หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
8 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
คุณหมอ... ช่วยด้วย! : สีฟ้า

เรื่อง : คุณหมอ... ช่วยด้วย!
ผู้เขียน : สีฟ้า
ปีที่พิมพ์ : ปี 2519
สำนักพิมพ์ : คลังวิทยา (สองเล่มจบ)



            บทเริ่มต้นของนิยายเรื่องนี้ เปิดฉากขึ้นในโรงพยาบาล คุณหมอแสงตะวัน นายแพทย์หนุ่มใหญ่ผู้อารี กำลังออกตรวจคนไข้ ตามหน้าที่ จนมาถึงห้องสุดท้ายที่อยู่มุมสุดของวอร์ด ห้องผู้ป่วยที่มีป้ายชื่อคนไข้ว่า

      แพทย์หญิง สารภี แสงพร

       และเมื่อเขาผลักประตูเข้าไป พยาบาลเวรซึ่งเดินตามหมอมาทันก็บอกกับหมอว่า

       “ไม่มีอะไรดีขึ้นเลยค่ะ หมอ”
        หมอแสงตะวันเดินเข้าไปข้างเตียง แล้วเอื้อมมือมาแตะเบาๆที่ข้อมือคนไข้ ซึ่งกำลังนอนหลับๆตื่นๆ
          นัยน์ตาคู่นั้นเบิกโพลงขึ้น แววตาขาดความรู้สึกผิดชอบ ไม่ได้มองดูหมอแสงตะวัน ไม่มีจุดหมายแน่นอนอย่างคนธรรมดา ทว่าแสดงความหวาดกลัวและตื่นตระหนก!
       ริมฝีปากของหล่อนเผยออก และพูดซ้ำอยู่ประโยคเดียวว่า
     “คุณหมอ... ช่วยด้วยเถอะ... คุณหมอ... ช่วยด้วยเถอะ!”

         ฉากอันน่าเวทนาที่เกิดขึ้นนี้ถูกเล่าย้อนกลับเข้าไปในเหตุการณ์ก่อนหน้า คนไข้ หรือหมอสารภี คือแพทย์หญิงจบใหม่ผู้มีอุดมการณ์ และเคยมาเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ได้รู้จักกับหมอแสงตะวันมาก่อน ก่อนที่แพทย์สาวน้อยแสนสวย จะเลือกตัดสินใจไปทำงานเป็นแพทย์ชนบท ในสุขศาลาแห่งหนึ่ง ณ แผ่นดินบ้านเกิดต่างจังหวัดอันกันดาร ท่ามกลางความขัดแย้งที่ตนเองหาได้เกี่ยวข้องไม่

       แต่แล้ว ด้วยความสวย ความสาว และบิดาที่เป็นคนซื่อสัตย์ต่อหน้าที่จนไปขัดผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

      “คุณรู้ไหม? ไอ้ที่คุณบอกว่า หมอสารภีแกขอให้หมอช่วยแกอยู่ตลอดเวลา ที่แกพูดอยู่ประโยคเดียวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า คุณหมอ... ช่วยด้วย คุณหมอ ช่วยด้วยน่ะ แกไม่ได้ขอให้เราช่วย ไอ้ประโยคนั้น มันเป็นประโยคที่พวกใจทมิฬหินชาติ มันพูดกับแก ตอนที่มาขอให้แกไปดูคนป่วย คุณหมอ... ช่วยด้วย... ช่วยด้วยเถอะครับ... เพราะหมอสารภีเป็นหมอ ต้องพลาดท่าเคราะห์ร้าย เพราะความมีมนุษยธรรมของหมอ ประโยคนี้มันถึงฝังใจแกอยู่ตลอดเวลา...”

