หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2561
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 กรกฏาคม 2561
 
All Blogs
 
วังวนกลกาล : กนกวลี พจนปกรณ์



เรื่อง : วังวนกลกาล
ผู้เขียน : กนกวลี พจนปกรณ์
สำนักพิมพ์ : เพื่อนดี
ปีที่พิมพ์ : 2549
เล่มเดียวจบ




         ผมเคยอ่านผลงานของคุณกนกวลี พจนปกรณ์ อยู่ไม่กี่เรื่อง และที่ประทับใจก็คือเรื่อง ยิ่งฟ้ามหานที ที่สะท้อนปัญหาผู้สูงอายุและความกตัญญูต่อบุพการี ได้อย่างอบอุ่น ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่มีโอกาสได้ชมเป็นละคร คือกาษา นาคา ก็เป็นนวนิยายสไตล์ลึกลับเกี่ยวกับตำนานพญาครุฑและนาค ที่นำมาร้อยเรียงผ่านตัวละครอย่างน่าสนใจ

        สำหรับ วังวนกลกาล ก็เป็นนวนิยายในอีกสไตล์หนึ่ง ที่ผู้เขียน นำเรื่องราวเกี่ยวกับการเหลื่อมซ้อนของเวลา มาเป็นแก่นของเรื่อง ผ่านตัวละคร คุณยาย ข้าวทิพย์ และหลานตัวเล็กๆหลายคน ที่ต้องเผชิญเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นภายในบ้านของตัวเอง นิยายเรื่องนี้เคยตีพิมพ์ในนิตยสารสกุลไทย ซึ่งตอนแรกผมเองคิดว่า เป็นแนวไซไฟ เกี่ยวกับการย้อนเวลา แต่เมื่อได้อ่านไปแล้ว พบว่ามีประเด็นอื่นๆที่น่าสนใจอีกด้วย

       ข้าวทิพย์ เป็นสาวน้อย วัยมหาวิทยาลัย ที่เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อกับแม่ ชีวิตปกติของเธอ เป็นเสมือนศูนย์กลางของความรักจากคนในบ้านมาโดยตลอด และหล่อหลอมให้เป็นคนยึดตัวเองเป็นหลัก โดยไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น โลกของข้าวทิพย์ เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เมื่อหลานๆซึ่งเป็น ลูกของคุณน้า หลายคน เข้ามาอยู่ในบ้าน รวมถึงคุณยาย ที่เป็นความทรงจำอันรางเลือนในวัยเยาว์ และบัดนี้ ความผูกพันในอดีต ก็เริ่มห่างเหิน

    คุณยายที่ ข้าวทิพย์รู้ว่า อายุแปดสิบปี พูดคุยกันคนละเรื่องคิดกันคนละอย่าง ยายที่เจอกันทีไร ก็เล่าแต่เรื่องเก่าๆ อันทำให้หล่อนรีบลุกหนีหลังจากทำใจนิ่งฟังได้พักใหญ่ๆ

        แต่บัดนี้ ยายที่เหลือเพียงคนเดียว เจ็บป่วยจนต้อง เป็นฝ่ายย้ายจากต่างจังหวัดมาพักอยู่ร่วมบ้านเพื่อสะดวกในการไปพบแพทย์ตรวจสุขภาพ รวมทั้งหลานๆวัยซน ลูกของน้าอีกหกคน ทำให้เกิดความโกลาหลในความรู้สึก “ขี้รำคาญ”ของข้าวทิพย์เป็นที่สุด เด็กๆที่ไร้เดียงสา ช่างซักถาม ต่างเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตอันสงบของหล่อนให้ปั่นป่วน เด็กพวกนี้ชอบมารวมกันที่บ้าน แล้วล้อมวงเล่นหรือเล่านิทานกัน ระหว่างที่หล่อนเองกำลังทำงาน อ่านหนังสือ หรือพูดคุยกับ “ธงไทย” เพื่อนหนุ่มร่วมมหาวิทยาลัย ที่สนิทกันตั้งแต่ปีแรก 

     ธงไทยเองชอบโทรศัพท์มาคุยกับหล่อนบ่อยๆ และเขาเอง ก็มี “ยายแพร” เป็นแฟน ที่คบหากันมาตั้งแต่ปีแรกเช่นกัน แต่แล้ว ในระหว่างที่ พ่อกับแม่ไม่อยู่ และหล่อนต้องดูแลเด็กๆทั้งหก รวมถึงคุณยายวัยชรากับ น้าติ๋ม แม่บ้านวัยกลางคน นั่นเอง บางอย่างก็เกิดขึ้นโดยมิคาดฝัน...

