หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2558
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
22 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 
ภวังค์ : จินตวีร์ วิวัธน์

เรื่อง : ภวังค์
ผู้ประพันธ์ : จินตวีร์ วิวัธน์
สำนักพิมพ์ : กรู๊ฟ
ปีที่พิมพ์ : 2555
เล่มเดียวจบ

a href="//www.bloggang.com/data/s/sampoiluang/picture/1434934434.jpg" target=_blank>

          จากอมฤตาลัย นวนิยายเรื่องแรก ภวังค์ ก็คือนวนิยายเรื่องสุดท้ายของราชินีนวนิยายสยองขวัญ จินตวีร์ วิวัธน์ ที่หลายคนคิดว่าเป็นหนึ่งในสี่เรื่องที่ท่านได้เขียนค้างเอาไว้ก่อนเสียชีวิตเมื่อหลายสิบปีก่อน ร่วมกับ เหยื่อยมบาล สุสานเสน่หา และจักราพยาบาท และเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายเช่นกันที่ท่านได้เขียนในนามปากกา ก่ำฟ้า เฟือนจันทร์ นวนิยายแนว “ล่องไพร” ที่มีผลงานก่อนหน้านั้นในนาม พิภพสนธยา บาดาลนคร และบุปผาเพลิง ที่ผมมีโอกาสได้นำมารีวิวก่อนหน้านั้นไปแล้วสองเรื่อง นับเป็นโชคดีอย่างยิ่งที่คุณหมอพงศกร และคุณหมอภาคภูมิได้ค้นพบต้นฉบับนวนิยายเรื่องนี้และสำนักพิมพ์กรู๊ฟได้นำมาพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งแรกปรากฏสู่สายตานักอ่าน

     สำหรับ ภวังค์ ก็เป็นนวนิยายลึกลับระทึกขวัญตามลายเซ็นของผู้เขียนเช่นเดิม เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่หมู่บ้านภูแถน หมู่บ้านเล็กๆชายแดนในจังหวัดหิรัญธานี

        การค้นพบเศษศิลาสลักรูปทรงนางอัปสรประหลาดตา ทำให้ไพชยนตร์ มณเฑียรมาศ นักโบราณคดีสมัครเล่น เกิดความสนใจ และชักชวนสหายรัก ภควัต ภาคิไนยและกิตติศักดิ์ ศรนเรนทร์ ให้ร่วมเดินทางมายังหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยกัน ภควัตสนิทกับผู้ใหญ่อิน เพื่อนของบิดาเขาเอง จึงมีโอกาสมาพักที่นี่ แต่เมื่อมาถึงก็รับรู้ว่า คำพี รักแถน สมาชิกหมู่บ้านคนหนึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับเกือบสองวันแล้ว ทั้งหมดจึงช่วยออกตามหาตามชายป่ารอบหมู่บ้านแต่ก็ไม่พบ จนกระทั่ง

      จู่ๆคำพี ก็ปรากฏกายขึ้น พร้อมกับจดจำเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองหายไปจากหมู่บ้านกว่าสองวัน ในขณะเดียวกัน บรรดาเด็กๆในหมู่บ้านที่ออกไปเล่นชายป่า ก็พบเหตุการณ์ประหลาด มีดวงไฟขนาดใหญ่ปรากฏพร้อมกับร่างของผู้หญิงแสนสวยในชุดสีเงินประหลาดตาและหายตัวไปอย่างลึกลับ

          ในระหว่างทีมนักสำรวจสมัครเล่นกำลังขุดหาโบราณวัตถุ ก็มีกลุ่มของบุญถม ซึ่งเป็นนักค้าของเก่าที่ค้นพบเศษศิลาโบราณด้วยเช่นกัน บุญสมเป็นลูกศิษย์อาจารย์วัง หมอผีไสยศาสตร์ประจำหมู่บ้าน และมันเองก็ไม่พอใจที่มีกลุ่มนักโบราณคดีของภควัตเข้ามาในบริเวณหมู่บ้าน แต่ก็ยังไม่อาจจะทำอะไรได้ แต่ก็พยายามหาหนทางขัดขวาง เพื่อไม่ให้ทีมนักสำรวจได้เข้ามาค้นพบและขวางการทำงานของพวกมัน รวมถึงการวางแผนสังหาร!

