หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
21 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
พิมพิลาป : โบตั๋น

เรื่อง : พิมพิลาป
ผู้เขียน : โบตั๋น
ปีที่พิมพ์ : 2529
สำนักพิมพ์ : ศิลปาบรรณาคาร
ราคา : 170 บาท (เล่มเดียวจบ)



       สวัสดีวันศุกร์ครับ วันนี้ขอนำเสนอนิยายชีวิตเข้มข้นของนักเขียนบรมครูอีกท่านหนึ่งครับ คือ คุณโบตั๋น... นวนิยายของโบตั๋น มีเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่น เป็นเหมือนลายเซ็นอันชัดเจนสำหรับแฟนนักอ่าน สำนวนภาษาของท่านอาจจะไม่ประดิดประดอยสละสลวย สร้างภาพฝันสวยงามในโลกแห่งแฟนตาซี แต่พุ่งตรงเข้าสู่ประเด็นของเรื่องอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมาในสไตล์ของนิยายสะท้อนสังคม และบางครั้ง ก็ทำให้คนอ่านถึงกับจุกแน่นกับปมปัญหาที่ท่านนำเสนอผ่านชะตากรรมของตัวละคร แต่ละคน ได้อย่างสมจริง ราวกับได้รู้จักกับพวกเขาเหล่านั้น และเข้าไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์จริงๆ

      พิมพิลาป ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งอยู่ในลักษณะเช่นนั้น

         ผู้เขียน เล่าถึงชีวิตของพี่น้องสามคน ไพที พี่ชายวิศวกร ผู้มีปมความลับตั้งแต่เยาว์วัย และรักน้องสาวคนกลางผู้พิการด้วยโรคโปลิโอมาตั้งแต่เด็กคือพิมพรรณ ในขณะที่น้องสาวคนเล็กคือพิมพร ผู้มีหน้าตาน่ารัก สวยงาม หากเอาแต่ใจตัวเองโดยไม่เคยเห็นถึงความรู้สึกของคนอื่น สามพี่น้องอยู่ร่วมกันในบ้านโดยมีบิดาผู้ที่มีความลำเอียงต่อลูกๆ โดยเฉพาะพิมพรรณ เด็กสาวพิการผู้มีความฝัน อยากจะเป็นนักเขียน ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตตั้งแต่เด็ก สภาพร่างกายพิการที่มีพี่ชายคนเดียวที่เข้าใจ น้องสาวที่คอยกลั่นแกล้ง และแย่งของรักทุกอย่างไป พ่อที่มองว่า พิมพรรณ เกิดมาก็นำความโชคร้ายต่างๆมาให้ในชีวิต โดยไม่เคยมองย้อนกลับมาที่ตัวเองเลย

         พิมพรรณจึงมีแต่ความฝันเท่านั้นที่เป็นไฟหล่อเลี้ยงชีวิต แม้จะไม่ได้มีโอกาสออกไปเผชิญกับโลกภายนอก แต่โลกในจินตนาการนั้นกว้างใหญ่นัก หญิงสาวจึงตัดสินใจเขียนความฝันทั้งหลายออกมาในรูปของนวนิยาย โดยมีไพที เท่านั้นที่เป็นกำลังใจให้ท่ามกลาง การดูหมิ่นดูแคลนของพ่อและน้องสาวของตัวเอง

         นามปากกา “พิมพิลาไลย” จึงเริ่มต้นขึ้นในบรรณพิภพ ผลงานของเธอ เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อนั้นเองพิมพรรณ มีโอกาสได้เข้าสู่วงการและงานสมาคมของบรรดานักเขียนทั้งหลาย รู้จักกับบรรณาธิการและนักเขียนหลายคน หลายประเภท รวมถึง เพื่อนสาว นามหยาดพิรุณ ที่มีทีท่าชอบพอกับไพที พี่ชายของเธอ

        จุดเริ่มต้นตรงนี้เอง ที่ทำให้เธอได้รู้จักกับนักเขียนหนุ่ม นาม สุมทุม ครูภาษาไทย ที่มีรสนิยม ความรักในภาษาและการเขียนเช่นเดียวกัน จนกลับกลายมาเป็นความรัก และมองข้ามความพิการของหญิงสาว

