หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
14 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
วันนี้ที่ยังเหลืออยู่ : ม.มธุการี

เรื่อง : วันนี้ที่ยังเหลืออยู่
ผู้เขียน : ม.มธุการี
ปีที่พิมพ์ : ปี 2531
สำนักพิมพ์ : ศิลปาบรรณาคาร



       ผมอยากจะเรียกงานเขียนนวนิยายสไตล์ ม.มธุการี ว่า เป็นนวนิยายที่หน่วงอารมณ์คนอ่าน งานเขียนส่วนใหญ่ของท่านที่ใช้สำนวนภาษาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถดึงอารมณ์ผู้อ่านให้รับรู้ถึงความรู้สึกหนักหน่วง ค้างคาในความรู้สึกได้อย่างมีศิลปะ เรื่องจบลงแล้วแต่ก็เหมือนไม่จบ ซ้ำยังติดค้างอยู่ในใจของคนอ่าน แม้เมื่ออ่านมาจนถึงบรรทัดสุดท้ายแล้วก็ตาม นี่คือลักษณะเฉพาะของนักเขียนบรมครูท่านนี้ ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

       สำหรับ วันนี้ที่ยังเหลืออยู่ บอกเล่าเรื่องราวครอบครัวฐานะปานกลาง ของเพชรไทย พี่สาวคนโตที่เพิ่งเรียนจบบัญชีจุฬาฯ มีความสวยบริสุทธิ์และน่ารักระดับดาวจุฬาฯ มีน้องสาวและน้องชายสองคนที่กำลังอยู่ในวัยเรียนคือนิมมาน กับตรงต่อ และ ครอบครัวอบอุ่นอยู่ในกรอบระเบียบอันงดงาม เพอร์เฟ็ค ของ ด็อกเตอร์ทวีป อาจารย์จุฬาฯ กับ คุณภุมรี อาจารย์สอนโรงเรียนเตรียมอุดม ที่ลูกทั้งหมดของเธอเรียนอยู่ที่นี่

          เพชรไทยเข้าทำงานธนาคารแห่งหนึ่ง ที่บิดาฝากฝังให้เพราะรู้จักกับรุ่นน้องที่เพิ่งกลับมาจากอเมริกา และมาเป็นผู้จัดการอยู่ที่นี่ พีณะ... หนุ่มใหญ่รูปหล่อ บุคลิกอบอุ่นมีเสน่ห์ และใช้ชีวิตเพลย์บอยอย่างคุ้มค่า เขาเพิ่งหย่าขาดจากปวีณา ภรรยาที่ไปพบกันที่เมืองนอก หลังจากมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน ก่อนที่ปวีณา จะหันไปคบหากับหนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าว พร้อมกับเพ็กกี้ ลูกสาวที่เกิดกับเขาเพียงคนเดียว
พีณะ กลับมาเมืองไทย ด้วยอารมณ์เหงา ชีวิตหนุ่มใหญ่ที่ทำงานเป็นหลักฐานมั่นคงในวันนี้ เขาจึงคบหากับผู้หญิงต่างๆมากหน้าหลายตาด้วยความสัมพันธ์แบบฉาบฉวย ไม่ผูกมัด รวมทั้งบรรดาเลขาสาวๆทั้งหลายในที่ทำงานอีกด้วย ข่าวคาวของเขา เป็นที่ซุบซิบกันอย่างหนาหู และนั่นก็ทำให้ คุณภุมรี มารดาของเพชรไทย รู้สึกไม่ชอบหน้าเจ้านายของลูกสาวเธอตั้งแต่ได้ยินกิติศัพท์

       “เขากับปวีณาเข้ากันได้ดีทีเดียวในเรื่องเซ็กส์ มีการให้และการรับที่เหมาะสมที่สุด จึงทู่ซี้อยู่กันมาได้ตั้งนานสองนาน มาพังทลายเอาเมื่อหล่อนแบ่งปันตัวเองไปให้ใครอื่น เรื่องนั้นเขารับไม่ได้ เขาถือว่าการมีเพศสัมพันธ์ที่ถาวรจะต้องไม่มีการแบ่งสันปันส่วนไปให้ใคร มันเป็นสิ่งพิเศษที่ชายหญิงจะแชร์ร่วมกันในมาตรฐานสูงสุด... เป็นความงดงามชนิดหนึ่งที่ธรรมชาติให้กับชีวิต ถ้าเราใช้มันอย่างสะเปะสะปะ มันก็ไม่ใช่สิ่งพิเศษ แต่เป็นแค่การปลดเปลื้องอารมณ์ใคร่ ที่เกิดขึ้นได้กับสัตว์เปลี่ยวทุกชนิด...”

