หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 กรกฏาคม 2557
 
All Blogs
 
วังบัวขาว : ดาวจริยา

เรื่อง : วังบัวขาว
ผู้เขียน : ดาวจริยา
ปีที่พิมพ์ : 2538 (เคยตีพิมพ์เป็นตอน นิตยสารศรีสัปดาห์ พ.ศ. 2508)
สำนักพิมพ์ : ดอกหญ้า



      ผมรู้จักนามปากกา ดาวจริยา จากผลงานวรรณกรรมเยาวชนของท่านเรื่อง กระติกลายสก๊อต ไม่แน่ใจว่าตอนที่ลงเป็นตอนๆในนิตยสารสตรีสารหรือเปล่านะครับ และรู้จักอีกครั้งจากผลงานละครโทรทัศน์เรื่องเดชานี ที่เป็นเรื่องแนวลึกลับผสมอาถรรพ์ของว่านชนิดหนึ่ง จึงทราบว่าเป็นผู้เขียนท่านเดียวกัน จากนั้นก็มีโอกาสได้อ่านนิยายขนาดสั้นของท่านที่ดอกหญ้า พิมพ์ออกมา คือเดชานี ศัตรูแห่งเกียรติยศ พินัยกรรม และเรื่องนี้ ก็คือ วังบัวขาว นวนิยายแนวลึกลับผสมกอธิค โดยใช้บรรยากาศทางภาคใต้ที่ท่านได้ชีวิตอยู่ที่นั่นมาโดยตลอดเป็นฉากสำคัญของเรื่อง

      จากข้อมูลที่อาจารย์ยุรฉัตร บุญสนิท เคยสัมภาษณ์ท่านลงในนิตยสาร ทำให้ทราบว่า ดาวจริยา ก็คืออาจารย์จรรยา ถิ่นพังงา อดีตครูโรงเรียนวชิราวุธสงขลาและท่านเองก็เป็นคู่ชีวิตของ ท่านอาจารย์ ดร.บันลือ ถิ่นพังงา แห่งมหาวิทยาลัยวิชาการศึกษาสงขลา หรือ ม.ทักษิณ ในปัจจุบัน ซึ่งมีผลงานแปลนิยายเยาวชน “เอมิลยอดนักสืบ” ที่ผมเคยอ่านในสมัยเด็กๆอีกด้วย นับว่าเป็นครอบครัวนักเขียน นักแปลและนักการศึกษาเลยทีเดียว

      วังบัวขาว เริ่มต้นเรื่องราวด้วยคำบอกเล่าของตัวเอกของเรื่อง เริ่มต้นจากการเดินทางกลับมาของ “ภุช” หรือนาย ชคดีภุช ธัญลักษณ์ บุตรชายของหลวงธัญลักษณคดี ผู้ถูกส่งไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่เจ็ดขวบ ภายหลังจากเรียนจบเนติบัณฑิตอังกฤษ และรับอาชีพนักสืบเชลยศักดิ์เป็นงานอดิเรก เขาก็ท่องเที่ยวเตร็ดเตร่ไปทั่วโลก ใช้ชีวิตอย่างรื่นรมย์ตามประสาหนุ่มโสด ตราบจนได้พบกับสตรีไทยที่แสนสวยจนผูกใจเขาไว้อยู่หมัด

เธอคนนั้นชื่อว่า พิณเสนาะ ปริพันธ์

    แต่แล้ว ชคดีภุช ก็ได้รับจดหมายจากขุนพิจิตรคดี ผู้ดูแลทรัพย์สมบัติของเขาที่เมืองไทยให้เดินทางกลับมา ภายหลังการเสียชีวิตของบิดาและมารดา เพื่อรับมรดก ชายหนุ่มจึงถือโอกาสนั้น หมั้นหมายกับพิณเสนาะหญิงสาวที่เขารัก และวางแผนจะแต่งงานในไม่ช้า ถ้าหากว่า...

   ขุนพิจิตรจะไม่เสนองานสำคัญชิ้นแรก ภายหลังจากที่เขากลับมาถึงเมืองไทยให้เสียก่อน งานท้าทายความสามารถและจำนวนค่าจ้างวานที่สูง แม้จะต้องเดินทางไปตรวจสอบวัตถุโบราณที่อยู่ไกลถึงจังหวัดทางภาคใต้ ยังดินแดนที่มีชื่อประหลาดว่า วังบัวขาว!

        จากสถานีรถไฟเดินทางกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง ชายหนุ่มยังต้องโดยสารรถประจำทางมาลงที่ปากทางก่อนเข้าวังบัวขาว โดยมี นายเอี่ยม ชายฉกรรจ์ผู้ดูแลวังบัวขาว ขี่ม้าออกมารับ

  “ที่นี่ถึงแล้วหรือ”
   “คุณดูนั่นซิ” เขาชี้ไปตรงที่ข้าพเจ้ามองเห็นแต่แรก และเข้าใจว่าเป็นเขาลูกย่อมๆ ที่มีต้นไม้ขึ้นเต็มเขียวชอุ่มไปหมด เถาวัลย์พันเกี่ยวระเกะระกะ...
    “วังบัวขาว” เขาพึมพำ “น่ากลัว น่าเสียดาย”

  นายเอี่ยมพาเขามาพักยังตึกอาศัยข้างภูเขาขนาดย่อมรูปทรงประหลาดตานั้น ซึ่งจนบัดนี้ เขายังไม่มีโอกาสพบผู้จ้างวานปริศนา ที่มีนามว่า นายปริษฐา ศิระโสภา เลยแม้แต่น้อย

    เมื่อมีโอกาสเข้ามาอยู่ในเขตวังบัวขาว ภุชเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างภายในอาณาจักรวังบัวขาวอันกว้างใหญ่ไพศาล สระน้ำใสสะอาด ที่มีพลังดึงดูดวัตถุทุกชนิดให้จมดิ่งลงไปเบื้องล่าง ผนังศิลาภายในถ้ำวังบัวขาวที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้โบราณ บางคืนเขาเห็นหญิงสาวเดินผ่านเข้ามาในห้องแต่พอตื่นขึ้นมาก็หายไป ภุชได้ยินเหมือนเธอเรียกตัวเองว่าสาหร่าย และหลังจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเพรียกของใครบางคนให้ตามออกไปในถ้ำวังบัวขาวอันซับซ้อน จนทำให้เขาได้ค้นพบกับ…

    มาแล้ว มันมาแล้ว มันมาพร้อมกับบัวขาวบานจริงๆ มาแล้ว... มันจะมาอยู่ที่นี่แทน!”
    เป็นเสียงของผู้ชาย สะท้อนกลับไปกลับมา ข้าพเจ้ารู้สึกใจสั่นตัวสั่นจนแทบจะล้มลงทั้งยืน

     ภุชได้พบกับชายชราจิตวิปลาสที่ถูกขังเอาไว้ในถ้ำวังบัวขาว ชายคนนั้นพร่ำแต่ชื่อเศวาลที่เขาไม่รู้จัก แม้จะรู้สึกสังหรณ์เหมือนคุ้นเคยอย่างประหลาด แต่เขาก็ไม่อาจตอบกับตัวเองได้ว่าสังหรณ์นั้นเป็นอย่างไร บัดนี้ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกดึงให้เข้าไปอยู่ในวังวนของความแค้นระหว่างสองตระกูล และเขาคือทายาทคนสุดท้าย...

     และแล้วชคดีภุช หรือภุช ก็ได้รับจดหมายจากคุณปริษฐา ที่ไขปมในอดีตระหว่างตระกูลธัญลักษณ์ของเขาและปริษฐา ศิระโสภา ที่มีมายาวนานหลายชั่วรุ่นให้รับรู้...

       ในอดีต พระยาประเสริฐศิราวุธ บรรพบุรุษของตระกูลศิระโสภา ครอบครองดินแดนแถบนี้ และล่วงรู้ถึงสมบัติล้ำค่าในอาณาเขตของวังบัวขาว แต่ท่านก็เก็บงำไว้เป็นความลับโดยไม่ได้ปริปากบอกใครแม้แต่ทายาทของตน เหตุการณ์ดำเนินมาอย่างปกติ จนถึงทายาทรุ่นที่สาม คือคุณประกาศิต คุณปู่ของปริษฐา ท่านมีสหายรักร่วมสาบานชาวพระนคร นามไภรพ ธัญลักษณ์ ได้เดินทางมาเยี่ยมเยียน และบังเอิญได้ค้นพบสมบัติล้ำค่าภายในวังบัวขาวที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้ชะง่อนหินและดงเถาวัลย์ปกคลุมหนาทึบมายาวนานหลายสิบปี

