หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2564
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
30 กรกฏาคม 2564
 
All Blogs
 
พระจันทร์แดง : ชูวงศ์ ฉายะจินดา

เรื่อง : พระจันทร์แดง
ผู้ขียน : ชูวงศ์ ฉายะจินดา
สำนักพิมพ์ : โชคชัยเทเวศร์
ปีที่พิมพ์ : 2514
สองเล่มจบ


              ในจำนวนผลงานสี่เรื่อง ที่เป็นแนวสยองขวัญของคุณชูวงศ์ ฉายะจินดา คือ มณีมรณะ พระจันทร์แดง แรงอาถรรพ์ และบุหลันอาเพศ นั้น นวนิยายเรื่องพระจันทร์แดง น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกนำมาสร้างเป็นละครและภาพยนตร์รวมถึงเป็นที่คุ้นเคยของนักอ่านมากที่สุด
        ผมเคยดูเวอร์ชัน ที่คุณนก ฉัตรชัย เล่นเรื่องนี้ทางช่องสาม แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ติดตามมาโดยตลอด การหยิบพระจันทร์แดง ขึ้นมาอ่าน ในครั้งนี้ จึงเหมือนกับการเริ่มต้น การเดินทางไปในป่าอักษรแห่งความเพลิดเพลิน ลึกลับ และลุ้นระทึกอีกครั้ง ด้วยฝีมือมัคคุเทศก์ทางตัวอักษรมือฉมัง อย่างคุณชูวงศ์ ฉายะจินดา 
             ++++++++++++++++++++++++++
          เรื่องราวในพระจันทร์แดง เริ่มต้นด้วยการเดินทางมายังบ้านหนองโหง ของปาริชาต คุณครูสาวแสนสวยจากเมืองกรุง ที่อกหักจาก ประนัย แฟนหนุ่มที่ไปมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนอื่น จนกระทั่งตั้งครรภ์ ทำให้เธอตัดสินใจ หนีห่างจากความรักที่บอบช้ำ และความเจริญในเมืองกรุง มายังดินแดนบ้านป่าแห่งนี้
และเป็นการเดินทางในคืนที่พระจันทร์เป็นสีเลือดพอดี!
                  ++++++++++++++++++
          ระหว่างทางอันแสนกันดารนั้นเอง เมื่อปาริชาตได้รับสายลมที่พัดพาเอากลิ่นว่านพิษปลิวติดมาด้วย ทำให้เกิดอาการจับไข้ ไม่สบายขึ้น แต่แรก เธอตั้งใจว่าจะมาพักที่บ้านครูปรีชา หรือครูใหญ่ แต่เมื่ออาการป่วยเริ่มทวีขึ้น ทำให้ตัดสินใจมาพบ หมอศมา ซึ่งเป็นแพทย์เพียงคนเดียวในชุมชนแห่งนี้

        แต่แล้ว ผู้มาส่ง ก็เตือนเธอด้วยความหวังดี คำเตือนที่แปลกประหลาด ในสภาวะอันฉุกเฉินและต้องเข้าไปอาศัยในบ้านของหมอศมา ในขณะที่เขาเองหายตัวไปอย่างลึกลับ ปาริชาตกินยารักษาไข้ที่มีอยู่ในคลินิกนั้นพอดี และผล็อยหลับไป จนกระทั่งตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงทุบประตู และคำเตือนนั้นก็ดังแว่วมาในมโนสำนึกพอดี
  ห้ามเปิดเด็ดขาด!
   เธอตัดสินใจแอบดูและ...
           +++++++++++++++++
       สิ่งแรกที่เห็นสะดุดตาบนใบหน้าที่ปกคลุมด้วยผมยุ่งยาวรุงรังนั้น ก็คือเลือดสดๆที่เปรอะเปื้อนอยู่บริเวณปาก เห็นแดงฉานหยดย้อย ที่คอและเสื้อสีคล้ำนั้นก็เปรอะไปด้วยเลือดสดๆ ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งน่าขยะแขยง และยังคราบเลือดที่เห็นอาบใบมีดที่ถืออยู่ในมืออีกเล่า
        หญิงสาวกรีดร้องเสียงแหลมครั้งหนึ่ง เซถอยหลังแล้วก็ล้มฟาดลง สติสัมปชัญญะจางวูลไปทันใด