     นี่คือประโยคที่อธิบายความเป็นตัวตนของพีณะได้อย่างชัดเจน... และเมื่อเขาได้พบกับเพชรไทย ก็มีความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้น ความประทับใจในความซื่อ บริสุทธิ์ และชีวิตอยู่ในกรอบระเบียบอันดีงาม ที่ถูกวางเอาไว้ตั้งแต่แรก เพชรไทยเองก็มีคนรักอยู่แล้ว ชื่อภรรดร เด็กหนุ่มที่หวังจะได้ครอบครองหล่อน แต่เพชรไทยไม่ยินยอม เขาเลยขอเลิก และไปเรียนต่อเมืองนอก ภรรดร เป็นลูกของคุณคำร้อย มารดาเลี้ยงของพีณะ แม้ว่าจะเป็นแค่แม่เลี้ยง แต่ พีณะก็ให้ความเคารพหล่อน เพราะบิดาของเขาเสียชีวิตไปแล้ว

          คำร้อยเป็นสาวใหญ่ที่ยังดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี เมื่อภรรดรบุตรชายจากไป หล่อนจึงรู้สึกเหงา และด้วยธรรมชาติของปุถุชนที่ยังมีความต้องการ ยังโหยหาความรักจากใครสักคนที่จะมาเติมเต็มชีวิต และในที่สุด เธอก็พบกับ ผู้ชายที่ใช่ สำหรับตัวเอง ผู้ชายที่พร้อมทุกอย่าง ที่เธอขาด ยกเว้นเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือเขามีครอบครัวแล้ว
และผู้ชายคนนั้นก็คือ ดอกเตอร์ทวีป พ่อของเพชรไทย!

         ดอกเตอร์ทวีป กำลังพบว่าชีวิตของเขาเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ชีวิตที่ราบเรียบ เมื่ออยู่กับภรรยาที่ “ดีเกินไป” และ “ดีจนน่ากลัว” ทุกอย่างอยู่ในกรอบโดยที่หล่อนเป็นคนกำหนดทิศทางเดินอันเหมาะสม มันทำให้เขาเริ่มรู้สึกถึงความน่าเบื่อหน่าย เมื่อได้มาพบกับคุณคำร้อย ผู้หญิงวัยเดียวกันที่มีความแตกต่างกับภุมรี ราวขาวกับดำ มันได้ปลุกอารมณ์หนุ่มน้อยที่เคยห่างหายไปนานแสนนานให้กลับมาอีกครั้ง

           และในที่สุด เขากับคุณคำร้อยก็มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันโดยที่ภุมรีไม่รู้

          นิ่มหรือนิมมาน และตรงต่อ น้องของเพชรไทย ลูกที่ภุมรีวางบรรทัดฐานในชีวิตมาตลอด และคิดว่า สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะต้องสมบูรณ์แบบ ความจริงแล้ว นิมมานก็แอบคบหากับเด็กมัธยมรุ่นเดียวกัน และด้วยความไร้เดียงสา เด็กสาวพลาดพลั้ง จนตั้งครรภ์ ความหวาดกลัวต่อความสมบูรณ์แบบของมารดา ทำให้นิมมานตัดสินใจฆ่าตัวตาย ในขณะที่ตรงต่อเอง ก็มีความสัมพันธ์กับเด็กสาววัยเดียวกับเขา ส่วนเพชรไทย ก็มีเหตุให้ต้องเดินทางไปพักค้างแรมที่พัทยากับพีณะผู้เป็นเจ้านายหนุ่ม แม้จะไม่มีอะไรเกินเลยต่อกัน แต่ก็ทำให้ภุมรีผู้มองโลกอย่างสมบูรณ์แบบรับไม่ได้ และนั่นเองก็ทำให้ครอบครัวที่ เพอร์เฟ็ค มาโดยตลอด ดำเนินมาถึงจุดล่มสลาย...

       “ที่นิ่มตายเพราะมันมีแม่อย่างคุณ”
    “ทำไม... ฉันเป็นอย่างไร?”