    ความโลภทำให้เขาปกปิดเป็นความลับและเอ่ยปากขอแบ่งซื้อที่รกร้างของแนวภูเขาหินลูกนั้น ด้วยความรักเพื่อน คุณปู่ปริษฐาจึงเอ่ยปากยกที่ดินและโฉนดนั้นให้ แต่ก็มาล่วงรู้ความจริงในภายหลัง

       ด้วยความแค้นและโทมนัสใจในเพื่อนรัก จนกลายเป็นความผูกพยาบาท จองเวรต่อตระกูลธัญลักษณ์สืบต่อมา เพื่อทวงโฉนดเกียรติยศ ที่ตนเองเสียรู้ให้กับเพื่อนรักกลับคืนมาให้ได้
      การเผชิญหน้ากันครั้งสุดท้าย ทั้งประกาศิตและไภรพ เกิดการต่อสู้กัน จนนำไปสู่ความสูญเสีย และส่งต่อความพยาบาทให้กับรุ่นลูก คือประติมา ลูกของประกาศิต และธัญ ธัญลักษณ์ หรือ หลวงธัญลักษณ์คดี พ่อของภุชนั้นเอง

        ประติมาพยายามตามหาโฉนดวังบัวขาวกลับคืนมา และต่อสู้กับธัญ จนเสียชีวิต เหตุการณ์นี้ทำให้ปริษฐา ซึ่งเป็นบุตรชายของประติมาวัยสิบห้าปี เห็นเข้า จึงหลอกธัญให้เดินทางมาที่วังบัวขาว และจับขังเอาไว้จน กลายเป็นคนสติฟั่นเฟือน ธัญยังมีลูกสาวอีกคนหนึ่งชื่อสาหร่ายหรือเศวาลที่ถูกนำมาให้ตาเอี่ยมเลี้ยงเอาไว้อย่างลับๆอีกด้วย

      ในขณะเดียวกันปริษฐาก็ส่งคนปลอมตัวเข้าไปเป็น่ขุนพิจิตรทนายความ จัดการดูแลทรัพย์สินให้กับตระกูลธัญลักษณ์ เพราะเวลานั้น ภุชยังไปเรียนอยู่ที่เมืองนอก โดยไม่ล่วงรู้เรื่องราวต่างๆเลยสักนิดเดียว ซ้ำยังเข้าใจว่าพ่อของตนเสียชีวิตไปแล้วเสียด้วย

       เขาถูกจดหมายเรียกตัวให้กลับมา และมาสู่ที่นี่อีกครั้งตามแผนการที่วางไว้ เพื่อทำหน้าที่ชดใช้ความผิดที่ตนเองไม่ได้ก่อ

         ภุชรู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อร่างของเขาถูกจองจำไว้ด้วยโซ่ล่ามเอาไว้จนดิ้นไม่หลุด ภายในถ้ำอันวิจิตรงดงามของวังบัวขาว ข้างกาย นายเอี่ยมเองก็เพิ่งเสียชีวิตลง ด้วยพยายามตัดข้อมือตัวเอง ให้หลุดจากโซ่และตามคนมาช่วยเขา แท้จริงสาหร่ายก็คือเศวาล ลูกสาวของชายวิปลาสที่ถูกขังเอาไว้นั่นเอง หล่อนช่วยพ่อหนีออกไปแล้วจับเขามาขังเอาไว้แทน โดยไม่รู้ตัว

        ชายหนุ่มผู้ล่วงรู้ความจริงทั้งหมด กำลังจะหมดลมหายใจอยู่ในอาณาจักรวังบัวขาวแห่งนี้ พร้อมกับศพของชายชราข้างกาย เขาได้แต่รอคอยว่า จะมีใครบ้างไหม ที่จะล่วงรู้และเข้ามาช่วยเหลือเขา ก่อนที่วิญญาณจะหลุดลอยออกจากร่าง

     ดูเหมือนว่า ความแค้น ความพยาบาททั้งปวงจะจบสิ้นลงที่เขา ซึ่งเป็นทายาทคนสุดท้ายนั้นแล้ว...

