หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
9 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
เรื่องของหนู : ข.อักษราพันธุ์



เรื่อง : เรื่องของหนู
ผู้เขียน : ข. อักษราพันธุ์
ปีที่พิมพ์ : ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์
สำนักพิมพ์ : หรรษา
เล่มเดียวจบ



       ข. อักษราพันธุ์ หรือ ก. เจษฎาพงศ์ หรือ ศรีทอง ลดาวัลย์ เป็นอีกนามปากกาหนึ่งที่มีผลงานนวนิยายโดดเด่น เป็นที่รู้จักกันดี คือ ดอกโศก และดาวพระศุกร์ นิยายชีวิตรักที่ถูกนำไปสร้างละครหลายครั้งหลายหน แต่มีไม่กี่คน ที่ทราบว่า นอกเหนือจากงานนิยายพาฝันแล้ว ผลงานของท่าน ยังมีเรื่องราวในด้านอื่นๆที่น่าสนใจอีกหลายเรื่อง
และ “เรื่องของหนู” ก็เป็นนิยายขนาดสั้นอีกเรื่องหนึ่ง ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ชื่อเรื่องนี้ ตอนแรกผมเข้าใจว่าเป็นชีวิตของเด็กหญิงสักคนที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านสรรพนามบุรุษที่ 1 แต่เมื่อเริ่มต้นอ่านบทแรก ความเข้าใจทั้งหมด ก็เปลี่ยนไปในทันที

ตั้งแต่เกิดมา หนูยังไม่เคยเห็นหน้าแม่แท้ๆ ผู้ให้กำเนิดแก่หนูจนเป็นตัวเป็นตนมานี้เลย แต่พี่ (ซึ่งไม่ใช่พี่แท้ๆ ของหนูอีกนั่นแหละ) เล่าให้ฟังว่า คืนวันหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ แม่ซึ่งมีท้องแก่ หนีงูซมซานมาแต่ไหนไม่ทราบ ทั้งหิวทั้งเหนื่อและเจ็บท้องจะออกหนูด้วย จึงพรวดพราดเข้าไปออกลูกในลังถ่านในครัว
     พอรุ่งเช้า ยังไม่ทันที่แม่จะย้ายที่อยู่ใหม่ ซึ่งปลอดภัยกว่า เจ้าของบ้านใจร้ายก็มาพบเข้าพอดี เขาจึงใช้ไม้ตักถ่านตีแม่จนตาย แล้วจับหนูไปทิ้งไว้กลางแดดหน้าบ้าน หนูถูกทิ้งไว้กลางแดดจนเกือบเที่ยงก็ไม่ยักตาย แต่ชะตาของหนูยังดีอยู่ จึงเผอิญให้คุณแม่ใหม่ของหนูเดินผ่านมาเห็นเข้า นึกเวทนา ก็จับหนูใส่ผ้าเช็ดหน้าห่อไปบ้าน...

       ถูกแล้วครับ “หนู”ในเรื่องนี้ ก็คือ “หนูพุก” สัตว์ประเภทหนูชนิดหนึ่ง ที่เป็นตัวดำเนินเรื่องราวทั้งหมด ผ่านมุมมองของตนเอง ไปสู่บรรดามนุษย์ทั้งหลายซึ่งกลายเป็นตัวละครแวดล้อมในเรื่องราวเหล่านี้ทั้งหมด

    หนู หรือ หนูอี๊ด ได้รับความเมตตา จากคุณกัลยาณจิต ครูสาวที่มีลูกติดสองคน คือ หนูอ้าย และหนูเอื้อย เธอบังเอิญได้เห็นลูกหนูตัวเล็กที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมากำลังจะตาย ก็เลยเกิดความสงสารนำมาเลี้ยงดูเอาไว้และตั้งชื่อว่า “หนูอี๊ด” ทั้งที่ตัวเองก็มีปัญหาชีวิตมารุมล้อมอยู่ไม่น้อย นั่นจึงทำให้ หนูอี๊ดได้เข้ามาผูกพันกับเรื่องราวในชีวิตของเธอ

       ครูกัลยาหรือกัลยาณจิต หนีมาจาก “ทิวา” สามีหนุ่ม ที่ไปมีภรรยาอีกคนหนึ่งชื่ออัคนี เพราะความไม่เข้าใจกันและกัน ด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ เธอจึงหอบลูกน้อยทั้งสอง หนีมาจากเมืองกรุง มาเป็นครูอยู่ยังชนบทแห่งนี้ ณ เมืองเล็กๆชนบท ด้วยความสวย ความสาว ทำให้มีชายหนุ่มมากหน้าหลายตา ผ่านเข้ามาข้องแวะผูกสัมพันธ์ แต่กัลยาณจิต ก็ยังห่วงหาในตัวทิวาไม่เคยเปลี่ยน เพียงแต่ด้วยทิษฐินั่นเอง ทำให้หล่อนพยายามตัดใจหลายครั้งหลายหน แม้ว่าทิวา จะพยายามมาง้องอนขอคืนดี แต่เขาก็ไม่อาจมอบสิ่งที่เธอต้องการได้ นั่นก็คือการเลือกใครคนใดคนหนึ่ง...
          นั่นเป็นเพราะเขาไม่รู้ว่า ภายใต้ท่าทีเหมือนใจกว้างของอัคนี หล่อนเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ หล่อนกลัวว่ากัลยาณจิตจะมาแย่งทิวาคืนไป จึงพยายามเสแสร้งทำดีกับเขา แต่หาโอกาสระรานและสร้างความเข้าใจผิดแก่หญิงสาว จนทนไม่ได้ต้องหนีจากมา

       เหตุการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียดมากขึ้น เมื่อคุณโอภาส อดีตคนรักของกัลยาณจิต กลับมาจากเมืองนอก เขาเคยผูกพันกับเธอมาก่อน แต่แล้ว เลอลักษณ์ เพื่อนสาวของกัลยาณจิต ที่แอบหลงรักชายหนุ่ม ก็วางแผนช่วงชิงโอภาสมาเป็นของเธอ จนทำให้ กัลยาณจิต ได้พบกับทิวา สามีคนปัจจุบันนั่นเอง บัดนี้เขากลับมาหาเธออีกครั้ง ทันทีที่ทราบข่าวความร้าวฉานในครอบครัวของเธอ และด้วยความหวังว่าจะรื้อฟื้นถ่านไฟเก่าอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าหล่อน จากทิวา มาแล้ว แม้ว่าจะเป็นม่ายก็ตาม และที่สำคัญก็คือเขารู้ซึ้งถึงนิสัยแท้จริงของเลอลักษณ์แล้วเช่นกัน

         ทั้งเลอลักษณ์และอัคนี สองหญิงที่เกลียดชังกัลยาณจิตด้วยกันทั้งคู่จึงวางแผนร่วมกัน เพื่อกำจัดหญิงสาวให้พ้นทางรักไปให้ได้ เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา ถูกมองผ่านสายตาของ “หนูอี๊ด” เจ้าหนูพุกสีขาวปลอดเพศเมียที่ เธอเลี้ยงดูเอาไว้นั่นเอง แม้จะพูดภาษามนุษย์อะไรไม่ได้ แต่มันก็เข้าใจลึกซึ้งถึงหัวอกของ “คุณแม่” ของมันทุกอย่าง และพยายามจะช่วยเหลือเพื่อให้ คุณแม่ กัลยาณจิตให้ได้กลับคืนมาสมรัก กับคุณพ่อ หรือ นายทิวา ให้ได้...

       เรื่องราวของ “เรื่องของหนู”จบลงอย่างมีความสุขในที่สุด เมื่อ กัลยาณจิตและทิวา สามารถปรับความเข้าใจกันและกันได้สำเร็จ โดยมี ลูกทั้งสองเป็นโซ่ทองคล้องใจคนทั้งคู่ และทิวาเองก็ได้เห็นธาตุแท้ของ อัคนี ความหลงผิดของเขา ทำให้เกิดความละอายใจ จนกลับมาคืนดีกับภรรยาสุดที่รัก และสร้างครอบครัวอันอบอุ่นให้เกิดขึ้นอีกครั้ง

       เรื่องของหนูเป็นนวนิยายที่ ข.อักษราพันธ์เขียนขึ้นไว้นานแล้วไม่น่าจะต่ำกว่าสี่สิบปี เสียดายที่ผมไม่มีฉบับพิมพ์ครั้งแรกที่เป็นปกแข็ง พยายามตามหา เช่นเดียวกับ นิยายหายากอีกเรื่องหนึ่งของท่านคือ “ชั่วชีวิตของผม” ซึ่งเป็นเรื่องราวของสุนัขตัวหนึ่งต่อเจ้านายของมัน โชคดี ที่ “เรื่องของหนู”จัดพิมพ์ขึ้นอีกครั้งโดยสำนักพิมพ์หรรษา ฉบับปกอ่อน เลยมีโอกาสได้อ่านและนำมารีวิวให้เพื่อนนักอ่านครับ
 ปล. ด้านล่างเป็นฉบับปกแข็งที่เพิ่งหาพบครับ เลยนำมาลงประกอบกันไว้ด้วยเลยครับ

            ***************



Create Date : 09 มิถุนายน 2557
Last Update : 22 เมษายน 2559 12:31:18 น. 16 comments
Counter : 1354 Pageviews.

 
ถือเป็นวิธีการเล่าเรื่องที่เก๋มากๆเลยค่ะ


โดย: kunaom วันที่: 9 มิถุนายน 2557 เวลา:22:30:32 น.  

 
เล่มนี้เคยอ่านค่ะ เคยเขียนรีวิวไว้ด้วยแต่จำไม่ได้ว่าเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้ว...

ชอบวิธีดำเนินเรื่องโดยให้"หนู"เป็นผู้เล่าด้วยค่ะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 10 มิถุนายน 2557 เวลา:11:44:25 น.  

 
หน้าปกให้อารมณ์ลั้นลาจังเลยค่ะ


โดย: Pdจิงกุเบล วันที่: 10 มิถุนายน 2557 เวลา:16:24:04 น.  