      จนถึงรุ่งเช้า และได้เผชิญหน้ากับหมอศมา เขากลับมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏ แต่กำลังดูแลเธออยู่อย่างห่วงใย จนทำให้ปาริชาตไม่แน่ใจเสียแล้วว่า ชายวิปริตผู้นั้น คือใครกันแน่ หากมีเพียงดวงตาของหมอศมาเท่านั้นที่มีสีประหลาดราวกับอำพันทอง
           +++++++++++++++++++
        หญิงสาวเดินทางมายังบ้านครูใหญ่ หรือ ปรีชา ที่นั่น เธอได้รับการต้อนรับอย่างเย็นชา จากนางน้อม และเผชิญหน้ากับครูฉลวย ครูสาว ซึ่งต่างก็แสดงท่าทางกีดกันเธอกับ ครูปรีชาเป็นอย่างมาก กิตติศัพท์ของครูหนุ่มใหญ่ผู้มักมากในราคะและมีเล่ห์กลยาเสน่ห์แฝงเร้น อยู่ทำให้เธอต้องคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

            ที่บ้านของครูใหญ่นั้นเอง เธอได้รู้จักกับสาวน้อย สีไพล ที่มาอยู่รับใช้ภายในบ้าน และตกเป็นเมียของ ครูปรีชา เหมือนกับ นางน้อม และครูฉลวย จนตั้งครรภ์อ่อนๆ เธอรับรู้ภายหลังว่า สีไพลเองก็ไม่เต็มใจ แต่ไม่อาจขัดความต้องการของอีกฝ่ายได้ สีไพลเองหลงรักอยู่กับครูนนทา ครูหนุ่มเพียงคนเดียว ที่อาศัยอยู่ร่วมบ้านแห่งนี้ ด้วย

          เธอรับรู้จาก สีไพล ว่า ก่อนหน้าที่เธอจะมา มีครูสาวสวยเหมือนเช่นเธอ เคยมาบรรจุที่หนองโหงแห่งนี้มาก่อน เธอชื่อครูอวยพร ซึ่งมีคนรักอยู่แล้ว แต่แล้วความสาว ความสวย ก็นำเภทภัยมาให้ เมื่อเธอตกเป็นเมียอีกคนของครูปรีชา และกลายเป็นคนวิกลจริต จนต้องไปกระโดดหน้าผาน้ำตกที่ วังโหง ซึ่งอยู่ในป่า จนเสียชีวิต นอกจากนี้ เมียคนแรกของครูปรีชาเอง ชื่อนางแจ่ม ก็ตกเลือดจนเสียชีวิตเช่นกัน
              ++++++++++++++++++++++
         ปาริชาต มีโอกาสเผชิญหน้ากับครูปรีชา และรับรู้ว่าอีกฝ่าย สนใจในตัวเธออยู่ไม่น้อย แต่ด้วยเล่ห์เหลี่ยมของครูหนุ่มใหญ่ เขาวางตัวเป็นผู้ใหญ่ คอยดูแลเธอ ด้วยข้ออ้างเพื่อความปลอดภัย ในขณะที่ นางน้อมก็แสดงท่าทางอิจฉาริษยา อย่างเห็นได้ชัด

         คืนวันนั้นเอง เมื่อปาริชาต มีโอกาสพบดวงวิญญาณที่สิงสู่อยู่ในกระจกเงา มันคือวิญญาณของครูอวยพร ที่ไม่อาจไปผุดเกิด ด้วยแรงพยาบาท!
            +++++++++++++++++++++=
         วิญญาณของครูอวยพรในกระจกเงา ปรากฏร่างขึ้นมาให้เธอเห็น และคอยเตือนภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเธอด้วยความห่วงใยและปรารถนาดี แม้แต่ในเวลาที่ครูปรีชา พยายามบุกเข้ามาเพื่อปลุกปล้ำเธอ และปาริชาต ก็เอาตัวรอดไปได้อย่างหวุดหวิด ด้วยลักษณะนิสัยใจคอที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวของปาริชาตนี้เอง ที่ทำให้ครูปรีชา คิดว่าจะใช้เสน่ห์ของตัวเอง เพื่อเอาชนะหัวใจของเธอให้ได้ แทนที่จะเลือกใช้มนต์มายา เหมือนกับที่เขาเคยใช้กับสตรีผู้อื่นมาแล้ว

ในขณะที่หญิงสาวเอง กลับมีความรู้สึกผูกพันกับหมอศมา เธอฝันเห็นภาพของเขา ถูกทำร้ายเลือดอาบไปทั้งตัวในคืนวันพระจันทร์แดง และยังรับรู้เรื่องราวของเขา จากหญิงชราคนหนึ่ง ที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน และคำสาปอาถรรพณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อครั้ง พ่อแม่ของศมา ยังมีชีวิตอยู่
         +++++++++++++++++++++++
       พ่อและแม่ของศมามีอาชีพเป็นนายพราน และออกล่าสัตว์ ในคืนวันที่แม่ของเขาตั้งครรภ์จวนคลอดพอดี โดยฝากภรรยาไว้กับหญิงม่ายผู้หนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน และแล้วคืนนั้นพรานป่า ก็ล่าตัวเสือลายพาดกลอนตัวหนึ่ง ที่ออกสร้างความเดือดร้อนชาวบ้านแถบนั้นได้ พอดี หลังจากนั้น ก็รีบเดินทางกลับมาหาเมียรัก ในจังหวะที่เธอกำลังคลอดทารกเพศชาย และเขาก็ไม่ได้สังเกตว่า มี “บางสิ่ง”ติดตามมาจากในป่าด้วย