       หล่อนได้ยินเสียงแม่เกรี้ยวกราดขมขื่น
      “เพราะคุณหวังจากลูกมากเกินไป ตั้งกฎเกณฑ์ให้ลูกอย่างนั้น อย่างนี้ เพราะลูกมันเป็นอย่างที่คุณหวังไม่ได้ มันจึงจากไป”
      

         “สรุปก็คือฉันผิดที่ฉันเลี้ยงลูกดีเกินไป?”
        “ความดี? ผมกลัวกับมันแล้วล่ะ ภุมรี ผมไม่แคร์ว่าลูกจะเลวทรามผิดพลาดอย่างไร ชีวิตต่างหากที่สำคัญและมีค่าที่สุด ถ้าคุณลดความดี และความสมบูรณ์แบบของคุณลงมาบ้าง ลูกมันก็อาจจะเข้าหาและปรับทุกข์ขอความเห็นใจ เด็กมันก็ต้องมีความผิดพลาด คุณเอ่ยชื่อใครสักคนให้ผมฟัง ที่คุณคิดว่าชีวิตไม่มีความผิดพลาดบ้างเลย เราทุกคนยังเป็นปุถุชน เรายังต้องการโอกาสสำหรับการกลับตัวได้ใหม่ แล้วนี่คุณให้โอกาสลูกมันบ้างไหม?”
พ่อจากไปแล้ว และแม่ก็เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง
       

           หล่อนรู้ว่าพ่อพูดแรง... แต่พ่อก็พูดสมเหตุผลทุกอย่าง นิ่มจะไม่ตายหากนิ่มมีแม่อีกอย่าง... แม่ที่ไม่ดีเท่านี้... มีชีวิตยับเยินมากกว่านี้... แม่ที่มีตาใสสะอาดด้วยหยาดน้ำตาแห่งความผิดพลาดในชีวิตมาชำระล้าง... แม่ที่มองความผิดพลาดของลูกทุกคนเป็นสิ่งที่น่าปลุกปลอบและให้อภัย
       

         การให้อภัยต้องเริ่มต้นที่บ้าน... จากคนชิดใกล้ที่สุดก่อน จากนั้น จึงจะหันไปหวังการให้อภัยจากคนทั้งโลก... แต่นี่แม่ไม่มีสิ่งนั้น...

        แล้วในที่สุดดอกเตอร์ทวีป ก็ตัดสินใจออกไปใช้ชีวิตอยู่กับคุณคำร้อย ส่วนเพชรไทยก็ถูกไล่ออกจากบ้าน เด็กสาวจำต้องไปอาศัยอยู่กับพีณะที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและรับผิดชอบในเวลานั้นพอดี
เหตุการณ์ต่อมาเกิดขึ้นจากห้วงอารมณ์ว้าเหว่า เปล่าเปลี่ยว และน้อยใจในมารดา รวมถึงความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นกับพีณะ ที่เขาแสดงออกต่อหล่อน ในที่สุด เพชรไทย ก็ยอมตกเป็นของพีณะในคืนนั้นเอง

         พีณะรู้สึกความความรักของเขากำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งกับเด็กสาวคราวลูกคนนี้ ดูเหมือนว่าหล่อนเองก็รักเขาและผูกพันด้วยความรู้สึกดีๆที่เริ่มมีให้กัน แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ปวีณา ภรรยาเก่า พร้อมเพ็กกี้ ลูกสาวคนเดียวของเขาเดินทางกลับมาจากอเมริกา และหล่อนหย่ากับสามีต่างชาติแล้ว เพื่อหวังจะกลับมาสร้างครอบครัวเดิมกับเขา...

           ปวีณา ใช้เพ็กกี้เป็นเครื่องมือสำหรับ การต่อรอง เป็นเงื่อนไขผูกรัด เพื่อดึงเขาให้คืนกลับมาหาหล่อน ด้วยวิธีทุกอย่างที่สามารถทำได้ จนกระทั่ง ในคืนหนึ่ง เมื่อเพชรไทย จำต้องไปเฝ้ามารดา... คุณภุมรีล้มเจ็บลงจนเข้าโรงพยาบาลด้วยความทุกข์ใจแสนสาหัสจากปัญหาครอบครัวที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

          เช้าวันนั้นเพชรไทยกลับมาที่บ้าน.. รังรักของหล่อนกับพีณะ และพบว่า เขานอนอยู่บนเตียงกับปวีณา!

         โลกสีชมพูสดสวยของ เพชรไทย แตกสลาย หล่อนเตลิดกลับมาหาพ่อ ดอกเตอร์ทวีป ที่บัดนี้ไปอยู่กับคุณคำร้อย และไม่นานนักเขาก็เพิ่งเริ่มรู้สึกถึงความเหน็บหนาว ของชีวิตที่ปราศจากครอบครัวอันอบอุ่น เหมือนกับที่เคยอยู่กับภุมรี มานานกว่ายี่สิบปี พร้อมลูกๆทั้งสามคน
เขาคิดถึงภรรยาที่จากมา แม้ชีวิตจะต้องอยู่ในกฏเกณฑ์แต่มันก็คือเส้นทางเดินที่เรียบง่าย และมองเห็นปลายทางอันสงบงาม มากกว่าการใช้ชีวิตหลบซ่อนกับคุณคำร้อยที่ตื่นเต้นระทึกใจ แต่ก็มองไม่เห็นปลายทางอันสวยงามนั้น และเมื่อคุณคำร้อย ต้องการให้เขาเลือก ทวีปจึงตัดสินใจเลือกภุมรี