  บุญถมและพรรคพวกกลิ้งหินขนาดใหญ่เข้าใส่ ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนใจกับการขุดหาโบราณวัตถุ จนไพชยนต์ สลบไปและภควัต เองก็บาดเจ็บระหว่างสติที่เลื่อนลอยอยู่นั้นเอง เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาช่วยเหลือตนเองเอาไว้ ผู้หญิงสวยที่มีลักษณะแปลกประหลาดตา แต่เขาก็ไม่ทันได้มีโอกาสซักถามว่าเธอเป็นใคร

     ภควัตยังติดค้างใจเรื่องผู้หญิงลึกลับคนนั้น เขามีโอกาสพบเธออีกครั้งบนเทือกภูแถนระหว่างการออกสำรวจ คราวนี้เมื่อมีโอกาสพบกันยิ่งรู้สึกว่าเธอเป็นคนประหลาดลึกลับ แต่มีพลังดึงดูดใจให้เขายิ่งอยากทำความรู้จักให้มากขึ้น เธอบอกเขาเพียงสั้นๆว่าให้เรียกชื่อว่านิศา... และเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ออกสำรวจอะไรบางอย่างกับทีมวิจัยของเธอ ในระหว่างนั้นที่ภควัตเริ่มรู้สึกเหมือนตกอยู่ในห้วงภวังค์ พลังอำนาจบางอย่างสะกดให้เขาง่วงนอนและเผลอเอนกายลงภายในถ้ำและหลับไป

     ในห้วงภวังค์ฝันอันแสนหวาน เขาพบนิศาและดินแดนอันสวยงามราวกับป่าหิมพานต์ แต่เสียงของนิศากลับเร่งเร้า เหมือนต้องการให้ใครสักคนเอาตัวเขากลับไป ภควัตตื่นขึ้นมาอีกครั้งในบ้านผู้ใหญ่อิน เขาเพิ่งรู้ตัวว่าทุกคนออกตามหาตัวเขาอยู่ทั้งวัน กว่าจะพบตัว

      เหมือนกับระหว่างนั้นช่วงเวลาของเขาหายไป... เช่นเดียวกับคำพี รักแถน แต่ทว่า เขาหายตัวไปไหนกันเล่า? ภควัตหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ หากอย่างน้อยที่สุด เขาก็รู้ตัวเองว่าบัดนี้ ได้ตกหลุมรักหญิงสาวที่เคยช่วยชีวิตของเขาคนนั้นเข้าเต็มหัวใจเสียแล้ว เธอผู้มีชื่อสั้นๆ แค่ นิศา เท่านั้น!

      “คุณตั้งใจจะบอกผมว่า เรื่องการ “หายตัว”ของคำพีก็ดี การที่เวลาของผมหายไปหลายชั่วโมงก็ดี ล้วนเป็นการกระทำของมนุษย์ต่างดาวยังงั้นหรือ?”
         เสียงของคนถามดังขึ้นอย่างลืมตัว เพราะประหลาดใจเต็มแก่
       “ฉันพูดตามทฤษฎีที่รับรู้มา” นักธรณีฯสาวตอบราบเรียบ
         “ที่ที่ฉันอยู่เขาเชื่อเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาว มีพยานหลักฐานต่างๆครบครัน เคยมีคนที่ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวขึ้นไปตรวจสอบบนยานอวกาศแล้วด้วย ถ้าคุณเป็นนักอ่าน คุณน่าจะเคยรู้ เพราะเรื่องมนุษย์โลกถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไปน่ะ เป็นข่าวที่ผู้คนส่วนใหญ่สนใจกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพวกที่เชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม”

      จากเทือกภูแถน จนมาถึงหุบพิษ ซึ่งเป็นหุบเหวเร้นลับภายในป่าทึบ บริเวณที่หลายคนเชื่อว่าเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ ภควัต ได้พบกับนิศา อีกครั้ง รวมถึง สิ่งประหลาดทั้งหลาย ที่เธอพยายามบอกกับเขาว่าเป็นแค่การเล่นกลธรรมดา ก่อนที่ความจริงทุกอย่างจะปรากฏ

    หญิงสาวคือหนึ่งในกลุ่มมนุษย์ต่างดาว...

