคร เพื่อมาพักฟื้นร่างกาย หลังจากเป็นไข้หนักมาก่อน โดยตัดสินใจมาที่ เกาะสมุย ตามคำแนะนำของหมอ ซึ่งเขาเองก็มีเอเยนต์หรือสำนักงานอยู่ที่บ้านดอน ในตัวจังหวัดสุราษฏร์ธานีด้วย
         เขามาเพียงลำพัง เพื่อมายังบ้านพักของขุนประจันซึ่งเปิดบ้านพักบังกะโลขึ้นที่เกาะสมุย ซึ่งสหายเขาเป็นคนติดต่อให้ แต่เมื่อมาถึงอาการไข้ก็กำเริบขึ้นมาอีกครั้ง จนพิศาลถึงกับหมดสติไป 

        ชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ในความดูแลของ ชะอวบ ภรรยาของขุนประจัน ซึ่งบอกกับเขาว่า สามีของเธอมีธุระต้องเดินทางไปเมืองนครกะทันหัน ทำให้เธอซึ่งเป็นเจ้าบ้านต้องคอยดูแลชายหนุ่มผู้นี้เพียงลำพัง

        ความใกล้ชิด สนิทสนม ที่เริ่มทวีขึ้น ทำให้เขาทราบว่า ชะอวบเป็นสาวน้อยจากเมืองจันทบุรี ที่แต่งงานมาอยู่กับชายสูงวัยอย่างขุนประจัน ซึ่ง แม้จะเป็นคนซื่อสัตย์รักเดียวใจเดียวต่อภรรยา แต่ก็ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ร่วมกันนัก เขาปล่อยให้หญิงสาวต้องอยู่เฝ้าบ้านเพียงลำพัง บนเกาะสมุย ใช้ชีวิตเรียบง่ายและรอคอยการกลับมาของสามี

           เมื่อพิศาลมาอยู่ที่นี่ ความเงียบเหงา เปล่าเปลี่ยว ทำให้เขาเริ่มรู้สึกถูกใจหญิงสาว ภรรยาเจ้าของบ้านโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่ความรื่นเริง มีชีวิตชีวาของหนุ่มชาวกรุง ก็ทำให้ จิตใจของสาวน้อยชะอวบเริ่มหวั่นไหว จนกลายเป็นความรัก

         พิศาลหายไข้ในเวลาต่อมา ช่วงเวลานั้นเอง ก็มีโทรเลขจากพระนครส่งมา บอกว่าเกิดไฟไหม้ที่โรงงานของเขา ให้รีบเดินทางกลับโดยด่วน
        นั่นเอง นำมาซึ่งการตัดสินใจของสาวน้อยชะอวบ...

“มันเป็นกรรมของดิฉันเองที่... ที่ดิฉันไม่อยากให้คุณไปจากที่นี่เหมือนกัน” เสียงของหล่อนขาดๆห้วนๆ

   ในชั่วขณะต่อมา ต่างก็เข้าไปอยู่ในวงแขนซึ่งกันและกัน ริมฝีปากของเขาแตะที่หน้าผาก ใบหู แก้ม แล้วก็เลื่อนเลยไปซบนิ่งอยู่ทีซอกคออันอบอุ่นของหล่อน ลมหายใจของชะอวบช่างร้อนผ่าวอะไรเช่นนั้น เนื้อตัวของหล่อนสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขนของเขา เหมือนลูกนกซึ่งต้องลมหนาว...

     “ขอให้ดิฉันตามคุณไปจากที่นี่เถิดนะคะ” หล่อนกระซิบ “ทนอยู่คนเดียวโดยไม่มีคุณต่อไปอีกไม่ไหว ดิฉันจะขอตามคุณไปด้วยในวันพรุ่งนี้ ไปอยู่ที่ไหนๆ ได้ทั้งนั้น ดิฉันอดทนได้ทุกอย่าง เพียงแต่ว่าขอให้ได้อยู่ใกล้คุณ คุณเองก็รักดิฉันเหมือนกันไม่ใช่หรือคะ”
     “ผมก็อย่างเดียวกัน”

        ในห้วงมนตร์แห่งรักอันหวานฉ่ำของสองหนุ่มสาว ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นใจนั้นเอง ที่พิศาลเกิดความตระหนักรู้บางอย่างเกิดขึ้น

       “แม่อนงค์” บรรยายความคิดของชายหนุ่มในขณะที่ตระกองกอดสาวคนรักไว้แนบอก ไว้ว่า...