       หมอแสงตะวันระบายลมหายใจยาวอีกครั้งหนึ่ง

    “ลูกจ้างที่ไปกับหมอสารภี เล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า ไอ้พวกที่มาตามตัวหมอจากสุขศาลา อ้อนวอนให้หมอไปช่วยพวกมัน บอกทีแรกว่า ขอให้คุณหมอช่วยด้วย... หมอสารภี กลัวก็กลัว แต่ถ้าไม่ไปมันคงฉุด... ในที่สุด แกคงคิดว่า ถ้าไปกับมันดีๆ มันคงจะเห็นบุญคุณบ้างกระมัง?... ที่ไหนได้”

         ประโยคพูดคุยของตัวละครเหล่านี้ พอทำให้เรามองเห็นชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเอกของเรื่องอย่างน่าสะเทือนใจ เหตุการณ์เลวร้ายกลายเป็นข่าวแพร่สะพัดออกไป หลายคนสงสาร สมเพชเวทนา ในชะตากรรมของหมอสารภี จนทำให้หญิงสาวกลายเป็นคนเสียสติ จดจำอะไรไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ ทรงสวัสดิ์ชายคนรักและครอบครัวของเขาไม่อาจยอมรับให้หล่อนเข้ามาเป็นภรรยาได้

            อาการของหมอสารภีดีขึ้น จากความช่วยเหลือของหมอแสงตะวันที่เป็นเหมือนแสงอันอบอุ่นของดวงตะวันให้กับความอ้างว้างเหน็บหนาวของหญิงสาว ในขณะเดียวกัน หมอแสงตะวันก็เผชิญกับปัญหาชีวิตของตนเองเช่นกัน ปรียามลภรรยามหาเศรษฐีของเขานั่นเอง หล่อนเคยเป็นคนไข้ติดยาเสพติด และมารักษาจนหายแต่กลายเป็นหลงรักหมอแสงตะวัน และบิดาของหล่อนก็ขอร้องให้เขาแต่งงานกับปรียามลด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความ “เห่อ”ของหญิงสาวหมดลง หญิงสาวก็หันไปติดสุราและเพื่อน ตามนิสัยเดิม จนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตลง ท่ามกลางเสียงครหา ว่าหมอแสงตะวันเป็นหนูตกถังข้าวสาร และในขณะเดียวกัน ก็มี พิลาสินี นักเขียนสาวใหญ่ที่แอบชอบหมอแสงตะวันอยู่ก่อนหน้าเข้ามาติดพัน

           หมอสารภี ได้รับกำลังใจจากหมอแสงตะวัน เพื่อให้ฟันฝ่าอุปสรรคชีวิต จนอาการต่างๆเริ่มดีขึ้นเป็นปกติ และหญิงสาวก็ขอกลับไปทำงานเป็นแพทย์ตามเดิม ในอีกจังหวัดหนึ่ง ท่ามกลางความเคลือบแคลงของคนไข้ที่เข้ามารักการรักษา

          ข่าวชะตากรรมเลวร้ายของหล่อนในอดีต ถูกขุดคุ้ยขึ้นมา ด้วยการซุบซิบ พูดลับหลัง จากปากต่อปาก ทั้งจากบางคนที่ต่อหน้าแสดงท่าทางหวังดี แต่ก็อดนินทาว่าร้ายด้วยความ "สนุกปาก" ไม่ได้ จนทำให้เกิดเป็นความหวาดระแวง หลายคนหวั่นกลัว เพราะเกิดไปรู้ประวัติที่หมอเคยเสียสติ จากการถูกคนร้ายข่มขืนมาก่อน สิ่งเหล่านั้น คือ มรสุมลูกมหึมาที่สาดซัดเข้ามาท้าทายในชีวิตของหมอสารภีอีกครั้ง และที่สาหัสยิ่งไปกว่า เมื่อเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดก็เกิดขึ้นตามมา

         เมื่อหมอสารภีเกิดรักษาคนไข้อาการหนักรายหนึ่งไม่ทัน จนทำให้คนไข้เสียชีวิตทั้งที่ความจริงแล้ว หาใช่ความผิดของหมอสารภีไม่

        หมอสารภี ถูกฟ้องร้องต่อศาลให้ยึดใบประกอบวิชาชีพอย่างไม่เป็นธรรม ในท่ามกระแสสังคมที่ต่างเพ่งเล็งว่าหล่อนจิตใจไม่ปกติ ไม่สามารถรักษาคนไข้ได้อีกต่อไป มันกำลังพิพากษาชีวิตของเธอให้พังพินาศ!