    “อย่าแปลกใจมากไปเลย พวกฉันเผอิญผ่านมา แล้วเกิดเครื่องยนต์ขัดข้องเล็กน้อย ต้องร่นลงจอดบนผิวโลกของคุณเพื่อซ่อมแซมยาน จุดที่ลงใกล้ที่สุดก็คือเทือกเขานี้แหละ นับว่าเป็นคราวเคราะห์ดีของพวกเรา ที่หมู่บ้านเชิงเขาอยู่ห่างไกลตัวเมืองมาก เรื่องราวของฉันจึงไม่แพร่หลายออกไป”

       นิศา และพรรคพวกของหล่อนเดินทางมาจากดวงจันทร์... ด้านมืดของดวงจันทร์ที่ยังไม่เคยมีการพิสูจน์ลึกลงไปภายใต้ผิวขรุขระของมัน ณ ที่นั้น เครเตอร์หรือหลุมบ่อ คืที่ซ่อนที่พวกเขาอาศัยอยู่ชั่วคราว หลังการอพยพครั้งใหญ่

      “พวกเราเคยมีโลกอยู่เหมือนกับโลกราหูของคุณนี่แหละ แต่ต่อมามันได้แตกละเอียดไปเพราะภัยสงครามที่พวกเราใช้อาวุธมหาประลัยล้างผลาญพวกเดียวกันเอง เมื่อโลกเราใกล้พินาศนั้น นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญ พากันออกเดินทางหลบหนีจากโลกเราไปได้ทัน พากันมาอาศัยตามที่ต่างๆ และที่ใต้ผิวดวงจันทร์ของโลกคุณ ปล่อยให้ดาวบ้านเกิดของเราพินาศย่อยยับไป เหลือแต่สะเก็ดเล็กสะเก็ดน้อยอย่างน่าเสียดาย”
    “เฟอีธอน”

  เขาออกชื่อดาวดวงนั้นด้วยความตื่นเต้นอย่างถึงขนาด นิศาก้มศีรษะด้วยสีหน้าสงบ


      “ดาวของเราเรียกในภาษาพวกมนุษย์โลกราหูว่า “เฟอีธอน” ถูกต้องแล้ว เคยโคจรอยู่เป็นอันดับที่ห้า ถัดจากโลกราหูและดาวอังคาร เฟอีธอน เกิดขึ้นเมื่อห้าร้อยล้านปีมาแล้ว ฟังดูยาวนานมากนะ แต่กว่าสิ่งมีชีวิตบนนั้นจะเจริญเติบโตวิวัฒนาการขึ้นมาจนมีความก้าวหน้าทางวิทยาการสูงสุดได้ก็ใช้เวลานานเหลือเกิน ในระหว่างที่โลกราหูของคุณยังอ่อนเยาว์ที่สุดนั้น พวกเราเจริญด้วยเทคโนโลยีไปไกลรุดหน้าแล้ว เรามีร่างกายและหน้าตาเหมือนมนุษย์โลกราหู แต่มีพลังจิต สามารถสื่อสารทางจิตกับสิ่งมีชีวิตระดับสูงอื่นได้ทั้งหมด จนกระทั่งเมื่อเกิดสงครามขึ้น มันกลายเป็นสงครามล้างโลก เฟอีธอนแตกแยกเป็นเสี่ยงๆเพราะอาวุธมหาประลัยที่ใช้เข่นฆ่ากันเอง...”