            พีณะกลับมาขอคืนดี และเล่าความจริงว่า เขาไม่ได้มีอะไรกับปวีณา นอกจากหล่อนพาเพ็กกี้มาที่บ้าน เขาตั้งใจที่จะแต่งงานกับเพชรไทยเพียงคนเดียวเท่านั้น เพชรไทยคือผู้หญิงคนสุดท้ายที่เขารัก และก่อนที่จะให้หล่อนตอบรับหรือปฏิเสธ พีณะเล่าความลับอีกเรื่องหนึ่งให้หล่อนได้รับรู้

       เขาเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย...
      แต่เพชรไทยก็ เลือกแล้ว หล่อนเลือกที่จะแต่งงานกับเขา โดยไม่สนใจว่า อนาคตเบื้องหน้าจะเป็นเช่นใด แต่ “วันนี้ที่เหลืออยู่” คือวันเวลาสำหรับหล่อนและเขาเท่านั้น

           การแต่งงานเริ่มต้นขึ้น แต่หลังจากนั้น ความเจ็บปวดจากอาการของโรคก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้ง พีณะไม่อาจเก็บอารมณ์และระเบิดใส่หญิงสาว มันสร้างความเจ็บปวดให้กับเขามากขึ้นเรื่อยๆ และวันหนึ่งนั้นเอง เมื่อหล่อนพบว่า พีณะจากไป พร้อมกับจดหมายที่ทิ้งเอาไว้...







และประโยคสุดท้ายของบทอวสานก็คือ

      "แต่เพชรเสียดายค่ะ เสียดายคุณ เสียดายคนที่เพชรรัก เพชรคงไม่อาจรักใครได้มากเท่ากับคุณอีกแล้ว"
      "คุณยังมีวันนี้อีกทั้งวันที่ยังเหลืออยู่"

        แต่วันนี้ไม่มีเขา มันก็คือวันนี้ที่ตายไปแล้ว หล่อนไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่อีกนอกเสียจากความทรงจำ มันผุดพรายขึ้นมาที่โน่น ที่นี่ ไม่ต่างอะไรกับดวงดาวที่ผุดพรายขึ้นมาบนผืนฟ้า
         ความสุขช่วงสั้นๆ ยามรู้ตัวว่ามีความรัก... ความขมขื่น เมื่อรู้ว่าสักวันหนึ่งหล่อนจะต้องสูญเสียเขาไป... ทั้งหมด... ให้กับชะตากรรมที่โหดร้าย ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกความรู้สึก หล่อนรวมมันไว้ในเวลาช่วงสั้นๆ ที่ใช้ชีวิตร่วมกัน แต่มันก็ยังไม่พอ ความรักที่หล่อนมี แต่เขาไม่อาจบรรจุลงไปได้เต็ม มันเหลือล้นออกมาเพียงเพื่อจะปลอบขวัญตัวเอง ในวันคืนโดดเดี่ยวภายภาคหน้า อันเหลือจะคณานับ

           เพชรไทย เช็ดน้ำตาหยาดสุดท้าย ที่ไหลรินอาบแก้ม... ดาวเต็มฟ้า จนดาวที่เหลือไม่อาจจะยัดเยียดตัวเองลงไปได้อีก และนกกินปลาหลงทางตัวหนึ่งก็เริ่มหาทางบินกลับรัง...
             .........จบบริบูรณ์.....




Create Date : 14 สิงหาคม 2556
Last Update : 14 สิงหาคม 2556 18:07:02 น. 29 comments
Counter : 2637 Pageviews.

 
จดเอาไว้ในลิสต์ ขอบคุณมากค่ะที่รีวิวเรื่องนี้

ม.มธุการี เป็นคนหนึ่งที่กล้าเขียนในสิ่งที่ไม่เหมือนใคร และสั่งสมบารมีงานเขียนมาทางนี้จนเป็นที่ยอมรับ
เพราะเราเชื่อว่าคนที่เขียนแนว ม.มธุการี ในปัจจุบันนั้นพอมี แต่ก็หายากที่ "มือถึง" จะเขียนให้กินใจ หรือต่อให้เขียนดีแต่ก็มักไม่ได้ตีพิมพ์ เพราะถ้าโทนเรื่องเศร้าปุ้บ สนพ มักไม่พิจารณาเพราะตลาดต้องการแฮปปี้เอนดิ้ง

กะว่างานหนังสือรอบถัดๆ ไปถ้าเจองานเก่าๆ ของนักเขียนท่านนี้ จะซื้อเก็บไว้สักหน่อย


โดย: ณ พิชา IP: 182.52.188.72 วันที่: 14 สิงหาคม 2556 เวลา:18:41:27 น.  

