หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
21 กรกฏาคม 2557
 
All Blogs
 
เสี้ยวหนึ่งแห่งกาลเวลา : เพชรน้ำค้าง

เรื่อง : เสี้ยวหนึ่งแห่งกาลเวลา
ผู้เขียน : เพชรน้ำค้าง
ปีที่พิมพ์ : 2522
สำนักพิมพ์ : คลังวิทยา
สองเล่มจบ



    วันนี้ขอกลับมาที่นวนิยายรักสะเทือนอารมณ์ ในยุคแรกๆของ เพชรน้ำค้าง หรือม.มธุการี นักเขียนที่มีสไตล์เฉพาะตัวคนนี้ครับ

   ความโดดเด่นอย่างหนึ่งของนักเขียนบรมครูผู้นี้ คือการสร้างตัวละครให้มีปมในใจ จนทำให้มีพฤติกรรมหลายอย่างผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นคล้ายบดินทร์ พระเอกที่เป็นเกย์ ในสังคมพลาสติก ฤกษ์บุษยา นางเอกติดยาและทำแท้ง ในทางสายทาส หรือ ผู้พันมคธ ใน “จากที่นี่... ถึงดวงดาว” ที่มีพฤติกรรมซาดิสม์ เป็นต้น แต่ทุกตัวละครต่างก็มีมิติ มีเหตุผลของการกระทำ และสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้อ่าน ที่ต้องพานพบกับชะตากรรมในด้านต่างๆที่ผู้เขียนขมวดปมเขม็งเกลียวเข้ามาเรื่อยๆ จนเราจะคาดไม่ถึงกับตอนจบเลยสักครั้ง สำหรับ เสี้ยวหนึ่งแห่งกาลเวลาก็เช่นกัน

   ผู้เขียนเปิดเรื่อง ด้วยฉากตื่นนอนขึ้นมารับโทรศัพท์ของธฎิน พระเอก โดยที่คนโทรฯมาปลุก็คือ จันทร์กวี ภรรยาสาวที่ต้องการใช้รถเพื่อไปรับเพื่อนสนิทที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ชายหนุ่มพูดเสร็จก็วางหูลงและหันมาพูดกับธารา เลขาสาวของเขา ที่กำลังนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงของชายหนุ่ม!

   ธฎิน แต่งงานกับจันทร์กวี จนมีลูกชายคนหนึ่งชื่อ มอร์ แต่ด้วยนิสัยที่มีความต้องการทางเพศสูง เขามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงมากหน้าหลายตา รวมถึงเลขานุการสาวที่ทำงานในบริษัทของเขาอีกด้วย จันทร์กวี ไม่สามารถยอมรับได้ ทั้งคู่จึงแยกกันอยู่อย่างไม่เป็นทางการ

     จันทร์กวี เป็นหญิงสาวสวยที่เรียบร้อย อ่อนโยน และมีเพื่อนสนิทที่คบหากันมาตั้งแต่วัยเยาว์คือ ชาตยา ซึ่งเป็นคนเข้มแข็ง และแกร่ง คอยแก้ปัญหาต่างๆให้กับจันทร์กวีที่อ่อนแอมาตลอด ชาตยาไปอยู่อินเดียตั้งแต่เรียนจบ และเพิ่งเดินทางกลับมาเมืองไทย หญิงสาวรับรู้ปัญหาแตกร้าวของเพื่อนรักด้วยความเจ็บแค้นแทน ยิ่งเมื่อเห็นพฤติกรรมของธฎินด้วยแล้ว ก็ยิ่งรังเกียจมากขึ้น ในขณะที่ ธฎินเองก็ไม่ชอบความแข็งกระด้าง และก้าวร้าวของชาตยาด้วยเช่นกัน

    จันทร์กวี มีพี่ชายชื่อสยาม ทำงานเป็นนายอำเภออยู่ที่ชลบุรี หญิงสาวต้องการให้ชาตยาได้รู้จัก เพื่อที่จะได้เป็นพี่สะใภ้ของตน จึงชวนให้ไปเที่ยวพักผ่อนที่บ้านพักชลบุรีของสยาม แต่ที่นั่นเอง จันทร์กวีก็ได้พบกับเฟรดเดอริค ฝรั่งวิศวกรที่มาเมืองไทยและเป็นเพื่อนของสยาม เฟรดเดอริคมีท่าทีติดใจจันทร์กวีและพยายามสานสัมพันธ์ด้วย ซึ่งหญิงสาวเองเมื่อผิดหวังจากธฎิน ก็เลยหันมาคบหากับเฟรดเดอริค จนเดินทางไปเที่ยวสิงคโปร์ด้วยกัน