      เมื่อได้พบหน้าเมียรักในกระท่อมน้อยนั่นเอง เจ้าสิ่งนั้น ก็พุ่งตรงดิ่งไปยังเป้าหมายแห่งความพยาบาทของมัน เข้าสู่ร่างของทารกเพศชายที่เพิ่งคลอดออกมาพอดี
          ++++++++++++++++++++++++
       ประกายจางดวงตากลมใสแจ๋วของทารกน้อยที่เต้นระยับอยู่ในแสงตะเกียงนั้น ไม่ต่างอะไรกับดวงตาทั้งคู่ของเจ้าลายพาดกลอน ที่เขายิ้งทิ้งไว้กลางป่าเชิงเขาใหญ่โน้นแม้แต่น้อย!
         เมื่อจะละจากมาก เขายังได้เหลียวไปมองร่างของมันอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นกลมใสแจ๋วเป็นสีอำพันทอง สุกสายเป็นประกายเมื่อต้องแสงสีแดงที่สาดจากดวงจันทร์ ไม่แตกต่างกันสักนิด กับดวงตาของทารกน้อยในอ้อมแขนของเขาในบัดนี้!
         
           และเด็กน้อยคนนั้น ก็คือหมอศมา ในวันนี้!
           อาถรรพณ์แห่งคำสาป และดวงวิญญาณเสือร้าย ทำให้เขาต้องกลายสภาพไม่ต่างกับสัตว์ป่า เพื่อออกสังหารสัตว์ป่าต่างๆ ตามสัญชาตญาณ รวมถึงมนุษย์...
           +++++++++++++
          และหญิงชราผู้บอกเล่าเรื่องราวให้เธอรับฟัง ก็คือ หญิงแม่ม่ายเพื่อนบ้าน ที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นเอง เธอทราบว่า ปาริชาตสามารถต้านทานพลังอำนาจลึกลับนั้นได้ บางที ความรักที่มีให้กับหมอศมา อาจจะทำให้ มนต์อำนาจดำมืดนั้นคลี่คลายลงไป
+++++++++++++++++++++
         ปาริชาต พยายามเลี่ยงครูปรีชา ออกมา ท่ามกลางการจับผิดของนางน้อม ที่หาทางใส่ร้ายและจ้างสมุนของเธอคือไอ้คง เพื่อมาทำร้ายเธอ เหมือนกับที่เคยลงมือทำร้าย ครูอวยพร จนเป็นบ้ามาแล้ว แต่ดวงวิญญาณของครูสาว ผู้น่าสงสาร ก็คอยช่วยเหลือเธอ ไม่ต่างกับมิตรสนิทผู้หนึ่ง ในเวลานั้น ปาริชาต และหมอศมา ต่างยิ่งผูกพันกัน จนกลายเป็นความรัก ที่ต้องพิสูจน์ เมื่อคืนพระจันทร์แดงมาถึงอีกครั้งหนึ่ง!
              ++++++++++++++++++++
         ในความเป็นนวนิยายลึกลับ ผสมสยองขวัญและปมปริศนา ที่เกิดขึ้น พระจันทร์แดง ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวอันเข้มข้นของกิเลสตัณหาของมนุษย์ ที่พระเอกและนางเอก จะต้องเอาชนะ รวมไปถึงบทพิสูจน์ถึงความรักที่ดื่มด่ำ ของคู่พระนางในเรื่อง ซึ่งด้วยสำนวนของราชินี นิยายพาฝัน อย่างคุณชูวงศ์ ฉายะจินดา ทำให้นิยายเรื่องนี้ อ่านได้อย่างเพลิดเพลิน และพาผู้อ่านให้ลุ้นระทึกไปกับเรื่องราว รวมถึงเงื่อนปมความลับต่างๆของตัวละคร ตราบจนมาถึงบทอวสานที่จบลงด้วยความสุขสมหวัง ในที่สุด



Create Date : 30 กรกฎาคม 2564
Last Update : 30 กรกฎาคม 2564 10:39:19 น. 0 comments
Counter : 512 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse, คุณนายแว่นขยันเที่ยว


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 78 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.