       ความสำเร็จที่เริ่มผ่านเข้ามาในชีวิต ทำให้พิมพร เกิดความอิจฉาพี่สาว พยายามจะแย่งสุมทุมมาเป็นของตน แต่ชายหนุ่มก็มีใจให้กับพิมพรรณเสียแล้ว แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของพิมพรจะสวยงามมากกว่าพี่สาวผู้พิการสักเพียงใดก็ตาม

          ในท่ามกลางเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของสามพี่น้อง และผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างสุมทุม หยาดพิรุณ ผู้เขียนสะท้อนภาพในวงการนักเขียนยุคนั้นออกมา ผ่านบทสนทนา ของตัวละครได้อย่างมีสีสัน น่าติดตาม ในขณะเดียวกับปมชีวิตของแต่ละคน ที่คลี่คลายออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน

      เริ่มจากไพที ที่เก็บงำความลับในอดีตของตนเองเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด ความลับการเป็นเกย์ที่เขาไม่อยากให้ใครล่วงรู้ และไม่อาจปฏิเสธ ตราบจนสุมทุมและพิมพรรณที่ล่วงรู้เข้าโดยบังเอิญ แต่ในที่สุดก็เข้าใจ ยอมรับความเป็นตัวตนของเขาในที่สุด เช่นเดียวกับหยาดพิรุณ หญิงสาวที่หลงรักไพที และยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือเขา ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายนั้นจะเป็นความสำเร็จหรือไม่ก็ตาม

        พิมพร น้องสาวผู้ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง และนายพิพัฒน์ บิดาที่เคยอคติกับพิมพรรณ ก็เริ่มปรับตัว ให้เข้าใจกับพี่น้อง เมื่อเห็นความตั้งใจจริงและความสำเร็จของลูกสาวคนกลางคนนี้ ยิ่งเมื่อรับรู้ถึงสภาพของพิมพรรณที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ

        พิมพรรณ ผู้ข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ ทั้งเรื่องของคนในครอบครัว และการเอาชนะต่อสภาพร่างกายพิการของตัวเอง จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนักเขียนนิยายมือรางวัล เช่นเดียวกับสุมทุมคนรักหนุ่ม ทั้งสองตกลงที่จะแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในที่สุด...
        แต่ทว่า...

 น้ำตาริน ไหลพร่าง อย่างเงียบเงียบ
มันเย็นเฉียบ เหมือนเชือด ให้เลือดไหล
ทั้งปวดลึก ร้าวทั่วเนื้อหัวใจ
วันทำไม จึงมืด ยืดยาวนัก
(เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์)

       บทอวสานของเรื่องนี้ มาพร้อมกับความหมายของชื่อเรื่องนั้นเองครับ (ส่วนนี้ขออนุญาติ ทำตัวอักษรจางไว้นะครับ)

  แต่แล้ว อาการเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจก็กำเริบขึ้นอีกครั้ง ในจังหวะที่ความสุขสงบในชีวิตของพิมพรรณก็กำลังเริ่มต้นขึ้นเช่นกัน พิมพรรณนอนหมดลมหายใจในเช้าวันหนึ่ง

    เหลือเพียงผลงานชิ้นสุดท้ายที่หญิงสาวแต่งขึ้นเพื่อถวายมอบแด่พุทธศาสนาคือ กาพย์พุทธบูชา ค้างเอาไว้ สุมทุมตัดสินใจนำมาเขียนต่อให้จนเสร็จสิ้นทั้งน้ำตา เพื่อให้ดวงวิญญาณของพิมพรรณ ภรรยาสุดที่รัก ผ่านโลกแห่งความทุกข์ไปสู่สุคติในภพภูมิเบื้องหน้า

      “พิมรู้คงมีความสุขมาก ผมนึกไม่ออกเลยว่าเขาหัวใจวายไปได้อย่างไร รวดเร็วอย่างนั้น ทุกอย่างที่เขาฝากฝัง จะต้องเป็นไปดังต้องการ คุณไพทีหายป่วยทางจิต ผมจะเขียนกาพย์ต่อให้จนจบและใช้ชีวิตที่สงบสุข
       ผมจะไม่ต้องผจญกับผู้คนรอบข้างที่เต็มไปด้วยความริษยา แก่งแย่งแข่งดีกัน
       ผมจะได้อยู่กับความเย็นฉ่ำ สุขทั้งกายและใจ
     และผมจะทำงานที่ผมรักอย่างทุ่มเท เพื่อพิมและเพื่อตัวผมเอง
        พิมจะไม่พิลาปในโลกหน้าอีกต่อไป"