        ผู้ชายที่ได้รับการศึกษาผ่านโลกและชีวิตมานานพออย่างพิศาล แม้ความประพฤติที่ล่วงมาแล้ว จะชั่วช้าเลวทรามเพียงใด ใจก็หนีความรู้สึกผิดชอบไม่พ้นว่า วัดกันด้วยมาตรฐานของขนบประเพณีและศีลธรรมแล้ว เขาเป็นบุคคลที่ไม่มีค่าอะไรเลย อารมณ์ซึ่งเต็มไปด้วยอุดมคติเพราะความเสน่หาซาบซึ้งตรึงใจอยู่ในขณะนั้น อีกไม่ช้าก็จะผ่านไป ต่อจากนั้น เขาก็จะกลับนิสัยเป็นตัวของเขาเองอย่างเดิมอีก เป็นพิศาลที่เบื่อง่าย ดิ้นรนกระวนกระวายหาของใหม่ต่อไป ไว้วางใจไม่ได้ เมื่อเวลายิ่งเนิ่นนานไป เขาจะเบื่อหน่ายหล่อนอย่างไม่มีปัญหา เขาทราบดีว่า แทนที่จะนำความสุขมาสู่หล่อน กลับจะเป็นผู้ทำลายหัวใจให้แหลกลาญไป ชะอวบจะต้องมารับทุกข์ทรมานเพราะเขาไปชั่วชีวิตของหล่อน

   “ทำไมคุณเงียบไปคะ?”

        “อ๋อ ผมกำลังคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่เราจะได้ร่วมกันทำต่อไปในอนาคต” เขาตอบอย่างอ่อนโยน

     หลังการพลอดรักกันอย่างอ้อยอิ่งในคืนนั้นแล้ว คือเช้าวันรุ่งขึ้นที่พิศาลจะต้องเดินทางกลับสู่พระนคร ชะอวบมารอเขาอยู่ก่อนแล้ว หล่อนพร้อมแล้วที่จะเดินทางไปกับเขา โดยไม่สนใจต่อม่านประเพณี หรือ สามีที่ยังไม่กลับมาของหล่อนอีกต่อไป...

       พิศาลรวบกายหล่อน ก้มลงจูบทั่วใบหน้านั้น
       “คุณแน่ใจแล้วหรือคะว่าต้องการให้ดิฉันไปด้วย” ชะอวบกระซิบแผ่วๆ
        “แน่เสียยิ่งกว่าแน่อีก ว่าแต่คุณเถอะ” เขากระซิบตอบ
     แต่ก่อนที่กำหนดเรือเที่ยวล่าจะมาถึง ยายแม่ครัวของบ้านก็กลับมาจากตลาดพร้อมด้วยโทรเลข และห่อไปรษณียภัณฑ์เล็กๆ
      “ตาบุรุษไปรณีย์จากบ้านดอนแกฝากมาให้คุณนายค่ะ”
      ชะอวบคลี่โทรเลขออกอ่าน
        “จากท่านขุนน่ะเอง” หล่อนแก้ห่อไปรษณียภัณฑ์ช้าๆ

          มันคือกล่องกำมะหยี่เล็ก บรรจแหวนเพชรวงหนึ่ง!

          นัยน์ตาของชะอวบเพ่งอยู่ที่แหวนวงนั้น แล้วก็หันไปดูโทรเลขที่ถืออยู่ในมือ สักครู่หนึ่งน้ำตาก็ซึมออกมาคลอหน่วย หล่อนเงยหน้าขึ้นดูพิศาลช้าๆ แล้วก็ซบหน้าลงกับฝ่ามือ ร้องไห้กระซิกอย่างจนประตู ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร

บทจบของ นิราศหัวใจ เรื่องนี้ก็คือ

          อีกชั่วโมงหนึ่งต่อมา พิศาลก็โดยสารเรือจากสมุยไปขึ้นบ้านดอนแต่ลำพังคนเดียว ตลอดเวลาที่พักรอรถอยู่ที่สถานีสุราษฏร์ เขามีเวลาพอที่จะโทรเลขสั่งการงานของเขาในกรุงเทพฯ มอบอำนาจให้ผู้จัดการใหญ่ของเขาจัดการต่อไปตามที่จะเห็นสมควร นอกจากนั้น ยังไม่ลืมชำระค่าแหวนเพชร ซึ่งสั่งให้เอเยนต์ของเขาประจำสุราษฏร์ส่งไปสมุยในเช้าวันนั้น...