       หลังจากเล่าเรื่องราวของตนเองจนหมดสิ้นแล้ว ก็ถึงเวลาแห่งการอำลาจาก แม้ว่าภควัต จะมีความรู้สึกผูกพันรักใคร่ต่อมนุษย์ต่างดาวอย่างนิศาสักเพียงใด แต่สำหรับนิศาแล้ว มนุษย์โลกเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ รวมถึงอารมณ์ที่เรียกว่าความรัก แต่ชาวเฟอีธอนแล้ว มีแต่เพียงหน้าที่และความรับผิดชอบ ปราศจากความร้อนรุ่มของอารมณ์ที่นำไปสู่ความไร้เหตุผล และไม่รับผิดชอบอย่างที่มนุษย์ชาวโลกส่วนมากมักจะเป็นกัน

      ภควัต มองยานอวกาศลำนั้นลอยขึ้นฟ้าและจากไป แม้ว่าหล่อนจะไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกับที่เขารู้สึก แต่หัวใจของเขานั้นเล่า? บัดนี้ มันได้ปลิดปลิวตามหญิงสาวชาวโลกเฟอีธอนนั้นขึ้นไปด้วยเสียแล้ว!!

       สำหรับผม ความสนุกของภวังค์ อาจจะไม่เทียบเท่ากับนวนิยายแนวกอธิคที่ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวอย่าง บ้านศิลาทราย ภูตพระจันทร์ หรืออย่างบุปผาเพลิงที่เป็นแนวผจญภัยเช่นกัน แต่สำหรับนักอ่านที่เป็นแฟนานุแฟนของจินตวีร์ วิวัธน์ แล้ว นวนิยายเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดครับ

          *************



Create Date : 22 มิถุนายน 2558
Last Update : 22 มิถุนายน 2558 7:57:53 น. 10 comments
Counter : 2067 Pageviews.

 
ปกใหม่ของนิยายของจินตวีร์ วิวัธน์สวยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ ดึงดูดใจมากๆ สงสัยจะต้องลองอ่านแนวนี้บ้างแล้ว


โดย: Moonshiner วันที่: 22 มิถุนายน 2558 เวลา:9:40:42 น.  

 
ของนักเขียนคนนี้เคยอ่านแค่ วังไวกูณฑ์ ไปเรื่องเดียวเองค่ะ
ยังรู้สึกเฉยๆ เลยไม่รู้จะอ่านเรื่องอะไรต่อดี


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 22 มิถุนายน 2558 เวลา:14:21:16 น.  

 
ชอบหน้าปกจังเลยครับ อาร์ตมากๆ


โดย: PZOBRIAN วันที่: 23 มิถุนายน 2558 เวลา:10:48:00 น.  

 
อ่านแล้วค่ะ ค่อนข้างเฉย ๆ มากนะคะสำหรับเรื่องนี้
คิดว่ามันเป็นนิยายไซไฟ ที่เขียนไว้นานแล้ว พอมาตีพิมพ์ตอนนี้ ที่วิวัฒนาการมันเลยไปถึงไหน ๆ แล้ว เราก็เลยไม่ค่อยประทับใจเท่าไรค่ะ


โดย: Serverlus วันที่: 23 มิถุนายน 2558 เวลา:18:45:18 น.  

 
คุณสามปอยหลวงรีวิวไปจนเกือบจะหมดแล้ว ผมก็ยังไม่ได้อ่านซักที 55 แต่ซื้อมาตุน 3-4 เรื่องแล้ว คงหยิบมาอ่านในเร็ววันครับ



โดย: leehua (สมาชิกหมายเลข 755059 ) วันที่: 24 มิถุนายน 2558 เวลา:17:24:23 น.  

