หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
4 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 
หญิงคนชั่ว : ก.สุรางคนางค์




เรื่อง : หญิงคนชั่ว
ผู้เขียน : ก.สุรางคนางค์
ปีที่พิมพ์ : 2512 พิมพ์ครั้งที่ 6
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ราคา : 40 บาท (เล่มเดียวจบ)



       ความโดดเด่นของนิยายเรื่องนี้ นอกจากปกที่สวยสะดุดตาแล้ว นี่คือนวนิยายเรื่องที่สองในชีวิตของ ก.สุรางคนางค์ (นิยายเรื่องแรกของท่านคือ กรองกาญจน์) ประพันธกรสตรีที่เริ่มต้นงานเขียนนวนิยายชิ้นนี้ขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2480 ในยุคการเปลี่ยนแปลงการปกครอง นับว่าเป็น การเปิดศักราชของการเขียนนวนิยายแนวชีวิต หรือ Realistic ที่ผู้เขียนกล้าที่จะนำภาพชีวิตของหญิงโสเภณี มาดำเนินเรื่องเป็นตัวเอกในนวนิยายของท่าน และดำเนินเรื่องราวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบผ่านคลื่นแห่งชะตากรรมที่สาดซัดเข้ามา แทนที่จะเขียนเป็นนวนิยายพาฝันแสนรื่นรมย์เหมือนกับงานเขียนของนักเขียนในยุคก่อนหน้า ที่สะท้อนแต่ภาพการใช้ชีวิตในสังคมชั้นสูงเป็นส่วนใหญ่

    ความกล้าหาญของการแหวกขนบนวนิยายในยุคนั้นของท่าน ยังมีกล่าวถึงมาตราบจนปัจจุบัน แม้แต่ ในบทนำ ของบทวิเคราะห์วรรณกรรมปัจจุบัน (ผู้หญิงยิงเรือ) ที่เป็นการนำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ของ ผศ.ดร. ธัญญา สังขพันธานนท์ หรือ ไพฑูรย์ ธัญญา นักเขียนรางวัลซีไรต์ ปี 2530 เจ้าของผลงาน ก่อกองทราย มากล่าวถึง ด้วยความชื่นชมและคารวะ

         เฉกเช่นเดียวกับที่พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ได้ทรงวิจารณ์วรรณกรรมเรื่องนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2480 ในช่วงที่นิยายดังกล่าวเริ่มแพร่หลาย โดยมีประโยคหนึ่งที่ว่า

       “หนังสือนี้ จึงเป็นเรื่องที่จะอ่านให้สนุกเพลิดเพลินก็ได้ จะอ่านให้เป็นประโยชน์ก็ได้ ทั้งไม่มีเรื่องหยาบลามก หญิงสาวอ่านจะได้แต่ความรู้ไม่มีอันตราย สรุปรวมว่ามีข้อทุกๆข้อที่จะทำให้หนังสือนี้เป็นหนังสืออ่านเล่นที่ดี และเป็นประโยชน์ หวังว่ามีผู้ซื้ออ่านแพร่หลาย...”

       และเมื่อได้อ่านจากคำนำของ ก.สุรางคนางค์เอง ก็ได้ทราบว่า ท่านได้รับการตำหนิ ซักถามอยู่บ่อยครั้งว่าเรื่องของคนดีๆ มีหน้าตาในสังคม ไฉนจึงไม่เอามาเขียน แต่ท่านได้ตอบกลับไปว่า

       “ทำไมจึงจำเป็นที่ข้าพเจ้า จะต้องเลือกเขียนเรื่องของคนที่ได้รับคำยกย่องว่าดีเสมอไปด้วยเล่า ในเมื่อความดี ที่แม้จะเห็นได้ยากในหมู่คนชั่ว ยังไม่สูญสิ้นไปเลยทีเดียว…

…เพราะโลกทั้งโลก ย่อมต้องอยู่ด้วยสุขและทุกข์ เมื่อมีความแจ่มใสสดชื่น ก็ต้องมีความเศร้าหมองเป็นของคู่กัน โลกจะเพลิดเพลินไปด้วยความสนุกสนานร่าเริงมั่งคั่งสมบูรณ์แต่เพียงด้านเดียวก็หาได้ไม่ ในเมื่อตามห้องแถวในตรอกที่แสนสกปรกยังคงมีมวลมนุษย์ทั้งชายและหญิง หันหน้าเข้าปรึกษาหารือกัน ด้วยเรื่องความยากจน  อัตคัดฝืดเคือง
"