   ธฎินซึ่งยังมีเยื่อใยอยู่กับจันทร์กวี รู้เรื่องนี้และเข้าใจผิดว่า เป็นการยุยงของชาตยา ที่ต้องการให้เขากับภรรยาเลิกรากัน และยิ่งเห็นโปสการ์ดที่จันทร์กวี ส่งมาจากสิงคโปร์ถึงชาตยา บอกเล่าความรู้สึกดีๆที่เธอมีต่อเฟรเดอริค ก็ยิ่งทำให้เขาแค้นชาตยา มากขึ้น เมื่อ จันทร์กวี โทรฯศัพท์ทางไกลมาหา เขาจึงกุเรื่องว่ามีความสัมพันธ์กับชาตยา!

     จันทร์กวีเข้าใจผิดและนั่นก็ทำให้ความสัมพันธ์ของเพื่อนขาดสะบั้นลงทันที หล่อนอำมหิตพอที่จะขับไล่ ชาตยา ออกจากบ้านพักของตนเอง ในขณะที่ชาตยา ยังไม่สามารถหาตั๋วเครื่องบินกลับอินเดียได้ทัน และนั่นก็เป็นจังหวะที่ ธฏินยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เขาเอื้อเฟื้ออพาร์ทเมนต์ของตัวเองให้หล่อนพักอาศัยชั่วคราว ระหว่างรอคอนเฟิร์มตั๋วเพื่อเดินทางออกจากเมืองไทย

   ชาตยาไม่รู้เบื้องหลังเหตุการณ์ความเข้าใจผิดนี้ หล่อนเริ่มมองเห็นความดี ความสุภาพของสามีเพื่อน แม้จะเจ็บปวดแทนจันทร์กวี ที่ในที่สุดก็ต้องหย่าขาดจากธฏิน เธอก็ได้แต่หวังว่าเพื่อนรักและธฎินจะกลับมาคืนดีกัน เพื่อตามอร์ ลูกชายวัยเด็กของคนทั้งคู่ ความรู้สึกที่หล่อนมีต่อเขาเริ่มเปลี่ยนไป ชาตยาคิดว่า ธฎินก็คือเพื่อนคนหนึ่ง...

    “ผมมีคนรักมาก แต่ก็ไม่มีเพื่อนดีๆ มากนักหรอก”
   “มันต่างกันมากนักหรือคะ?”
      “ครับ... มากทีเดียว คนรักที่ดีมักไม่ใช่เพื่อนที่ดี เพื่อนที่ดีก็มักจะเป็นคนรักไม่ได้” ผมไม่เคยแล้งความรัก แต่ยอมรักว่าแล้งเพื่อน” ชาตยาหัวเราะขันๆ ตาของหล่อนพราวแสง
     “ดิฉันไม่มีทั้งคนรัก ไม่มีทั้งเพื่อน ยิ่งแห้งแล้งใหญ่เลยนะคะ”
   ไม่มีคนรัก...
       จริงหรือที่หล่อนหมายความอย่างนั้น?

        แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อชาตยาเกิดเมามายไม่ได้สติ และพลาดพลั้งไปกับธฎิน อดีตสามีของเพื่อน ที่หล่อนเองก็เคยดูถูกเขาเอาไว้... ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นจากการบังคับขืนใจ ส่วนลึกแล้ว หล่อนรู้ว่าหัวใจตนเองก็แอบหลงรักธฎินอยู่เช่นกัน เพียงแต่ ทุกครั้งชาตยาจะใช้สติและเหตุผลมาหักล้างความรู้สึกเหล่านี้...