 
คุณ Moonshiner : เป็นปกที่สวยออกแนวแฟนตาซีไปด้วยครับ

คุณหัวใจสีชมพู : วังไวกูณฑ์ จะออกแนวลึกลับชวนสงสัย แต่เรื่องอาจจะดำเนินเนิบช้าไปหน่อยครับ ถ้าชอบแนวนี้ ผมแนะนำ บ้านศิลาทราย กับ ภูตพระจันทร์ครับ จะผสมตำนานความเชื่อท้องถิ่นเข้าไปด้วย

คุณ PZOBRIAN : ชอบปกเหมือนกันครับ

คุณ Serverlus : เห็นด้วยครับ แนวเรื่องจะคล้ายกับเรื่องก่อนหน้าในนามปากกากำฟ้า เฟือนจันทร์ ซึ่งผมเองจะชอบในสไตล์กอธิค มากกว่า เพียงแต่ในฐานะแฟนานุแฟนของท่าน เลยขอเก็บเข้าคอลเลคชันเอาไว้ด้วยครับ

คุณleehua : จริงๆยังเหลือรีวิวอีกหลายเรื่องเหมือนกันครับ แต่ส่วนใหญ่สำนักพิมพ์กรู๊ฟนำมาพิมพ์เกือบหมดแล้ว แหะ แหะ
จะรออ่านรีวิวนะครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 6 กรกฎาคม 2558 เวลา:8:59:31 น.  

 
เหมือนเคยอ่านแต่ไม่แน่ใจ เนื้อเรื่องประมาณเรื่องทิพย์ของทมยันตีเลยค่ะ เรื่องนั้นนางเอกมาจากดาวอังคาร อ่านเรื่องทิพย์ก่อนเลยทำให้เฉยๆ สำหรับเรื่องนี้


โดย: ชามินต์ IP: 1.10.201.59 วันที่: 26 ตุลาคม 2558 เวลา:19:02:26 น.  

 
คุณชามินต์ : เป็นแนวลึกลับ ต่างดาวคล้ายๆกันครับ เรื่องทิพย์ เขียนขึ้นก่อนเรื่องนี้ครับ ผมชอบ ทิพย์ ตรงที่ผู้เขียน นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า มาเปรียบเทียบกับความรู้ของคนในยุคโบราณ อย่าง ไตรภูมิพระร่วง ทำให้อ่านสนุกมากเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 27 ตุลาคม 2558 เวลา:7:59:48 น.  

 
มาทักทายอีกรอบค่ะ คุณสามปอยหลวง
เราเพิ่งอ่านเรื่องนี้จบ ความรู้สึกเรานะคะ เรื่องนี้สนุกน้อยที่สุดเท่าที่เราอ่านผลงานของคุณจินตวีร์มา 6-7 เรื่อง คือดูไม่มีอะไรให้ลุ้นหรือน่าติดตามน่ะค่ะ ดูเนือยๆ ไม่ทราบว่าคนอื่นๆคิดเหมือนเราหรือเปล่า
อยากทราบว่าเรื่องอื่นๆของคุณจินตวีร์ ที่เป็นแนววิทยาศาสตร์ ไซไฟ ความสนุกเป็นอย่างไรคะ ถ้าเทียบกับเรื่องนี้?


โดย: Tarn IP: 110.169.196.168 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:23:07:48 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Tarn ที่ผมได้ยินมาก็หลายเสียงเหมือนกันครับ อาจจะเป็นเพราะหลายคนคาดหวังกับ "ผลงานชิ้นสุดท้าย" ของคุณจินตวีร์ ที่เพิ่งค้นพบและนำมาพิมพ์เป็นครั้งแรกด้วย ผมเองตั้งใจซื้อเก็บเพราะสะสมงานของท่านมาตั้งแต่แรก แต่อาจจะไม่ได้คาดหวังมากนัก เพราะสไตล์การเขียนเรื่องนี้ อยู่ในนามปากกา "กำ่ฟ้า เฟือนจันทร์" ซึ่งออกในแนวคล้ายๆกันแบบนี้อยู่แล้วครับ ยิ่งเมื่อนึกดูว่า ในช่วงนั้น น่าจะเป็นช่วงเวลาที่คนเขียนกำลังเจ็บป่วยกับโรคร้าย และต้องเขียนหนังสือไปพร้อมกันด้วย พลังในการรังสรรค์งานอาจจะไม่เต็มที่เท่างานในยุคกลางๆ ของท่านครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:17:30:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.