          หญิงคนชั่ว เป็นเรื่องราวชีวิตของ รื่น หรือ หวาน เด็กสาวจากเทพราช เมืองแปดริ้ว ที่ถูกวิชัย หลอกให้หนีพ่อกับแม่ ไปอยู่กรุงเทพฯด้วยกัน ความรัก ความเชื่อใจ และความซื่อบริสุทธิ์ ยึดมั่นว่ารักนั้นคือสรณะ ทำให้หวานตัดสินใจหนีตามชายหนุ่มไป โดยไม่รู้แม้แต่น้อยว่า นั่นคือการหลอกลวง วิชัยพาหวานไปอยู่กับยายตาด แม่เล้าที่แพร่งสรรพศาสตร์ โดยหลอกให้หวานหลงเชื่อว่ากำลังเกลี้ยกล่อมครอบครัวของเขาอยู่ สุดท้าย เมื่อความจริงปรากฏ หวานต้องกลายเป็นหญิงคนชั่ว โดยวิชัยทิ้งไปพร้อมทรัพย์สินที่หวานนำติดตัวมาจากบ้านจนหมด

        จากนังหวาน หญิงคนซื่อ กลายมาเป็น รื่น โสเภณีสาวแสนสวยของซ่องนางตาด หวานพบความรักอีกครั้งกับคุณวิทย์ หนุ่มน้อยลูกพระยา มีฐานะที่มาเที่ยวและติดใจหวาน จนถึงกับฝันร่วมกันว่าจะออกจากที่นี่ไปใช้ชีวิตคู่ผัวตัวเมียร่วมกัน ความรักที่คิดว่าจีรังยั่งยืน ทำให้หวานปล่อยให้ตัวเองตั้งครรภ์ และก่อนที่บอกความจริงแก่วิทย์ ชายหนุ่มก็ถูกส่งตัวไปเรียนที่ฟิลิปปินส์ ตามความต้องการของบิดา มารดาผู้มีฐานะ

       เมื่อตั้งครรภ์ รื่นไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป เห็นมีแต่สมร เพื่อนรุ่นพี่ร่วมสำนักนางโลมเท่านั้นที่เห็นใจ และพารื่นออกมาใช้ชีวิตอย่างลำบากจากซ่องนางตาด เพื่อให้พ้นจากคำของ “หญิงคนชั่ว” จนรื่นคลอด หนูอี๊ด ออกมา

         แต่แล้ว สมรก็เสียชีวิตด้วยโรคภัย ชีวิตที่คิดว่าจะเห็นแสงสว่างอีกครั้งก็ดับวูบลง รื่นต้องกลับมาทำอาชีพ หญิงคนชั่วอีกครั้ง ส่วนลูกสาว ฝากให้หญิงที่รู้จักกันช่วยดูแลแทน ซ้ำเมื่อกลับไปเทพราช ก็ทราบว่า พ่อแม่ตรอมใจจนเสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่

        ชื่อของนังหวาน กลายเป็นหญิงโสเภณีที่ชาวบ้านพากันรังเกียจ รื่นกลับมากรุงเทพฯอีกครั้ง ด้วยความหวังสุดท้าย ที่จะให้ลูกสาวเพียงคนเดียว ได้เติบโตขึ้นอย่างสะอาดสวยงาม

      และรื่นก็ได้พบกับ วิทย์อีกครั้ง...

        บัดนี้เขากลายเป็นชายหนุ่มนักเรียนนอกที่ประสบความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และจำต้องมาเที่ยวตามความต้องการของเพื่อน ณ ที่นั่นเอง วิทย์ ได้เผชิญหน้ากับหญิงสาว อดีตดาวประจำซ่องนางตาด ที่เขาเคยติดใจ และลุ่มหลงจนคิดว่าจะพาออกไปแต่งงานอยู่กินกัน

  หากเมื่อได้ผ่านเวลา ผ่านการเติบโตทางความคิด วิทย์ มองเห็นความเหมาะสม หน้าตา ทางสังคมของตัวเอง จนลืมชื่อของรื่นไปแล้วเสียสนิทใจ

      การพบกันทั้งครั้งนี้วิทย์กลับจำรื่นไม่ได้!

