หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
19 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
รักที่ต้องมนตรา : ทมยันตี

เรื่อง : รักที่ต้องมนตรา
ผู้เขียน : ทมยันตี
ปีที่พิมพ์ : ปี 2511
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น



         นี่คือนิยายปกสวยอีกเล่มหนึ่ง ที่ได้รับการพิมพ์ครั้งแล้วครั้งเล่า คงความเป็นอมตะของงานวรรณกรรมที่โดดเด่นในด้านสำนวนภาษาเป็นอย่างยิ่ง

       จากนิทานวรรณคดีท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่าง “พระลอ” ได้ถูกนำมาเขียนใหม่บอกเล่าเรื่องราวและเหตุผลผ่านตัวละคร “แพงทอง” หรือพระแพง ด้วยสำนวนภาษาอันสละสลวย ของทมยันตี

     “ข้าฯ ชื่อแพงทอง และสตรีผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับข้าฯ ที่ยืนอยู่ตรงช่องพระแกลโน้น เพื่อนแก้ว! ขณะนี้บันทึกตอนสุดท้ายของข้าฯ กำลังจะยุติลง แสงชวาลาริบหรี่และกระดาษสาที่ม้วนอยู่ข้างๆข้าฯ ก็วางอยู่เป็นกองโต ปากไก่ในมือของข้าฯสั่นสะท้านเพราะอ่อนเปลี้ยเต็มทน จนข้าฯต้องวางไว้ชั่วคราว เอนหลังพิงเขนย ทอดสายตาไปสู่ท้องฟ้าเบื้องนอก ซึ่งในอีกไม่ช้า ก็คงจะไม่มีวันได้ชม...

      นี่คือเหตุการณ์แห่งกาลอวสาน ที่ไปอยู่ในบทเริ่มต้นของนิยายเรื่องนี้ ชะตากรรม ความรักที่ต้องมนตราตามคำครหามาช้านาน และเหตุผลที่บอกถึงเล่ห์เพทุบาย ที่ต้องช่วงชิง เจ้าชายลอดิลกราช แห่งแมนสรวง มาจาก พระชายาด้วยอิทธิฤทธิ์แห่งองค์ปู่เจ้าสมิงพราย สองขัตติยะนารี เพื่อนแก้ว แพงทอง ได้ปรากฏในนวนิยายขนาดเล่มเดียวจบเรื่องนี้แล้วอย่างสมบูรณ์และสะเทือนใจในโศกนาฏกรรมแห่งรัก

  รอยรูปอินทร์หยาดฟ้า  มาอ่าองค์ในหล้า
แหล่งให้คนชม แลฤา
  เดือนจรัสโพยมแจ่มฟ้า  ผิบ่ได้เห็นหน้า
ลอราชไซร้ ดูเดือน ดุจแล

       ถ้า... ราชันย์แห่งแมนสรวงจะไม่คิดการยุทธโยธา เข้าประหัตประหารกับเวียงสรอง จนทำให้ “สมเด็จปู่” พระเจ้าพิมพิสาคร ต้องถึงแก่สวรรคตในสนามรบ และพระองค์เองก็ต้องสิ้นพระชนม์ลงด้วยพิษบาดแผลในเวลาต่อมา

      ถ้าหากว่า... องค์เจ้าย่า จะไม่คิดผูกพระทัยพยาบาท ต่อแมนสรวง...

       สมเด็จย่าคว้าต้นพระพาหาเพื่อนแก้วกับข้าฯ บีบไว้แน่น แววพระเนตรเป็นประกายจัดอย่างน่ากลัว

       “ดูทางช่องพระแกลนั่นเพื่อนแก้ว แพงทอง ดูไว้ให้ดี... จำจารึกไว้ในหัวใจให้มั่น! จำถึงความพินาศของนครสรองไว้ให้ดี วันหนึ่ง นครแมนสรวงจะต้องใช้หนี้การกระทำครั้งนี้ ด้วยเลือด ด้วยชีวิต!
       ... อา ท้าวแมนสรวง พระนางนาฎบุญเหลือ... สักวันหนึ่ง ข้าจะให้บทเรียนแก่เจ้าด้วยน้ำตาเช่นกัน... เจ้าจะได้รู้จักความเจ็บปวดจากการที่ต้องเสียคนที่รักสุดชีวิตไป... เจ้าจะได้รู้เหมือนข้า... เหมือนข้า!

