หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
19 กรกฏาคม 2558
 
All Blogs
 
โรงแรมวิปริต : ศรีทอง ลดาวัลย์

เรื่อง : โรงแรมวิปริต
ผู้ประพันธ์ : ศรีทอง ลดาวัลย์
สำนักพิมพ์ : บำรุงสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2510
เล่มเดียวจบ



       นวนิยายลึกลับสยองขวัญเรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารสตรีสาร ของ บก.คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง ในยุคกึ่งพุทธกาล และถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ผมพอจดจำได้ในวัยเด็ก ยุคที่คุณอัศวิน รัตนประชา รับบทอธิวัฒน์ พระเอกของเรื่องและบรรยากาศอันน่ากลัวไม่น้อย แต่รายละเอียดต่างๆนอกจากนั้นก็จดจำไม่ได้แล้ว ถัดจากนั้นในอีกเกือบสี่สิบปีต่อมา คุณศรีทอง ลดาวัลย์ ก็ได้เขียน “โรงแรมวิปริต ภาคสอง” อันเป็นภาคต่อของนวนิยายเรื่องนี้ตามมาในนิตยสารโลกนวนิยาย เช่นเดียวกับผลงานหลายเรื่องของท่าน ที่มาเขียนภาคต่อในภายหลังอย่าง ชุด ภาพอาถรรพณ์ – อาถรรพณ์ภาพ หรือ ดาวพระศุกร์ และดาวพระศุกร์ภาคสมบูรณ์ ซึ่งถ้ามีโอกาสคงจะได้รีวิวในวาระต่อไปครับ

       โรงแรมวิปริตภาคแรกนั้น เริ่มต้นด้วยการเปิดโรงแรมของนายทุนหนุ่มใหญ่รูปงาม อธิวัฒน์ พิทักษ์ธนสาร นักธุรกิจที่กู้เงินหลายล้านบาทมาลงทุนทำโรงแรมของตัวเอง เพื่อหวังจะให้เป็นมรดกสำหรับลูกทั้งสามของเขา คืออธิศรี อธิพงศ์ และอธิพันธุ์ โดยมีเต็มสุข ภรรยาคู่ชีวิตทำหน้าที่เป็นแม่บ้านให้กับเขา

      อธิวัฒน์เป็นชายหนุ่มรูปงาม ซ้ำฐานะร่ำรวย และเขาเองก็ค่อนข้างเจ้าชู้อยู่ไม่น้อย แม้ว่าจะมีภรรยาอยู่แล้วก็ตาม โรงแรม VIPs หรือวิปส์ ของเขา มีตนุ เป็นรองผู้จัดการช่วยดูแลกิจการต่างๆที่กำลังเริ่มต้นไปได้ด้วยดี แต่แล้ว เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อวันหนึ่งเขาเดินทางไปตรวจงานที่ไร่พิทักษ์ธนสาร และรถเสียกลางทาง ระหว่างนั้นเอง ที่กลุ่มวัยรุ่นอันธพาล เห็นเครื่องประดับกายของเขาจึงเกิดความโลภเข้ามาทำร้ายเพื่อชิงทรัพย์ และพลั้งมือฆ่าจนเสียชีวิต ก่อนที่พวกมันจะนำร่างของเขาไปฝังกลบหลักฐานที่ใต้ต้นตะเคียนชายป่า...

       ความห่วงกังวลต่อกิจการโรงแรม และลูกเมีย ทำให้ดวงวิญญาณของอธิวัฒน์ ไม่อาจไปสู่สุคคติได้ และก่อรูปเป็นกายหยาบขึ้นด้วยพลังอำนาจจิตของผู้ตายโหง และอำนาจของนางตะเคียน ที่เคยเป็นอดีตคนรักของเขาในอดีตชาติ ช่วยเหลือ นำพาให้เขาคืนกลับมาสู่โรงแรมวิปส์ อีกครั้ง โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้

    ห่วง... นี่กระมังที่โบราณท่านว่าจะตายก็นอนตาไม่หลับ ก็เพราะห่วงนี้แลมารบกวน ห่วงลูกห่วงเมีย ห่วงสมบัติ และขณะที่จิตใกล้จะถึงกาลแตกดับนี้เอง เขาก็เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

