หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2561
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
25 มิถุนายน 2561
 
All Blogs
 
ภูมิซ้อน : ศรีทอง ลดาวัลย์



เรื่อง : ภูมิซ้อน
ผู้เขียน : ศรีทอง ลดาวัลย์
สำนักพิมพ์ : ห้องหนังสือ 30
ปีที่พิมพ์ : 2536
เล่มเดียวจบ



     ภูมิซ้อน เป็นนวนิยายลึกลับ เหนือจริง ในยุคหลังๆของศรีทอง ลดาวัลย์ ถ้าหากผมจำไม่ผิด นิยายเรื่องนี้น่าจะเคยตีพิมพ์เป็นตอนๆลง ในนิตยสาร บงกช ที่คุณศุภักษร เคยเป็นบรรณาธิการ มาก่อน ในยุคที่ นิตยสารไทยเฟื่องฟู และมีจำนวนนิยายของนักเขียนตีพิมพ์ออกมาจำนวนมากมาย

        เรื่องราวของภูมิซ้อน เป็นชีวิตของตัวละครสามคน จากสองยุค  สำหรับตัวละครเอกในยุคปัจจุบัน ก็คือ ชีวิตา หญิงสาวแสนสวย สถาปนะ ผู้เป็นสถาปนิกหนุ่มผู้มาดูแลการก่อสร้างคอนโด ในจังหวัดเพชรบุรี และ พรรณิดา เหลนของคุณพระปฏิบัติ ราชกิจ ที่ได้รับมรดกที่ดินจากบรรพบุรุษมาก่อน
          ส่วนตัวละครในชาติภพอดีต เมื่อหกสิบปีก่อนหน้านั้น ก็คือ คุณประชีพ ธิดาของคุณพระราชภัณฑ์พิทักษ์ และเป็นหลานสาวที่จบจากปีนังของพระยาบำเรอไตรภพ คุณหลวงดำริห์ราชธรรม ข้าราชการในกรมพระธรรมนูญ และคุณพันทิพา น้องสาวนายขัน หุ้มแพร ที่เป็นธิดาของพระยาปฏิบัติฯ นั่นเอง

       เรื่องเริ่มต้นเมื่อชีวิตา เดินทางมาเที่ยวจังหวัดเพชรบุรีและมาอาศัยอยู่บ้านคุณปู่ คุณพระราชภัณฑ์พิทักษ์ ซึ่งเคยรับราชการมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่หก

     และในขณะหนึ่ง เมื่อหญิงสาวเดินเที่ยวในตัวเมือง ก็เกิดพลัดหลงเข้าไปในมิติแห่งกาลเวลา ณ ที่นั่นเอง เธอมีโอกาสได้พบกับชายหนุ่มผู้หนึ่งเข้าโดยบังเอิญ 

        “เขาหยุดรถม้า ถร้อมกันก็เปิดหมวกออก อันเป็นหมวกไหมปานามาอย่างโบราณที่หล่อนเคยเห็ฯคุณปู่มีอยู่ใบหนึ่ง
       ชีวิตาก็มองเห็นผมอันเรียบกริบราวกับดาราภาพยนตร์ฝรั่งสมัยโบราณ ทรงก็สั้นเป็นแบบรองทรง แต่มันก็รับกับหนวดเรียวเหนือริมฝีปาก กางเกงก็เชยอย่าบอกใคร ตัดด้วยผ้าแพรเนื้อหนาอย่างดีสีครีมเข้ากับเสื้อนอกปิดกระดุมห้าเม็ด บุคคลผู้นี้คือ หลวงดำริห์ราชธรรม

         และยิ่งน่าประหลาดใจเมื่อเขาเรียกเธออย่งคุ้นเคยว่า คุณประชีพ! แต่ชีวิตา ก็พอจำได้ว่า คุณประชีพ นั้นเป็นคุณป้าของเธอ ที่หายสาบสูญไปในอดีต โดยที่คุณปู่ไม่เคยเล่ารายละเอียดใดๆให้ฟัง มาก่อน คุณหลวงพาเธอขึ้นรถม้า เพื่อจะไปส่งที่บ้านของคุณประชีพ แต่แล้ว ระหว่างนั้นเอง ที่เธอย้อนเวลากลับมาสู่ช่วงปัจจุบัน โดยพบว่ากำลังยืนอยู่ที่หน้าสถานที่ก่อสร้าง อันเป็นอดีตเรือนพักของพระยาปฏิบัติฯ ที่ สถาปนะ กำลังควบคุมการก่อสร้างนั่นเอง หญิงสาวถึงกับตกตะลึง เมื่อพบว่า...