 
เป็นการอ่านรีวิวที่น้ำตาคลอไปด้วย...อยากอ่านงานของ ม.มธุการีมากเลยค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ในร้านหนังสือไม่มีให้เห็นเลยค่ะ


โดย: Aneem วันที่: 14 สิงหาคม 2556 เวลา:19:57:34 น.  

 
เศร้ามากเลยค่ะ สงสารตัวละครเกือบทุกตัวเลย อ่านนิยายแนวครอบครัวที่มีตัวละครตัวเดียวทำให้ตัวละครเกือบทั้งเรื่องมีผลกระทบแบบนี้ทีไรแล้วสงสารระคนสมเพชตัวละครเจ้าปัญหานั้นทุกที ตัวเองไม่มีความสุขแล้วก็ยังทำเอาคนอื่นไม่มีความสุขตาม เห้อ ทุกอย่างเริ่มที่ครอบครัวจิงๆ


โดย: ~*Sing Praise*~ วันที่: 14 สิงหาคม 2556 เวลา:20:44:21 น.  

 
นิยายของม.มธุการีไม่ธรรมดาจริงๆค่ะ ตอนนี้มีอยู่ที่ตัว 10 เรื่อง ยังอ่านไม่หมดเลยค่ะ
อ่านรีวิวเรื่องนี้ แล้วคงต้องไปหาอ่านบ้าง


โดย: papiyongy วันที่: 14 สิงหาคม 2556 เวลา:20:57:06 น.  

 
หนังสือเก่ามากเลยค่ะ
แต่อ่านรีวิวแล้วน่าอ่านจัง

ขอบคุณมากๆนะคะ


โดย: lovereason วันที่: 14 สิงหาคม 2556 เวลา:21:11:15 น.  

 
เป็นความจริงเลยค่ะ งานเขียนของนักเขียนท่านนี้แม้เมื่ออ่านจบแล้วก็ยังค้างคาอยู่ในใจไปอีกนาน ตัวละครแม้บางครั้งจะแปลก แต่ทุกครั้งและทุกตัวโดยเฉพาะตัวเองให้ความรู้สึกเหมือนเข้าไปนั่งในใจเขาได้ รู้สึกแบบเดียวกับที่เขารู้สึก คิดแบบเดียวกับที่เขาคิด เป็นนักเขียนไทยที่ไม่ธรรมดาจริงๆ ค่ะ ถึงได้เป็นนักเขียนอันดับ 1 ในดวงใจมานาน

เรื่องนี้ต้นๆ เรื่องไม่ชอบพระเอกเลย แต่พอท้ายๆ ยิ่งตอนจบสะท้อนใจค่ะ ส่วนเพชรไทยนี่น่าสงสารตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบเรื่องเลย


โดย: กุลธิดา (kdunagin ) วันที่: 14 สิงหาคม 2556 เวลา:21:11:18 น.  

 
แต่วันนี้ไม่มีเขา มันก็คือวันนี้ที่ตายไปแล้ว หล่อนไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่อีกนอกเสียจากความทรงจำ มันผุดพรายขึ้นมาที่โน่น ที่นี่ ไม่ต่างอะไรกับดวงดาวที่ผุดพรายขึ้นมาบนผืนฟ้า
ความสุขช่วงสั้นๆ ยามรู้ตัวว่ามีความรัก... ความขมขื่น เมื่อรู้ว่าสักวันหนึ่งหล่อนจะต้องสูญเสียเขาไป... ทั้งหมด... ให้กับชะตากรรมที่โหดร้าย ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกความรู้สึก หล่อนรวมมันไว้ในเวลาช่วงสั้นๆ ที่ใช้ชีวิตร่วมกัน แต่มันก็ยังไม่พอ ความรักที่หล่อนมี แต่เขาไม่อาจบรรจุลงไปได้เต็ม มันเหลือล้นออกมาเพียงเพื่อจะปลอบขวัญตัวเอง ในวันคืนโดดเดี่ยวภายภาคหน้า อันเหลือจะคณานับ


เศร้าจับใจเลยค่ะอาจารย์


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 14 สิงหาคม 2556 เวลา:23:58:52 น.  

