หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2559
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
22 มิถุนายน 2559
 
All Blogs
 
ฝากฝัน : บงกชกร



เรื่อง : ฝากฝัน
ผู้เขียน : บงกชกร
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : ไม่ปรากฎปีที่พิมพ์
เล่มเดียวจบ




       ฝากฝัน เป็นนวนิยายชีวิตรักสะเทือนอารมณ์ จากปลายปากกาของบงกชกร หรือ นทีทม ส่วนอีกนามปากกาที่ผมไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่คือ กมลนารีย์ ถ้าเผื่อเพื่อนนักอ่านมีข้อมูลช่วยเพิ่มเติมให้ด้วยนะครับ

         นิยายเรื่องนี้ ฉบับที่ผมมีเป็นปกพิมพ์ครั้งที่สอง ครั้งแรกเป็นภาพวาดสวยมากครับ แต่ไม่มีโอกาสได้ครอบครองสักที ส่วนเนื้อหาในเรื่อง เริ่มต้นขึ้นด้วยชีวิตกำพร้าของนางสาวฝากฝัน อังศนา ธิดาคนเดียวของนายบดี และศรียา ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของนายบดี เมื่อหลายปีก่อน

         นาย บดี อังศนา แต่งงานกับ นุชรี ภรรยาที่เข้มงวดและนิสัยอิจฉาริษยา โดยเฉพาะอารมณ์หึงหวงที่มีต่อบดี เพราะทั้งคู่ต่างก็ไม่มีบุตรด้วยกันเลย และบดีเอง ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขากับนุชรีรักกันเหมือนสามีภรรยาทั่วไป และแล้วในครั้งหนึ่ง บดีมีโอกาสไปทำงานที่ปีนัง และพบกับศรียา หญิงสาวลูกครึ่งที่ทำให้เขาเกิดความรักที่แท้จริงขึ้นเป็นครั้งแรก เขาปิดบังเรื่องมีภรรยาเอาไว้แล้ว จนทำให้ศรียา ตกหลุมรักเขาหมดหัวใจและยอมตกเป็นภรรยาของเขา จนเมื่อหล่อนรู้ความจริง จึงตัดใจหนีจากเขาไปพร้อมกับตั้งครรภ์ทารกเพศหญิงซึ่งเป็นสายเลือดของเขาด้วย

           หลายปีต่อมา เขาจึงทราบข่าวการเสียชีวิตของศรียา โดยมีบุตรสาวของตัวเองเพียงคนเดียวที่มีชื่อว่า หลุยส์ หรือฝากฝัน บดีดีใจมากเขาตัดสินใจเดินทางไปปีนังเพื่อรับบุตรสาวที่พลัดพรากจากกันมาหลายปีมาอุปการะ ตรงกันข้ามกับนุชรี และนาฎยา น้องสาว ที่ต่างเกลียดชังฝากฝันตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า นุชรี เกลียดฝากฝันที่จะมาแย่งชิงความรักของบดีไปจากเธอ ขณะที่นาฎยา ซึ่งเป็นแม่ม่ายมีลูกติดคือตาก้อง ก็กลัวว่าลูกชายของเธอ ที่นายบดีรับอุปการะเป็นบุตรบุญธรรม จะสูญเสียผลประโยชน์ไปด้วย ทั้งคู่จึงพยายามหาทางกำจัดฝากฝันไปให้ได้

         เด็กสาวแสนสวยที่เติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ทำให้เธอเป็นคนกระด้างหยาบคาย ฝากฝันสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ และเอาตัวรอดจากการกลั่นแกล้งของสองพี่น้อง ที่เธอต้องเรียกว่าคุณแม่นุชรี อย่างจำใจ เพื่อไม่ให้นายบดี พ่อบังเกิดเกล้ารู้สึกลำบากใจ

   นาฎยา เคยมีคนรักชื่อ สาวิตร วิษุวัต ชายหนุ่มใหญ่ผึ่งผายที่เธอเคยมีสัมพันธ์มาก่อน และเขาก็จากไปอย่างอาวรณ์ สาวิตรเป็นชายมีเสน่ห์ แต่เขาก็ไม่ผูกพันกับหญิงสาวคนใดเป็นเวลานาน ความสุภาพ อ่อนโยน เอาอกเอาใจ ทำให้นาฎยา ไม่เคยเลือนลืมเขา แม้ว่าหล่อนจะต้องไปแต่งงานกับชายอื่น หลังจากเลิกรากับสาวิตรไปแล้วก็ตาม เมื่อเจอกันอีกครั้ง ในสภาพที่หล่อนเป็นม่าย นาฏยาจึงคิดจะฟื้นความสัมพันธ์กับหนุ่มใหญ่รูปงามผู้นี้อีกครั้ง และชวนเขาไปเที่ยวบ้าน