    ไม่น่าเชื่อว่า สถาปนะ จะมีหน้าตา เหมือนกับ คุณหลวงรูปงามผู้นั้น ทุกอย่างนอกเหนือจากไรหนวดเรียวเหนือริมฝีปากเท่านั้น!

       สถาปนะเอง ก็รู้สึกผูกพันและถูกชะตา หญิงสาวโสภาผู้นี้อยู่ไม่น้อย แม้จะเพียงรู้จักกันครั้งแรก แต่แล้ว พรรณิภา เจ้าของที่ดินก็เดินทางมาพอดี หญิงสาวเจ้าของสถานที่และเป็นผู้ว่าจ้าง หลงรักสถาปนะ และคิดเข้าข้างตัวเองตลอดว่า เขาเองก็ชอบพอหล่อน ดังนั้น เมื่อได้เห็นท่าทีเอาอกเอาใจของ ชายหนุ่มต่อชีวิตา ทำให้ พรรณิภาเกิดความหึงหวง และเกลียดชัง ชีวิตา ขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด

     ระหว่างนั้นเอง ชีวิตา เกิดนิมิตมองเห็นภาพสตรีคนหนึ่ง ผูกคอตายอยู่ที่ใต้ต้นมะกอก ก่อนที่ภาพหลอนนั้นจะเลือนหายไป แต่เธอก็จดจำใบหน้านั้นได้ดี มันช่างเหมือนกับ พรรณิภา สาวชาวกรุงที่แสดงท่าทีเป็นปรปักษ์กับเธอราวกับฝาแฝด...

        หรือว่าพรรณิภา คือ คุณพันทิพา ที่เคยผูกคอตายมาเกิดอีกครั้ง!

        ชีวิตา มีโอกาสกลับไปหาคุณปู่ พร้อมกับสถาปนะ แม้ความทรงจำจะหลงเลือนไปตามกาลเวลา กว่าครึ่งศตวรรษ แต่คุณปู่ก็บอกว่าเธอ คล้ายคลึงกับคุณประชีพ ธิดาของท่านราวกับกลับชาติมาเกิด และ ยังทึกทักว่า สถาปนะ คือ คุณหลวงดำริห์ฯ อีกด้วย แต่เมื่อชีวิตา ถามถึง คุณป้าประชีพของเธอ ท่านกลับจดจำอะไรไม่ได้เลย มันเป็นปมปริศนา ที่หญิงสาวเองก็อยากจะรู้ว่า เกิดชะตากรรมอะไรขึ้นกับ บุคคลทั้งสาม ในอดีตนั้น...

         ราวกับกงล้อแห่งกาลเวลาเล่นตลก กับภพภูมิที่เหลื่อมซ้อนกัน เมื่อ สถาปนะ และ พรรณิภา เอง ก็ถูกดึงผ่านเข้าไปในวังวนแห่งกาลเวลา และพบว่า ตัวเองกลายเป็น คุณหลวงดำริห์ และ คุณพันทิพา ในอดีต คุณหลวง ที่เคยหลงรักคุณประชีพ สุดหัวใจ แต่ คุณพันทิพา ก็ใช้อำนาจของพระปฏิบัติ ที่เป็นเจ้านายของ คุณหลวง บีบบังคับ ให้เขามารักเธอให้จงได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม...

        บทเกี้ยวกันระหว่างพระ-นาง ในเรื่องนี้ คลาสสิคมาก เมื่อผู้เขียน ใช้ “เพลงยาว”ระหว่าง คุณหลวง กับแม่ประชีพ ที่โต้ตอบกัน อย่างไพเราะและรู้เท่าทันกัน

         “อุแม้! ทำไก๋” คุณประชีพ กรีดนิ้วชี้หน้า นัยน์ตาหวานคว่ำอย่างผู้มีชัยชนะที่จับผิดคนได้ “ฟังนะเจ้าคะ” ว่าแล้วคนพูดก็เอนกายอิงไหล่อีกฝ่าย ปากก็เอื้อนเอ่ย กลอน เสียงหวานสะท้าน