        ขอต่อด้วยเรื่องขนาดสั้นๆ สักเรื่องสองเรื่องนะครับ ยกเว้นในเรื่องสำนวนภาษาที่อาจจะ “เก่า”ไปบ้าง แต่กลวิธีการเขียนที่แสดงให้เห็น “ฝีมือ”ในการเขียนเรื่องสั้นระดับพระกาฬของแม่อนงค์นั้น เป็นอย่างไร

“ผลสะท้อน”

        เรื่องราวเล่าถึงมัลลิกา นางละครใกล้ตกอับที่มีคนรักชื่อธำรง หล่อนรอคอยธำรงซึ่งนัดกันว่าจะไปดูหนังอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่มารับเสียที
       “มัลจ๊ะ ธำรงมาแล้ว” เขาพูดด้วยท่าประจบ
           “ดูสิคะ กี่โมงแล้ว?”

            “ขอโทษที ที่รัก”เขารับผิด เมื่อตัดพ้อต่อว่าและทำแง่งอนในเรื่องผิดนัดของเขาอีกเล็กน้อยแล้ว มัลลิกาก็ยอมตามชายหนุ่มขึ้นรถโดยดี พอมาถึงจึงพบว่า ยังมีหญิงชรารูปร่างขะมุกขะมอมอีกผู้หนึ่งซุกตัวอยู่ในที่นั่งตอนหลังรถ หญิงสาวมองดูอย่างไม่พอใจ ธำรงรีบบอกกับหล่อนว่า

       “ยังไม่ได้บอกกับมัลว่า เรามีคุณยายคนนี้ติดรถมาด้วย และเพราะเหตุนี้ เลยมารับมัลช้าไป รถของฉันเกือบชนเอาในตอนที่แกตัดหน้ารถระยะใกล้ เคราะห์ดีที่ห้ามล้อเอาไว้ได้ทัน แต่ด้วยความตกใจ แกเป็นลมหมดสติ ต้องหยุดรถแก้ไขอยู่เป็นนาน แกจึงฟื้น เลยเอาแกใส่รถมาด้วยว่าจะไปส่งบ้าน”

           มัลลิกามองดูหญิงชราอย่างรำคาญใจบ่นว่า “รำคาญจริง คนแก่คนเฒ่าจะข้ามถนนหนทางทำไมไม่ดูเสียก่อนนะ ทำให้คนอื่นเขาพลอยเสียเวลาไปด้วย”

         หล่อนหยุดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดด้วยเสียงห้วนๆ “ธำรงคะ เอายายคนนี้ไปส่งเสียก่อนเถอะ หรือม่ายก็ให้แกกลับไปเอง เราจะได้เที่ยวสนุกของเรา ที่จริงคุณไม่ควรเอาแกเข้ามาวุ่นวายด้วยเลย แกอยากข้ามถนนไม่ระวัง รถไม่ทับตายก็ดีแล้ว”

    “สงสารคนแก่เถอะค่ะคุณ” หญิงชราพูดด้วยเสียงสั่น
        “ช่วยกรุณาส่งให้ถึงบ้านหน่อยเถอะ กลับเองคงกลับไม่ไหวแน่ มันเพลียเหลือเกิน”

        พูดพลางแกสบสายตาหล่อนอย่างวิงวอน แต่สายตาของหญิงสาวกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดขณะพูด

      “ไม่ใช่ธุระกงการของเรา ธำรงคะ แกไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ปล่อยให้แกไปเองเถอะค่ะ ชักช้าเสียเวลาเปล่าๆ”

     หล่อนหันมาทางหญิงชรา “ลงจากรถเถอะยาย แล้วเดินกลับไปเอง ฉันไม่มีเวลาพอที่จะไปส่งหรอก”

       “โธ่คุณ” ผู้เฒ่ายังวิงวอนต่อไป “บ้านดิฉันอยู่แค่นี้เองนะคะ กรุณาหน่อยเถอะ”