  สำรวมจิตเป็นครั้งสุดท้าย ถึงที่พึ่งอันประเสริฐ คือคุณพระรัตนตรัยแล้วก็นึกแว่วไปถึงเรื่องฌานสมาบัติที่เคยฝึกฝนเมื่อครั้งบวชเรียน นึกถึงกายทิพย์ซึ่งผู้มีฌานแก่กล้าสามารถบังคับจิตให้ไปปรากฏสำแดงกายทิพย์แก่ผู้อื่น ณ ที่ซึ่งห่างไกลออกไปได้ แม้ว่าร่างกายจริงจะไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน ผิดแต่ว่า “กายทิพย์”นั้นๆ ร่างเดิมของท่านมิได้ดับขันธ์ ยังคงมีเลือด มีเนื้อ มีชีวิต รอรับดวงจิตที่จะคืนเข้าสู่กายดังเดิม

  ส่วนเขาเล่า จิตที่กำลังจะหลุดลอยออกจากร่างนี้ มิใช่การไปชั่วประเดี๋ยวประด๋าว หากการจากไปเลย เป็นการแยกจิตวิญญาณออกจากร่างกายโดยเด็ดขาด จิตวิญญาณก็ล่องลอยไปตามยถากรรม ร่างกายก็ถูกทิ้งให้เปื่อยเน่าไปตามกฎแห่งวัฎสงสาร

     แต่สภาพกึ่งภูตกึ่งมนุษย์ที่ครอบครอง โดยปราศจากร่างกายที่แท้จริง ก็ทำให้ไม่สามารถควบคุมพลังอำนาจได้ทั้งหมด ก่อให้เกิดความสงสัยแก่ผู้คนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นตนุ เอง หรืออาทิตยา เลขา รวมถึงเต็มสุขภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากและลูกๆทั้งสามของเขาอีกด้วย

     จึงเริ่มมีบางคนมองเห็น ผู้จัดการ มีท่าทางแปลกประหลาดไป บางครั้งก็คล้ายหายตัวไปเสียเฉยๆ จนเข้าใจว่าตาฝาด เห็นจะมีแต่อธิพันธุ์บุตรคนเล็กเท่านั้นกระมัง ที่เริ่มมองเห็นความเป็นจริงของผู้เป็นพ่อ

       ตนุเองก็มองเห็นความผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้นในโรงแรมวิปส์ สภาพต่างๆภายในโรงแรมที่กำลังเผชิญปัญหาต่างๆ ทำให้อธิวัฒน์ไม่อาจปล่อยวาง เขารู้ว่าเวลาของตนในภพภูมิมนุษย์เหลืออีกไม่มากแล้ว ถ้าหากศพของตนถูกค้นพบและความจริงทั้งหมดเปิดเผยออกมา เขาพยายามผลักดันอธิศรี บุตรสาวเพียงคนเดียว ให้ขึ้นเป็นผู้จัดการดูแลกิจการโรงแรม ในขณะที่วิจัย ชายหนุ่มในแผนกจัดซื้อที่เป็นนักศึกษาฝึกหัดรุ่นเดียวกับอธิศรีเองก็ชอบพอเด็กสาวอยู่ไม่น้อย

      สถานการณ์ในโรงแรมยิ่งเลวร้ายมากขึ้น หลายคนมองเห็นปีศาจนางตานี และนางตะเคียนที่เข้ามาคอยช่วยเหลือวิญญาณอธิวัฒน์ บัดนี้โรงแรมวิปส์ กำลังถูกลือกลายเป็นโรงแรมวิปริต โรงแรมผีสิงไปแทนเสียแล้ว ซ้ำพนักงานหลายคนต่างทยอยกันลาออก จนตนุเกิดความสงสัยและชวนวิจัยให้ย้อนกลับไปยังไร่พิทักษ์ธนสารอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ความจริง ก่อนที่ความจริงทั้งหมดจะปรากฏ

    ร่างของอธิวัฒน์ ถูกนำขึ้นมาเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา นั่นทำให้ดวงวิญญาณของเขาสุญเสียพลังลงอย่างมหาศาล เวลาที่เขาวาดหวังเอาไว้ ยิ่งลดน้อยลงทุกขณะ

     “พ่อห่วงเพราะกลัวเราจะช่วยตัวเองไม่ได้ต่างหากล่ะคะ” อธิศรีพูดด้วยเสียงนุ่มนวลเดินเข้ามาคุกเข่าราบอยู่เบื้องหน้ามารดา
“แต่หนูขอให้สัญญากับพ่อว่าหนูจะพยายามดูแลแม่ให้มีความสุขเหมือนที่พ่อเคยคุ้มครองแม่และพวกเรามาเลยทีเดียว”
เติมสุขน้ำตาคลอ เธอยกนิ้วกรีดทิ้งเสีย

  เมื่อนั้นดวงวิญญาณของอธิวัตน์รับรู้และปลดเปลื้องห่วงของตนได้สำเร็จ...