   ความรักแท้ ครองไว้ ซึ่งใจฉัน 
 แลใจนั้น ครองรักแท้ แน่สนอง
ต่างได้สิทธิ์ พิสมัย ไว้ครอบครอง 
เราทั้งสอง ต่างครองไว้ ซึ่งใจกัน!
   หัวใจรัก รวมเราไว้ เป็นใจหนึ่ง 
 อารมณ์ซึ้ง รักมอบไว้ แก่ใจฉัน
หัวใจตน เคยอาศัย ในกายมัน 
 ในกายฉัน มันแลเต้น เป็นอาจิณ...

     ในขณะที่คุณหลวง “พระเอก” ก็เป็นฝ่ายตอบโต้ด้วยสำนวนหวานละมุนไม่แพ้กัน
     “หัวใจพี่ ขอมอบไว้ ในทรวงน้อง 
 และขอครอง ยอดฤดี ไว้ที่ฉัน
ใจสองเรา มอบไว้ ให้แก่กัน 
 กายเธอนั้น มีใจพี่ ที่รักเธอ!
      ส่วนกายที่ มีใจเธอ เสนอรัก 
 รวมใจภักดิ์ สองเรานั้น มั่นเสมอ
พี่รักใจ ที่เต้น เป็นของเธอ 
 เยี่ยงตัวเธอ ผู้นั้นเล่า เจ้าของใจ!”

       ในขณะที่มีตัวแปรแทรก อย่างหลวงชำนิกลไกย สหายของหลวงดำริห์ เข้ามาพัวพัน และเพราะคุณพันทิพา เอ่ยอ้าง ว่า หลวงดำริห์ ได้ล่วงเกินเธอ ทำให้ เกิดความบาดหมาง เข้าใจผิดเกิดขึ้น ในที่สุด คุณประชีพ ก็ตัดสินใจ แต่งงานกับ หลวงชำนิฯ 

         แต่แล้ว... เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อวันรดน้ำคู่บ่าวสาวนั้นเอง กลับมีสตรีแปลกหน้า มาแสดงตัวว่าเป็นภรรยาของหลวงชำนิฯ ซ้ำยังชักมีดออกมา ทำร้าย คุณประชีพ ด้วยความหึงหวง หาก หลวงดำริห์ ผู้มาร่วมงาน กลับเป็นผู้เข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ ทั้งสองคนกลับมาเข้าใจกันอีกครั้ง เมื่อเขาได้ปรับความเข้าใจกับเธอ นั่นเอง ที่ทำให้ คุณพันทิพา เกิดความแค้นและพยาบาท เมื่อเธอตัดสินใจ ผูกคอตายใต้ต้นมะกอก ที่เรือนบิดาของตัวเอง...

     ด้วยพลังแห่งแรงอาฆาตพยาบาทของดวงวิญญาณคุณพันทิพา นั้นเอง ที่ส่งผลกระทบ ต่อ คุณประชีพ และ คุณหลวงดำริห์ เพื่อขัดขวางไม่ให้ความรักของคนทั้งคู่ได้สมปรารถนา... ทุกอย่าง ล้วนเกิดขึ้น ผ่าน ความรู้สึกของชีวิตา สถาปนะ และ พรรณิภา ราวกับสวมบทบาทเป็นตัวละครบรรพบุรุษทั้งสาม พรรณิภา รับรู้ความเจ็บปวดผิดหวัง ของคุณพันทิพา ของเธอ เช่นเดียวกับสถาปนะและชีวิตา ที่เข้าใจความรักของคุณประชีพและคุณหลวง ก่อนที่ทั้งสามชีวิต จะถูกกลไกของกาลเวลาอันเหลื่อมซ้อน ดึงให้มาสู่เหตุการณ์สุดท้าย ที่เป็นปมปริศนา...

          การตายของคุณประชีพ และคุณหลวงดำริห์...