        “ยุ่งจริง ยายคนนี้” เสียงของมัลลิกา กระชาก “ไม่กรุณากรุแนอะไรหรอก ลงเถอะ ธำรงคะ ถ้าคุณจะขืนเอายายคนนี้ไปด้วยมัลไม่ไปกับคุณหรอก”

        ทันทีที่หล่อนพูดจบ หญิงชราก็ยืดกายขึ้นตรง นัยน์ตาที่จ้องมาเต็มไปด้วยประกายชิงชัง

         “ธำรง” แกพูดเสียงเด็ดขาด “ออกรถเดี๋ยวนี้ ฉันไม่อาจรับเอาผู้หญิงปราศจากความเมตตากรุณาคนนี้ เข้ามาเป็นสะใภ้ได้หรอก”

         มัลลิกามองดูอย่างตื่นตะลึง หล่อนไม่ทันจะเข้าใจอะไร แว่วเสียงธำรงที่ร้องบอกออกมาว่า

         “มัลลิกา นี่คุณยายของฉันเอง ท่านแสดงละครฉากหนึ่งเพื่อพิสูจน์นิสัยใจคอของผู้หญิงที่รักฉัน”


                *******************
            เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องสั้นๆที่น่าสนใจอีกเรื่องครับ ชื่อเรื่องว่า… “เขาของหล่อน”








Create Date : 28 สิงหาคม 2556
Last Update : 28 สิงหาคม 2556 9:12:07 น. 17 comments
Counter : 1738 Pageviews.

 
น่าอ่านมากค่ะ ทั้งสามเรื่องเลย...ชอบบทจบของเรื่องสั้นผลสะท้อนจริงๆ ช่างตั้งชื่อเรื่องได้เหมาะกับเนื้อเรื่องมากค่ะ


โดย: Aneem วันที่: 28 สิงหาคม 2556 เวลา:19:42:20 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านเลยครับ เรื่องที่ชอบมากที่สุดของท่านน่าจะเป็นล่องไพรที่ทำให้ผมชอบการอ่านหนังสือและแผ่นดินของเราที่ภาษางดงามมากครับ


โดย: allreddy วันที่: 28 สิงหาคม 2556 เวลา:21:39:54 น.  

 
น่าอ่านทุกเรื่องเลยค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 28 สิงหาคม 2556 เวลา:21:54:09 น.  

 
น่าอ่านมากครับอาจารย์


โดย: เมฆชรา วันที่: 29 สิงหาคม 2556 เวลา:12:27:41 น.  

 

น่าอ่านมากค่ะ


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 29 สิงหาคม 2556 เวลา:12:47:40 น.  

 
สามเรื่อง สุดยอดกันคนละแบบนะคะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 29 สิงหาคม 2556 เวลา:18:53:54 น.  

 
ชอบภาษา
ชอบเค้าโครงเรื่องมากเลยค่ะ

คัันไม้คันมือ...
อยากอ่านและอยากเขียน
ในเวลาเดียวกัน


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 29 สิงหาคม 2556 เวลา:19:05:55 น.  

 
ของผู้เขียนท่านนี้...เคยเห็นแค่เรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย เองครับ


โดย: อุ้มสม วันที่: 29 สิงหาคม 2556 เวลา:19:18:55 น.  

 
คุณ Aneem : จริงๆในเล่มนี้ มีเรื่องสั้นอีกหลายสิบเรื่องเลยครับ สั้นๆ แต่จบในลักษณะนี้ แต่ยกมาแค่สามเรื่องครับ อ่านแล้วสนุกมากครับ

คุณหมอภูมิ : ล่องไพร มีโอกาสได้แค่ แตะนิดหน่อยเองครับ คิดว่าสักวันจะหาอ่านให้ครบให้ได้

คุณหวานเย็น : น่าอ่านมากเลยครับ

คุณอิส, คุณบอล : เป็นเรื่องแนวหักมุมที่น่าจะได้อิทธิพลมาจาก งานของ โอ เฮนรี ที่ยุคนั้น นำมาเผยแพร่กันเยอะเหมือนกันจนกลายมาเป็นเรื่องสั้นๆ แบบไทยๆครับ

คุณSab Zab' : สนุกทุกเรื่องเลยครับ ยิ่งเรื่องสั้นๆ อ่านแต่ละเรื่องแป๊บเดียวจบ

คุณตูน : ลองดูนะครับ จะรออ่านงานคุณตูนด้วยครับ

น้องอุ้มสม : แนะนำ "แผ่นดินของเรา" กับ "ทุ่งมหาราช"ด้วยครับ ไม่แน่ ช่วงเรียนมัธยมปลาย อาจจะมีสองเรื่องนี้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาก็ได้ครับ


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 30 สิงหาคม 2556 เวลา:12:21:02 น.  

