หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2562
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
8 กรกฏาคม 2562
 
All Blogs
 
ดงปาริชาต บุพเพสันนิวาสและรวมเรื่องสั้นอื่นๆ : นวนาค

เรื่อง : ดงปาริชาต บุพเพสันนิวาสและรวมเรื่องสั้นอื่นๆ ของนวนาค
ผู้ขียน : นวนาค
สำนักพิมพ์ : ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์
ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2510
สองเล่มจบ




      นวนาค เป็นนามปากกา ของ ฉุน ประภาวิวัฒน (ไม่มีการันต์ สะกด) หนึ่งใน 18 ท่าน ของกลุ่มคณะ “สุภาพบุรุษ” ที่ กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ ศรีบูรพา เป็นทั้งเจ้าของและบรรณาธิการ และเป็นหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ ประวัติศาสตร์แห่งเส้นทางวรรณกรรมไทยในยุคหนึ่งเลยทีเดียว

    คณะสุภาพบุรุษที่ก่อเกิดมาพร้อมกับหนังสือสุภาพบุรุษ รายปักษ์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2472 นั้น ประกอบด้วยคนหนุ่มในวัยไล่เลียกัน ที่เห็นว่าอาวุโสมากกว่า กุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็มีอยู่บ้าง เช่น ขุนจงจัดนิสัย ชิต บุรทัต สถิต เสมานิล หอม นิลรัตน์ ณ อยุธยา และ อบ ไชยวสุ แต่ทว่าทั้งหมดก็ล้วนเป็น “เกลอ” มีชีวิตผูกพันกันด้วยผลงานทางการประพันธ์

        สำหรับประวัติของ คุณฉุน ประภาวิวัฒน นั้นผมได้ข้อมูลจากหนังสือ “เพื่อนพ้องแห่งวันวาร”ที่คุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี เป็นบรรณาธิการ ได้เขียนเล่าประวัติของท่าน ผ่านบรรณาธิการ “โลกหนังสือ” ในฉบับระลึกถึงศรีบูรพาและกลุ่มนักประพันธ์คณะสุภาพบุรุษ เมื่อฉบับเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 ความว่า

       ฉุน ประภาวิวัฒน เกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2449 ศึกษาจบชั้นมัธยม 8 จากโรงเรียนสวนกุหลาบ และสำเร็จชั้นปริญญาตรี ทางบรรณารักษ์จากต่างประเทศ เป็นบรรณารักษ์ผู้ทรงคุณวุฒิคนแรกของประเทศไทย และเป็นบุคคลเดียวที่เรียนปริญญาตรีทางบรรณารักษ์ศาสตร์ หลักสูตรยาวนานถึง 4 ปีเต็ม ณ ฟิลิปปินส์ และได้ศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัย มิชิแกน สหรัฐอเมริกา ได้ปริญญาโท M.A. in Library Science เมื่อ พ.ศ. 2486 เป็นมหาบัณฑิตทางบรรณารักษ์ศาสตร์คนไทยคนแรก และมีข้อเขียนอยู่ใน Encyclopedia American, 1984 Annual

       หน้าที่การงานในอดีตของท่าน เป็นหัวหน้าสำนักแถลงข่าวไทยในสหรัฐ ผู้ช่วยทูตวัฒนธรรมประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงวอชิงตัน ผู้อำนวยการส่วนศูนย์บริการเอกสาร สภาวิจัยแห่งชาติ นายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย อุปนายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย และอื่นๆ

       ฉุน ประภาวิวัฒน เริ่มงานการประพันธ์มาตั้งแต่ครั้งเรียนอยู่ สวนกุหลาบ เรื่องสั้น ธรรมจริยา ในนามปากกา นวนาค พิมพ์ครั้งแรก ในสุภาพบุรุษ รายปักษ์ ฉบับสุดท้าย เมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2473 ผลงานการแปล ของท่านมีหลายเรื่อง อาทิ สิทธารถะ เดมิอัน ของ แฮร์มาน์ เฮสเส เหมันตคาม นวนิยายของ ยะสุนาริ คะวาบาตะ เสียงคลื่นที่รื่นรมย์ใจ ของ ยูกิโอะ มิชิมา