       และแผนการแห่งการแก้แค้นนั้นก็ถูกวางเอาไว้แล้ว โดยมีสองพระองค์ เพื่อนแก้ว กับแพงทองเป็นเดิมพัน

       “เธอรู้ไหมแพงทอง ว่าสมเด็จย่าทรงอัญเชิญปู่จ้าวมาด้วยเรื่องอะไร?”
     “จะด้วยเรื่องอะไร ก็... ทรงไต่ถามพยากรณ์อนาคต ช่วยทรงปัดเป่าพระเคราะห์...”
     “ไม่ใช่หรอกแพงทอง ทรงอัญเชิญให้ปู่เจ้ามาทำเสน่ห์น่ะ”
        “ไม่จริงเพคะ ใครจะกล้าทำกฤตยาคมในอาณาเขตพระราชฐาน...”
        “แต่สมเด็จย่าทรงกล้า! และกล้าพอที่จะให้ปู่จ้าวสมิงพรายเสกขี้ผึ้งสีปากนางนักขับสองคนนั่น เมื่อส่งไปขับซอถึงแคว้นแมนสรวง!”

        ... “ข้าฯครางเบาๆ ฉวยพระกรเพื่อนแก้วมาจับไว้แน่นราวกับจะยึดไว้เป็นเครื่องป้องกันตัว แต่ปรากฏว่าพระหัตถ์นั้นเย็นชืดเช่นเดียวกัน ลมเย็นเยือกกรรโชกเข้ามา ในกระแสลมนั้น เหมือนข้าฯจะได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ระคนกับเสียงห้าวประหลาด
กงล้อแห่งกรรมเริ่มหมุนแล้ว!!

       และแล้ว เมื่อกลุ่มนักขับเพลงซอ เดินทางมาถึงนครแมนสรวง กฤตยามนตร์นั้นก็พลันสำแดงพลานุภาพ จนลอดิลกราชมิอาจต้าน...

  เรียมผจงสารอ่านอ้าง อันผจง กล่าวนา
ถนัดดั่งเรียมเห็นองค์ อะเคื้อ
  สองศรีสมบูรณ์บง กชมาศ กูเฮย
นอนแนบสองข้างเนื้อ แนบเนื้อชมเชย

       และด้วยมนตราจากปู่จ้าว องค์ลอดิลกราชเสด็จจากแมนสรวงสู่เมืองสรอง แม้ว่าเพื่อนแก้วและแพงทอง จะพยายามขัดขวางการกระทำของเจ้าย่า หากก็มิเป็นผล สองราชนารี จึงตั้งใจจะไปดักพบองค์เจ้าชายแห่งแมนสรวงก่อนเสด็จเข้าถึงเขตนครา ทว่ามิทันการณ์เสียแล้ว

        ซ้ำเมื่อได้ยลโฉมองค์ท้าวเธอ พระทัยของเพื่อนแก้ว และแพงทองนั่นต่างหาก ที่ตกอยู่ในห้วงแห่งมนตรา

 สองเห็นโฉมเจ้าแผ่น ภูวดล
งามเงื่อนทินกรกล  ท่วนฟ้า
ลืมอายอ่อนลืมตน ตาต่อ พระนา
พิศบ่พลังโอ้อ้า เทพไส้ตาไฉน

       หัวใจข้าฯ กระซิบบอกตัวเองว่า นั่นแล้วคือท้าวเธอ! พักตร์นั้นงามดุจศศิในคืนเพ็ญ แต่ดวงเนตรสิดุจทินกรที่แผดกล้า เพราะทำให้ข้าฯวูบวาบ ร้อนไปทั้งกาย...

        ความรักที่ต้องมนตรานั้นเอง นำพาทั้งสามชีวิตมาสู่ปลายทางแห่งชะตากรรมอันโศกสลดยิ่งนัก .oบทบันทึกสุดท้ายของเจ้าหญิงแพงทอง ได้ทรงเขียนจารจรดไว้ด้วยหยดเลือดและน้ำตาว่า...