           เห็นจะมีแต่เพียงหมอแสงตะวันเท่านั้นที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างแพทย์หญิงรุ่นน้อง ที่ประสบชะตากรรมชีวิตผู้นี้ด้วยความสงสาร ความเวทนา และท้ายที่สุด เมื่อต่างต้องเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆร่วมกัน จนเขาเข้าใจชิวิตของเธออย่างถ่องแท้ ท้ายที่สุดมันก็แปรเปลี่ยนเป็นความรัก...

          นิยายชีวิตสะท้อนสังคมเมื่อเพศหญิงเป็นฝ่ายถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม แต่กลายเป็นว่า ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์เลวร้ายต่างๆก็กลับกลายมาตกอยู่ที่ตัวของเธอเองต้องกลายเป็นจำเลยของสังคมแทน ทำให้เรามองเห็นถึงค่านิยม ความเชื่อ ที่ยังแยกออกจาก ความเวทนา สงสาร ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะจากทัศนคติของ “ทรงสวัสดิ์” คู่หมั้นของหมอสารภี ทันทีเมื่อเขาทราบข่าวของเธอ

         “สงสารหล่อนนั้น แน่ล่ะ เขาสงสารหล่อนจนน้ำตาคลอทุกครั้ง ที่เห็นหล่อน ข้อสำคัญเขารักหมอสารภี จนกระทั่งตัดสินใจ หมั้นกับหล่อน
          เขาบอกตัวเองว่าเขาไม่รังเกียจหล่อนดอก แต่เขาทนไม่ได้... ทนมีภริยาที่เคยถูกข่มขืนจนยับเยินไม่ได้!
          ความรู้สึกของเขาปวดร้าว เพราะมันต้องต่อสู้กันอยู่ตลอดเวลา ระหว่างความรัก ความเวทนาสงสาร และความขมขื่นเพราะทนไม่ได้”

         และแน่นอนว่าสุดท้าย ด้วยกระแสแห่งค่านิยม ความเชื่อในเรื่องความบริสุทธิ์กับคุณค่าของผู้หญิง ทำให้ทรงสวัสดิ์ เลือกอย่างหลัง!
ในขณะที่หมอแสงตะวัน เลือกอย่างแรก!!

           นิยายเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่นิยายโรแมนติค สวยงาม แต่สิ่งที่สะท้อนจากนิยายเรื่องนี้ ทำให้เห็นคุณค่า และการตีความของคุณค่าของแต่ละคนที่แตกต่างกัน โดยมีนางเอกของเรื่อง เป็นศูนย์กลาง ที่ถูกชะตากรรม และ “ลมปาก”ของคน เป็นสิ่งพิพากษาชีวิต


            แต่อย่างน้อยที่สุด เนื้อเรื่องก็ยังมีความหวังให้กับหมอสารภี ที่ได้พบกับคนเห็นคุณค่าของตัวเธอ มากกว่าคุณค่าของพรหมจรรย์ อย่างหมอแสงตะวัน และช่วยพาให้เธอก้าวพ้นความมืดมิดมาสู่รุ่งอรุณอันอบอุ่นได้ในท้ายที่สุด

         อ่านเรื่องนี้แล้ว อดนึกถึงนิยายอีกเรื่องหนึ่ง ที่นำประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศต่อสตรี มาเป็นแกนเรื่องเหมือนกันไม่ได้ เรื่องนั้นก็ คือ ลับแลลายเมฆ แม้ว่าจะเขียนห่างกันนานหลายปี แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมบางอย่าง ที่ยังสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน นี่ต่างหากคือสิ่งที่น่าเวทนายิ่งกว่าชะตากรรมของหมอสารภี!


ปล. ชื่อเรื่อง ผมเขียนและสะกดตามชื่อจากปกด้านในครับ เลยกลายเป็น คุณหมอ... ช่วยด้วย!