      ในที่สุด ด้วยความช่วยเหลือของตนุและเต็มสุข ทำให้สามารถจัดการศพของอธิวัฒน์และทำให้โรงแรมวิปส์ กลับคืนมาสู่สภาวะปกติได้อีกครั้ง เธอรับรู้ความรักของบุตรีกับวิจัย และขอให้ทั้งคู่ศึกษาดูใจกันไปก่อนสักระยะหนึ่ง

        เรื่องราวของโรงแรมวิปริตเป็นที่เลื่องลืออยู่ไม่ช้าก็จะเงียบหาย แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นเนื่องแต่อำนาจความรักอันสูงค่ายิ่งที่สามีมีต่อเธอจะเป็นที่ซาบซึ้งอยู่ในหัวใจของเต็มสุขจนตราบสิ้นอายุขัย
         เต็มสุขหารู้ตัวไม่ว่า เธอเองก็ได้ถูกเพ่งเล็งจากอรูปที่เธอกำลังรำลึกหาอยู่เช่นเดียวกัน เป็นการเพ่งอำลาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่อรูปนั้นจะล่องลอยไปสู่แดนที่ไม่เคยมีผู้ใดรู้จักมาก่อน
             ********จบบริบูรณ์...*******

   เรื่องราวของโรงแรมวิปริตภาคแรกจบลง ณ บรรทัดนี้ แต่แล้วในเวลาอีกสองปีต่อมา เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขาขึ้นอีกครั้ง และด้วยกระแสจิตอันบริสุทธิ์ของอธิพันธุ์ลูกน้อยคนเล็กที่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา
         อธิวัฒน์จึงกลับมาอีกครั้ง!

         นี่คือภาคต่อของ "โรงแรมวิปริตภาคสอง" ที่คุณศรีทอง ลดาวัลย์ได้เขียนขึ้นในอีกเกือบสี่สิบปีที่ผ่านมา

   ปล.1 สำหรับนวนิยายเรื่องนี้ภาคแรก ตีพิมพ์ครั้งแรกกับสำนักพิมพ์บำรุงสาส์น เมื่อปี พ.ศ. 2510 ต่อมา ตีพิมพ์อีกครั้ง กับสำนักพิมพ์บันดาลสาส์น ในรูปปกแข็งเช่นกัน และล่าสุด ประมาณปี พ.ศ. 2541 ตีพิมพ์ทั้งสองภาค โดยสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ครับ สำหรับภาพปกนั้นได้มาจากเว็บร้านหนังสือลุงทองครับ
   ปล.2 ข้อมูลหลายเรื่อง ผมเพิ่งรับทราบจากการอ่านสารนิยาย "ลายสลักอักษรา" ที่คุณกฤษณากำลังเขียนอยู่ในนิตยสารสกุลไทยขณะนี้ นับเป็นข้อเขียนที่มีคุณค่าและเป็นข้อมูลสำหรับนักอ่านอย่างมากเลยครับ โดยเฉพาะผู้ที่สนใจที่มาในนิยายและนักเขียนยุคนั้นหลายๆท่าน ที่มีบทบาทในนิตยสารสตรีสาร สกุลไทย ทั้งผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันและนักเขียนรุ่นบรมครูหลายท่านที่ล่วงลับไปแล้ว...




Create Date : 19 กรกฎาคม 2558
Last Update : 19 กรกฎาคม 2558 12:44:29 น. 8 comments
Counter : 3767 Pageviews.

 
ได้ดูละครเหมือนกันค่ะ ตอนอ่านก็หลอนๆ กลัวๆ เพราะอ่านตอนเด็กๆ จินตนาการกำลังเฟื่อง แต่ภาค 2 ไม่แน่ใจว่าอ่านหรือเปล่า

เพิ่งทราบว่าภาพอาถรรพ์ กับดาวพระศุกร์มีภาคต่อด้วย


โดย: ชามินต์ IP: 1.10.201.104 วันที่: 19 กรกฎาคม 2558 เวลา:15:27:19 น.  