       ผมคุ้นเคย จากผลงานแปลเรื่อง สิทธารถะ ฉบับพิมพ์แรกของสำนักพิมพ์ แพร่พิทยา และ มาแต่กระยาหงัน ซึ่งท่านเป็นผู้แปล มาจากเรื่อง Little Lord Fauntleroy) / ฟรานเซส ฮอดจ์สัน เบอร์เน็ตต์ ตราบจนได้มีโอกาสอ่าน รวมเรื่องสั้น ในนามปากกา นวนาค และขอถือโอกาสรีวิว ผลงานเรื่องสั้นบางเรื่อง ในจำนวนสิบกว่าเรื่องที่รวมอยู่ในชุดดังกล่าว ซึ่งน่าจะเป็นการพิมพ์ครั้งที่สอง (ครั้งแรก จะเป็นฉบับปกแข็งของสำนักพิมพ์ แพร่พิทยา แสดงดังรูป เครดิตภาพจาก ร้านสุหนังสือเก่า ครับ)

      สำหรับประวัติชีวิต ท่านสมรสกับ น.ส. เนื่อง ฤทธาคนี ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 มีบุตรชายคนเดียว และต่อมาได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ 2527 รวมอายุได้ 78 ปี
         ถ้านับเนื่องถึงกาลปัจจุบัน ณ ปี พศ. 2562 ก็ถือได้ว่าเป็น 113 ปี แห่งชาตกาล และ 35 ปี แห่งมตกาล ของ นวนาค หนึ่งในนักเขียนคณะสุภาพบุรุษผู้นี้ครับ

สำหรับเรื่องสั้นที่นำมารีวิว ขออนุญาตนำเสนอ เพียงสองเรื่อง คือ บุพเพสันนิวาส ซึ่งเป็นเรื่องสั้นขนาดยาว และ แรงอารมณ์ ครับ

บุพเพสันนิวาส
เรื่องสั้นเรื่องนี้เปิดตัว ด้วยบทโคลงแสนไพเราะว่า

“ความรักจักเกิดด้วย สองพรรค์
หนึ่งเพราะบุพเพสัน- นิวาสสร้าง
สองเพราะอยู่ร่วมกัน ในชาติ นี้นา
ประดุจปทุมชาติสร้าง สลับซ้อนกลางสินธุ์”


    เรื่องราว แบ่งออกเป็นสององก์ หรือสองตอน ตอนแรก ผ่านมุมมองของ ฉันท์ ซึ่งเป็นหลานของ เจ้าคุณศรีวิวัฒนประภา คหบดี แห่งรังสิต คุณลุงของฉันท์ เป็นหนุ่มโสดมาตั้งแต่ยังแรกรุ่นตราบจนถึงวัยปลาย ท่านจึงไม่มีทายาทสืบสกุล และรับฉันท์ซึ่งเป็นลูกของเฉลา น้องชายท่านมาเลี้ยง เพราะบิดามารดาของฉันท์เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก ต่อมา อนงค์น้องสาวอีกคนหนี่งของท่านก็พา โกศล ลูกชายมาอาศัยใบบุญท่านเช่นกัน และเสียชีวิตไปในเวลาต่อมา

      ภายในบ้านของวิวัฒนประภา จึงมีคุณลุง และหลานกำพร้าสองคน อาศัยอยู่อย่างสงบสุข ทั้งฉันท์ และโกศล ได้รับการศึกษาอย่างดี ฉันท์ได้เลือกใช้ชีวิตเป็นนักเขียน ในขณะที่โกศล น้องชายลูกพี่ลูกน้อง เลือกเรียนด้านการทหาร แต่เจ้าคุณลุงของเขา ก็มีวิธีการคิดที่แปลกประหลาด โดยเฉพาะเรื่องมรดกของท่าน

       “ถึงแม้จะรักใคร่ในเราสองคน เท่าๆกันก็ตาม แต่ท่านก็ตกลงใจที่จะให้เราคนคนหนึ่งเท่านั้น เป็นทายาทในกองมรดกของท่าน”
เพียงแต่ใครคือคนๆนั้น?