         ที่นั่นเอง สาวิตรได้พบกับฝากฝัน เด็กสาวแสนสวย ยิ่งเมื่อได้รู้จักพูดคุย ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเอ็นดู จนกลายมาเป็นความผูกพัน และความรักโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่นาฎยาเฝ้ามองด้วยความริษยา ฝากฝันพยายามหางานทำเพื่อออกจากบ้านไปในช่วงที่นายบดีไม่อยู่ และมีโอกาสได้ไปทำงานกับคุณหญิงรุจิราภา สาวใหญ่ที่เลิกรากับนายยุทธ นักธุรกิจ แต่ก็มีทายาทด้วยกันหนึ่งคน

       ความจริงแล้ว คุณหญิงรุจิราภา ไม่เคยรักยุทธ แต่เธอมีคนรักมาก่อนในอดีตก็คือ สาวิตร วิษุวัตนั่นเอง แต่แล้ว เมื่อมีความเข้าใจไม่ตรงกันรวมถึงถูกขัดขวางจากผู้ใหญ่ที่ต้องการให้ คุณหญิงรุจิราภาแต่งงานกับคนที่คู่ควรกว่าคือนายยุทธ ทั้งคู่จึงต่างเลิกรากันไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สาวิตรจึงประชดชีวิต ด้วยการใช้ชีวิตเป็นหนุ่มเพลย์บอย สำมะเลเทเมา โดยไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย รวมถึงนาฎยา...

         เมื่อคุณหญิงเลิกรากับนายยุทธ สาวิตรก็มีโอกาสได้คบหากับคุณหญิงอีกครั้ง แต่คราวนี้ สำหรับเขาแล้วเธอคือเพื่อน ไม่ใช่คนรักที่เคยเฝ้าฝันอีกต่อไป แต่สำหรับคุณหญิงรุจิราภา แล้ว สาวิตรคือรักเดียวและรักแรกของเธอไม่เปลี่ยนแปลง และเธอก็ต้องการครอบครองเขาเช่นกัน
สาวิตรพบกับฝากฝัน ที่บ้านของคุณหญิง ทั้งคู่มีโอกาสพบกันมากขึ้นและทำความเข้าใจกัน ฝากฝันรู้ความจริงว่าคุณหญิงรักสาวิตรมาก เธอจึงพยายามหักห้ามใจ ไม่ทำร้ายหัวใจคุณหญิงที่เธอรักเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง

      นายบดี พาฝากฝันมางานเลี้ยง และมีโอกาสพบกับชลธิศ บุตรชายเจ้าของงาน ซึ่งเป็นเศรษฐี ชลธิศประทับใจฝากฝัน และเพียรเฝ้าติดต่อเธอด้วยไมตรี จนในที่สุด เขาจึงให้บิดา ติดต่อกับนายบดี เพื่อขอหมั้นหมายกับฝากฝัน และเด็กสาวก็ตอบตกลง

        เพื่อหักห้ามหัวใจตัวเองจากสาวิตร และแม้ว่าจะรู้ว่าสาวิตรเองก็รักเธออยู่ไม่น้อยก็ตาม ชีวิตของเด็กสาวมองภายนอกเหมือนกับประสบความสำเร็จในคู่ครอง จนทำให้คุณนุชรีอิจฉา เธอไม่ต้องการให้ลูกเลี้ยงได้ดีไปกว่าเธอ จึงวางแผนการชั่วร้าย และใช้สาวิตรเป็นเครื่องมือ หลอกให้ทั้งคู่มาพบกัน ระหว่างนั้นเอง ก็บอกให้ชลธิศมาเห็นภาพบาดใจ เพื่อที่จะถอนหมั้นหญิงสาว แต่ชลธิศมีเหตุผล เขาเข้าใจว่าฝากฝันถูกหลอกจากแม่เลี้ยงอย่างนุชรี แผนการจึงไม่ประสบผล

       สาวิตรผิดหวังจากความรัก เขาตัดสินใจลงไปใช้ชีวิตอยู่ที่สงขลา ระหว่างนั้นเอง ก็เกิดความเข้าใจผิด เมื่อมีโทรเลขมาว่าเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

         ฝากฝันเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุในครั้งนี้จนอาการโรคหัวใจที่เคยเป็นอยู่กำเริบขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่ชลธิศเองก็รู้แล้ว ว่าทั้งฝากฝันและสาวิตร ต่างมีใจให้กัน เขายินดีให้เธอถอนหมั้น ในขณะที่นายบดีเองก็รู้ความจริงเกี่ยวกับจิตใจชั่วร้ายของภรรยาและน้องภรรยา เขารีบมาดูแลบุตรสาวสุดที่รักด้วยความสงสารสุดหัวใจ

        แต่แล้ว สาวิตรก็ปรากฏกายขึ้น เขากลับมาหาเธอเหมือนในความฝัน และความจริงก็เปิดเผยว่าเขาไม่ได้เสียชีวิต แต่เป็นความเข้าใจผิดกัน ความดีใจและเสียใจที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยยิ่งทำให้อาการของฝากฝันทรุดลงอีก หญิงสาวอยากให้สาวิตรคืนดีกับรุจิราภา ที่เธอเคารพเหมือนพี่สาว แต่สาวิตรตอบเธอว่า เขารักฝากฝันเพียงคนเดียว รุจิราภา เป็นเหมือนเงาฝันในอดีต ที่เขาเคยหลงรัก แต่บัดนี้ เขารู้ตัวเองแล้วว่าเขาจากฝากฝันไปไม่ได้

         ฝากฝันนอนหลับไปหลังจากได้เปิดเผยความรู้สึกทุกอย่างแล้วอย่างหมดสิ้น สาวิตรเฝ้ารอคอยอยู่ข้างเธอ รอให้ฝากฝันได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขาจะไม่จากเธอไปไหนอีกแล้ว และหวังที่จะให้เธอได้รับรักและแต่งงานกับเขา แต่แล้วทุกอย่างก็สายไป...
         ฝากฝันหลับไปโดยไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย!!

   บทสุดท้ายของฝากฝัน ผู้เขียนได้บรรยายไว้อย่างกินใจว่า...

ความรักของเราไม่ว่าจะถูกทำลายลงไปเพราะมืออันชั่วช้าของใครก็ตามทีเถอะค่ะ แต่ความรักก็คือความรักที่มีต่อกัน ย่อมมีค่าเหนือกว่าความทรงจำและทุกอย่างในชีวิตของเรา
           ในวาระแรก องค์การเทพได้ทรงแผลงศรดอกแรกของท่านมาให้ นั่นก็คือความปรารถนา แต่ลำพังดอกแรกและดอกที่สองคือความรักปรารถนาและความริษยา ผู้ซึ่งมาใกล้ชิดคนรักนั้น ก็คงจะไม่กระไรนักหนา หากว่าท้าวเธอจะทรงประทานสิ่งที่ผู้รักได้กลัวและเข็ดขาดเสียเหลือประมาณมาให้ คือศรดอกสุดท้ายที่แสนร้าย... ความเศร้าแห่งการพลัดพรากจากผู้ที่รัก ซึ่งแทบทุกรายมักหนีศรดอกนี้ไปไม่พ้น...

        ปล. สารภาพว่าตอนเริ่มอ่านเรื่องนี้ ผมอดคิดไม่ได้ว่าพลอตเรื่องช่วงต้นๆคล้ายกับ "นิล" ที่เคยรีวิวไปแล้วของผู้เขียนคนเดียวกัน แต่เมื่ออ่านผ่านไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเห็นความแตกต่าง รวมทั้งบทสรุปที่ไม่คิดว่าจะลงเอยในลักษณะนี้ นับเป็นนิยายแนวโศกนาฎกรรม ที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก ของงานเขียนในยุคนั้น ที่เป็นแนวพาฝัน สุขนาฎกรรม เป็นส่วนใหญ่ครับ
        สุดท้ายนี้ พอดีมีโอกาสเห็นภาพปก ฝากฝัน ฉบับพิมพ์ครั้งแรกจากร้านหนังสือเก่า ลุงกิตติ เลยขอนำมาลงประกอบด้วยนะครับ




Create Date : 22 มิถุนายน 2559
Last Update : 22 มิถุนายน 2559 8:42:03 น. 10 comments
Counter : 931 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ...

อ่านแล้ว..น่าสนุกนะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
kae+aoe Fanclub Blog ดู Blog
สามปอยหลวง Book Blog ดู Blog


โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 22 มิถุนายน 2559 เวลา:14:34:01 น.  