       ธฎินเองก็เริ่มมองเห็นความสวยงามในหัวใจของผู้หญิงกระด้าง ก้าวร้าวอย่างชาตยา เมื่อได้รู้จักตัวตนของเธอมากขึ้น เขาไม่ต้องการให้หล่อนกลับไปอินเดียอีกแล้ว แต่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกับเธอ อยู่กับเธอ ผู้หญิงที่เขาไม่เคยบอกว่ารัก แต่แคร์... เขาจึงตัดสินใจยึดพาสปอร์ตของเธอเอาไว้

      “เพราะ... ผมแคร์คุณ”
      อยากพูดคำว่ารักเหลือเกิน แต่... แต่ไม่กล้า หล่อนจะเชื่อหรือว่าเขารักหล่อน จะซึ้งหรือ? อย่างดีหล่อนก็คงจะหัวเราะเยาะใส่หน้าเขาให้หมองหมาง
    “นะ... เข้าใจสิ เพราะผมแคร์ ผมปล่อยคุณไปไม่ได้”
      แคร์ คำนี้อบอุ่นเหลือเกิน หากเพียงแต่เขาไม่ใช่สามีของจันทร์กวี หากเพียงแต่เขาเป็นใครอื่นที่เข้ามาเกี่ยวพันในชีวิต...

      ธฎินกอดหล่อนไว้แน่น น้ำตาของหล่อนซึมที่ไหล่จนอุ่นและชุ่มชื้น ความเศร้าของหล่อนคือความเศร้าของเขาที่ยิ่งใหญ่กว่า
        “บอกผมมาสิ ว่าคุณต้องการอะไร.. แต่... แต่อย่าให้ผมปล่อยคุณไปเลย ผมทนไม่ได้ ผมรู้ว่าโหดร้ายกับคุณ แต่... ให้โอกาสผมแก้ตัวบ้างได้ไหม ให้เวลาสำหรับความเข้าใจกันบ้าง...นะ”


     แต่แล้ว จันทร์กวี ก็ค้นพบความจริง ว่า ชาตยา ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ทุกอย่างสามีของเธอแต่งเรื่องขึ้นเอง จันทร์กวี กลับมาขอโทษชาตยา ที่เข้าใจผิดเรื่องมีความสัมพันธ์กับสามีของเธอ แต่มันช้าเกินไปเสียแล้ว...
      ชาตยา ไม่กล้าสู้หน้าเพื่อนรักที่หล่อนเคยบริสุทธิ์ใจด้วย และแล้วธารา ก็เป็นฝ่ายโทรมาหา เลขาของธฎิน บอกกับหล่อนว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์!

    “ฉันตัดสินใจแล้วค่ะธฎิน ฉันทำผิดมามาก และอยากจะแก้ตัวให้ตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ว่าฉันจะมีลูกกับคุณหรือไม่ก็ตาม ฉันขอเลือกที่จะไปจากคุณ”
      โอ... เขาไม่ได้มีความหมายต่อหล่อนเลยหรือ แม้สักนิด เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาซึ่งอาจจะเกิดขึ้น... หรือไม่เกิด ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรต่อหล่อนเลยเช่นกัน
      หัวใจของสตรีนั้นสร้างด้วยอะไร?


      บทสรุปสุดท้ายของการอำลาจากระหว่างคนสองคนที่รักจนสุดหัวใจแต่ด้วยมโนธรรมที่รั้งเหนี่ยวเอาไว้ก็คือภาพของความขมขื่นที่รันทดและงดงาม ด้วยฝีมือการบรรยายของผู้เขียน จนแทบไม่ต่างกับภาษากวี

       “ฉันอยากขอร้องให้คุณกลับไปหาจันทร์กวี...จันทร์กวี รักคุณ สัญญาได้ไหมคะ?”
       ชายหนุ่มนิ่ง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันสนิท
       จะไม่ได้พบกันอีกแล้วสินะ ความอ่อนหวานทั้งมวลที่เคยได้รับ แท้จริงก็เป็นเพียงความฝันชั่วคืน เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งแห่งกาลเวลาทีอาจเกิดขึ้นกับใครและเมื่อไรก็ได้
      และมันก็จะไม่เกิดขึ้นกับเขาอีก...
     “สัญญาสิคะ”
     “อย่าบังคับผมได้ไหม?”
      เสียงนั้นปวดร้าว
       “หากความรักเหมือนแผลเป็นจริงอย่างที่คุณว่า อะไรจะมาทำให้ผมลืมคุณ... ผมอาจต่างจากคุณตรงที่ว่าบ่อยครั้งผมปรารถนาจะดันทุรังต่อไปทั้งๆที่รู้ว่าเดินหลงทาง ผมไม่เข้มแข็งอย่างคุณหรอกชาตยา ที่จะใช้ชีวิตในขอบเขตของสมอง... ผมมีหัวใจ”
      ชาตยาวางคางกับไหล่ของเขา ตาปิดสนิท
        “ถึงคุณจะจากผมไป ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะเปลี่ยนทางเดินของตัวเอง ผมรักคุณ... เมื่อไม่มีคุณ ผมก็จะไม่มีใคร ผมจะไม่เดินกลับไปบนเส้นทางสายเก่าอีก...”