  “รักของข้าฯ ถูกมนตราชักนำมาให้พบกันและผูกพันกันไว้ด้วยชีวิต บัดนี้... ข้าฯ กำลังจะลาจากไป แม้ทางแห่งมรณะจะเยือกเย็น ข้าฯ ก็หาหวั่นไม่ เพราะ... ในหนทางแห่งข้าฯ มีท้าวเธอดุจดวงประทีปส่องสว่างให้ความอบอุ่นทางใจมิรู้สร่างซา... บันทึกฉบับนี้ข้าฯ ขออุทิศให้แก่ผู้ที่รู้จักและรู้คุณค่าของความรัก ผิไผผู้ใดอ่านขอให้รู้จักรักมั่นรักยืนอย่ารู้โรยรา อย่าหม่นอย่าไหม้เหมือนเราสองพี่น้องนี้เลย...

          ...อายุเยาวเรศรุ่นเจริญศรี พระเพื่อนพี่พระแพงน้อง สองสมร... หากใครได้ยินเสียงขับซอนี้ขอให้รู้เถิดว่า ข้าฯ เพื่อนแก้ว แพงทอง สองพี่น้องแห่งนครสรอง ขอลา... ฝากไว้แต่มนตราแห่งเสียงเพลง ให้จับจิตจับใจทุกผู้ทุกนาม เพื่อเป็นพยานแห่งความรักที่ต้องมนตราของข้าฯ ชั่วนิรันดร...

        แม้ว่านิยายเรื่องนี้จะดำเนินเรื่องตามนิทานวรรณคดีไทยลิลิตพระลอ ซึ่งหลายคนรู้เรื่องราวเป็นอันดีอยู่แล้ว แต่ด้วยสำนวนภาษาอันไพเราะของผู้ประพันธ์ ทำให้ภาพ องค์ท้าวลอดิลกราช พระเพื่อนแก้ว และ พระแพงทอง ปรากฏชัดเจนในรูปของจินตนิยายอันงดงาม แนวคิดในเรื่องธรรมะ ข้อคิดต่างๆ ก็แสดงผ่านตัวละครให้ผู้อ่านได้ซึมซับประทับใจไปพร้อมกัน

       เวรนั้นมิใช่จำเพาะแต่ที่เราก่อขึ้นในชาตินี้หรือไม่เพียงเท่านั้นหรอก กฎแห่งกรรมเปรียบประดุจกระแสน้ำที่ไหลเป็นวงคว้างดุจลูกโซ่ เกิดขึ้น... หายไป... วงแล้ววงเล่า กระแสน้ำวนอันนี้หายไป แต่ไปก่อให้เกิดวงใหม่ จะมากน้อยเท่าใดก็กระแสน้ำเดียวกัน... มนุษย์อุบัติขึ้นด้วยกรรม และกรรมก็เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงมนุษย์ให้คงอยู่ กรรมของพ่อ แม่ และเรา ย่อมอุบัติเกี่ยวเนื่องกัน ดุจวงของลูกโซ่ที่ร้อยต่อๆกันมาบรรจบวงใหม่ ห่วงแห่งกรรมกล้าแข็งหนาแน่นยิ่งกว่าเหล็กกล้าใดๆทั้งสิ้น ใครล่ะจะตัดห่วงนั้นได้! มีสิ่งเดียวที่แน่นเหนียวกว่าเพชร ทรงความคมยิ่งกว่าสิ่งใดๆในโลก สิ่งเดียวนั้นแหละ จึงจะตัดกฎแห่งกรรมได้...


 “อะไรเจ้าคะ?”

       “กฎแห่งธรรมะ ความรู้แจ้งเห็นจริงในกรรมน่ะสิพระเจ้าข้า ผู้ใดยอมรับรู้ในกฎนั้น ย่อมเห็นแจ้ง กรรมจึงจะสิ้นสุดลง!”


          นิยายเรื่องนี้ดำเนินเรื่องผ่านความคิดและเหตุผลของ “แพงทอง” ในมุมแห่งรักที่ต้องมนตรา ในขณะเดียวกันกับ นวนิยาย “คู่แฝด”อีกเรื่องหนึ่ง ที่ดำเนินเรื่องโดยใช้ธีมของวรรณคดี “ลิลิตพระลอ”เช่นกัน แต่เสนอมุมมองผ่านความคิดของตัวละครอีกฝ่ายหนึ่งที่ถูกแย่งความรักไป คือเจ้าหญิงลักษณวดี พระชายาขององค์ลอดิลกราช
นั่นคือ “รักที่ถูกเมิน” ของ นิตยา นาฎยสุนทร ซึ่งถ้ามีโอกาสคงจะได้นำมารีวิวต่อไปครับ
            ***********



Create Date : 19 สิงหาคม 2556
Last Update : 19 สิงหาคม 2556 16:35:29 น. 23 comments
Counter : 3943 Pageviews.