 
อ่านเรื่องย่อแล้วเหมือนเนื้อหาละครเรื่องหนึ่งที่เคยดูเลยครับ "พลังรัก" ที่ศรัญญูแสดงเมื่อก่อน แต่ก็ชักจะลืมไปแล้วครับมันนานมากๆ


โดย: Nat_NM IP: 203.146.150.142 วันที่: 20 กรกฎาคม 2558 เวลา:9:09:00 น.  

 
เรื่องนี้เหมือนเคยอ่านเมื่อตอนนานมากแล้วครับ ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร
แต่พลอตดูคุ้นมากๆเลยครับ


โดย: PZOBRIAN วันที่: 20 กรกฎาคม 2558 เวลา:10:42:59 น.  

 
สวัสดีค่า ^^
มาอ่านรีวิวค่ะ
เคยดูละครรึเปล่าไม่แน่ใจแต่ทำไมคุ้นมาก
ที่แน่ๆ นิยายไม่เคยอ่านแน่ค่ะ

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ
น่าจะมีการพิมพ์ใหม่บ้างนะคะ
เนื้อเรื่องสนุกดีค่ะ ชอบ


โดย: lovereason วันที่: 21 กรกฎาคม 2558 เวลา:21:49:15 น.  

 
แวะมาอ่านรีวิวค่ะ ปกหนังสือเก่ามาก
ก็คิดว่าแต่เล็กจนโตนี่อ่านนิยายมาเยอะมากนะคะ
แต่พอเจอคุณสามปอยหลวงรีวิว นิยายทีไร
ก็จะสงสัยทุกทีว่า .. ทำไมเราไม่เคยได้อ่านน๊า


โดย: prysang วันที่: 23 กรกฎาคม 2558 เวลา:23:41:09 น.  

 
คุณชามินต์ : จำความหลอนสมัยเด็กๆได้เหมือนกันครับ ส่วนใหญ่ทั้งดาวพระศุกร์ และ อาถรรพ์ภาพ ที่เป็นภาคต่อ ท่านเขียนขึ้นภายหลังในเวลาไล่เลี่ยกับโรงแรมวิปริตภาคสอง เช่นกันครับ

คุณ Nat_N : คุ้นๆเหมือนกันครับ เดี๋ยวนี้ พลอตนิยายกับพลอตละคร จะคล้ายๆกันมากเลยครับ

คุณ PZOBRIAN : น่าจะเหมือนพลังรักที่คุณนัทเอ่ยถึงครับ พลอตคล้ายๆกันเลย

คุณนุ่น : เรื่องนี้ยังไม่มีแววนำมาสร้างละครครับ พิมพ์ล่าสุดน่าจะเป็นของสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ครับ ส่วนภาพอาถรรพ์ที่สร้างเป็นละครไปก่อนหน้า ผมเห็นสำนักพิมพ์หนึ่งนำมาพิมพ์ใหม่ทั้งสองภาคเลยครับ

คุณprysang : พอดีชอบอ่านนิยายเก่าด้วยครับ เลยอยากจะนำมารีวิว นิยายนักเขียนปัจจุบันก็อ่านหลายท่านครับ แต่ส่วนใหญ่เพื่อนในบล็อกจะรีวิวกันแล้ว เลยไม่นำมาเขียนครับผม


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 26 กรกฎาคม 2558 เวลา:15:34:28 น.  

 
ละครเรื่อง "พลังรัก" สร้างมาจากนิยายเรื่อง "โรงแรมวิปริต" นี่แหละครับ เปลี่ยนชื่อเรื่องตอนเป็นละครเท่านั้นเอง


โดย: Mr.Lobster IP: 27.55.93.228 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2558 เวลา:12:27:56 น.  

 
คุณ Mr.Lobster : ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากเลยครับ นิยายหลายเรื่องพอนำมาสร้างเป็นละครแล้วเปลี่ยนชื่อ จนจำไม่ได้ก็มีครับ เท่าที่ผมพอนึกออกอย่าง วิมานไฟ ที่เวอร์ชันเอกแซค เปลี่ยนเป็นเล่ห์ภุมเรศ หรือ บ้านศิลาทราย ของจินตวีร์ วิวัธน์ ที่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นพิศวาสดำ ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 5 พฤศจิกายน 2558 เวลา:12:43:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 67 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.