        เพราะหญิงสาวไม่ใช่สาวน้อยแสนสวยอีกต่อไป แต่เป็นหญิงที่เต็มไปด้วยโรคร้ายรุมเร้า และบั่นทอนสภาพสังขารจนผอมแห้งทรุดโทรมจนอัปลักษณ์ แต่ในที่สุด เขาก็รู้ความจริง แม้จะแต่งงานแล้วกับจิตรา แต่ด้วยมนุษยธรรม เขายินดีรับหนูอี๊ดไปอุปการะ สมกับความต้องการครั้งสุดท้ายของรื่น

 หญิงคนชั่วอย่างรื่นไม่ต้องการอื่นใดอีกแล้ว แม้แต่เงินสักบาทเดียว หล่อนยินดีเผชิญหน้ากับชะตากรรมของตนเองเพียงลำพัง และยอมตายด้วยโรคร้าย แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงคนชั่วไปตลอดทั้งชีวิตก็ตาม...

       นี่เป็นนวนิยายชีวิตหนักหน่วงเรื่องหนึ่งของ ก.สุรางคนางค์ ที่เรารู้จักแต่ “บ้านทรายทอง” พจมาน สว่างวงศ์ รักประกาศิต เขมรินทร์ อินทิรา ดอกฟ้า-โดมผู้จองหอง หรือ ปิ่นไพร ที่ล้วนเป็นนิยายพาฝันแสนหวาน จากผู้เขียนคนเดียวกัน และทำให้ผมไม่สงสัยเลย ที่ท่านได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ รุ่นแรกๆ ด้วยผลงานอันเปี่ยมด้วยวรรณศิลป์ สะท้อนสังคม ไม่ว่าจะสะท้อนในมุมของชีวิตสูงส่ง หรือ ยากจน สักเพียงไหน

      พลอตเรื่องอาจจะไม่โดดเด่น หวือหวา ทั้งที่โดยชื่อเรื่อง อาจจะทำให้บางคนเข้าใจว่าเป็นแนวอีโรติคหรือเน้นแต่ฉากพิศวาส ต่างๆ แต่การเขียนที่สมจริง และสำนวนภาษาอันละมุนละไมงดงามนั่นต่างหากที่ทำให้งานชิ้นนี้ คือวรรณกรรมอันล้ำค่า และเป็นการเปิดศักราชงานเขียนในเชิงสมจริงขึ้นในบรรณพิภพ

           ก.สุรางคนางค์ ได้เขียนไว้ในคำนำครั้งแรกของเรื่องนี้ว่า...

....... ข้าพเจ้าเขียนและจบเรื่อง “หญิงคนชั่ว” ... ด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจหญิงหรือชายก็ตาม ต่างก็มีหน้าที่ดำเนินไปคนละอย่าง พอช่วยให้มีชีวิตรอดไปได้ตามแต่สติปัญญา และการศึกษา หญิงชั้นสูงอาจมีจิตใจต่ำ เช่นเดียวกับหญิงชั้นต่ำอาจจะมีจิตใจสูง ความชั่วที่ยังไม่มีผู้รู้เห็นก็ยังคงเป็นความดี แต่ก็ ในโลกนี้ จะมีสักกี่คนเล่าที่เชื่อว่า “ความดี”นั้น ย่อมมีอยู่แม้ในหมู่ของหญิงที่ได้ชื่อว่า “โสเภณี”

       สุดท้ายนี้ ขอนำบทสัมภาษณ์ ในยุคนั้นของท่านที่แนบไว้กับหนังสือเล่มนี้มาลงพิมพ์ไว้ร่วมกันด้วยครับ

















*************



Create Date : 04 กรกฎาคม 2556
Last Update : 4 กรกฎาคม 2556 19:16:37 น. 11 comments
Counter : 7827 Pageviews.

 
โห นิยายยุค 40 บาท เจ้าของบ้านช่างสะสมจริง ๆ
เรื่องนี้เคยแต่อ่านเรื่องความเป็นมา-ไป แต่ยังไม่เคยอ่านฉบับเต็ม ๆ เลยค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 4 กรกฎาคม 2556 เวลา:19:44:03 น.  