 
โอ้ ทำเอาเกร็งเชียวละค่ะ ถ้าจะหยิบงานของ ม.มธุการีมาอ่าน

มีดองไว้บ้าง แต่ยังไม่ได้อ่านสักที


โดย: Serverlus วันที่: 15 สิงหาคม 2556 เวลา:0:41:07 น.  

 
ไม่เคยอ่านนักเขียนชื่อนี้เหมือนกัน เคยอ่านแว๊บๆ ในสกุลไทย เรื่องที่กำลังลงอยู่ (จำชื่อเรื่องไม่ได้) น่าสนใจ...


โดย: Nat_NM วันที่: 15 สิงหาคม 2556 เวลา:7:38:50 น.  

 
เศร้าขนาด...
ดิฉันจะผูกคอตายกับโต๊ะทำงานที่ทำงานดีไหมนี่

ขมมาก
แต่มันก็เป็นชีวิตเนอะ


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 15 สิงหาคม 2556 เวลา:9:29:16 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านท่านเลยค่ะ แต่เห็นรีวิวแล้วสนใจมากกก ชอบแนวนี้มาก


โดย: thezircon (thezircon ) วันที่: 15 สิงหาคม 2556 เวลา:18:00:31 น.  

 
ไม่ได้อ่านงานของม.มธุการี สักที..

สักวันต้องได้ลองครับ...


โดย: อุ้มสม วันที่: 15 สิงหาคม 2556 เวลา:19:09:35 น.  

 
ต้องเสียน้ำตาเสมอเวลาอ่านนิยายของผู้เขียนค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 15 สิงหาคม 2556 เวลา:19:11:39 น.  

 
เล่มนี้น่าจะเป็นเล่มที่ไม่ได้ซื้อแม้เคยเห็นว่าขายในร้านหนังสือเก่าเพราะทราบมาว่าจบเศร้านี่ล่ะค่ะ แต่แค่รีวิวอ่านแล้วยังได้ข้อคิดในหลายๆเรื่องเลยค่ะ งานของม.มธุการี ให้แง่คิดในการใช้ชีวิตคู่มากๆๆเลยค่ะ เรื่องนี้่มีหลายๆคู่ หลายแง่คิดมากๆเลย


โดย: Sab Zab' วันที่: 16 สิงหาคม 2556 เวลา:8:11:31 น.  

 
คุณ ณ พิชา : งานของ ม.มธุการี มีเอกลักษณ์เฉพาะจริงๆครับ แต่หางานของนักเขียนท่านอื่นในปัจจุบันที่เป็นสไตล์นี้ยากเหลือเกิน

คุณ Aneem : เท่าที่เห็นจะมีของเพื่อนดี นำมาพิมพ์ใหม่หลายเรื่องเหมือนกันครับ แนะนำหัวใจสองภาค เรื่องนี้ก็จบดีครับ ไม่เศร้า

คุณ ~*Sing Praise*~ : อ่านเรื่องนี้แล้วได้ความคิดหลายอย่างเลยครับ อย่างคำว่า "ดีจนน่ากลัว" นี่เพิ่งเคยได้ยินจากเรื่องนี้เลยครับ

คุณ papiyongy : ลองดูนะครับ เผื่อจะติดใจเหมือนเจ้าของบล็อกและหลายๆท่านในที่นี้ครับ

คุณนุ่น : เรื่องนี้เจอในร้านหนังสือเก่าโดยบังเอิญครับ ยอมรับว่าชื่อเรื่องไม่สะดุดตาเลย แต่พออ่านเนื้อเรื่องแล้วสะดุดใจจนต้องอ่านจนจบ แทบไม่ได้วางเลยครับ

คุณไก่ : ตอนอ่านบทแรกๆ ก็รู้สึกว่าพีณะไม่น่าจะเป็นพระเอกได้เลยครับ แต่พออ่านไปเรื่อยๆ ทำให้เราเริ่มเห็นมุมอื่นๆที่ค่อยเผยออกมาของตัวละครตัวนี้ และเข้าใจไปกับเหตุผลที่เกิดขึ้น จนมาถึงสะเทือนใจกับชะตากรรมในตอนจบครับ

คุณหวานเย็นฯ : เป็นประโยคที่ใช้ภาษาได้สวยและสะเทือนอารมณ์มากเลยครับ อ่านแล้วรู้สึกว่าคนเขียน "เป็นนายของภาษา"ท่านหนึ่งเลย

คุณ Serverlus : ตอนอ่านก็ไม่นึกเลยครับว่าจะจบสะเทือนใจอย่างนี้ แต่ความสนุกและเสน่ห์อย่างหนึ่งของการอ่านงาน ของ ม.มธุการี ก็คือ เราเดาไม่ได้เลยว่าบรรทัดสุดท้ายจะเป็นอย่างไร