     เส้นทางชีวิตของฉันท์และโกศล มาถึงทางแยกสำคัญ เมื่อทั้งคู่มีโอกาสได้รู้จักกับครอบครัวของ พระราชนิเวศน์รังสรรค์ ซึ่งมีธิดาคนสวย นามว่า คุณลำยอง นนทวาสี สองพี่น้อง ต่างหลงรักลำยอง และหวังจะเอาชนะใจหญิงสาวผู้นั้น คุณพระเอง ก็ค่อนข้างพึงพอใจ ฉันท์ เพราะเห็นว่าอาวุโสกว่า โกศล และทำให้เขามีโอกาสได้สารภาพรักกับลำยอง สองหนุ่มสาวมีใจให้แก่กันอย่างเต็มเปี่ยม และคาดหวังว่าจะได้ครองคู่แต่งงานกันในมิช้า

         และจู่ๆ คุณลุงของโกศลและฉันท์ก็เสียชีวิตลง เมื่อเปิดพินัยกรรม ก็พบว่า ท่านยกมรดกทั้งหมด ให้กับ ฉันท์ ในขณะที่โกศล ได้เพียงเงินเล็กๆก้อนหนึ่งเท่านั้นเอง โกศลยอมรับความพ่ายแพ้ ทั้งในความรัก และมรดกอย่างเต็มใจ ด้วยหัวใจลูกผู้ชาย เขาพร้อมจะออกเดินทางจากบ้านวิวัฒนประภา แม้ว่าฉันท์จะพยายามขอร้องให้อยู่ต่อก็ตาม

         แต่แล้วเหตุการณ์ก็พลิกผัน เมื่อทนายความประจำของเจ้าคุณ ได้แจ้งว่า ค้นพบพินัยกรรมที่ท่านเขียนครั้งล่าสุด ถัดจากนั้น และในพินัยกรรมฉบับล่า นั่นเอง ที่เปลี่ยนข้อความในเจตจำนงของคุณพระ ที่จะยกมรดกทั้งหมดให้ฉันท์ มาเป็น โกศล แทน!!

       เหตุการณ์กลับตาลปัตรทั้งหมด ทำให้ คุณพระ บิดาของลำยองเปลี่ยนใจ ไม่ต้องการให้การแต่งงานเกิดขึ้น เพราะมองเห็นว่าฉันท์ เป็นคนไร้อนาคต ไม่มีมรดกทรัพย์สินใดๆ ในขณะที่ โกศล เอง หัวใจของเขาหนักแน่น มั่นคง กับอุดมการณ์ความคิด เขาไม่ต้องการได้ มรดกกลับมาเป็นของตนเองแม้แต่น้อย แต่ต้องการจะย้ายไปเป็นทหารอยู่หัวเมืองเสียมากกว่า แม้จะรู้ว่าคุณพระกีดกัน ฉันท์กับลำยอง โกศลก็พยายามวางแผนช่วยเหลือให้ทั้งสองได้พบกัน เขายอมเสียสละความรักของตัวเองอย่างน่าสรรเสริญ จนในที่สุด คุณพระก็ยอมแพ้ ให้แก่ความรักของคนทั้งสอง ตอนแรกของบุพเพสันนิวาส จบลง เมื่อ โกศลผู้พ่ายรัก ได้เดินทางไปประจำการยังจังหวัดหัวเมือง แม้ว่าจะได้บ้านวิวัฒนประภา ไว้ครอบครองก็ตาม ส่วน ลำยองกับฉันท์ ก็ได้แต่งงานกันสมดังปรารถนา

     องก์สอง เริ่มต้นในอีกสิบห้าปีต่อมา ผ่านมุมมอง ของ โกศล นายทหารหนุ่มใหญ่วัยสามสิบเศษ ที่ยังครองตัวเป็นโสด และเดินทางด้วยรถไฟกลับมายังรังสิตแผ่นดินเกิด เมื่อทราบว่า ฉันท์และลำยอง เสียชีวิตลงเสียแล้ว ด้วยอุบัติเหตุ บนขบวนรถไฟนั่นเอง ที่เขาได้พบกับดรุณีแรกรุ่นที่สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้น อย่างประหลาด เธอผู้มีนามว่า ยวนฤดี

       ดูสิผิวนวลละอองอ่อน
มลิซ้อนดูดำไปหมดสิ้น
สองเนตรงามกว่า มฤคิน
นางนี้เป็นปิ่นโลกา

       และเพราะลักษณะของเธอ ที่ทำให้เขาหวนนึกไปถึง ลำยองนั่นเอง ตราบจนมาถึงวิวัฒนประภา และได้พบ คุณพระผู้เป็นบิดาของลำยอง จึงได้รู้ว่า ยวนฤดี ก็คือลูกสาวคนเดียวของลำยองและฉันท์ นั่นเอง!!