 
เคยอ่านแต่ทุ่งมหาราชค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 30 สิงหาคม 2556 เวลา:18:32:33 น.  

 
น่าอ่านจังเลยค่ะ งานของท่านที่เคยอ่านก็เรื่อง แผ่นดินของเรา กับ ทุ่งมหาราช (เล่มนี้ เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา) เองค่ะ


โดย: pichayaratana วันที่: 31 สิงหาคม 2556 เวลา:18:06:07 น.  

 
เล่มนี้เก่ามากค่ะ ไม่เคยเห็นเลย แต่น่าอ่านนะคะ

สุขสันต์วันจันทร์ค่ะอาจารย์



โดย: นุ้ย (ปริยาธร ) วันที่: 2 กันยายน 2556 เวลา:9:26:04 น.  

 
พึ่งอ่านเป็นครั้งแรก ชอบมากๆ


โดย: ดอกบัว IP: 115.67.35.150 วันที่: 2 กันยายน 2556 เวลา:11:37:40 น.  

 
พึ่งอ่านเป็นครั้งแรก ชอบมากๆ


โดย: ดอกบัว IP: 115.67.35.150 วันที่: 2 กันยายน 2556 เวลา:12:59:27 น.  

 
คุณพุด : เรื่องทุ่งมหาราช ผมเคยแต่อ่านไปนิดเดียวเองครับ พอดีเรื่องนี้ทางโรงเรียนผมไม่กำหนดเป็นหนังสือนอกเวลาครับ เสียดายเหมือนกัน ตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสจะหาอ่านให้จบให้ได้

คุณ pichayaratana : แผ่นดินของเราก็เคยอ่านเหมือนกันครับแต่นานมากแล้วตอนเด็กๆเลยครับ คิดว่าถ้ามีโอกาสอ่านอีกครั้ง น่าจะประทับใจมากขึ้น ส่วนภาพยนตร์ เคยเห็นช่องเคเบิลนำเรื่องนี้มาฉายเหมือนกันครับ มีเนาวรัตน์ เล่นเป็นนางเอก

คุณนุ้ย : ขอบคุณมากครับ เรื่องนี้ผมเห็นมีขายในเว็บหนังสือเก่าบ้างเหมือนกันครับ แต่นานแล้ว

คุณดอกบัว : ถ้ามีโอกาสลองหางานเขียนของครูมาลัยอ่าน น่าจะมีพิมพ์ใหม่บ้างนะครับ แต่ไม่ใช่ชุดนี้ เป็นสไตล์ที่น่าสนใจของการเขียนเรื่องสั้นเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 2 กันยายน 2556 เวลา:19:29:43 น.  

 
เห็นปกกับชื่อหนังสือแล้วคุ้นจัง แต่แน่ใจว่ายังไม่เคยอ่าน...
อ่านรีวิวนี้แล้วอยากจะอ่านขึ้นมาติดหมัดเลยค่ะ
สงสัยต้องไปรื้อตู้หนังสือที่บ้านเก่าดูแล้ว อาจจะเจอขุมทรัพย์ หุหุ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 2 กันยายน 2556 เวลา:21:01:08 น.  

 
คุณแม่ไก่ : รวมเรื่องสั้นชุดนี้ ตอนแรกเหมือนไม่สะดุดตาเท่าไรเลยครับ แต่พออ่านแล้ว สนุกไม่น้อย แม้ว่าสำนวนจะเก่าไปบ้าง แต่ได้ความรู้สึกคลาสสิคมากเลยครับ แถมแต่ละเรื่องก็สั้นๆ ถึง สั้นมากๆ แล้วหักมุมจบอย่างที่ยกตัวอย่างมาเกือบทุกเรื่องเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 3 กันยายน 2556 เวลา:11:29:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 64 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.