       ข้าวทิพย์ เดินไปเปิดประตู... ทันใดนั้น แสงสว่างขาวจ้าจัดวาบเข้ามา มันสว่าง ยิ่งกว่าไฟของสนามบอลสิบสนามรวมกัน และเสียงกรุ๊งกริ๊งนั้นก็ดังยิ่งกว่าเสียงดังทั้งหมดที่ข้าวทิพย์เคยได้ยินมาในชีวิตนี้
         วงนิทานหยุดชะงัก... ทุกคนอ้าปากค้าง
         เมื่อได้สติ แสงขาวจ้าจัดหายไป เสียงคล้ายระฆังแก้วก็เงียบลง และเมื่อหล่อนออกมาที่หน้าบ้าน ณ. ที่นี้ หล่อนจึงเห็นความมืด รอบนอกของบ้านมืดมิด เหมือนไฟดับ มืดจนมองมิเห็นสิ่งใดๆ ไม่ว่าจะกวาดตามองไปทางไหน ทุกหนทุกแห่งมืดมนไร้แสง ไร้เสียง ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดๆทั้งสิ้น...


         ข้าวทิพย์พยายามจะออกไปจากบ้าน แต่แล้ว ก็เหมือนมีพลังที่มองไม่เห็นมาผลักให้กระเด็นกลับเข้าไปในบ้าน ทุกคนไม่สามารถออกไปจากบ้านได้เลย และที่น่าตระหนกไปกว่านั้น คือ ส่วนของบ้าน เริ่มทรุดหายไปในความมืด เหมือนกับปริแยกและหลุดไปในห้วงอวกาศ

        น้าติ๋ม ซึ่งเสียดายข้าวของ เงินทองในห้องตัวเอง พยายามปีนลงไปเก็บ และเกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่ข้าวทิพย์ และเด็กๆช่วยกันดึงกลับขึ้นมาได้ แต่ น้าติ๋มก็บาดเจ็บสาหัส ดูเหมือนว่าเลือดจะไหลออกมาไม่หยุด ขณะที่ การติดต่อกับโลกภายนอก เหลือเพียง แค่สายโทรศัพท์ที่ข้าวทิพย์ สามารถติดต่อกับ ธงไทย ได้เพียงสายเดียวเท่านั้น

    สถานการณ์ที่ถูกจำกัดอยู่ภายในบ้านหลังเล็กๆ ที่มีแต่เด็กน้อยหกคน และคนชรา ที่เธอเคยรำคาญนักหนา แต่เหตุการณ์เหล่านั้น กลับทำให้ข้าวทิพย์ ได้เข้าใจความรู้สึกของ แต่ละคนมากขึ้น เห็นใจความทุกข์ของแม่บ้าน ที่ตนเองเคยแต่มองผ่านอย่างผิวเผิน คุณยาย ที่เคยผูกพันและเลือนห่างเมื่ออายุเพิ่มขึ้น รวมถึงน้องๆ ต่างวัย ที่รบกวนโลกส่วนตัวของเธอให้วุ่นวาย บัดนี้ ข้าวทิพย์ได้เข้าใจถึงความรู้สึกของคนอื่นมากขึ้นกว่าเดิม และเมื่อมีโอกาส ที่ได้ติดต่อกับธงไทย เธอก็พยายามที่จะให้เขาช่วยเหลือ

     แต่กลายเป็นว่า การติดต่อครั้งนี้ กลับสร้างความเข้าใจผิดให้แพร คนรักของ ธงไทย และทุกครั้งเมื่อวางโทรศัพท์ลง ก็ดูเหมือนว่าความจำก่อนหน้าของเพื่อนหนุ่มของเธอ จะหายไปด้วยเช่นกัน...

     ในสถานการณ์อันแปลกประหลาดนั้นเอง บ้านหลังนี้ ตกอยู่ใน “วังวนกลกาล” ข้าวทิพย์ ก็ค้นพบว่า การเล่านิทานในกลุ่มเด็กๆ จะสามารถช่วยให้ย้อนเวลากลับคืนไปสู่เหตุการณ์ปกติได้อีกครั้ง

     แต่เธอจะทำมันสำเร็จหรือไม่!