        ณ กลางผืนทะเลชายหาดเจ้าสำราญ ที่ ดวงวิญญาณพยาบาท ของคุณพันทิพา หลอกล่อและฉุดดึง คุณประชีพ ให้จมดิ่งลงใต้ผืนน้ำอันเย็นยะเยียบ แล้วคุณหลวงหนุ่มก็พุ่งตัวลงสู่ผืนทะเล เพื่อจะลงไปช่วยชีวิตของเธอไว้ได้ทัน

       ในพื้นที่แห่งกาลเวลาเดียวกัน เมื่อสถาปนะ มองเห็น ว่า ชีวิตา กำลังถูกเกลียวคลื่นสาดซัดเธอจนจมดิ่งลงสู่ใต้ผืนทะเล พรรณิภา ก็รับรู้ว่าเธอคือ คุณย่าพันทิพา ที่จะต้อง สังหาร ชีวิตา ให้ดับดิ้น เหมือนกับ ที่เคยกำจัดคุณประชีพมาแล้วในชาติภพก่อน เพื่อพรากความรักของสองหนุ่มสาวมิให้สมหวังในรัก เฉกเช่นอดีตชาติ!

     ทว่า ในบัดนี้ เธอกลับทำไม่สำเร็จ เมื่อสถาปนะในชาติภพนี้ เข้ามาช่วยเหลือชีวิต ชีวิตา ไว้ได้ ทัน ก่อนที่ร่างสองร่าง จะคืนกลับเข้าสู่ภพปัจจุบัน ทั้งคู่กอดจูบกันอย่างดูดดื่ม เหมือนกับ ได้ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ โดยไม่พลัดพรากจากกันอีก ในขณะที่ พรรณิภา มองเห็นตัวเอง กลายเป็นผู้แพ้ในความรัก เช่นเดียวกับ คุณพันทิพา ในชาติก่อน และครั้งนี้ เธอก็ไม่อาจขัดขวางความรักของคนทั้งคู่ได้ แม้แต่ความตาย!

       “คุณตายหรือเปล่า? “ สถาปนะกระซิบถาม
    ชีวิตา พยักหน้า
         “ค่ะ...” หล่อนตอบ “ก็คุณป้าท่านตายนี่คะ”
       “สถาปนะนึกไปถึงภาพศพคุณประชีพในอ้อมแขน แล้วก็ใจหาย เขากอดตอบหล่อนแน่น
          “คุณไม่มีวันเป็นอย่างท่านหรอก” เขาปลอบ “ผมมาช่วยคุณแล้วไง” เขาว่า มองลงไปในตาหล่อน ด้วยดวงตาอันร้อนไปด้วยเปลวแห่งความรัก
       แล้วเขาก็จูบหล่อน!

           พรรณิดา ปล่อย “ศพ” คุณประชีพ ให้หลุดลอยไปตามสายน้ำ มันลอยไปปะทะคุณหลวงซึ่งว่ายน้ำเข้ามา ฝ่ายนั้นคว้าไว้ได้ ส่งเสียงเรียกอย่างเร่าร้อน และอีกฝ่ายจะตอบก็หาไม่

         คลื่นซัดมาอย่างแรง มันหมุนวนดึงดูดตัวหล่อนดิ่งลงไป แล้วทะลึ่งพรวดขึ้นเหนือน้ำ หล่อนกลับมาสู่ปัจจุบันแล้ว แต่ภาพที่เห็น ทำให้หล่อนอยากกลับคืนไปสู่ความตาย เหมือนคุณ พันทิพา ภาพสถาปนะ กำลังจุมพิตชีวิตาอย่างดูดดื่ม...

         หญิงสาวค่อยๆพาตัวออกห่างจากภาพนั้น ภาพที่สองคนกำลังจูบกัน เขาไม่ห่วงเลยว่าหล่อนจะอยู่ในอดีตหรือปัจจุบัน เขารู้กันว่า เพียงแต่มีเขาสองคนเท่านั้นก็พอแล้ว
          ทะเลกว้างคือสิ่งปรารถนา พรรณิดา พาร่างออกไปหามัน ร่างของหล่อนกลมเกลืนกับเกลียวคลื่น มันคือ “บ้าน”ของหล่อน ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต!