          เสี้ยวหนึ่งแห่งกาลเวลา เป็นบทสรุปของความรักที่หน่วงใจอีกเรื่องหนึ่ง ของ เพชรน้ำค้าง สำหรับแฟนนักอ่านของท่านแล้ว ไม่ควรพลาดเช่นเดียวกันครับ

ปล. สำหรับนิยายเรื่องนี้ ปัจจุบัน ผมยังเห็นมีวางจำหน่ายของสำนักพิมพ์คลังวิทยาอยู่ครับ อาจจะแวะเวียนไปที่ร้าน ซึ่งอยู่แถววังบูรพา หรือ หาซื้อจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติก็ได้ครับ
        ***************




Create Date : 21 กรกฎาคม 2557
Last Update : 21 กรกฎาคม 2557 14:59:01 น. 11 comments
Counter : 2524 Pageviews.

 
ชอบชื่อเรื่องครับ แค่ชื่อเรื่องก็ได้อารมณ์สะเทือนซางแล้วว


โดย: อุ้มสม วันที่: 21 กรกฎาคม 2557 เวลา:17:04:04 น.  

 


โดย: น้องเมย์น่ารัก วันที่: 21 กรกฎาคม 2557 เวลา:20:35:51 น.  

 
เคยอ่านทางสายทาสสมัยเรียนม.ปลายแล้วมันช็อคมาก เลยไม่กล้าหยิบงานของ ม.มธุการี มาอ่านนัก ยกเว้นบางเรื่องที่เบาๆหน่อย เช่นหัวใจสองภาค แต่มากกว่านั้นไม่กล้าอ่านค่ะ ภูมิต้านทานนิยายแนวนี้ไม่ค่อยทำงานค่ะ อ่านแล้วเครียด ติดในความรู้สึกนานเกินไป นิยายจบ คนอ่านไม่จบน่ะค่ะ

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 183.88.197.54 วันที่: 21 กรกฎาคม 2557 เวลา:22:32:58 น.  

 
งานของผู้เขียนส่วนใหญ่ออกกับสนพ.คลังวิทยาใช่ไหมคะ
เป็นนามปากกาที่อยากลองหาอ่านให้ได้สักครั้้งค่ะ


โดย: kunaom วันที่: 22 กรกฎาคม 2557 เวลา:20:02:54 น.  

 
สวัสดีค่ะ อาจารย์หนุ่ม ^^
มาไม่ทันอ่านเมื่อคืนค่ะ เลยติดไว้วันนี้ T T

อ่านเรื่องย่อแล้วสุดๆค่ะ
หนักหน่วง แบบว่าไม่ใช่ไม่มีจริง
มีเยอะในสังคม แต่ว่าส่วนมากนักเขียนใหม่ไม่กล้านำเสนอ
แต่ละเรื่องที่ยกมานี่แบบ สมกับเป็นท่านจริงๆ

สะท้อนสังคม สะเทือนอารมณ์
เหมือนตีแผ่ชีวิตมนุษย์เลยค่ะ

ขอบคุณมากๆนะคะ นิยายน่าอ่านมากๆ
บางทีอ่านอะไรเรียลๆ หม่นๆ มั่งก็ดีเหมือนกันค่ะ
สลับไปจะได้ความรู้หลายแนว

ขอบคุณมากๆค่า



โดย: lovereason วันที่: 22 กรกฎาคม 2557 เวลา:20:30:03 น.  

 
เล่มนี้เคยอ่านเมื่อนานมาก ๆ แล้วค่ะ จนค่อนข้างจะลืมเลือนเรื่องราวไปหมดแล้ว...

ได้มาอ่านรีวิวนี้เป็นการทบทวนความทรงจำได้เป็นอย่างดี
ขอบคุณสำหรับรีวิวนิยายเก่า ๆ ที่คลาสสิคอยู่เสมอค่ะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 22 กรกฎาคม 2557 เวลา:21:21:17 น.  