       นิยายขนาดสั้นเรื่องนี้มีความซับซ้อนและรายละเอียดในเนื้อเรื่องไม่น้อยเลยครับ รายละเอียดบางอย่างเลยขออนุญาต ละไว้ เก็บเฉพาะบางรายละเอียดเท่านั้นครับ

     สำหรับผลงานของดาวจริยา ที่สำนักพิมพ์ดอกหญ้านำมาพิมพ์พร้อมกันในชุดนี้ ประกอบด้วยเดชานี ศัตรูแห่งเกียรติยศ พินัยกรรม และเรื่องวังบัวขาว นี้ครับ

        ********************



Create Date : 06 กรกฎาคม 2557
Last Update : 6 กรกฎาคม 2557 14:18:04 น. 13 comments
Counter : 1842 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ อาจารย์หนุ่ม ^^
มาอ่านรีวิวค่ะ

เป็นนิยายนานแล้วใช่มั๊ยคะ
เพิ่งทราบว่าผู้แต่งอยู่สงขลาค่ะ นุ่นก็อยู่สงขลา
แต่โรงเรียนที่อาจารย์สอนอยู่ตัวอ.เมือง

ชื่อเรื่องแนวโบราณ จะว่าไปนิยายสมัยก่อน
ชื่อหนังสือแต่ละเรื่องไม่ได้สวยหรูหรือใช้คำชวนคิดแบบสมัยนี้เลยนะคะ
จะตรงๆ สื่อตรงๆ ชื่อคน ชื่อสถานที่ อะไรแบบนี้
รู้สึกถึงความแตกต่าง น่าสนใจดีค่ะ

เนื้อเรื่องน่าอ่านมากๆด้วยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ



โดย: lovereason วันที่: 6 กรกฎาคม 2557 เวลา:18:39:35 น.  

 
เข้ามาอ่านรีวิวค่ะ


โดย: Aneem วันที่: 6 กรกฎาคม 2557 เวลา:21:14:09 น.  

 

แวบมาอ่านรีวิวเหมือนเดิม ไม่รู้จักนักเขียนท่านนี้มาก่อนเลยค่ะ
แต่เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนที่ท่านสอนอยู่ค่ะ โรงเรียน มหาวชิราวุธ สงขลา ค่ะ (กำลังทบทวนชื่ออาจารย์อยู่ว่าตัวเองทันตอนที่ท่านสอนอยู่ที่รร.มหาฯหรือเปล่า คิดๆว่าน่าจะทันเพราะจบมายี่สิบปีได้แล้วค่ะ 555 )

เนื้อเรื่องน่าอ่าน บรรยากาศและฉากในเรื่องน่าจะรู้สึกคุ้นเคย


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 6 กรกฎาคม 2557 เวลา:21:35:34 น.  

 
ยังจำปกสนพ.ดอกหญ้านี้ได้อยู่เลยฮะ ชอบมาก


โดย: Boyne Byron วันที่: 6 กรกฎาคม 2557 เวลา:22:24:23 น.  

 
ยังจำปกสนพ.ดอกหญ้านี้ได้อยู่เลยฮะ ชอบมาก


โดย: Boyne Byron วันที่: 6 กรกฎาคม 2557 เวลา:22:24:24 น.  

 
เนื้อเรื่องน่าสนใจมากครับ


โดย: Lek IP: 58.9.52.121 วันที่: 7 กรกฎาคม 2557 เวลา:0:14:58 น.  

 
นิยายสมัยก่อนนี้พล็อตเก๋มากเลยนะคะ


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 9 กรกฎาคม 2557 เวลา:21:41:53 น.  

 
เคยอ่านนิยายเรื่องนี้ รู้สึกว่าลึกลับซับซ้อน แต่ค่อยๆคลายปมออกมาทีละนิด
ถ้าจำไม่ผิด จากจดหมายของปริษฐา ดูเหมือนว่าเขาจะเสียดายที่ต้องเป็นศัตรูกับภุช ถ้าหากไม่มีความแค้นระหว่างสองตระกูล ก็น่าจะเป็นเพื่อนกันได้ แต่ต้องทำตามคำสั่งเสียของคนรุ่นก่อนเพื่อยุติเรื่องราวทั้งหมด

ขอบคุณที่นำเรื่องนี้มารีวิวค่ะ


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 192.99.14.34 วันที่: 11 กรกฎาคม 2557 เวลา:4:59:53 น.  