 
ไม่เคยคิดจะอ่านเรื่องนี้มาก่อน...เพราะไม่รู้เนื้อเรื่อง แต่พอมาอ่านรีวิวของอาจารย์แล้ว อยากอ่านขึ้นมาทันทีเลยครับ ...ชอบแนวๆ อิงวรรณคดีอยู่แล้วด้วย ... ตอนนี้กำลังอ่านมาแต่หิมพานต์อยู่ จะจบแล้วครับ

ป.ล.งานของคุณหญิงวิมล อุ้มสมมีดองอยู่หลายเรื่องทั้ง เถ้ากุหลาบ ล่า คุณหญิงนอกทำเนียบ...


โดย: อุ้มสม วันที่: 19 สิงหาคม 2556 เวลา:17:16:01 น.  

 
เล่มนี้ไม่เคยหยิบมาอ่านเลยค่ะ เพราะคิดว่าทราบเนื้อเรื่องคร่าว ๆ อยู่แล้วอะค่ะ เลยขอผ่านไปก่อน

แต่... พออ่านรีวิวของอาจารย์แล้วคิดว่า... น่าหามาอ่านมาก ๆ อะค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 19 สิงหาคม 2556 เวลา:20:52:13 น.  

 
ชอบมากๆ เลยล่ะคะ แต่ชอบหัวอกเมียหลวงมากกว่า


โดย: jackfruit_k วันที่: 19 สิงหาคม 2556 เวลา:20:59:04 น.  

 
น่าอ่านค่ะ แต่ภาษาที่ใช้ดูเข้าใจยากพอควร แหะแหะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 19 สิงหาคม 2556 เวลา:21:11:14 น.  

 
เคยอ่านเมื่อสมัยยังเด็กมาก ๆ ค่ะเล่มนี้
จำได้ว่าติดตราตรึงใจ...ดั่งต้องมนตราจริง ๆ ค่ะ

ยิ่งได้มาอ่านรีวิวแล้วยิ่งระลึกถึง เห็นทีจะต้องค้นมาอ่านอีกสักรอบ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 19 สิงหาคม 2556 เวลา:21:11:20 น.  

 
เก่ามากเลยค่ะ
ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ ^^

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ


โดย: lovereason วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:0:15:54 น.  

 
่น่า่อ่านค่ะ หน้าปกก็สวย...


โดย: Aneem วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:6:41:42 น.  

 
อ่านนานมากแล้วค่ะ ตอนอ่าน อ่านจากหนังสือในห้องสมุดของโรงเรียน
จำได้ว่า อ่านจบปุ๊บ ไปยืม ลิลิตพระลอ ต้นฉบับมาอ่านต่อทันทีเลย

ปกนี้คลาสสิกจัง เห็นแล้วนึกถึงงานของ อ.เหม เวชกร เลยค่ะ


โดย: Serverlus วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:10:09:25 น.  

 

ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ ที่บ้านจะมีอีกปกนึงค่ะ


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:14:37:37 น.  

 
เคยอ่านนนานมาก..ก..แล้วค่ะ จากห้องสมุดโรงเรียน
พอมาอ่านรีวิวแล้ว น่าหามาอ่านอีกสักครั้งจังค่ะ

ชอบปกจังค่ะ ดูคลาสสิกดีเชียวค่ะ


โดย: pichayaratana วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:16:51:40 น.  

 
ที่อ่านน่าจะไม่ใช่ปกนี้ค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:18:09:18 น.  

 
ิอ่านงานของทมยันตีน้อยมากๆ เลยค่ะ


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:19:10:04 น.  

 
ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ เก็บไว้เป็นข้อมูลก่อน


โดย: ~*Sing Praise*~ วันที่: 21 สิงหาคม 2556 เวลา:9:05:36 น.  

 
เรื่องนี้ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ แต่ปกนี้เก่ามาก


โดย: คอเล่า วันที่: 21 สิงหาคม 2556 เวลา:9:35:54 น.  

 
สงสัยไม่ได้หยิบจับแนววรรณคดีซะนาน พอเจอภาษาโบราณเข้าไปต้องใช้เวลาเรียบเรียงประโยคใหม่สักครู่เลยค่ะ 555


โดย: คุณหนูฤดูร้อน วันที่: 21 สิงหาคม 2556 เวลา:12:55:43 น.  