 
สวัสดีค่ะ

เรื่องนี้เดาตอนจบไม่ถูกเลยค่ะ (จริงๆก็เกือบทุกเรื่องของผู้เขียน ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างของท่านไปแล้ว)

อยากได้เรื่องจากที่นี่..ถึงดวงดาวมาอ่านมากๆเลยค่ะ เห็นมีแต่คนพูดถึง

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ


โดย: ฉายดนัย IP: 125.24.125.191 วันที่: 23 กรกฎาคม 2557 เวลา:15:05:32 น.  

 
นิยายที่แต่งโดยนักเขียนท่านนี้ จะสะเทือนอารมณ์ ต้องตัดสินใจและชนะด้วยมโนธรรมในตอนจบ น่าอ่านทุกเรื่อง จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือชื่อของตัวละคร มักจะมีชื่อเพราะๆ แปลกๆ ค่ะ


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 192.99.14.34 วันที่: 24 กรกฎาคม 2557 เวลา:11:37:50 น.  

 
น้องอุ้มสม : แนวของ เพชรน้ำค้าง จะเป็นสไตล์นี้เกือบทั้งนั้นเลยครับ อ่านแล้วอึ้งหน่วงหัวใจโดยเฉพาะเลยครับ

คุณ น้องเมย์น่ารัก : ขอบคุณที่แวะเวียนมาทักทายกันครับ

คุณหน่อย : งานของ ม.มธุการี เป็นอย่างนี้จริงๆครับ เรื่องจบ แต่ความรู้สึกไม่จบ เป็นความทรมานใจอย่างยิ่งสำหรับคนอ่าน แต่ก็เป็นสไตล์ที่ไม่มีใครเหมือนอีกเช่นกันครับ

คุณ kunaom : ถ้าเป็นรุ่นแรกๆเลย จะพิมพ์กับคลังวิทยาครับ ถ้าคุณ kunaom ชอบสะสมนิยายปกแข็งคลาสสิค ผมแนะนำเลยครับ อย่าง ความรักสีดำ คนมีคาว ขอรักในฝัน หรือ ปริศนาแห่งหัวใจ ซึ่งมีทั้งนามปากกา ม.มธุการี เพชรน้ำค้าง และ ดาหลา สุมาลิน ครับ

คุณนุ่น : ถือเป็นสไตล์เฉพาะตัวของนักเขียนท่านนี้เลยครับ

คุณแม่ไก่ : เป็นอีกเรื่องที่อ่านด้วยความประทับใจครับ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าอ่านแล้วจะอึ้งกับชะตากรรมของตัวละครก็ตาม

คุณฉายดนัย : ถ้ามีโอกาสอ่านผมแนะนำเลยครับ จากที่นี่ถึงดวงดาว เป็นอีกเรื่องที่ผมชอบมาก รองจาก ระบำไฟ และไฟโหยเชื้อเลยครับ
ปล. ถ้าเจอเรื่องนี้จะแจ้งในบล็อกให้นะครับ

คุณนักอ่านรุ่นเก๋า : ชอบการตั้งชื่อที่ไม่เหมือนใครของนักเขียนท่านนี้เช่นกันครับ อีกคนที่ผมชอบในไอเดียการตั้งชื่อเรื่องและชื่อตัวละคร คือ อาจารย์กฤษณา อโศกสินครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 28 กรกฎาคม 2557 เวลา:10:05:04 น.  

 
อ่านเรื่องนี้จบแล้วซึมไปสามวันเลยค่ะ
สงสารจันทร์กวีที่สุด ลุ้นมาตลอด
ทำท่าจะจบดีแล้วเชียวค่ะ


โดย: ผ่านมา IP: 1.47.165.1 วันที่: 3 กันยายน 2557 เวลา:23:01:24 น.  

 
สวัสดีครับคุณ ผ่านมา : นิยายของ ม.มธุการี เพชรน้ำค้าง ให้อารมณ์ประมาณนี้เลยครับ อ่านจบ แต่ความรู้สึกไม่จบ ซึ่งผมว่าเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และเป็นเสน่ห์ในงานเขียนของท่าน ที่หาได้ยากในนักเขียนท่านอื่นเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 4 กันยายน 2557 เวลา:7:50:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.