 
ขอรบกวนถามครับ
ปกฉบับนี้ เพิ่งพิมพ์ใหม่หรือเปล่าครับ ไม่เคยเห็นเลย
หรือซื้อเก็บไว้นานแล้ว


โดย: panda and lion IP: 27.55.6.229 วันที่: 10 มิถุนายน 2557 เวลา:20:19:22 น.  

 
ขอเข้ามาตอบคุณ panda and lion ก่อนนะครับ
เรื่องนี้ พิมพ์ใหม่โดยสำนักพิมพ์หรรษา ฉบับปกอ่อนราคา 100 บาท ครับ น่าจะพิมพ์ไม่นานครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 11 มิถุนายน 2557 เวลา:9:20:02 น.  

 
ขอบคุณมากครับ

งั้นเป็นไปได้ว่าหรรษาอาจจะพิมพ์งานศรีทอง ลดาวัลย์ หลายเรื่อง
อาจรวมทั้ง “ชั่วชีวิตของผม” ด้วย (เดานะครับ)


โดย: panda and lion IP: 115.87.145.66 วันที่: 11 มิถุนายน 2557 เวลา:10:06:18 น.  

 
เพิ่งมีโอกาสเข้าไปเห็นเว็บของสำนักพิมพ์หรรษาครับ ส่วนใหญ่จะเป็นงานของ วลัย นวาระ โสภาค สุวรรณ หรือ ชลาลัย มีงานของผู้เขียนพิมพ์จำหน่ายสองเรื่องเองครับ
คือ เรื่องของหนู กับ "หนามชบา" ที่ใช้นามปากกาศรีทอง ลดาวัลย์ ครับ แต่เรื่องหนามชบา ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.15 วันที่: 12 มิถุนายน 2557 เวลา:11:50:49 น.  

 
คุณ kunaom: เป็นการเล่าเรื่องในอีกมุมมองหนึ่ง ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ ผมไม่เคยเห็นนิยายไทยเรื่องไหน เล่าเรื่องผ่านมุมของของ "หนู"เลยครับ

คุณแม่ไก่ : เป็นปกเดียวกันหรือเปล่าครับ ผมอยากเห็นปกฉบับพิมพ์ครั้งแรกมากเลยครับ แต่หาไม่พบเลยครับ

คุณ Pdจิงกุเบล : ปกนี้น่าจะเป็นปกสไตล์สำนักพิมพ์หรรษา ครับ ทุกเรื่อง แนวปกจะคล้ายๆกันเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.15 วันที่: 12 มิถุนายน 2557 เวลา:11:53:33 น.  

 
น่าสนใจค่ะ เก๋จัง ใช้หนูพุก เป็นตัวเล่าเรื่อง


โดย: Serverlus วันที่: 12 มิถุนายน 2557 เวลา:22:25:27 น.  

 
เอามาฝากครับคุณหมอก ฉบับปกแข็งพิมพ์ปี 2510 ครับโดยบำรุงสาส์น



โดย: allreddy วันที่: 13 มิถุนายน 2557 เวลา:7:25:16 น.  

 
แถมครับ ชั่วชีวิตของผม ฉบับพิมพ์ปี 2510 ดดยบำรุงสาส์นเช่นกันครับ



โดย: allreddy วันที่: 13 มิถุนายน 2557 เวลา:7:27:24 น.  

 
คุณ Serverlus : เป็นเรืองที่น่าอ่านเรื่องหนึ่งเลยครับ ถ้าไม่ติดเรื่องสำนวนภาษาที่ค่อนข้างเก่าหน่อยครับ

คุณหมอภูมิ : ขอบคุณมากเลยครับ เรื่องของหนู ผมเองก็พยายามตามหารูปปกมานานเลยครับ แต่หาไม่ได้ซะที ส่วนชั่วชีวิตของผม เคยเจอที่ร้านหนังสือแถวจตุจักรครับ แต่พอเห็นราคา สองเล่ม เกือบพันบาท แถมหน้ากระดาษข้างในก็ขาดจนหลุดออกมาเป็นแผ่น ก็เลยต้องอดใจไว้ก่อนเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 13 มิถุนายน 2557 เวลา:12:27:14 น.  

 
วิธีการเล่าเรื่องน่าสนใจมากๆ เลยค่ะ อยากหามาอ่านจัง


โดย: ชบาหลอด วันที่: 14 มิถุนายน 2557 เวลา:18:01:35 น.  

 
คุณชบาหลอด : แนะนำเลยครับ เป็นเรื่องที่อ่านสนุกเพลินๆเล่มหนึ่งเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 15 มิถุนายน 2557 เวลา:14:44:07 น.  

 
น่าอ่านจังค่ะเล่มนี้


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 29 มิถุนายน 2557 เวลา:20:11:07 น.  

 
เป็นเรื่องที่แปลกดีครับ ไม่เคยเห็นใครเอาหนูพุกมาเป็นตัวเดินเรื่องมาก่อนเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 30 มิถุนายน 2557 เวลา:10:29:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.