คุณ Nat_NM : เรื่องนั้นชื่อ มายานิรมิต ครับ เป็นอีกแนวของท่านที่เขียนในสไตล์เรื่องลึกลับ เหนือจริง เกี่ยวกับการทำมัมมี่และชีวิตที่คืนชีพกลับมา

คุณตูน : เป็นความขมที่มีรสชาติในการอ่านมากเลยครับ

คุณthezircon: ลองอ่านดูนะครับ หลายเรื่องของท่านนำมาพิมพ์ใหม่ และดังๆ อย่างหัวใจสองภาค เรื่องนี้ค่อนข้างสุขนิยม หรือ คนละโลก ผมก็ว่าเข้มข้นไม่น้อยเลยครับ แต่ถ้าเป็นงานที่ชอบมากๆสำหรับผมแล้ว ยกให้ 5 เรื่องนี้คือ ระบำไฟ จากที่นี่ถึงดวงดาว สังคมพลาสติก ทางสายทาส และไฟโหยเชื้อ ครับ

น้องอุ้มสม : ลองดูนะครับ เป็นอีกสไตล์ สำหรับการศึกษาแนวทางการเขียนนิยายได้อย่างดีเลยครับ

คุณพุด : เป็นนิยายสะเทือนอารมณ์จริงๆครับ โดยเฉพาะเรื่องนี้

คุณSab Zab' : เจอในร้านหนังสือเก่าเหมือนกันครับ ของ ม.มธุการี มีจบหลายแบบมากเลยครับ ลองอ่าน หัวใจสองภาค ดูนะครับ เรื่องนั้นจบ happy ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 16 สิงหาคม 2556 เวลา:13:28:03 น.  

 
เศร้าจังเลบนะคะ พอรู้มาก่อนบ้างว่าเรื่องนี้จบเศร้า ก็ยังสองจิตสองใจว่าจะอ่านดีไหม แต่อ่านรีวิวแล้วถึงเศ้ราแต่ก็ไม่สาหัสเกินไปนัก ล่ะค่ะ งานของ่ทานเท่าที่เคนอ่านนมา จากที่นี่ถึงดวงดาว หนักหนาจริงๆสำหรับตัวเอง แต่ก็ชอบมากค่ะ


โดย: pichayaratana วันที่: 16 สิงหาคม 2556 เวลา:18:06:00 น.  

 
แวะมาอ่านรีวิวนิยายของนักเขียนคนโปรดอันดับ 1 ในดวงใจค่ะ ชบาหลอดเองที่ไม่ได้อัพบล็อคเลยเหตุผลหนึ่งก็เพราะอ่านนิยายของ ม.มธุการีติดๆ กันเกินไปนี่แหละค่ะ กลัวคนที่ติดตามอ่านจะเบื่อเอา ล่าสุดอ่าน 2 เล่ม คือช่องว่างระหว่างดวงใจและฟ้าครึ้มฝน ไว้ว่างๆ จะรีวิวคั่นนิยายเรื่องอื่นค่ะ

ปล. ขอบคุณสำหรับรีวิวเรื่องนี้นะคะ ต้องหาเรื่องนี้มาอ่านให้ได้เลยทีเดียว


โดย: ชบาหลอด วันที่: 17 สิงหาคม 2556 เวลา:1:23:46 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณหมอกมุงเมือง

งานของท่านเป็นแนวที่จิ๊บไม่ค่อยกล้าอ่านเลยค่ะ กลัวเครียดแต่ไม่รู้เครียดเพราะสำนวนหรือโครงเรื่องกันแน่


โดย: Kitsunegari วันที่: 17 สิงหาคม 2556 เวลา:17:21:42 น.  

 
คุณ pichayaratana : จบเศร้าก็จริงครับ แต่ได้อรรถรสกับการอ่านในสไตล์ ม.มธุการี จริงๆครับ จากที่นี่... ถึงดวงดาว ก็เป็นอีกเรื่องที่ชอบครับ

คุณชบาหลอด : รออ่านรีวิวช่องว่างระหว่างดวงใจของคุณชบาหลอดนะครับ เรื่องนี้ผมมีแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสหยิบขึ้นมาซะที ส่วนฟ้าครึ้มฝน น่าจะเป็นนิยายในช่วงหลังๆของผู้เขียนครับ

คุณจิ๊บ : แนะนำหัวใจสองภาค ครับ จบอย่างมีความสุข จิ๊บอ่านแล้วอาจจะติดใจ สไตล์ คนเขียน จนมาลองแนวอื่นๆดูก็ได้ครับ นอกจากนี้ยังมีแนวลึกลับก็มีครับ อย่าง "มาจากต่างดาว" นี่ก็พูดถึงมนุษย์ต่างดาว หรือ ล่าสุดก็มายานิรมิต ที่เกี่ยวข้องกับการมีชีวิตอมตะของมัมมี่ ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 18 สิงหาคม 2556 เวลา:19:05:23 น.  