 
คุณนุ่น : เป็นเรื่องที่เขียนไว้นานมากเลยครับ ผลงานของท่านมีไม่กี่เล่มเองครับ

คุณAneem : ขอบคุณมากเลยครับ

คุณบอล : ผมไม่แน่ใจว่าท่านสอนอยู่วชิราวุธ สงขลา ช่วงไหนครับ แต่คาดว่าน่าจะสอนวิชาภาษาอังกฤษนะครับ ผิดถูกอย่างไร ขออภัยด้วยนะครับ

คุณBoyne Byron : ผมชอบปกดอกหญ้าในยุคนั้นมากเลยครับ มีสไตล์เฉพาะของนักเขียนแต่ละคน ทำให้น่าสะสมมากเลยครับ อย่างของ อาจารย์สีฟ้า ก็เป็นรูปวาดดอกไม้แต่ละชนิด ของ อาจารย์ ว.วินิจฉัยกุล-แก้วเก้า ก็เป็นสไตล์อีกแบบหนึ่ง เสียดายที่หาเก็บสะสมยากพอสมควรเลยครับ

คุณ Lek : คิดว่าแนวนี้คุณ Lek น่าจะชอบครับ

คุณตูน : ผมเสียดายนิดหนึ่ง ที่เนื้อเรื่องน่าจะขยายออกได้ยาวกว่านี้ครับ เพราะพลอตเรื่องหลายซับซ้อนมากเลยครับ

คุณนักอ่านรุ่นเก๋า : ขอบคุณมากเลยครับ เรื่องนี้เป็นเล่มสั้นๆก็จริง แต่พลอตซับซ้อนมากเลยครับ เลยยากในการเขียนรีวิวพอสมควร เลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 14 กรกฎาคม 2557 เวลา:8:57:06 น.  

 
ไม่คุ้นชื่อนักเขียนเลยค่ะแต่ชอบจัง...ดาวจริยา


โดย: ชบาหลอด วันที่: 15 กรกฎาคม 2557 เวลา:6:08:21 น.  

 
คุณชบาหลอด : เป็นนามปากกาที่ไพเราะ นามหนึ่งเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 15 กรกฎาคม 2557 เวลา:13:42:21 น.  

 
น่าอ่านมากเลยครับ
ผมชอบนิยายแนวนี้มากๆ

ต้องขอขอบคุณสำหรับรีวิวนะครับ
เพราะว่าบล็อกนี้ของคุณสามปอยหลวง
ทำให้ผมกลับมาสนใจอ่านนิยายอีก

ตอนมัธยมผมชอบอ่านนิยายมาก
พอช่วงม.ปลายก็เริ่มไปทางอื่น
ตอนนี้รู้สึกสนุกดีครับ
ที่ได้หานิยายเก่าๆมาอ่าน
ส่วนใหญ่ก็ตามอ่านของนักเขียนดังๆก่อน
ต่อไปถ้าเจอนิยายเก่าๆ
ที่คุณสามปอยหลวงเคยรีวิวไว้
คงได้หามาอ่านเพิ่มเติมครับ

ป.ล.สุขสันต์วันแห่งความรักนะครับ
ถ้าอยู่ใกล้ๆคงจะถือวิสาสะ
เอาสติกเกอร์ไปแปะเสื้อคุณสามปอยหลวง
(ไม่รู้เด็กเดี๋ยวนี้เขายังทำแบบนี้อยู่ใหม ^_^)


โดย: Jay IP: 171.4.21.248 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:13:58:22 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Jay วังบัวขาว เป็นนิยายเล่มกระทัดรัด อ่านเพลินๆ แป๊บเดียวจบแล้วครับ ของคุณดาวจริยา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องสั้นๆไม่หนามากครับ คุณ Jay อ่านเรื่องอะไรบ้างมาแนะนำ พูดคุยกันได้เลยนะครับ ด้วยความยินดีครับ
ปล. ขอบคุณมากครับ เมื่อก่อน เห็นลูกศิษย์ เอาสติกเกอร์มาแปะให้กันเหมือนกันครับ แต่เดี๋ยวนี้ไม่เห็นแล้วครับ สุขสันต์วาเลนไทน์ ย้อนหลังด้วยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:8:07:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.