      นวนิยายเรื่องนี้เคยตีพิมพ์ลงเป็นตอนๆในนิตยสารสตรีสาร เป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ถูกเลยว่าจะดำเนินไปอย่างใด แม้ชื่อเรื่องจะชี้บ่งแนวทางไปแล้วก็ตาม แต่คนอ่านก็ยังอดมีความหวังไปกับชะตาชีวิตของพิมพรรณ หรือ พิมพิลาไลย ไปด้วยไม่ได้

          งานเขียนเรื่องนี้น่าจะอยู่ในช่วงกลางๆของโบตั๋น ในช่วงแรกๆอย่าง แวววัน แก้วสามดวง สายสัมพันธ์ ทางชีวิต หรือ จดหมายจากเมืองไทย จะพิมพ์กับสำนักพิมพ์ แพร่พิทยา เสียมากกว่า ส่วนชุดนี้ที่พิมพ์กับศิลปาบรรณาคาร จะอยู่ในช่วงเดียวกับ ดอกไม้ริมทาง ดงคนดิบ ก่อนที่ในช่วงหลังท่านจะนำทุกเรื่องมาตีพิมพ์กับ ชมรมเด็ก สำหรับปกนี้ผมว่าให้ความรู้สึกอ่อนหวาน แต่แฝงอารมณ์เหงาๆเศร้าๆ สมกับชื่อเรื่องดีครับ ชอบสันปก ที่จะมีรูปหน้าปกไว้ด้านบนด้วย (คล้ายๆกับ หนังสือที่พิมพ์กับสำนักพิมพ์ของสำนักพิมพ์ศรีสาราในยุคนี้เลย ครับ) ส่วนอีกภาพเป็นปกหลังที่โฆษณา หนังสือนิยายที่ออกในช่วงเดียวกัน อย่างหน่มทิพย์ ของแก้วเก้า หรือ คลื่นกระทบฝั่ง ของ ว. วินิจฉัยกุล ครับ





Create Date : 21 มิถุนายน 2556
Last Update : 21 มิถุนายน 2556 13:34:44 น. 21 comments
Counter : 2143 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะคุณหมอกฯ

ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ ล่าสุดเพิ่งอ่าน นวลนางข้างเขียง จบไปค่ะ
เดือนหน้าจะมีงานมหรรมหนังสือภาคอีสาน ครั้งที่ 1 ที่ศูนย์ประชุมกาญจนาฯในม.ขอนแก่น จะลองไปเดินหาดูตามบูธหนังสือเก่า


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:17:47:46 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ เรื่องน่าสนใจดีนะคะ ปกสวยด้วย


โดย: Aneem วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:19:45:44 น.  

 
เรื่องนี้อ่านนานมากแล้วค่ะ จำได้แค่ว่า ไม่ทิ้งแนวเรียลของผู้เขียน


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:20:08:40 น.  

 
สวัสดีค่า อาจารย์หนุ่ม^^

ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ
น่าอ่านดีจัง
ประโยคตอนจบ เข้าใจเลย ทีแรกงงชื่อเรื่อง
เมื่อก่อนใช้ภาษาละเมียดละไมดีจังเลยนะคะ

เมื่อไหร่อาจารย์จะลงเรื่องใหม่ให้อ่านที่ถนนนักเขียนอีกคะ ทวงๆๆ อิอิ



โดย: lovereason วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:21:18:07 น.  

 
เรื่องนี้ยังไม่เคยอ่าน แต่ชอบความมีสาระและแง่คิดสะท้อนชีวิตสังคมของโบตั๋นค่ะ



โดย: Friday Story วันที่: 22 มิถุนายน 2556 เวลา:8:35:10 น.  

 
แค่อ่านรีวิว ยังรู้สึกว่านี่ไม่ใช่นิยายยังไงยังงั้น ถ้าได้อ่านต้องเสียน้ำตาเป็นปี๊บแน่เลยค่ะ



โดย: Sab Zab' วันที่: 22 มิถุนายน 2556 เวลา:9:55:20 น.  