 
ขอบคุณมากๆ เลยค่ะที่แนะนำมาน่าสนใจทั้งนั้นเลย แต่เพ่งเล็งไปที่มายานิรมิตก่อนเพื่อน แนวโปรดเป็นพิเศษ ออกนานหรือยังคะเรื่องนี้


โดย: Kitsunegari วันที่: 21 สิงหาคม 2556 เวลา:13:37:21 น.  

 
สวัสดีครับจิ๊บ มายานิรมิต เป็นเรื่องที่กำลังลงเป็นตอนๆในนิตยสารสกุลไทยอยู่ครับ คิดว่าอีกไม่นาน เพื่อนดีคงจะรวมเป็นเล่มครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 สิงหาคม 2556 เวลา:15:57:50 น.  

 
อ้าว หรือคะ น่าเสียดายจัง งั้นก็คงตามเก็บนิยายคุณจินตวีร์ที่กำลังจะพิมพ์ใหม่ไปพลางๆ ก่อนละค่ะ ขอบคุณอีกครั้งที่แนะนำนะคะ


โดย: Kitsunegari วันที่: 22 สิงหาคม 2556 เวลา:17:09:52 น.  

 
รอบนี้ หวังว่ากรูฟน่าจะของคุณจินตวีร์ มาพิมพ์ใหม่อีกหลายเรื่องเลยนะครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 23 สิงหาคม 2556 เวลา:13:27:58 น.  

 
เห็นด้วยกับความเห็นของคุณสามปอยหลวง และคุณกุลธิดาที่มีต่อนักเขียนท่านนี้เลยค่ะ

ถ้าย้อนเวลาไปตอนวัยรุ่นหรือเริ่มต้นทำงานจะเสพงานแนวนี้ได้ แต่ปัจจุบันรู้สึกเครียดเกินกว่าจะอ่านงานแนวนี้แล้วค่ะ ขอตามอ่านรีวิวแทน ^_^


โดย: ชามินต์ IP: 125.24.248.124 วันที่: 3 ตุลาคม 2556 เวลา:17:24:11 น.  

 
งานของ ม.มธุการี ต้องอ่านในบางช่วงเวลาครับ มีความรู้สึกว่าอ่านติดกันหลายเรื่อง จะหนักเกินไปครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 3 ตุลาคม 2556 เวลา:20:17:47 น.  

 
ชอบผลงานของม.มธุการีมากค่ะ อ่านเรื่องแรกๆ ตั้งแต่เพิ่งขึ้นม.1มันเป็นหนังสือสะสมของคุณแม่ อ่านไปตอนนั้นก็เศร้าลึกเลยค่ะ แต่ประทับใจจนทำให้ตัวเองตามล่าผลงานของท่านมาอ่านเพิ่ม เร็วๆนี้ก็เพิ่งปัดฝุ่นมาอ่านอีกรอบ


โดย: แม่แป้ง IP: 171.99.135.76 วันที่: 10 ตุลาคม 2556 เวลา:20:52:56 น.  

 
สวัสดีครับคุณแม่แป้ง : ผมว่างานของ ม.มธุการี โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน แนะนำ ทางสายทาส กับ จากที่นี่...ถึงดวงดาว อีกสองเรื่องครับ ผมว่าสนุกไม่แพ้กันเลย


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 11 ตุลาคม 2556 เวลา:7:43:25 น.  

 
เป็นอีกเรื่องที่ดิฉันยากอ่านมากก ตามซื้อในเว็บใหนๆก็ไม่ทันซักที มีแต่บอกว่าหมดแล้วค่ะ หมดแล้วค่ะ


โดย: หอยพิม ปะการัง IP: 203.146.116.178 วันที่: 6 กันยายน 2559 เวลา:9:46:55 น.  

 
คุณหอยพิม ปะการัง : เป็นนิยายที่หาอ่านยากเรื่องหนึ่งเลยครับ แม้แต่ตอนนี้ ก็ไม่ค่อยได้เห็นตามร้านหนังสือเก่าเหมือนกัน ได้แต่ลุ้นว่า สำนักพิมพ์ เพื่อนดี จะนำมาจัดพิมพ์ใหม่หรือไม่เท่านั้นเอง แต่นับเป็นเรื่องที่ผมชอบมากๆเรื่องหนึ่งเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 7 กันยายน 2559 เวลา:9:22:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 64 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.