       และเขาก็มีศักดิ์ เป็น “คุณอา” ของยวนฤดี ไปเสียแล้ว และในเวลาต่อมา โกศลก็รู้ว่า บัดนี้ เขาตกหลุมรัก สาวน้อย ผู้เป็นเงาของลำยอง หญิงสาวที่เขาเคยหลงรักและพ่ายรักให้กับพี่ชายในอดีตไปอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

       แต่ หัวใจที่เริ่มเบิกบานเพราะความรักครั้งใหม่ ก็ต้องสลดลง เมื่อรับรู้ถึงการปรากฏตัวของ มาโนช หนุ่มน้อยวัยเดียวกับ ยวนฤดี ที่ดูเหมือนสองหนุ่มสาว จะมีความเหมาะสมกับทุกประการ

         ความรู้สึกในขณะนั้นเป็นอย่างไร เขาพรรณนาไม่ถูก หัวใจมันรู้สึกวาบหวิว คล้ายวิญญาณของตัวเองได้ลอยออกจากร่าง แล้วก็รู้สึกเสียดแทงเสียวปลาบเข้าไปในหัวใจ อนิจจา เขาจะทนดูภาพเหตุการณ์เช่นนี้ต่อไปได้ละหรือ? ไม่ช้าไม่นานก็คงจะต้องถึงเวลาที่เขาจำจะต้องจาก “วัฒนประภา”ไปอีกเป็นครั้งที่สองแล้วสิหนอ?

         แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อยวนฤดี ตัดสินใจ ที่จะแต่งงานกับ โกศล นายทหารหนุ่มใหญ่ หญิงสาวตอบรับรักเขา โดยคุณตา เป็นผู้จัดพิธีสมรสให้ และมาโนช ก็จากไป พร้อมกับจดหมายฉบับสุดท้ายที่ยวนฤดีเขียนถึงเขา
หล่อนยังรักมาโนชอยู่ก็จริง แต่หล่อนก็สงสารโกศล รับรู้จากคุณตาว่า โกศล เคยพลาดรักจากลำยอง มารดาของเธอมาก่อน แต่เขาก็ยอมเสียสละ โดยปราศจากความเห็นแก่ตัวแม้แต่น้อย เสียสละทั้งความสุข และทรัพย์สมบัติทุกอย่าง ให้กับ ฉันท์พี่ชาย จนต้องพเนจรไปยังแดนกันดารต่างๆ ยวนฤดี ไม่ต้องการให้เขาได้รับความผิดหวังในรักอีกเป็นครั้งที่สอง และครั้งนี้ หล่อนยอมที่จะแต่งงานกับเขาด้วยความเต็มใจ

       ส่วนอีกเรื่อง ที่ผมชอบมากๆ เลยขอรีวิวไว้ด้วย คือ แรงอารมณ์ เป็นเรื่องเล่าผ่านความคิดของหญิงสาวขี้เหงาคนหนึ่ง ที่เลี้ยงนกคีรีบูนเอาไว้ สอนให้มันพูดเจรจาคลายความเปลี่ยวเหงาในใจ จนเกิด “มโน”ไปเอง ว่าเจ้านกตัวน้อยนั้นหลงรักตัวเอง และมาชดเชยความรักที่ขาดหายไปในชีวิต

     “ดิฉันรู้สึกมีความสุขที่สุดเพราะเธอ รุ่งขึ้น จากเช้าวันที่เธอเข้ามาอยู่ร่วมด้วยกับดิฉัน เมื่อดิฉันเดินลงมาจากเรือนชั้นบน เปิดผ้าคลุมกรงของเธอออก เธอส่งสำเนียงแจ้วต้อนรับดิฉันด้วยความยินดีปรีดา เธอกล่าวทักดิฉันก่อนว่า สวัสดีขอรับ คุณผู้หญิง ดิฉันตกใจไม่รู้จะเก็บความรู้สึกอย่างไรได้ถูกต้อง จึงยิ้มกับเธอด้วยความขวยเขินสะเทิ้นใจไปเท่านั้น