 
เป็นนวนิยายของโบตั๋นที่ชอบมากที่สุดรองจากทองเนื้อเก้า ผมอ่านตั้งแต่ลงในสตรีสาร อีกเรื่องที่รู้สึกว่าอารมณ์เดียวกันคือ ยายหนูลูกพ่อ
ชอบมากๆครับ ขอบคุณครับ


โดย: ภูมิ IP: 88.131.84.229 วันที่: 22 มิถุนายน 2556 เวลา:10:59:04 น.  

 
อ่านแล้วค่ะ แต่เป็นฉบับพิมพ์ใหม่ ของชมรมเด็ก
ชอบงานของคุณโบตั๋นมาก ๆ เลยแหละค่ะ


โดย: Serverlus วันที่: 22 มิถุนายน 2556 เวลา:14:08:53 น.  

 
เรื่องนี้ยังไม่เคยอ่านค่ะ ไม่รู้จะหาซื้อได้อีกหรือเปล่าเพราะพิมพ์นานแล้ว


โดย: กุลธิดา (kdunagin ) วันที่: 22 มิถุนายน 2556 เวลา:19:44:09 น.  

 
คุ้นมาก เหมือนเคยอ่านเป็นหนังสือนอกเวลา

แต่ทำไมจำอะไรไม่ได้เลยก็ไม่รู้ สงสัยอ่านให้จบๆ ไปงั้น - -"


โดย: hiroko วันที่: 23 มิถุนายน 2556 เวลา:18:18:59 น.  

 
คุณบอล :นวลนางข้างเขียง ผมเคยแต่ดูตอนเป็นละครช่อง 7 แต่ไม่ได้ติดต่อจนจบ รู้สึกว่าน่าจะเป็นแนวรื่นรมย์ผสมแนวชีวิต ที่โบตั๋นเขียนไว้ไม่กี่เรื่องครับ นอกนั้นจะค่อนข้างดาร์กทั้งนั้นเลย
ปล. มีบางเรื่องที่น่าจะเป็นแนวผสม "โรแมนติค"ของโบตั๋นบ้าง น่าจะเป็น สัมปทานหัวใจ หรือ แค่เอื้อม ครับ

คุณ Aneem : มีความรู้สึกว่าปกสื่อเนื้อเรื่องด้านในได้ดีเลยทีเดียวครับ

คุณ พุด : เรื่องนี้ผมมีโอกาสกลับมาอ่านอีกครั้งหลังจากเคยอ่านในสตรีสาร ก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมเลยครับ คืออึ้งกับชะตากรรมของตัวละคร


คุณนุ่น : ชื่อเรื่องเพราะมากครับ แต่ก็ทำให้พอเดาทางในตอนจบไปด้วย
ปล. เรื่องหน้า ตั้งใจว่าจะเขียนล่วงหน้าไปสักพักครับค่อยนำมาลง ตอนนี้เพิ่งได้แค่ไม่กี่ตอนเองครับ แหะ แหะ

คุณยุ้ย : อ่านงานของโบตั๋นแล้ว ต้องทำใจเลยครับ แต่ละเรื่องนี่ สะเทือนอารมณ์ทั้งนั้นเลยครับ

คุณ Sab Zab' : คิดว่าลักษณะนี้แหละครับ คือตัวแทนของนิยายในสไตล์ เรียลลิสติค จริงๆ ยิ่งทำให้คนอ่านรู้สึกว่าตัวละครสมจริง มีชีวิต มีเลือดเนื้อพบเห็นอยู่ทั่วไปได้ ผมว่า ยิ่งต้องฝีมือฉมังจริงๆ ถึงจะเขียนให้คนอ่านเชื่อได้แบบนี้

คุณหมอภูมิ : ทองเนื้อเก้าเป็นเรื่องที่ผมชอบมากเรื่องหนึ่งเลยครับ อีกเรื่องคือ ตราไว้ในดวงจิต เรื่องนั้นก็ประทับใจ โดยเฉพาะในฉากสุดท้ายมากเลยครับ
ส่วนยายหนูลูกพ่อ ผมไม่แน่ใจว่าเคยอ่านหรือเปล่าครับ ใช่เรื่องที่คุณโบตั๋นได้ไอเดีย มาจากเหตุการณ์โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลระเบิดหรือเปล่าครับ คุ้นๆอยู่เหมือนกันครับ

คุณ Serverlus : ชอบงานของโบตั๋นเช่นกันครับ แต่ต้องอ่านทิ้งช่วงห่างระหว่างเรื่องเพื่อพักเหนื่อยหน่อยเหมือนกัน บางเรื่องนี่หดหู่มากๆ ถึงจะชอบมากๆ อย่าง เพรงกรรม หรือ โฉด นี่ผมก็ชอบครับ