Create Date : 08 สิงหาคม 2556
Last Update : 8 สิงหาคม 2556 19:38:21 น. 16 comments
Counter : 1987 Pageviews.

 
เรื่องนี้สะเทือนใจค่ะ ...แต่เป็นเรื่องที่จำแม่น


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:20:44:08 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วสงสารนางเอกจังเลยค่ะ เป็นหนังสือสะท้อนสังคมได้ดีจริงๆ เพราะคนมักพูดด้วยลมปากเนี่ยแหละว่ารัก รับได้ทุกอย่าง แต่เมื่อเกิดขึ้นจริงกลับทำใจไม่ได้ ด้วยค่านิยมที่ถูกปลูกฝัง สุดท้ายก็รักตัวเองมากกว่า ปล่อยให้คนถูกทำร้ายด้วยคนแปลกหน้ายังไม่พอ ยังถูกคนใกล้ตัวเชือดด้วยการตีจากอีก แถมยังแสดงถึงการไม่ให้โอกาสของสังคมอีกด้วย


โดย: ~*Sing Praise*~ วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:22:05:07 น.  

 
แค่อ่านรีวิวยังเศร้าขนาดนี้


โดย: kunaom วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:11:29:53 น.  

 
ไม่เคยได้ยินชื่อเรื่องนี้ในงานของสีฟ้ามาก่อนเลยครับ


โดย: อุ้มสม วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:18:02:41 น.  

 
โอ้ หนักน่าดูเลย
ลับแลลายเมฆเอง เรายังว่า ผู้เขียนใจดี ไม่ซ้ำเติมตัวเอกมากนัก แต่เรื่องนี้ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเหลือเกิน

แต่ก็น่าสนใจนะคะ....แต่คงหายากอีกละ


โดย: Serverlus วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:21:41:17 น.  

 
โอ...ขอบคุณที่เก็บมาเล่าต่อค่ะ

เคยอ่านเมื่อนานมากกกกกก....จนลืมเลือนรายละเอียดไปแล้ว
แต่มาอ่านรีวิวแล้วก็เริ่มรำลึกได้ราง ๆ จำได้ถึงความรู้สึกสะเทือนใจ...
ต้องไปค้นตู้หนังสือที่บ้านเก่าดูก่อนว่ายังมีอยู่หรือเปล่า...

ชักอยากอ่านทบทวนมั่งแล้ว


โดย: แม่ไก่ วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:11:30:14 น.  

 

มีปกนี้เหมือนกันค่ะ


โดย: a murder suicide วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:22:31:26 น.  

 
ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ ทำให้นึกว่า หากเป็นผู้ชายสมัยนี้จะรับได้หรือไม่ (คหสต.เราว่าผู้ชายก็ยังรับไม่ได้อยู่ดีค่ะ )
หากผู้หญิงโดนข่มขืนด้วยความไม่ชอบธรรม จะต่างไหมกับผู้หญิงที่ทำตัวเละเทะแต่ยอมโดนข่มขืนโดยชอบธรรม


โดย: Sab Zab' วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:8:53:21 น.  

 
เรื่องเศร้าอย่างร้ายเลยค่ะ


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:12:32:55 น.  

 
คุณพุด : เป็นเรื่องที่อ่านแล้วสะเทือนใจมากเรื่องหนึ่งเลยครับ

คุณ ~*Sing Praise*~ : เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ บางคนเสียคนเพราะลมปากไปเลยก็มีครับ ทั้งที่ความจริงเป็นอย่างไร ก็ยังไม่ชัดเจน

คุณ kunaom : แต่เป็นเรื่องที่จบลงด้วยความหวังครับ บางเรื่องที่เคยอ่านเศร้าตั้งแต่บทแรกจนถึงบทสุดท้ายเลยก็มีครับ อย่างอันธการ ของทมยันตี เรื่องนั้นสุดๆอีกเรื่องที่เคยอ่านมาเลยครับ

น้องอุ้มสม : เป็นเรื่องของคุณสีฟ้า ที่ยังไม่ได้นำมาพิมพ์ใหม่ครับ แต่ยังพอเห็นมีวางขายอยู่ในบูทของคลังวิทยาครับ