ในที่สุด ภพภูมิที่ซ้อนกันก็แยกออกจากกันนิรันดร... พร้อมกับความพ่ายแพ้ของพลังพยาบาท ที่มีให้ต่อพลังแห่งความรักของคนทั้งสอง...
***************



Create Date : 25 มิถุนายน 2561
Last Update : 25 มิถุนายน 2561 9:05:23 น. 6 comments
Counter : 378 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณRananrin, คุณnewyorknurse


 
นวนิยายของท่านชอบอ่านหลายเรื่องมาก
พลับพลึงสีชมพู เคยใช้นามปากกา"ก.เจษฎาพงศ์
โรงแรมวิปริต มรสุมสวาท และชอบมากที่สุด
คือเรื่องมนต์ปาริชาติ ที่พระเอกเป็นผี
สองชาติสองภพเหมือนกันค่ะ

ท่านเขียนสนุกหลายเรื่อง
อ่านเกือบหมดทุกนามปากกา
แต่เรื่องนี้ไม่ได้อ่านไม่ชอบหน้าปก น่ากลัวด้วย
เนื้อเรื่องก็น่ากลัวอีก แบบน่ากลัวแล้วเครียดค่ะ


โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 25 มิถุนายน 2561 เวลา:12:53:46 น.  

 
เนื้อเรื่องน่าสนใจมากค่ะ
น่าจะนำมาสร้างเป็นละครได้เลย


โดย: Rananrin วันที่: 25 มิถุนายน 2561 เวลา:15:35:45 น.  

 
ชื่อผู้แต่งนั้นคุ้นเคย เคยอ่านผลงานมาบ้าง
แต่เรื่องนี้ชื่อไม่คุ้นเลยค่ะ
พอมาอ่านคำแนะนำ ถึงเข้าใจ
(เกิดไม่ทันนี่เอง)

อ่านเรื่องย่อแบบนี้รู้สึกโครงหลวมๆ พิกล
ถ้ามีโอกาสจะลองอ่านดูนะคะ


โดย: เพรางาย วันที่: 25 มิถุนายน 2561 เวลา:17:11:13 น.  

 
คุณหมุยจุ๋ย : ผลงานของท่านในยุคแรกๆ ผมชอบเกือบทุกเรื่องเลยครับ โดยเฉพาะ "ชั่วชีวิตของผม" ในนามปากกา ก.เจษฎาพงศ์ เป็นนิยายในดวงใจเล่มหนึ่งเลยครับ มนต์ปาริชาต ก็เป็นอีกเรื่องที่ชอบมากๆ แต่หาได้แค่เล่มเดียว โชคดีที่เจอ "มนตราปาริชาต" ที่นำมาพิมพ์ใหม่ ในชื่อใหม่คล้ายเดิม เลยมีโอกาสนำมารีวิวไว้ก่อนหน้าด้วยครับ

คุณเพรางาย : เรืองนี้สำนวนจะวนไปมาระหว่าง โลกปัจจุบันกับภพอดีต ตอนอ่านก็มึนๆไปบ้างเหมือนกันครับ แต่ก็พอจับประเด็นได้ ผมว่าช่วงต้นๆกับช่วงท้ายจะพีคหน่อยครับ ถ้ากลางๆเรื่องจะเนือยๆหน่อย ผลงานของท่านในยุคแรกๆ ที่รู้จักกันดี จะเป็น ดาวพระศุกร์ ภาพอาถรรพ์ โรงแรมวิปริต ดอกโศก หรือ พลับพลึงสีชมพู มรสมุสวาท แล้วก็ สายรักสายสวาท ครับ

คุณ Rananrin : นึกถึงละครช่องวัน อย่าง "สายรักสายสวาท" ที่นำผลงานของท่านมาสร้างเลยครับ ถ้าเขียนบทดีๆ น่าจะสนุกไม่น้อย


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 28 มิถุนายน 2561 เวลา:14:54:21 น.  

 
งานของคุณปะการัง
ส่วนใหญ่จะเป็นบทความให้ข้อคิด
จะมีกลอนเปล่าหรือบทกวีแทรกบ้างนิดหน่อย
พอประดับเรื่อง
แต่ก็ไม่บ่อยค่ะ

ทำให้ไม่แน่ใจว่า
ได้เห็นกลอนเปล่าของคุณปะการังที่ไหนอีกมั้ย


โดย: เพรางาย วันที่: 28 มิถุนายน 2561 เวลา:17:45:12 น.  

 
คุณเพรางาย : ขอบคุณสำหรับข้อมูลด้วยครับ ถ้ามีโอกาสจะลองหามาอ่านเช่นกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 2 กรกฎาคม 2561 เวลา:8:29:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.