        และจากคำบอกเล่าของ เธอ ทำให้ผู้อ่านรู้ว่า ภายในบ้านหลังนี้ ยังมีผู้ชายหนุ่มแน่นรูปหล่ออยู่ถึงสามคน ซึ่งส่วนใหญ่จะแค่แวะเวียนมากินข้าวและอ่านหนังสือพิมพ์กัน พวกนั้นเคยเอาใจใส่กับดิฉันเลยสักนิดเดียว แถมคนพวกนั้น ยังแสดงความรังเกียจเดียดฉันท์ตัวดิฉันเสียด้วยซ้ำไป คืนหนึ่ง ดิฉันได้ยินเขาพูดถึงดิฉันที่ข้างบันไดขึ้นเรือน โดยพากันกล่าวสรรพนามแทนตัวดิฉันว่า “ยายเพิ้ง”

      โลกของ ดิฉัน จึงมีเพียงแค่นกคีรีบูนตัวน้อยนี้เท่านั้น ที่รักใคร่และให้ความสุข แต่ในที่สุด ในคืนวันหนึ่งเมื่อฝนตกหนัก และกรรโชกซัดเข้ามาในกรงนกที่ผ้าคลุมหลุดออก ทำให้เจ้านกน้อย ต้องจากไป

       “โธ่เอ๋ย มันเป็นภาพที่น่าสังเวชสลดใจใหญ่หลวง ใครจะเห็น ใครจะรู้สึกเหมือนตัวดิฉันเอง เธอนอนหงายท้อง ตาหรี่ กรงเล็บหงิกงอ ดิฉันเห็นเข้ารู้สึกเหมือนใจจะขาด ทั้งโศกเศร้าและเสียดมเสียดาย แต่นี้ไป ดิฉันจะไม่มีโอกาสได้ฟังเธอพูด เธอร้องเพลงอีกแล้ว ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง รู้สึเหมือนว่าจะพากันสูญไปหมดเมื่อมองไปดูกรงของเธอ...”

         นอกจากนี้ ในรวมเรื่องสั้นสองเล่มนี้ ยังประกอบด้วยเรื่องสั้นๆอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ งานเขียนของนวนาค ส่วนใหญ่ จะไม่เน้นพลอตเรื่องเป็นหลัก แต่จะเป็นงานเขียนที่เน้นกระแสสำนึก ความคิด และทัศนคติของตัวละคร ที่ถกเถียง สนทนาต่อกัน อันเป็นอีกสไตล์หนึ่ง ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว


        สำหรับปกด้านล่าง คือ รูปกลุ่มคณะนักเขียนสุภาพบุรุษ ซึ่งคุณฉุน ประภาวิวัฒน คือ ผู้ที่อยู่ในภาพริมด้านบนหมายเลข 17 ครับ








Create Date : 08 กรกฎาคม 2562
Last Update : 8 กรกฎาคม 2562 10:09:59 น. 2 comments
Counter : 344 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณภาวิดา คนบ้านป่า


 
ไม่เคยอ่านเรื่องนี้
ขอบคุณรีวิวนะคะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 9 กรกฎาคม 2562 เวลา:10:51:34 น.  

 
สวัสดีครับ คุณภาวิดา คนบ้านป่า เรื่องนี้เป็นรวมเรื่องสั้นที่คุรุสภา น่าจะนำมาตีพิมพ์ล่าสุดครับ แต่ก็นานมาก เสียดายอยากให้มีการนำมารวมเล่มเพื่อการศึกษา เหมือนกันครับ งานของผู้เขียนที่ผมเคยเห็นวางจำหน่ายอยู่ น่าจะเป็น "มาแต่กระยาหงัน" ที่เป็นผลงานแปล ครับ กับ สิทธารถะ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 10 กรกฎาคม 2562 เวลา:8:06:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.