 
แค่ชื่อเรื่องยังดูคลาสสิคเลย พอดูปก คลาสสิคยิ่งกว่า


โดย: Nat_NM วันที่: 21 สิงหาคม 2556 เวลา:12:56:08 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้เลยค่ะ ไม่นึกว่าจะเป็นนิยายที่ได้แรงบันดาลใจจากวรรณคดี สงสัยคงเพราะติดตาปกหนังสือที่เป็นสีดำไม่มีรูป เลยนึกว่าจะออกแนวอันธการที่จิ๊บเคยขยาดขยั่น ไว้จะไปหามาอ่านบ้างค่ะ


โดย: Kitsunegari วันที่: 21 สิงหาคม 2556 เวลา:13:35:16 น.  

 
ปกนี้สวยมากเลยครับ ^^


โดย: lek IP: 27.145.158.76 วันที่: 21 สิงหาคม 2556 เวลา:16:48:12 น.  

 
น้องอุ้มสม : งานของทมยันตี หลากหลายแนว หลากหลายสไตล์มากเลยครับ แล้วก็สนุกไปคนละแบบ รักที่ต้องมนตรา ให้ความรู้สึกดื่มด่ำในสำนวนภาษา ส่วน ล่า ก็เป็นอารมณ์ตื่นเต้นระทึกขวัญ หรือคุณหญิงนอกทำเนียบ ก็เป็นสไตล์ชีวิต ดำเนินเรื่องผ่านตัวละครเอกที่เกิดในซ่องสู่เส้นทางเกียรติยศของคุณหญิง

คุณหวานเย็นฯ : เป็นอีกสไตล์ที่ไม่เน้นพลอตครับ อ่านเหมือนอ่านวรรณคดีที่เขียนเป็นร้อยแก้วแทน ผ่านความคิดของตัวละครแพงทอง ครับ

คุณ: jackfruit_k: ถ้ามีโอกาสจะรีวิว รักที่ถูกเมิน ผ่านมุมมองของเมียหลวง คือพระนางลักษณวดี ครับ

คุณ Sab Zab' : เรื่องนี้สำนวนภาษาไม่ยากมากครับ เหมือนอ่านกลืนไปกับเนื้อเรื่องโดยไม่สะดุดมากกว่า แต่ถ้าอย่าง สุริยวรรมัน ผมเองก็ยังไม่กล้าอ่านเลยครับ คิดว่าต้องใช้เวลาพอสมควรเลย

คุณแม่ไก่ : เรื่องนี้เคยอ่านนานแล้วเหมือนกันครับ ตอนนั้นเหมือนอ่านเอาเรื่องพอรู้เรื่อง มาอ่านอีกครั้งในตอนนี้ ทำให้ยิ่งชอบมากขึ้นครับ

คุณนุ่น : เป็นนิยายที่เก่ามากเลยครับ แต่ ณ บ้าน นำมาพิมพ์ใหม่หลายหนเหมือนกันครับ พอดีมีปกนี้อยู่เลยขอนำเสนอซะหน่อยครับ แหะ แหะ

คุณ Aneem : เรื่องนี้สะดุดตาตั้งแต่เห็นปกเลยครับ เป็นปกนิยายที่ชอบมากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยครับ

คุณServerlus : ไม่แน่ใจว่าคนวาดคือ อาจารย์พนม สุวรรณบุณย์ นักวาดภาพปกมือฉมังในยุคนั้นอีกท่านหรือเปล่าครับ แต่ในยุคนั้น ส่วนใหญ่ถ้าภาพคน มักจะเป็นสไตล์นี้ครับ

คุณบอล : เรื่องนี้หลายเวอร์ชันมากเลยครับ ล่าสุดของ ณ บ้านฯ ก็เป็นภาพวาด เพื่อนแก้วกับแพงทองสองคน

คุณ pichayaratana : เป็นภาพปกที่วาดได้สวย ตรงกับเนื้อเรื่องมากเลยครับ

คุณพุด : มีปกหลายแบบมากเลยครับ เฉพาะของ ณ บ้านเองที่นำมาพิมพ์ใหม่ ผมคุ้นว่าเคยเห็นไม่ต่ำกว่า สอง สามปก เลยครับ