คุณ Serverlus : เรื่องลับแลลายเมฆ อาจจะด้วยสำนวนภาษาที่น่มนวล บรรยายอย่างละเอียดอ่อน เลยไม่รู้สึกกระแทกใจ มากเท่าเรื่องนี้ครับ คุณสีฟ้า เขียนภาพสะท้อนสันดานมนุษย์แล้วเอามาตีแผ่อย่างชัดเจน ผมยังอดนึกว่า ถ้าพลอตนี้ โบตั๋น นำมาเขียน จะแรงขนาดไหนกันหนอ?
ปล. เรื่องนี้ยังมีวางจำหน่ายของบูท คลังวิทยา ในงานสัปดาห์หนังสือครับ

คุณแม่ไก่ : ลองอ่านดูนะครับ ผมคิดว่า คุณสีฟ้า เป็นนักเขียนนิยายที่สะท้อนสังคมได้ดีท่านหนึ่งเลยครับ นอกเหนือจากงานเขียนเกี่ยวกับในรั้วในวัง และ เชิงวิพากษ์การเมืองที่ท่านถนัดอยู่แล้ว

คุณ a murder suicide : ลองอ่านดูนะครับ สนุกและได้อรรถรสทางอารมณ์มิใช่น้อยเลยครับ เป็นนิยายที่ให้มากกว่าความบันเทิงอย่างเดียวครับ

คุณSab Zab' : ผมว่าประโยคสุดท้ายของคุณ Sab Zab' นี่แหละครับ คือประเด็นสำคัญของเรื่องที่คนเขียนต้องการจะสื่อเลยครับ และโทษทัณฑ์ที่สังคมลงโทษหมอสารภี ก็เป็นสิ่งที่โหดร้ายยิ่งกว่า การที่เธอถูกข่มขืนนั้นเสียอีก

คุณตูน : เศร้า แต่ตอนจบ happy ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 12 สิงหาคม 2556 เวลา:19:19:06 น.  

 
เห็นด้วยกับคุณ ~*Sing Praise*~ เลยค่ะ ถ้ามีโอกาส หวานเย็นคงได้อ่านเรื่องนี้บ้างอะค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 12 สิงหาคม 2556 เวลา:21:35:37 น.  

 
สวัสดีครับคุณหวานเย็นฯ เป็นเรื่องที่น่าอ่านมากเรื่องหนึ่งเลยครับ เรียกว่าอ่านได้รวดเดียวจบเลย


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 14 สิงหาคม 2556 เวลา:18:09:11 น.  

 
ตอนที่อ่านเรื่องนี้รู้สึกบีบคั้นความรู้สึกมากที่หมอผู้หญิงที่มีอุดมการณ์ต้องเจอเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ เพราะเป็นการหลอกด้วยการใช้ความมีมนุษยธรรมของหมอเป็นเครื่องมือ


โดย: ชามินต์ IP: 125.25.179.12 วันที่: 30 กันยายน 2556 เวลา:3:04:52 น.  

 
คุณชามินต์ : เหตุการณ์ในเรื่องสะเทือนความรู้สึกมากเลยครับ คนเขียนสามารถฉายภาพความโหดร้ายที่มนุษย์มีต่อมนุษย์ได้ชัดเจนมาก


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 30 กันยายน 2556 เวลา:7:59:28 น.  

 
เรื่องนี้เคยอ่านแล้วค่ะ...ชอบมาก ขอบคุณคุณสามปอยหลวงที่ทำให้นึกถึงนิยายเก่าที่มีคุณค่า


โดย: กาแฟ IP: 180.183.61.217 วันที่: 24 ตุลาคม 2556 เวลา:9:39:09 น.  

 
คุณกาแฟ : ขอบคุณที่แวะเวียนมาทักทายกันครับ มีโอกาสแนะนำ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องอื่นๆได้เลยนะครับ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องของ อาจารย์สีฟ้า ที่ผมชอบมากครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 24 ตุลาคม 2556 เวลา:14:19:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.