 
สมัยนี้ไม่มีนิยายที่ตั้งชื่อตามชื่อของนางเอกแล้วนะคะ และชอบชื่อฝากฝันจังเลยค่ะ ฟังดูอบอุ่นและนุ่มนวล

ป.ล. ชอบนิยายแนวโศกนาฎกรรมค่ะ สงสัยจะเป็นโรคจิต


โดย: ชบาหลอด วันที่: 23 มิถุนายน 2559 เวลา:11:21:46 น.  

 
จบเศร้าจังครับ


โดย: Lek IP: 27.145.161.152 วันที่: 24 มิถุนายน 2559 เวลา:0:57:47 น.  

 
ปกภาพวาดคลาสสิคกว่าจริง ๆ ค่ะ


โดย: Serverlus วันที่: 24 มิถุนายน 2559 เวลา:7:50:10 น.  

 
อยากได้หนังสือเรื่องบ้านไร่ริมธารของแมน สุปิติ. ไม่ทราบว่ามีไหมคะ


โดย: รัตนา IP: 27.55.201.61 วันที่: 24 มิถุนายน 2559 เวลา:15:08:43 น.  

 
คุณอ้อมแอ้ม : ขอบคุณมากๆครับผม

คุณชบาหลอด : ชื่อเรื่องเพราะมากเลยครับ ผมยังไม่เคยเห็นใครชื่อนี้มาก่อนเลยครับ รออ่านรีวิวของ ม.มธุการี อยู่นะครับ

คุณ Lek : เรียกว่าอ่านมาถึงตอนจบคาดไม่ถึงเลยครับ ว่าจะจบสะเทือนใจแบบนี้

คุณ Serverlus : ปกภาพวาดสวยมากเลยครับ เสียดายที่หายากสุดๆ เรื่องหนึ่งเลยครับ ส่วนปกที่ผมได้มา เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่สอง ที่ยังพอเห็นอยุ่บ้างครับ

คุณรัตนา : เรื่องบ้านไร่ริมธาร ผมเคยเห็นฉบับปกอ่อน พิมพ์โดยสำนักพิมพ์หมึกจีน ครับ งานสัปดาห์หนังสือลองแวบๆไปดูก็ได้นะครับ ไม่แน่ใจว่ามีพิมพ์ใหม่หรือเปล่า หรือไม่ลองเสิร์จ จากเนต ในเวบขายหนังสือเก่าน่าจะพอมีครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 27 มิถุนายน 2559 เวลา:7:49:16 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ฟ้าใสวันใหม่ Food Blog ดู Blog
ชมพร About Weblog ดู Blog

สามปอยหลวง Book Blog ดู Blog


โดย: newyorknurse วันที่: 28 มิถุนายน 2559 เวลา:2:26:08 น.  

 
คุณ newyorknurse : ขอบคุณมากครับ มีโอกาสแวะมาเยี่ยมชมบล็อกอีกนะครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 28 มิถุนายน 2559 เวลา:14:35:18 น.  

 
คุ้น ๆ กับนามปากกากมลนารีย์ค่ะ
แต่สองนามนี่ไม่เคยเห็นเลย(หรือจะยังสูงวัยไม่พอ?)

ดูจากพล็อต จากเนื้อหาแล้วน่าจะดราม่าพอดูนะคะนั่น
แถมจบเศร้าอีกต่างหาก
ถ้าอยากอ่าน ต้องไปส่องตามห้องสมุดปชช.ใหญ่ ๆ อาจจะมีหลงเหลืออยู่

โหวตต่อค่ะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 29 มิถุนายน 2559 เวลา:15:25:11 น.  

 
สวัสดีครับคุณแม่ไก่ นามปากกา กมลนารีย์ ผมเคยเห็นคือเรื่อง "หลานสาวคุณย่า" ครับ แต่ยังไม่เคยอ่านเลยครับ ส่วนนทีทม กับ บงกชกร ต่อมา สำนักพิมพ์รวมสาส์น นำมาจัดพิมพ์ใหม่ แต่เปลี่ยนนามปากกา เป็น "อร" ครับ เรื่องเด่นๆของท่านน่าจะเป็นเรื่อง "รักประดับชีวัน" แต่ผมก็ยังไม่มีโอกาสเหมือนกันเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 30 มิถุนายน 2559 เวลา:7:58:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 64 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.