คุณตูน : งานของคุณหญิงฯ ในนามปากกา ทมยันตี มีหลายแนว มากเลยครับ อย่างเรื่องชีวิตสายลับแบบ "แนวสุดท้าย" เรื่องดราม่า อย่าง สองชีวิต หรือดาร์กมากๆอย่าง อนธการ หรือเป็นโรแมนติคคอมเมดีที่คุ้นกันหลายเรื่อง รวมถึงสไตล์นิยายอิงประวัติศาสตร์ที่ใช้กลวิธีการเล่าเรื่องอย่างกษัตริยา อธิราชา ยอมรับว่าบางแนวผมเองก็ไม่ได้ชอบมาก ส่วนเรื่องนี้ก็เป็นอีกสไตล์หนึ่งที่น่าสนใจดีครับ

คุณ~*Sing Praise*~ : ลองดูนะครับ เผื่อชอบครับ

คุณคอเล่า : ปกรุ่นเดอะเลยครับ คาดว่าน่าจะเป็นการพิมพ์ครั้งแรกครับ เพราะยังเป็นหนังสือสันโค้งอยู่เลยครับ

คุณ คุณหนูฤดูร้อน : สะดุดนิดหน่อยครับ ตอนอ่านแรกๆ แต่พออ่านไปสักพักจะรู้สึกว่า การใส่สำนวนและโคลงเข้ามา ทำให้เรื่องมีพลัง ในการนำเสนอมากขึ้นและสมจริงมากขึ้นครับ

คุณNat_NM : ชอบชื่อเรื่องเหมือนกันครับ ตั้งชื่อได้ตรงกับเนื้อเรื่องมากเลยครับ ส่วนรักที่ถูกเมิน ผมว่าก็เหมือนกันเลย

คุณจิ๊บ : เล่มนั้นเป็นฉบับปกอ่อนของรวมสาส์น ในช่วงหลังๆก่อนลิขสิทธิ์จะอยู่กับ ณ บ้านฯ ครับ เป็นปกที่ผมว่า "ไม่ดึงดูด"ที่สุดที่เคยเห็นมาเลยครับ ยิ่งเคยอ่านอนธการมาแล้ว เจอปกแบบนั้นเข้าไป ก็หวั่นใจได้เหมือนกันครับ ทั้งที่เรื่องเป็นคนละแนวกันเลย

คุณ lek : เรื่องนี้ ตอนเห็นปกก็รีบคว้ามาโดยพลันเลยครับ แหะ แหะ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 22 สิงหาคม 2556 เวลา:7:37:03 น.  

 
555+ ก็ว่าอย่างนั้นละค่ะ ไว้ตอนงานหนังสือจะไปซื้อค่ะ แต่ที่จริงปกของคุณหมอกนี่แหละสวยคลาสสิคที่สุดแล้ว ส่วนปก ณ บ้านฯ มันก้ำกึ่งลิเกหลงยุคยังไงไม่รู้น่ะค่ะ


โดย: Kitsunegari วันที่: 22 สิงหาคม 2556 เวลา:17:06:54 น.  

 
ปกนี้น่าจะเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรกเลยครับจิ๊บ สมัยก่อน จิตรกรที่วาดปกให้กับนิยายน่าจะเป็นระดับมีชื่อเสียง อย่างอาจารย์เหม เวชกร อาจารย์พนม สุวรรณบุณย์ครับ ภาพเลยวิจิตรอย่างนี้


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 23 สิงหาคม 2556 เวลา:13:44:48 น.  

 
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เป็นเล่มโปรด จากที่เคยไม่ชอบพระเพื่อนพระแพงเพราะทำเสนห่พระลอ ก็กลายเป็นสงสารและเห็นใจไปเลย จำได้แม่นประโยคที่พระลอบอกกับสองศรีพี่น้องว่า พี่ฝากหัวใจไว้ที่คนๆ หนึ่ง แต่จะขอฝากชีวิตไว้ที่นี่

แค่เล่มบางๆ แต๋ซึ้ง


โดย: ชามินต์ IP: 125.25.179.12 วันที่: 30 กันยายน 2556 เวลา:2:39:07 น.  

 
สำหรับเรื่องนี้ ผมว่าความซาบซึ้งประทับใจ เป็นฝีมือของทมยันตี ผู้ประพันธ์ล้วนๆเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 30 กันยายน 2556 เวลา:7:58:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.