     นวนิยายขนาดสั้นๆเรื่องนี้ นำไปสู่บทสรุป ของความเข้าใจ ของคนในครอบครัว โดยมีประเด็นเรื่องเวลาในทางวิทยาศาสตร์มาประกอบบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับนิยายเชิงไซไฟเสียทีเดียว แม้ขนาดของเรื่องจะสั้นเพียงไม่ตอนเท่านั้น แต่ก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวละคร เมื่อมาถึงจุดสุดท้าย ที่ ข้าวทิพย์ นำพาคุณยาย และสมาชิกทุกคนกลับคืนสู่กาลเวลาปกติ น้าติ๋มและคนอื่นๆ ก็ไม่สามารถจดจำในเรื่องที่ผ่านมาได้ นอกจากตัวเธอ และคุณยาย ในขณะที่ พ่อแม่ และน้าๆของเธอ ก็ไม่รู้เรื่องราวที่เธอเล่า แม้สักน้อยนิด

     ข้าวทิพย์ได้เข้าใจคุณยายของเธอเองในเวลานั้น แม้ว่าจะล่วงรู้ความจริงว่า คุณยายกำลังป่วยด้วยโรคร้าย และจากไปในที่สุดก็ตาม

     “ข้าวรักคุณยาย ข้าวอยากใหคุณยายอยู่กับข้าวนานๆ”
เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นอีกแล้ว เป็นครู่ใหญ่ คุณยายจึงว่า
      “ยายรู้... เวลาของยายเหลือเท่าไหร่ ไม่นานหรอกหลาน เหลือไม่นานแล้ว”
       “ไม่” หล่อนชิงพูด น้ำเสียงปนกันระหว่างเถียง ปลอบใจ และให้กำลังใจ “เวลาของคุณยายยังเหลืออีกนานค่ะ... คุณยายต้องอยู่กับข้าวต่อ”
       “ข้าว ตอนที่เราอยู่ในวังวนกลกาล ข้าวกลัวตายมั้ย” เสียงถามดังขึ้นมาในเงาสลัวของกลางคืน
   หล่อนพยักหน้ารับ “กลัวค่ะ”
     “สุดท้ายแล้ว ข้าวก็รับได้ใช่มั้ย ถ้าจะต้องจากคนที่รักไปจริงๆ”
      “ค่ะ”
       “ยายก็เหมือนกัน เมื่อถึงเวลา ยายไม่ได้กลัวความตายแล้ว”
มือเหี่ยวๆ เอื้อมมาลูบศีรษะหล่อน น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยตอบ
        “คิดถึง ข้าวก็นึกถึงวังวนกลกาลสิ นึกถึงที่แห่งนั้น ข้าวบอกแม่ บอกน้าๆ และบอกน้องๆว่ายายไปอยู่ในบ้านอีกหลัง บ้านหลังนั้นอยู่ในวังวนของกลกาล บางทีเราอาจจะติดต่อกันได้ บางทียายก็จะได้เห็นพวกเราทางนี้ หรือ... วันหนึ่ง เราก็อาจจะไปพบกันที่บ้านหลังนั้น”


         ฉากสุดท้ายของวังวนกลกาล เมื่อคุณยายได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ และข้าวทิพย์ รวมถึงหลานๆทั้งหลายต่างก็เชื่อว่าคุณยายได้กลับคืนไปสู่วังวนกลกาลนั้นแล้ว และในวันหนึ่งวันใดข้างหน้า เธอและทุกคน ก็อาจจะตามไปอยู่ด้วยกันกับคุณยายด้วยกันอีกครั้ง...
                     ****************



Create Date : 10 กรกฎาคม 2561
Last Update : 10 กรกฎาคม 2561 9:25:44 น. 2 comments
Counter : 380 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณruennara, คุณRananrin, คุณJim-793009


 
ให้แง่คิดเรื่อง
ความเข้าใจของคนในครอบครัว
ชอบจังเลยค่ะ
บางทีเราโฟกัสกับเรื่องอื่น
จนมองข้ามเรื่องสำคัญนี้ไป
ขอบคุณที่แนะนำนะคะ ^^


โดย: Rananrin วันที่: 16 กรกฎาคม 2561 เวลา:10:23:46 น.  

 
คุณ Rananrin : ดูจากปกและชื่อเรื่อง คิดว่าจะเน้นไปทางไซไฟ หรือลึกลับ แต่เมื่ออ่านจริงๆแล้ว แก่นของเรื่อง เหมือนกับต้องการสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ ความรักในครอบครัว ระหว่างวัย ที่แตกต่างกันเลย ครับ ทั้งคนชราอย่างคุณยาย วัยรุ่นอย่าง ข้าวทิพย์ และเด็กเล็กๆที่เป็นหลานๆ ทำให้เข้าใจกันมากขึ้นครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 17 กรกฎาคม 2561 เวลา:15:11:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.