คุณไก่ : ปัจจุบัน ชมรมเด็กนำมาพิมพ์ใหม่หมด น่าจะเกือบทุกเรื่องเลยครับ พิมพิลาป นี่ก็พิมพ์ใหม่กับสำนักพิมพ์ชมรมเด็กเหมือนกันครับ

คุณ hiroko : เรื่องนี้ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็นหนังสือนอกเวลาหรือเปล่าครับ แต่ของโบตั๋น ที่ผมเคยเห็นเป็นหนังสือนอกเวลา อย่าง แวววัน จดหมายจากเมืองไทย ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 23 มิถุนายน 2556 เวลา:19:29:39 น.  

 
เล่มนี้ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ ปกนี้สวยมาก ๆ เลยนะคะอาจารย์


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 23 มิถุนายน 2556 เวลา:21:03:21 น.  

 
สวัสดีครับคุณหวานเย็นฯ ปกเล่มนี้ให้ความรู้สึกฝันๆ แต่แฝงความเศร้าไว้บอกไม่ถูกเหมือนกันครับ
ปล. กลับไปนึกไปนึกมาอีกที เรื่องที่คุณโบตั๋นได้ไอเดีย มาจากเหตุการณ์โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล น่าจะชื่อ "แก้วตาดวงใจ"ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:8:52:11 น.  

 
น่าจะเป็น 'แก้วตาดวงใจ' ล่ะค่ะ เรื่องนั้นน่าสงสารทั้งคุณพ่อ ทั้งคุณลูกเลยอะค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:22:31:13 น.  

 
ขอบคุณครับคุณหวานเย็น จำได้แล้วว่าแก้วตาดวงใจ ได้ทำเป็นละครทีวีด้วย


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 25 มิถุนายน 2556 เวลา:7:41:11 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดด ชอบเรื่องแนวชีวิตแบบนี้ที่สุดเลยค่ะ ต้องไปหามาอ่านให้จงได้


โดย: ชบาหลอด วันที่: 27 มิถุนายน 2556 เวลา:10:40:19 น.  

 
คุณชบาหลอด : เรื่องนี้มีพิมพ์ใหม่กับสำนักพิมพ์ชมรมเด็กของคุณโบตั๋นเลยครับ ลองดูนะครับ น่าจะชอบ


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 27 มิถุนายน 2556 เวลา:14:34:34 น.  

 
เป็นนิยายเรื่องเดียวของโบตั๋นที่เคยอ่าน เพราะรู้สึกว่านิยายของโบตั๋นจะไปทางเครียดถึงเครียดมาก เลยไม่กล้าหยิบมาอ่าน

จำเรื่องไม่ได้แล้วค่ะ อ่านรีวิวแล้วพอนึกออกเลาๆ


โดย: ชามินต์ IP: 125.24.181.146 วันที่: 1 ตุลาคม 2556 เวลา:23:43:25 น.  

 
คุณชามินต์ลอง แนวอย่าง "สัมปทานหัวใจ" ก็ได้ครับ เป็นอีกสไตล์ของโบตั๋นที่ผมว่า ไม่เครียดมาก

สำหรับบางเรื่องนี่เครียดสุดๆไปเลยครับ อย่าง โฉด หรือ เพรงกรรม ถ้าชอบสไตล์นี้ก็ไม่น่าพลาด


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 2 ตุลาคม 2556 เวลา:8:17:21 น.  

 
ขอบคุณค่ะ มีโอกาสจะลองหา สัมปทานหัวใจ มาอ่าน รู้สึกชื่อคุ้นๆ


โดย: ชามินต์ IP: 125.24.248.124 วันที่: 3 ตุลาคม 2556 เวลา:17:26:15 น.  

 
สัมปทานหัวใจ น่าจะเคยสร้างเป็นละคร สองครั้งครับ ครั้งแรกใช้ชื่อเดิม เล่นโดยคุณจอห์น นูโว กับคุณสิเรียม ส่วนครั้งที่สอง รู้สึกจะเปลี่ยนชื่อ เป็นทะเลใจหรืออะไรสักอย่างนี่แหละครับ ช่อง 7 เหมือนกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 3 ตุลาคม 2556 เวลา:20:16:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 67 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.