 
ชอบความคิดของผู้แต่งมากเลยค่ะ "..โลกจะเพลิดเพลินไปด้วยความสนุกสนานร่าเริงมั่งคั่งสมบูรณ์แต่เพียงด้านเดียวก็หาได้ไม่.." ที่สำคัญนิยายแนวนี้มักจะให้คติสอนใจที่ดี อ่านรีวิวแล้วนึกถึงเรื่องกว่าจะรู้เดียงสาค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 4 กรกฎาคม 2556 เวลา:20:02:11 น.  

 
เรื่องนี้อ่านที่เอามาพิมพ์ใหม่ค่ะ เป็นแบบรวมเรื่องสั้นหลาย ๆ เรื่องของ ก. สุรางคนางค์


โดย: กุลธิดา (kdunagin ) วันที่: 4 กรกฎาคม 2556 เวลา:23:47:41 น.  

 
เดี๋ยวไปหาที่ห้องสมุดมหา 'ลัยมาอ่านบ้างดีกว่าค่ะ อ่านรีวิวแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้สะท้อนชีวิตที่น่าสงสารจริง ๆ ค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 5 กรกฎาคม 2556 เวลา:14:49:00 น.  

 
เล่มนี้เคยอ่านนานแล้วค่ะ จำรายละเอียดไม่ได้แล้วแต่ชอบมาก


โดย: ชบาหลอด วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 เวลา:13:04:30 น.  

 
ทั้งชื่อเรื่อง และเนื้อเรื่อง...แหวกแนวในสมัยนั้นมากๆ เลยนะครับ


โดย: อุ้มสม วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 เวลา:15:24:34 น.  

 
มีปกเดียวกันเลยครับ พยายามหารุ่นก่อนหน้าที่พิมพ์สันโค้งเล่มเล็กๆ แต่ยังไม่เจอแบบที่มีใบหุ้มปก เรื่องนี้ทำให้ผมชอบงานของคุณก.มากครับ จากที่เคยอ่านแต่บ้านทรายทอง :D ปล.ยังติดค้างรูปลายเซ็นคุณ ก. เดี๋ยวจะส่งให้นะครับๆ


โดย: allreddy วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 เวลา:22:31:30 น.  

 
เนื้อเรื่องหนักหนาสาหัสอยู่เหมือนกันค่ะนี่


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 เวลา:15:22:03 น.  

 
คุณพุด : เรื่องนี้เป็นเรื่องขนาดสั้นครับ แต่กินใจและสะเทือนใจมาก ด้วยฝีมือการใช้สำนวนภาษาระดับบรมครูของ ก.สุรางคนางค์ ครับ

คุณ Sab Zab' : เป็นนิยายที่อ่านแล้ว รู้สึกว่า ได้ความคิด ได้ความอิ่มใจ จากแนวคิดที่มีคุณค่าของคนเขียน ที่แทรกไว้ในเรื่องด้วยครับ

คุณไก่ : เพิ่งนึกได้ว่าเคยเห็นคุณไก่รีวิวเรื่องนี้เหมือนกันเลยครับ แต่ไม่รู้ว่าเล่มของคุณไก่ เป็นฉบับพิมพ์ก่อนหน้านี้หรือเปล่า ส่วนเล่มล่าสุดที่มีพิมพ์คือของ ณ บ้านวรรณกรรม แต่ขนาดเล่มนี้ พิมพ์ปี 2512 ยังเป็นครั้งที่หก!

คุณหวานเย็นฯ : ถ้าชอบนิยายที่เดินเรื่องไม่รวดเร็ว แต่อ่านแล้วอิ่มในอารมณ์ ดื่มด่ำกับสำนวนภาษาและยุคสมัย เรื่องนี้ก็เป็นอีกเล่มที่น่าสนใจครับ (ปล.ถ้าชอบของก.สุรางคนางค์ ผมแนะนำชุดนายติ่ง เลยครับ มีสี่เรื่องต่อเนื่องกัน ความคิดคำนึง-จุดหมายปลายทาง-รอยจารึก และปิดท้ายด้วย รุ่งอรุณ)

คุณชบาหลอด : เรื่องนี้เคยพิมพ์หลายครั้งมากเลยครับ ตอนแรกผมเองยังจำสับสนกับ "เกิดมาชั่ว" ซึ่งเป็น ชื่อชุดรวมเรื่องสั้นของ ก.สุรางคนางค์ เช่นกันเลยครับ

น้องอุ้มสม : น่าจะเป็นนิยายเรื่องต้นๆเลยครับ ที่แหวกขนบให้นางเอกหรือตัวเอกของเรื่อง เป็นหญิงโสเภณี และตามมาด้วย ทมยันตี ที่สร้าง ตัวละคร ลั่นทม ในรอยมลทิน ในเวลาต่อมา

คุณหมอภูมิ : ไม่เคยเห็นรูปเล่มขนาดเล็กของเรื่องนี้เลยเหมือนกันครับ น่าจะหายากสุดๆเลยนะครับ ส่วนปกเล่มนี้ ผมชอบสีกับรูปวาดมากเลยครับ ดูสวยคลาสสิคมาก

คุณตูน : ในยุคนั้น น่าจะเรียกได้ว่า เป็นการปฏิวัติ ขนบนิยมของนางเอกในนวนิยายได้เลยทีเดียวครับ
***********
มีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า นิยายบ้านทรายทอง พจมาน สว่างวงศ์ ที่นำไปทำเป็นละคร ภาพยนตร์ จนแพร่หลาย ทำให้ชื่อของ ก.สุรางคนางค์ เป็นที่รู้จักในฐานะผู้เขียน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้เราเข้าใจว่า งานของท่าน คือนิยายพาฝันธรรมดาๆ ประเภทที่นางเอก ยากจน หยิ่งในศักดิ์ศรี และเข้าไปอาศัยอยุ่ในวัง พบรักกับคุณชาย ฝ่าฟันความอิจฉาริษยาของบรรดาผู้ดีในวัง จนประสบความสำเร็จและกลายเป็นทายาทที่แท้จริง
จนเมื่อได้มาอ่านงานของท่านจริงๆ ถึงพบว่างานของท่านมีความหลากหลายมากยิ่งไปกว่านั้นมากมายนัก
บางเรื่อง อย่างเขมรินทร์ อินทิรา ผมรู้สึกเลยว่า ท่านต้องค้นคว้าข้อมูลอย่างหนัก การเขียนเรื่องที่แม้จะเป็นนิยาย แต่อ้างอิงกับประวัติศาสตร์กัมพูชา ในยุคที่เหตุการณ์ปราสาทเขาพระวิหารกำลังเป็นข้อพิพาทอย่างรุนแรง แต่ในฐานะคนเขียน ที่จะต้องสร้างตัวละครขึ้นมาจากจินตนาการ และต้องเลือกใช้สมดุลของการเขียนให้เหมาะกับเวลาและสถานการณ์ในขณะนั้น ซ้ำยังประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
นี่คือนักเขียน นักประพันธ์และเป็นศิลปินที่ควรคู่กับตำแหน่งศิลปินแห่งชาติอย่างแท้จริง


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 เวลา:19:50:49 น.  

 
อ่านแล้วเหมือนกันครับ แบบว่า...สงสารตัวเอก

เข้าใจสารที่ผู้เขียนต้องการสื่อ แต่ถ้านักวิชาการวรรณกรรมมาอ่าน และว่ากันตามขนบการแต่งนิยายสมัยปัจจุบันละก็ อาจจะมองว่า ตัวเอกเป็นคนระดับนั้น แต่คำพูดฉะฉานมีชั้นเชิง และระดับภาษาที่อาจจะดีกว่าคนการศึกษาสูงไปนิดรึเปล่า (?) แต่ผมไม่ใช่นักวรรณกรรมนะครับ อ่านเอาสนุก


โดย: ชรินเลขะ วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:23:35:55 น.  

 
เรื่องนี้ผมเองคิดว่า น่าจะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน การเขียนนวนิยายในสไตล์พาฝัน มาสู่แนวเรียลลิสติก เลยมีลักษณะกึ่งๆกันระหว่างความสมจริงของตัวละคร กับ ภาษาพูดครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 สิงหาคม 2556 เวลา:13:09:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.